เล่มบางอ่านแบบกลั้นหายใจก็จบ แต่จริงๆ กลับนานกว่านั้น (แน่ละ) เรื่องราวของซาจิเอะ, สาวญี่ปุ่นที่ไม่สาวแล้ว (38 นี่ก็แก่แล้วเรอะ เศร้าใจ) บินไปทำธุรกิจอาหารแบบสโลว์ใลฟ์ที่ฟินแลนด์และได้เจอเรื่องราวที่ชวนให้อมยิ้ม ส่ายหัว ได้ตลอดทั้งเรื่อง
.
ส่วนตัวไม่เคยอ่าน วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว ซึ่งเป็นผู้เขียนคนเดียวกัน ได้ยินมาว่าเรื่องวันที่เหมาะเจาะฯ สโลว์กว่าเรื่องนี้อีก แต่เราคิดว่าเรื่องนี้ก็สโลว์แล้วนะ ยังจะสโลว์ได้อีกหรอ ซึ่งอันที่จริงการดำเนินเรื่องก็ไม่ได้สโลว์ขนาดนั้น แต่ที่เราคิดว่ามันดูช้าๆ น่าจะเพราะอุปนิสัยของซาจิเอะที่ไม่ได้กระตือรือร้นในการทำอาหารชนะใจชาวฟินแลนด์มากกว่า แต่นั่นก็นับว่าเป็นส่วนที่ดีและส่วนที่ด้อยของตัวเอกด้วยเหมือนกัน เวลาอ่านเล่มนี้เราทั้งได้ดูตัวละครแล้วนึกสงสัยเสมอว่า ทำไมซาจิเอะทำแบบนี้นะ ถ้าเป็นเราจะทำแบบนี้มากกว่า ทำให้ได้ทบทวนตัวเองในอีกทางนึงด้วยเหมือนกัน
.
ในเรื่องนอกจากซาจิเอะที่เด็กสุด (38) ก็ยังมีเหล่าแก๊งค์แม่บ้านไร้ที่ไปอย่าง มิโดริ และ มาซาโกะ ด้วย เรื่องนี้ทำให้เราชื้นใจอย่างนึงว่าคนเราไม่ต้องรีบประสบความสำเร็จจริงๆ ชีวิตมันมีอะไรอีกเยอะแยะกว่าเราจะได้ค้นพบ เราก็ต้องใช้เวลาค้นหาด้วยเหมือนกัน แก๊งค์แม่บ้านนี้ให้กำลังใจเราได้เป็นอย่างดีว่า Late Boomer ไม่ใช่เรื่องผิดปรกตินะ ทุกคนต่างมีทางเดินเป็นของตัวเองต่างหาก ห้องอาหารนกนางนวลไม่ได้กล่าวไว้
.
ว่าไปแล้วก็อยากลองไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านอาหารนกนางนวลจังค่ะ