เวียงสรอง ประเทศเล็ก ๆ ติดชายแดนแม่น้ำโขงกับประเทศไทยเกิดกบฎขึ้น เจ้าหลวงถูกประหารชีวิต เจ้ารอยอินทร์ ราชบุตรองค์โตพากลุ่มคนที่จงรักภักดีมาตั้งกองกำลังกู้ชาติขึ้นที่ชายแดนไทย ในขณะที่ เจ้านางรอยคำ พระธิดาองค์เล็กหลบเร้นออกจากวังหลวงในคราบเด็กผู้ชาย จนมาพบกับ ภูริต นายทหารไทยที่หนีการตามล่าของฝ่ายกบฎเพราะแอบไปเห็นการปลงพระชนม์ของเจ้าหลวง ภูริตเข้าใจว่าเจ้านางรอยคำเป็นเด็กผู้ชายจึงเรียกชื่อว่า จ้อย และขอให้นำทางไปยังชายแดนที่เจ้ารอยอินทร์เพื่อนสนิทตั้งกองกำลังอยู่ ในขณะที่เจ้านางรอยคำเองก็ต้องการเดินทางไปพบพี่ชาย ทั้งคู่รอนแรมร่วมทุกข์ร่วมสุขจนเกิดเป็นความผูกพัน ก่อนสถานะที่แท้จริงของเจ้าจ้อยจะถูกเปิดเผยเมื่อเดินทางมาถึงกองกำลังกู้ชาติ
พล็อตเรื่องการกู้ชาติของชนกลุ่มน้อยแบบนี้มีให้เห็นในหลายเรื่อง แต่สิ่งที่แตกต่างไปในโสมส่องแสงคือการเป็นนวนิยายรักที่นำเสนอความผูกพันของพระนางอย่างชัดเจน พระเอกเป็นนายทหารที่กร้าวแกร่ง เด็ดเดี่ยว นางเอกเป็นสาวน้อยวัยสิบหกที่น่ารัก มีการปลอมตัวเป็นผู้ชายที่ทำให้คนอ่านได้ลุ้น มีความผูกพันของพระ-นางที่ก่อตัวขึ้นจากการเดินทางหนีตาย ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน จนเราสัมผัสได้ถึงความรักของคนทั้งคู่
นอกจากนี้ เรื่องราวความรักชาติ มิตรภาพของเพื่อน มิตรภาพลูกผู้ชายในเรื่องก็โดดเด่นมาก ประทับใจในความเป็นเพื่อนตายของภูริตและเจ้ารอยอินทร์มากครับ ถ้ามาในยุคนี้สาววายก็เตรียมพายเรือได้เลย ในเรื่องนี้เจ้ารอยอินทร์เป็นพระรองที่บทบาทโดดเด่นไม่แพ้พระเอก และเรารู้สึกว่าเป็นตัวละครที่ทำคนอ่านตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย จนตอนนี้ไม่อยากตามไปอ่านในภาคต่อ #รอยอินทร์ เลยเพราะรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง
สิ่งหนึ่งที่เรามักได้เสมอในงานเขียนของทมยันตีก็คือคำคมและบทกลอนที่เป็นวรรคทอง อย่างในเรื่องนี้ บทกลอนที่นักอ่านหลายคนจำได้ แน่นอนว่าต้องเป็นบทนี้
"อกอุ่น นี้กว้าง แข็งนัก
ปกปัก รักษา เจ้าได้
ยามทุกข์ ยามมี โพยภัย
อุ่นใน อกนี้ อย่ามีเกรง"
เป็นประสบการณ์การอ่านนวนิยายที่ประทับใจมากครับ ไม่แปลกใจที่เรื่องนี้จะมีแต่คนพูดถึง แม้จะถูกเขียนขึ้นมาร่วมสามสิบปีแล้วก็ตาม