Jump to ratings and reviews
Rate this book

เรื่องเล่าจากร่างกาย

Rate this book
เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ

หนังสือเล่มนี้จะนำท่านเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยมีคำถาม "ทำไม?" ทำหน้าที่เป็นเหมือนไกด์นำทาง คำถามเหล่านี้เมื่อดูผิวเผินจะเหมือนว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่อการเดินทางของเราสิ้นสุดลง เราจะนำเรื่องราวต่างๆ ที่เราจะได้พบระหว่างทางมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นเป็นภาพใหญ่ และเมื่อเราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ดีแล้ว เราจะไปดูกันว่าเรื่องเล่าจากร่างกายเหล่านี้ จะช่วยนำทางเราเดินสู่ปัจจุบันและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

สมองคุยกับร่างกายอย่างไร?
ความเครียดทางจิตใจทำให้ร่างกายเราป่วยได้อย่างไร?
ทำไมผู้ชายชอบสาวๆ ที่มีส่วนโค้งส่วนเว้า?
ทำไมคนถึงมีชู้?
เพศชาย เพศหญิงเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
ทำไมเราเดินสองขา?
ความเครียดกับความอ้วน?
ฯลฯ

287 pages, Paperback

First published January 1, 2011

45 people are currently reading
390 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
194 (63%)
4 stars
91 (29%)
3 stars
15 (4%)
2 stars
4 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 30 of 36 reviews
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,070 reviews179 followers
November 10, 2018
สำนวนดี มีการเลือกใช้คำสั้นๆ กระชับ ชัดเจน
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าผู้เขียนจะสื่ออะไร
ทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายเก่งมาก
เป็นการอ่านหนังสือเชิงวิชาการ ที่เป็นมิตรกับคนที่ขยาดวิชาการสุดๆ
อ่านได้เรื่อยๆ เพลินๆ ไม่ยาก ไม่ปวดหัว ไม่น่าเบื่อ
ชอบค่ะ
Profile Image for Pairash Pleanmalai.
400 reviews31 followers
May 19, 2020
อ่านง่าย ย่อยง่าย เข้าใจกระจ่างชัด ไปที่ละบท แต่ละบทร้อยเรียงกันเป็นเส้นเรื่องต่อๆกัน
ถ้าใครชอบแนวนี้ หนังสือเล่มนี้ติดอันดับแน่นอน

หนังสือเขียนมาก่อน เซเปี้ยน แต่ผมไปอ่านเซเปี้ยนมาก่อน เลยรู้ว่าเล่มนี้ ปูพื้นก่อนจะเหมาะกว่า แต่แค่เริ่มคล้ายกันแต่แยกไปคนละแนว
เซเปี้ยนมองออกไปในแนวกว้างของสังคม แต่อันนี้มองลงไปที่ร่างกายและพฤติกรรมของเราเอง

เคยอ่านของวินทร์ เปรียบอายุโลกถ้าเท่า 1 ปี โลกพึ่งมีมนุษย์พึ่งเกิดมาก่อนเที่ยงคืนวันที่ 31 ไม่กี่ชม.
แต่เล่มนี้ เปรียบอายุเซเปี้ยน
เซเปี้ยนเกิดมา 200,000 ปี สมมุติให้วันที่ 1 มกราคมเริ่มมีเซเปี้ยน เราล่าสัตว์มาตลอด พึ่งเปลี่ยนเป็นเกตรกรรม วันที่ 14 ธค. จน 31 ธค. 16:00 เริ่มทำอุตสาหกรรม 10 วินาทีก่อนจบปี พึ่งเริ่มกินน้ำอัดลม

ปูพื้นสะครึ่งเล่มเลยว่า มนุษย์มีพฤตกรรมใหม่ๆพึ่งเกิดเมื่อไม่นาน ขณะที่เราใช้พันธุกรรมเก่าที่มีมาเนิ่นนาน
หลังจากครึ่งเล่มสนุกทุกเรื่อง ชอบที่สุด ทำไมอวัยวะเพศชายต้องเป็นดอกเห็ดหมวกขนาดใหญ่ในตอนปลาย :)

ที่ไม่เกี่ยวกับการรีวิวเลย คือ ชอบ Font ของเล่มนี้มาก มันดูแล้วอารมณ์ดี
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
705 reviews138 followers
September 23, 2022
** อ่านฉบับพิมพ์ใหม่เเยกเป็น 2 เล่ม

หลังจากอ่านหนังสือของคุณหมอมาหลายเล่ม ก็ได้โอกาสกลับมาอ่านหนังสือเล่มเเรกของคุณหมอเสียที ในโอกาสที่มีการตีพิมพ์ใหม่อีกครั้ง

