Jump to ratings and reviews
Rate this book

เดินทางระหว่างหู

Rate this book
“เดินทางระหว่างหู” ผลงานเล่มล่าสุดเล่มนี้ รวบรวมมาจากคอลัมน์ Out Of Tune ในนิตยสารอิมเมจ คอลัมน์นี้ทำหน้าที่พาผู้อ่านเดินทางไปสำรวจเสียงต่างๆ จากทั่วมุมโลก ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเกรี้ยวกราด ประชดประชันในบางขณะ และอ่อนหวาน อ้อยสร้อยในบางช่วง ซึ่งมีแต่นักสำรวจชีวิตผู้ลุ่มลึกเท่านั้น ที่จะมีดวงตามองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้

จากจัตุรัสเมืองเก่าในปราก ที่ไอน์สไตน์เคยเล่นไวโอลินกับคาฟก้า, ชีวิตของเด็กหนุ่มขายตัว ท่ามกลางเสียงเพลงยูอาร์ทูกู้ดทูบีทรู...ลอยละล่อง และบทสรุปที่ว่าเราทุกคนล้วนเป็นกะหรี่, อาการริษยาศูนย์วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน, เพลงที่อยากเปิดเมื่อตอนใกล้ตาย ...เราต่างก็รู้ดี เราอาจไม่ได้พบกันอีก, รักแท้มีหนึ่งเดียวคือโชแปง, การสำรวจเพลงโปรดของผู้คน เพื่อที่จะค้นพบว่าตัวเองไม่มีเพลงโปรด, เสียงละห้อยโหยของทรัมเป็ตที่ชินจูกุอันไม่อาจลืมเลือนและยังจะอะไรอีกหนอที่เขาทำให้เราเห็นว่า การเดินทางระหว่างหูช่างเป็นเส้นทางที่น่าตื่นเต้นเหลือเกิน
เพียงแค่คุณตั้งใจเงี่ยหูฟังสักนิด คุณก็จะเห็น...อย่างที่เขาเห็น

230 pages, Paperback

Published January 1, 2010

1 person is currently reading
10 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (27%)
4 stars
7 (38%)
3 stars
5 (27%)
2 stars
1 (5%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for top..
511 reviews117 followers
June 23, 2018
อยากอ่านเล่มนี้มาก และคิดเอาเองว่าน่าจะอ่านสนุกและรู้เรื่อง ด้วยระดับความรู้เรื่องดนตรีแบบผิวเผินของตนเอง ผลคืออ่านแล้วอินอยู่แค่บางบท ในขณะที่หลายๆ บท ไม่ค่อยเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้เขียนเท่าไร อาจจะเป็นเพราะไม่รู้จักเพลง หรือศิลปินนั้นๆ ด้วย เราเลยไม่สามารถสัมผัสถึงความล่องลอย เปล่าเปลี่ยวของผู้เขียนที่มีต่อบทเพลงหรือสถานที่ ตลอดจนเรื่องราวนั้นๆ ได้

ส่วนบทที่ชอบก็มักจะมีประเด็นการลาจาก หรือความตายปะปนหรือเป็นแกนหลักอยู่ เช่น เราต่างก็รู้ดี, ผู้ตกหลุมรักความเร่ร่อน, ความรักจะอยู่กับเรา, จงปลุกฉันขึ้นมาเมื่อเดือนกันยายนสิ้นสุดลง เป็นต้น บทที่รำคาญ จำชื่อไม่ได้ละ ที่พูดถึงเรื่องเสียงทรัมเป็ตที่ชินจุกุ (ซึ่งมันไปทับซ้อน เหมือนเป็นวัตถุดิบเดียวกับที่นักเขียนเคยใช้ในเล่มย่องเบาเข้าญี่ปุ่น และเราเบื่อ) อีกเรื่องคือ ขลุ่ยทองคำ อะไรคือการเปรียบเปรยขลุ่ยของเจมส์ กัลเวย์กับ กระปู๋ของชายแปลกหน้าชอบโชว์ในห้องน้ำ เสียบรรยากาศไปเลย

ภาพรวมของเนื้อหาทุกบทมันก็จะเพ้อๆ ในระดับเลเวลที่มากกว่าเล่มย่องเบาเข้าญี่ปุ่น ผู้ที่สนใจอ่าน ควรจะต้องมีความรู้ด้านดนตรีคลาสสิค โซล แจ๊ซ จนถึงเพลงละครบรอดเวย์พอสมควร ถึงจะสนุกและมีอารมณ์ร่วมไปด้วยได้ ประเภทเคยได้ยินแต่ชื่อศิลปินแบบเรา อ่านจบแล้วก็น่าจะมานั่งบ่นแบบนี้นี่แหละ
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,081 reviews180 followers
June 7, 2017
เล่มนี้ลงรายละเอียดลงไปในแนวดนตรีคลาสสิก แจ๊ส ฯลฯ ค่อนข้างลึก
ก็ได้ความรู้นะ แต่ในด้านความรู้สึก มันไม่ค่อยอิน
อาจเป็นเพราะเราไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมกับผู้เขียนไปด้วย
หนักกว่าลม ฟ้า อาหาร และเราชอบน้อยกว่าลม ฟ้า อาหาร
แม้ว่าจะภาษาสวยเช่นกัน
Profile Image for Mokseong.
32 reviews
September 20, 2020
เรื่องราวการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก และบรรดาสรรพเสียงที่เกี่ยวพันกับสถานที่แห่งนั้น สอดแทรกด้วยเกร็ดความรู้ต่างๆ ชอบข้อเขียนของคุณหนุ่มแนวนี้มากเลยค่ะ เป็นงานเขียนที่โรแมนติก แฝงด้วยความอ้างว้าง แต่ก็อบอุ่น
Profile Image for Kanokkarn.
7 reviews
September 20, 2015
Listen ! Beyond the words, sound of music and a spell of a blissfully joy along the writer's journey climate ^ - ^*)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.