เล่มนี้เล่าถึงความเป็นมาของมนุษย์ โฮโมเซเปี้ยน ในเเง่มุมของวิทยาศาสตร์การวิวัฒนาการ ว่าเราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ได้ยังไงเเละอะไรคือเหตุผมที่เป็นอย่างนั้น ซึ่งคำตอบของหนังสือทั้งเล่มสามารถสรุปออกมาได้ 3 ประเด็น
1. เรายังคงเป็นมนุษย์ถ้ำไม่ต่างอะไรจากบรรพบุรุษของเรามากนัก เพียงเเค่เราถูกจับยัดลงในยุคสมัยใหม่ ที่ร่างกายยังคงถูกสร้างเพื่อใช้ชีวิตในถ้ำเช่นเดิม
2.ทุกอย่างที่เรารู้สึกว่าไม่มีเหตุผลเลยที่ร่างกายเป็นเเบบนั้น เเบบนี้ จริงๆเเล้วมันมีเหตุผลของมันเเน่นอน (ย้อนกลับไปดูข้อ 1)
3.ความที่ร่างกายของเราไม่ได้สร้างเพื่อยุคสมัยใหม่อย่างที่เป็น ปัญหาต่างๆจึงเกิดขึ้น การเเก้ไขจึงจำเป็นต้องเข้าใจ ข้อ 1. อีกที

สรุปคือประเด็นมันก็เเค่ข้อ 1. นั่นเเหละครับ 555 เเต่เเค่ข้อเดียวก็มีอะไรให้เล่าเยอะเเยะ เเตกเเขนงได้อีกมากมายเกินกว่าหนังสือเล่มนี้จะเล่าได้หมด คุณหมอเลยคัดสาระเน้นๆที่เราน่าจะควรรู้ไว้เป็นฐานเพื่อต่อยอดความคิดเพื่อหาข้อมูลต่อไปนั่นเองครับ

เเต่ด้วยผมอ่านเล่มหลังของคุณหมอมาก่อนเเล้วจึงค่อยมาไล่อ่านเล่มต้นๆ เลยพบว่า เล่มเเรกของคุณหมอนี่การเขียนยังไม่คม ไม่เข้าฝักเท่าเล่มหลังๆเท่าไหร่ ยังไม่สมูทมากนัก มีโยงประเด็นเเบบข้ามไปบทนู้นยทนี้เเบบโยนข้ามไปเลยอยู่นิดหน่อย ซึ่งไม่ค่อยเหนเเล้วในเล่มหลังๆ เเละสไตล์การเขียนของคุณหมอจะวิชาการกว่าเล่มหลังๆเยอะ ไม่รู้ว่าเพราะเนื้อหามันวิชาการจ๋าด้วยหรือเปล่า เเต่อ่านเเล้วก็มีเเห้งๆฝืดคออยู่เหมือนกัน

ผมชอบบทสรุปของเล่มที่คุณหมอพูดถึงว่า เราจะรู้ไปทำไมเรื่องพวกนี้ ทำไมเราต้องเเบ่งเเยกเพศ ทำไมคนเราชอบคนสวยหล่อ ทำไมเราความเครียดจึงถูกส้รางขึ้นมา เเล้วมันมีประโยชน์อะไร ทำไม ทำไม ทำไม เยอะเเยะเต็มไปหมด ซึ่งการเริ่มต้นด้วยคำว่าทำไมนี่เองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้น

การเข้าใจเรื่องพวกนี้ทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ของเรามากขึ้น เข้าใจผู้อื่นมากขึ้นเเละเข้าใจสังคมมากขึ้นด้วยเช่นกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมชนิดหนึ่ง ที่ถึงเเม้ว่าเราจะคิดว่าเราสามารถควบคุมสังคมทุกอย่างได้ เเต่จริงๆเเล้วเราควบคุมอะไรได้ยากมากเหลือเกิน ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน เพราะเราคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติเเละโลกใบนี้ครับ
Profile Image for Indy Korpong.
3 reviews
August 17, 2020
เป็นหนังสือที่อธิบายได้เข้าใจง่าย อาจจะเนื่องด้วยการเป็นหนังสือแนว pop-science หรืออะไรก็ตาม นับว่าผู้แต่งสามารถนำข้อสังเกตใกล้ตัวมาแต่งเป็นเรื่องราวได้ดี แม้ว่าการพูดถึงประเด็นหนึ่งๆอาจจะยืดยาวไปและมีการสรุปเนื้อหาที่สั้นไปหน่อย แต่หนังสือเล่มนี้ก็ทำได้ดีในการอธิบายวิทยาศาสตร์ของร่างกายมนุษย์
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
686 reviews47 followers
March 20, 2021
เล่มนี้เห็นรีวิวหลายสำนักมาดีมาก และ มันก็ดีครับ
pop science ที่เขียนโดยหมอ ที่ใช้ภาษาทั่วไปเข้าใจง่ายเขียน
จุดที่ดีที่สุดคืออ่านแล้วเข้าใจความพยายาม เปรียบเทียบทุกอย่างให้ดู เข้าใจง่าย ของผู้เขียนครับ เยี่ยมมากๆ ถ้าครูสอนวิทย์ สมัยเรียนตอนเด็ก ๆ ใช้ภาษาแบบนี้นะ การเรียนวิทย์ก็คงน่าสนใจเพิ่มขึ้นมามาก
.
เล่มที่ 84/2021 (192)
เรื่องเล่าจากร่างกาย : เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติ ผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ
หนังสือเล่มนี้จะนำท่านเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยมีคำถาม "ทำไม?" ทำหน้าที่เป็นเหมือนไกด์นำทาง
ผู้เขียน น.พ. ชัชพล เกียรติขจรธาดา
.

ไม่ลงเนื้อหานะ เพราะเนื้อหายาวมากๆๆๆๆๆ เยอะและแน่น
.
ถึงหน้าปกจะเป็นรูปร่างกาย แต่หนังสือ พาเข้าเรื่องร่างกาย สมอง ฮอร์โมน
ต่างๆ จริงๆ ก็ หลัง ครึ่งเล่มเป็นต้นไป
.
ส่วนครึ่งแรกก็จะย้อนอดีต ไป คล้ายๆ กับเรื่องในหนังสือ เซเปียน เกี่ยวกับความเป็นมาของธรรม ชาติ มนุษย์
.
โดย จุดพลิกผันที่สำคัญที่สุด คือ ทฤษฏีวิวัฒนาการของ ชาร์ล ดาร์วินนั่นเอง
.
การตอบทุกคำถามอย่างละเอียด ตอบแบบ วิทย์ เกี่ยวกับเรื่อง เพศ และ ร่างกาย ในช่วงท้าย ๆ สนุกมากครับ
.

ให้ 9.5/10
Profile Image for Tanan.
234 reviews47 followers
October 2, 2020
คุณหมอเขียนเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ เสมอ

เรื่องราวในหนังสือสนุกมากเหมือนเดิม หมอเขียนหนังสือเก่ง มีอารมณ์ขัน อ่านสนุกภายใต้กระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ไม่แปลกที่ได้รางวัลชนะเลิศเซเว่นบุ๊คอวอร์ด หนังสือถึงพร้อมด้วยความรู้ ความสนุก และกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ดี มีการตั้งคำถาม การทดลองทดลอง การสรุปผลวิจัยและการผจญภัยของนักวิทยาศาสตร์ให้เห็นตลอดเล่ม

อ่านสนุกได้เหมือนนิยาย
Profile Image for Nattawat Supachawarote.
37 reviews2 followers
November 7, 2020
เล่มที่สามที่ได้ติดตามผลงานของหมอเอ้ว แต่น่าจะเป็นหนังสือเล่มแรกของคุณหมอ เนื้อหาไม่หนักมาก สไตล์การเขียนดู soft กว่า และความยียวนไม่เท่าเล่ม '500 ล้านปีของความรัก' แต่ก็ยังถือว่าสนุก ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย พอให้คนทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่สายวิทย์ฯ อ่านตามได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นหนังสือเฉพาะทาง สติในการอ่านก็ยังต้องมีนิดนึง (บางช่วงอาจต้องมีช็อตโน้ต)

หมอเอ้วพาเราไปสำรวจความเป็นเรา (มนุษย์) ว่าทำไมร่างกาย อารมณ์ พฤติกรรม ความคิดของเรา มันถึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ โดยผ่านมุมมองของทฤษฎีวิวัฒนาการ (evolution) และ การคัดเลือกทางธรรมชาติ (natural selection)

เล่มนี้จะช่วยไขข้อข้องใจบางเรื่อง (ที่บางทีเราก็คิดว่า ต้องรู้ด้วยเหรอวะ) อย่างเช่น เวลามีเซ็กส์ทำไมผู้ชายต้องเอาเข้าเอาออกอยู่นั้นล่ะ ทำไมไม่แช่ไว้เฉยๆ (คุณผู้ชายอาจจะตอบว่าก็มันมันส์กว่านิ แต่ต้องถามต่อไปว่าทำไมธรรมชาติต้องสร้างให้มันส์เวลาขยับ ทำไมไม่ทำให้เราฟินตอนอยู่นิ่งๆ ทั้งๆ ที่ตอนขยับนี่มันเปลืองแรงจะตาย)

ความรู้ที่ได้เหล่านี้นอกจากจะเปิดโลกทัศน์แล้ว ยังช่วยให้เราปลงกับพฤติกรรมผู้คนหลายๆ อย่างได้มากขึ้น เข้าใจผู้คนมากขึ้น และยอมรับว่าแท้จริงมนุษย์ก็หาได้ยิ่งใหญ่มาจากไหน เราเป็นแค่เพียงผลผลิตหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้น เรายังต้องพึ่งพาธรรมชาติ จนกว่าเราจะสร้างโลกที่ยั่งยืนด้วยตนเองได้ ถ้าเรายังไม่สำเนียกและใช้ทรัพยากรโลกอย่างไม่ยั้งคิด สุดท้ายเราก็อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง (และอาจจะเป็นชนิดสุดท้าย) ที่ธรรมชาติเลือกที่จะคัดเราออกไปจากระบบ

-----

หมอเอ้วแนะนำให้เรารู้จักกับทฤษฎีวิวัฒนาการ และการคัดเลือกทางธรรมชาติ ซึ่งมีตัวพ่อคือ Charles Darwin ที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ซึ่งตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พอจะทำให้เชื่อได้ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกมีจุดกำเนิดร่วมกัน ดังที่เราจะเห็นได้ว่าอวัยวะบางอย่างในสัตว์ต่างชนิดมีโครงสร้างพื้นฐานที่ใกล้เคียงกัน เช่น กระดูกครีบปลา และมือของมนุษย์ก็มีโครงสร้างคล้ายๆ กันนะ (อย่าพึ่งเถียงในใจว่าเหมือนกันตรงไหนวะ ให้ไปอ่านหนังสือก่อนจะเข้าใจ)

ความคล้ายคลึงของโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าสิ่งมีชีวิตที่มีบนโลก มันต้องมีวิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตอีกชนิด โดยเอาอวัยวะที่เคยมีอยู่มาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

หลักฐานสนับสนุนอีกอย่างว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้อยู่ๆ ก็จุติมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็คือ gene หรือรหัสพันธุกรรม ซึ่งเป็นตัวกำหนดลักษณะทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง โดยจะพบว่าในมนุษย์เรามี gene บางส่วนที่เหมือนกับสัตว์อื่น เพียงแต่ gene ตัวนี้อาจจะไม่มีหน้าที่อะไรในคน

และนอกจาก gene ที่เหมือนกันนี้ เรายังพบอวัยวะบางอย่างที่เหมือนสัตว์ชนิดอื่นในระยะตัวอ่อนภายในครรภ์ แต่สุดท้ายมันจะสลายไป หรือคงเหลือไว้แต่ไม่มีหน้าที่อะไรเป็นพิเศษในตอนที่เราคลอดมา (ง่ายๆ คือเด็กบางคนขนเยอะตอนเกิด แต่พอโตมาขนเหล่านี้จะหายไป อันนี้แสดงว่าเราวิวัฒนาการมาจากลิง เป็นต้น)

การวิวัฒนาการ (evolution) นั้นเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามการเวลาของโลก สิ่งมีชีวิตจึงต้องมีการปรับตัวให้อยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยการวิวัฒนาการไม่ใช่ว่าเกิดจากความฉลาดของสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมเมื่อมีการเปลี่ยนไปของสิ่งแวดล้อมในทันที แต่เกิดจากความหลากหลายของพันธุกรรม

หมายความว่า ณ ขณะเวลาหนึ่งๆ ในสิ่งแวดล้อมหนึ่งๆ สิ่งมีชีวิตจะมีความหลากหลายอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพียงแต่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถเอาตัวรอด และส่งต่อพันธุกรรมได้มากที่สุด (สืบพันธุ์) ก็จะถูกคัดเลือก (natural selection)ให้สามารถดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ได้ในเวลาต่อมา ส่วนสิ่งมีชีวิตใดไม่สามารถเอาตัวรอดได้ โอกาสส่งต่อพันธุกรรมก็จะน้อยลงเรื่อยๆ จนสูญพันธุ์ในที่สุด

เราจึงสามารถสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางกายภาพ ชีวภาพ และพฤติกรรม ที่ปรากฏขึ้นกับสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งมีขึ้น ก็เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์หลักสองอย่าง คือ 1)ให้สามารถดำรงชีพอยู่ และ 2)สามารถส่งต่อพันธุกรรม โดยมีกลยุทธ์เบื้องหลังคือให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุด หรือพูดให้ง่ายก็คือ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีชีวิตเพื่ออยู่รอดและสืบพันธุ์โดยพยายามออกแรงน้อยที่สุด

มนุษย์เองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตของกระบวนการนี้ ซึ่งหมอเอ้วจะพาเราไปเรียนรู้ว่าจากอดีตอันไกลโพ้น มนุษย์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และด้วยความที่วิวัฒนาการนั้นเป็นกระบวนการที่เกิดอย่างช้าๆ (ในระดับล้านปี) แต่สังคมมนุษย์นั้นมีการพัฒนาในอัตราที่สูงกว่าการวิวัฒนาการหลายเท่านัก เราจึงพบว่ามีหลายๆ อย่างที่ตกค้างมากจากบรรพบุรุษมาถึงเรา บางอย่างก็ยังมีประโยชน์ แต่หลายอย่างก็ไม่มีจนถึงขั้นกลายเป็นปัญหากับเราเลยทีเดียว

-----

สิ่งที่เราเรียนรู้อย่างหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้แบบอ้อมๆ ก็คือ แม้พวกเราจะชอบเรียกตัวเองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล แต่คำกล่าวนี้คงจะถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะเอาเข้าจริงมนุษย์ยังคงดำรงชีวิตด้วยแรงขับทางธรรมชาติมากกว่า ดังที่เราจะเห็นว่าอารมณ์อย่าง รัก โลภ โกรธ หลง ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้เราอยู่รอดในยุคดึกดำบรรพ์ยังคงทำงานกับเราอยู่

แม้สมองที่ควบคุมด้านเหตุและผลพัฒนามามากขึ้นแล้ว(สมองส่วนนี้พัฒนามาทีหลังสมองส่วนอารมณ์) แต่หลายๆ ครั้งเราก็ยังตกเป็นเหยื่อของอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง จากการที่เราเห็นข่าวไม่ว่าจะเป็น การฆาตกรรม การข่มขืน หรือการทะเลาะเบาะแว้ง ต่างต่างนานา (บางเรื่องก็ดูไร้สาระสิ้นดี) ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นการตอบสนองพื้นฐานเพื่อวัตถุประสงค์สองข้อดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เพียงแต่มันอาจจะไม่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเร็วกว่าวิวัฒนาการของเรา

อ่านจบแล้วรู้สึกว่าโลกเรานี่เอาเข้าจริงก็เหมือนธุรกิจ start up ดีๆ นี่เอง ทำผลิตภัณฑ์ออกมาเยอะๆ ไปทดลองตลาด อันไหน feedback ไม่ดี ตลาดไม่ชอบก็โยนทิ้ง อันไหนตลาดยอมรับก็พัฒนาต่อยอดสินค้านั้น มนุษย์เองก็คงเป็นสินค้าที่เรียกว่า 'เรือธง' ของโลกละมั้ง เพียงแต่สินค้าตัวนี้จะเป็นที่ยอมรับในตลาดได้อีกนานแค่ไหน อันนี้เราคงต้องมาเริ่มคิดกันจริงๆ จังๆ สักทีก่อนจะสายเกินไป
May 3, 2020
เป็นหนังสือเล่มแรกของคุณหมอเอ้ว แต่ผมเพิ่งได้อ่านเป็นเล่มที่ 4 ครับ

ประเด็นของเล่มนี้ ก็คือ ร่างกายและพันธุกรรมของมนุษย์เรา ถูกสร้างให้เหมาะกับโลกยุคหินเมื่อ 200,000 ปีที่แล้ว โดยอาศัย ‘กระบวนการวิวัฒนาการ’ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อให้เหมาะกับ ‘สิ่งแวดล้อม’ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ

แต่ปัญหาก็คือ 200 ปีที่ผ่านมา หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา กำลังเปลี่ยนแปลงไปในอัตราเร่ง เกินกว่าที่ ‘กระบวนการวิวัฒนาการ’ จะตามได้ทัน ทำให้การทำงานหลายๆ อย่างของร่างกายซึ่งเหมาะกับโลกยุคหิน ทำงานไม่เข้ากับสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันอีกต่อไป

คำถามที่คุณหมอเอ้วทิ้งไว้ก็คือ การที่ร่างกายต้องมาทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย จะเกิดผลอะไรตามมาบ้าง? การสื่อสารระหว่างร่างกายเรากับระบบนิเวศน์ที่ถูกรบกวน จะเกิดผลอะไร? สิ่งเหล่านี้ จะมีผลต่อการแสดงออกพฤติกรรมและอารมณ์ของเราอย่างไร?

สำหรับท่านที่ชอบอ่านหนังสือแนว Pop-Sci ที่อ่านง่ายๆ สนุกๆ หรือเป็น FC ของคุณหมอเอ้ว เล่มนี้ก็ยังไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ 👍👍👍
Profile Image for Srisurang.
Author 15 books153 followers
April 3, 2011
เป็นหนังสือวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวิวัฒนาการที่อ่านสนุกค่ะ เข้าใจง่าย มีมุขตลกด้วย ได้ความรู้เยอะเลย เกี่ยวกับร่างกายและพฤติกรรมของคน ซึ่งมีที่มาจากวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดมาตั้งแต่มนุษย์ยุคหินโน่น

"...ร่างกายและพฤติกรรมที่เราเห็นกันเป็นประจำทุกวันนั้นมีเรื่องราวความเป็นมาของเราซ่อนอยู่... เพราะร่างกายของเรามีอดีตที่ย้อนกลับไปได้เป็นแสนปีหรือเป็นล้านๆ ปี...แต่จะไขเรื่องราวนั้นออกมาได้เราต้องรู้วิธีที่จะอ่านมัน..."

"...กลไกธรรมชาติที่ทำให้ผู้ชายมอบแหวนเพชรให้ผู้หญิงในวันแต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรจากกลไกที่ทำให้นกเพนกวินอะเดลีตัวผู้หาหินมาให้ตัวเมีย..."



Profile Image for Boong.
244 reviews27 followers
November 19, 2012
หนังสือแนว Pop-Sci ที่ว่าด้วยเรื่องการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะมนุษย์....จากลิงตัวแรกที่เริ่มเดินสองขา จนมาเป็นมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ร่างกายของเราได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอะไรมาบ้าง และไปหาคำตอบของคำถามที่ว่า "ทำไมคนหล่อถึงหล่อ คนสวยถึงสวย" "ทำไมอารมณ์หึงถึงทำให้เราฆ่ากันได้" "ทำไมผู้ชายอยู่เป็นคู่กับผู้หญิง" "ทำไมคนเรามีชู้"

....คุณหมอชัชพล เขียนสนุก อ่านง่าย แถมมีรายการหนังสือแนะนำสำหรับคนที่สนจไปศึกษาต่อด้วย

ขอบอกว่า อ่านเพลินกว่านิยายบ้างเรื่องซะอีก
Profile Image for Teera.
1 review5 followers
July 29, 2014
เป็นหนังสือเล่าเรื่องที่สนุกมาก ตอบคำถามทำไมต่างๆ ได้น่าติดตาม เช่น ทำไมคนหล่อถึงหล่อ ทำไมคนสวยถึงสวย ที่มาที่ไปของมนุษย์ เรื่องราวของความเครียดกับชีวิตเมืองปัจจุบัน มีเซ็กส์มันดียังไง ที่มาของเพศชายเพศหญิง ทำไมผู้ชายต้องจีบ ทำไมผู้หญิงต้องอุ้มท้อง ทำไมผู้หญิงชอบผู้ชายใจดี ทำไมผู้ชายขอบดูหนังโป๊ ทำไมคนมีชู้ ทำไมอารมรณ์หึงทำให้คนฆ่ากันได้
Profile Image for Mongkol Rotwiboonchai.
2 reviews3 followers
September 9, 2013
เล่มนี้ตอบคำถามที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เด็กๆ
อ่านจบ มุมมองต่อสิ่งต่างๆเปลี่ยนไปไม่้น้อย
แนะนำให้เป็นหนังสือบรรจุเป็นหนังสือนอกเวลาวิทยาศาสตร์ (แต่ไม่ต้องสอบ)
3 reviews
March 19, 2015
ให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่เรามองข้ามหรือเรื่องไม่เคยตั้งคำถาม
อ่านสนุก มากกก
Profile Image for Alp.
763 reviews468 followers
April 1, 2015
รู้แล้วว่าทำไมแต่ก่อนไม่ชอบเรียนชีวะ มันไม่สนุกเหมือนอ่านหนังสือเล่มนี้น่ะสิ
เป็นหนังสือที่อ่านง่ายๆ ชอบมาก
Profile Image for Pui Pan Lee.
21 reviews2 followers
January 19, 2023
"เรื่องเล่าจากร่างกาย - นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา"

เป็นเล่มที่อ่านนาน(พอสมควร) กว่าจะจบ หนึ่งด้วยเวลาว่างมีน้อยลง สองคือตัวหนังสือเล็กป๊ายยย แถมอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเต็มๆในหนึ่งหน้ากระดาษ

เป็นการขยายความเข้าใจให้กับความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สมัยเด็กได้ดีมากๆ หลายอย่างที่เคยคลุมเครือก็มองเห็นภาพชัดเจนขึ้นมาทันทีพอได้อ่านเล่มนี้ มีการเล่าไปถึงในยุคก่อนๆ กว่าจะมาเป็นมนุษย์เราได้อย่างทุกวันนี้ต้องผ่านการแปลงร่างกายและจิตใจมามากมายขนาดไหนกว่าจะออกมาเป็นรูปแบบเราในทุกวันนี้ มีทฤษฏีต่างๆมารองรับปัจจัยที่พูดถึง และมีแหล่งอ้างอิงเพื่อไปศึกษาต่อถ้าเราสนใจ มันเหมือนมีเพื่อนมาเล่าความรู้แบบสนุกๆให้ฟัง แต่ก็มีหลายช่วงที่อ่านแล้วอยากงีบอยู่บ้าง บวกกับตาลายเพราะตัวหนังสือเล็กและชิดติดกันไปหน่อย อ่านข้ามบรรทัดตล๊อด 😂 บทต่างๆมีส่วนต่อเนื่องกัน แต่ผู้เขียนก็จะเท้าความสั้นๆให้นึกออกว่ามันคืออะไรในบทก่อนหน้านี้ เอาเป็นว่ามันคือวิทยาศาสต์สนุก ย่อยง่าย แล้วเข้าใจว่าทำไมมนุษย์เราจึงเป็นแบบในทุกวันนี้
Profile Image for Tanaporn.
269 reviews15 followers
June 2, 2020
คุณหมอเขียนไว้ว่า เจตนารมณ์ของคุณหมอคืออยากให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อสอบมันสวยงามและน่าทึ่งเพียงใด

คุณหมอทำสำเร็จ

จะตามอ่านหนังสือของคุณหมอให้ครบ เพราะอ่านแล้วได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ และจุดประกายความคิดของเรามาก ๆ

เพิ่มเติม: หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนความคิดเราโดยเฉพาะเรื่องการเรียนรู้
1.ชีววิทยามีอะไร wonderful มากกว่าที่เราคิด
2.มนุษย์อยู่เหนือสัตว์เพราะสมอง แต่มนุษย์ก็เป็นหนึ่งในระบบนิเวศของโลกนี้ด้วย
3.ดูถูกธรรมชาติก็ได้ แต่ธรรมชาตินั่นแหละที่สร้างและคุมโลกนี้อย่างแท้จริง
4.เชื่อมจากชีวะ เริ่มอยากเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา โลกดาราศาสตร์ ฯลฯ รวมถึงเลขให้เข้าใจ และอยากเรียนให้สนุกแม้ต่อไปจะไม่ต้องสอบวิชานี้แล้วก็ตาม
5.ทุกวิชาถ้าเรียนเข้าใจแล้วจะสนุกมาก จะลืมไปเลยว่ากำลังเรียนอยู่ จะอยากรู้ต่อไปเรื่อย ๆ
6.ก่อนจะเข้าใจต้องงงก่อน และคำตอบที่ได้จากการงงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
7.อยากให้มีหนังสือแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่กับวิชาวิทยาศาสตร์แต่อยากให้มีทุกวิชา เพราะอ่านแล้วจุดประกายให้แรงบันดาลใจ💛
8.คุณหมอชัชพลดูดีมีหลักการค่ะ สมัครเป็น FC555555
Profile Image for aida.
322 reviews21 followers
June 12, 2021
ดีมาก อยากให้ทุกคนได้อ่าน เล่าเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจนมาถึงมนุษย์ และเล่าเรื่องการศึกษาต่างๆ ว่าทำไมเราถึงเป็นเราแบบที่เราเป็นทุกวันนี้ได้อย่างสนุกมาก ไม่น่าเบื่อเลย ถึงตัวหนังสือจะเยอะมากก็ตาม
เล่มนี้ตัวอักษรแน่นพอๆ กับ 500 ล้านปีฯ แต่จะแบ่งเป็นบทสั้นๆ แต่จำนวนบทก็จะเยอะหน่อย เปิดสารบัญดูตอนแรกคือตกใจ
ถึงอ.ชัชพลจะบอกว่าหนังสืออาจารย์ไม่ต้องอ่านเรียงกันก็ได้ แต่ความที่เราเริ่มมาจาก 500 ล้านปี เล่ม 1 ซึ่งหนาและแน่นมาก กว่าจะทำใจหยิบเหตุผลของธรรมชาติมมาอ่านได้ก็นานมากๆ แต่พออ่านกลับเป็นเล่มที่อ่านง่ายที่สุด มีแรงใจมาเปิดอ่านเล่มนี้ต่อ แต่ก็นั่นแหละ ท้ายเล่มมีพูดถึงเรื่องที่จะเล่าในเล่มต่อๆ ไป แต่คือโดนสปอยล์ไปแล้ว
44 reviews
August 31, 2021
เขียนอธิบายง่าย สนุก น่าติดตาม เด็กสายวิทย์อ่านก็ไม่เบื่อ เปิดโลกกับแนวคิดnatural selectionแบบไปสุดมาก

ผู้เขียนร่างกฎไว้ส่วนหนึ่ง ชอบที่ผู้เขียนอธิบายทุกอย่างในเรื่องที่ตามมาด้วยกฎชุดเดิม ใช้ภาษาที่กระตุ้นให้ผู้อ่านเอ๊ะแล้วอ่านต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมีบางส่วนตอนท้ายๆที่รู้สึกอึดอัดใจที่จะอ่าน as a feminist แต่ก็ชอบการที่ผู้เขียน challenge assumptions เดิมของผู้อ่าน ให้รู้สึกสงสัยสิ่งที่คิดว่าเป็นnormมาโดยตลอด

นับว่าเป็นหนังสือเปิดโลกเล่มนึง
Profile Image for Sahathust Num.
406 reviews5 followers
July 25, 2022
อ่านสนุก ตัวพิมพ์ในเล่มเล็กกว่าหนังสือฟอนต์มาตรฐานพอสมควร แต่ก็ไม่ได้อ่านยากอย่างที่คิด การเล่าเรื่องของผู้เขียนถือว่าดีมาก ตั้งคำถามที่น่าสนใจ จากเรื่องที่ใกล้ตัว ทำให้เราทราบถึงความเป็นมา ผู้เขียนทำการบ้านมาดีจากงานวิจัยต่างๆ แต่ผลลัพธ์ยังคงเป็นมุมมองจากผู้เขียนเกือบ 70% แต่เป็นเรื่องดี ทำให้เราเห็น การคัดเลือกของธรรมชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการคงอยู่ของชีวิตและเผ่าพันธ์ของมนุษย์เรา
Profile Image for Boon.
380 reviews8 followers
September 16, 2017
เรื่องเล่าจากร่าวกายเป็นหนังสือเล่มที่สองของนายแพทย์ชัชพลที่ผมได้อ่าน ไม่ผิดหวังเลยครับ สมควรเป็นหนังสือที่เด็กทุกคนต้องอ่าน เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการความคิดทางวิทยาศาสตร์ ความสำคัญของการตั้งคำถาม และความมหัศจรรย์ของวิวัฒนาการ
Profile Image for Copper.
125 reviews
December 6, 2018
So good pop-sci book!!!!
Not too technical like P'Tanthai's book, whick I loved, but can connect to widen group.
Profile Image for Ichsarut Yauvasuta.
9 reviews
April 5, 2019
อ่านสนุกและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
Profile Image for Saichol Hongnak.
26 reviews
April 5, 2019
ได้รู้วิวัฒนาการของสัตว์โลกและได้รู้ว่าทำไมเราเป็นเช่นนั้น เขียนสนุกครับ
Profile Image for Ampere .
14 reviews
February 23, 2020
เป็นหนังสือแนววิทยาศาตร์ เป็นภาษาไทย ที่อ่านสนุก ชวนให้คนอ่านสงสัยแล้วอธิบาย เล่าเรื่องได้ดี
Profile Image for Hong Walessuksan.
12 reviews
July 23, 2020
ผู้เขียนอธิบายได้ดีมากครับ อ่านเข้าใจเห็นภาพตาม
1 review
January 21, 2021
อ่านง่ายและจัดลำดับเรื่องราวได้ดี ทำให้เห็นจึงเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เพื่อนำมาอธิบายสิ่งที่เจอในปัจจุบัน ทั้งในด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ ความเชื่อ
Profile Image for Nik Nattawat.
26 reviews6 followers
April 24, 2021
เล่มนี้เหมือนอ่าน Sapien ที่แทนที่จะมองจากมุม Macro สังคมขนาดใหญ่ แต่เป็นมุมมองที่มองจาก Micro หรือร่างกายของเราแทน คุณชัชพลเขียนได้น่าสนใจและน่าติดตามมากๆ
Profile Image for Pipat Tanmontong.
114 reviews16 followers
July 10, 2018
เป็นหนังสือที่รู้สึกอยากให้เป็นแบบเรียนในสถาบันการศึกษาเลย พฤติกรรมหรือลักษณะทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันเลยในธรรมชาติเมื่อถูกร้องเรียงด้วยมุมมองงของ”วิวัฒนาการ”แล้วอธิบายได้เชื่อมโยง จนเข้าใจได้ง่ายแบบเหลือเชื่อ
Profile Image for Bonus Sarunyapat .
21 reviews
April 18, 2022
It was fun learning about our body in a fun way. All I could remember is that stress is not good for any part of your body. So it’s a great reminder for me to reduce stress in life. But I’m not much of a how of how the author writes about difference in gender and sexuality stuff.
Displaying 1 - 30 of 36 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.