แปลกนะความรัก เลิกรักก็ไม่ได้ คนดีมีอยู่ถมไป ไฉนจึงรักแต่เขา... มันอินจัดจริงๆ นะสำหรับเรื่องนี้ ไม่ค่อยชอบแนวดราม่าเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สุดจริงๆ ยอมใจคุณโสภาคเลย เขียนได้ชนิดที่ทำให้เราอินไปได้กับทุกตัวละครเลย
บทจะรักก็นุ่มนวลอ่อนหวานไปหมด
บทจะร้ายก็ปวดหนึบไปทั้งใจเลยอะ
สำคัญอย่างหนึ่งคือเพื่อน ..มิตรภาพดีๆ มิตรที่ดีที่อยู่แบ่งปันด้วยกันในยามสุขและไม่ทอดทิ้งกันในยามทุกข์
และสำคัญที่สุดที่สะท้อนให้เราเห็นคือ สังคมจะดีได้ด้วยพื้นฐานที่สำคัญนั่นก็คือ ครอบครัว
มันลงตัวไปหมดจริง ๆ สมเหตุสมผล.. ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้น ดูแค่การกระทำอย่างเดียวไม่ได้เลย ปูมหลังก็สำคัญที่ทำให้แต่ละคนเลือกที่จะแสดงออกอย่างนั้น กระทำอย่างนั้น
กลายเป็นอีกหนึ่งเล่มขึ้นหิ้งไปเลย ร้ายก็รักจริงๆ เล่มนี้
#ประทับใจบทที่พระนางเจอกันครั้งแรก เขียนได้นุ่มนวลมาก รู้สึกตกหลุกรักพระเอกในตอนนั้นเลยอะ ...เขินนนนน
#ชอบบทบรรยายเมืองมาก หลงเสน่ห์ของออสเตรียเลยล่ะ แล้วก็กลายเป็นแฟนเพลงของ Strauss ไปโดยปริยาย 555555
-สปอยล์-
มันเริ่มต้นที่ "ความรัก" อีกหนึ่งสิ่งที่โคตรจะซับซ้อนของโลกใบนี้
"วายูน" นักเรียนไทยในต่างแดน ด้วยความที่เรียนไกลบ้านและปูมหลังของครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้ตนเองรู้สึกว้าเหว่ และขาดความรัก
"รามิล" ท่านเลขานุการโทที่แสนจะเพียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งรูปลักษณ์และทรัพย์สมบัติ ..จุดนี้อีกนั่นแหละที่บอกว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ หรอก คนอาจมองว่ารามิลคือผู้ชายที่เพียบพร้อม แต่ความจริงแล้ว เขาขาดซะด้วยซ้ำ เพราะต่อให้เพียบพร้อมแค่ไหน แต่สิ่งที่เขาไม่เคยได้รู้จักเลยคือ ความรัก..แบบจริงใจแท้ ๆ เลยทำให้เขารักเร่รักเรื่อยไปอย่างนั้น
"นิโคไล" หนุ่มรัสเซียน ที่ดูจะรู้ใจตัวเองดีที่สุด และมีความรักชนิดที่เรียกว่ารักแท้เลยก็ว่าได้
ไม่แปลกใจที่สาวน้อยอย่างวายูน ผู้โหยหาความรักจากบิดา เมื่อมาเจอบุคลิกที่สุภาพ อบอุ่นของรามิล ก็ทำให้ตกหลุมรักได้ง่าย.. ต่างฝ่ายต่างรักกัน ฝ่ายหนึ่งก็เป็นรักครั้งแรกที่บริสุทธิ์ อีกฝ่ายก็รัก แบบที่เจ้าตัวไม่รู้ใจตัวเอง
ชื่นชมการเขียนเปรียบเทียบระหว่างชายสองคน คือสื่อได้ชัดเจนมาก รามิล ก็เหมือนกับสีดำ รัก(ที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว)หรือจะความหลง ความปรารถนาทางธรรมชาติของผู้ชายแท้ๆ
ในขณะที่ นิโคไล นั้น เปรียบกับสีขาว รักที่บริสุทธิ์เหลือเกิน บริสุทธิ์มากจริงๆ มันคือรักแท้ที่ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ แค่ได้เห็นคนที่รักเป็นสุขก็เท่านั้นเอง
แต่ก็ความรักเจ้ากรรมนี้แหละ ไม่เข้าใครออกใคร คนหนึ่งก็ดีเหลือเกินแต่ก็ไม่ได้รัก กับอีกคนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็รักอยู่อย่างนั้น
เมื่อมาเจอจุดพลิกผัน.. คนเราล้วนทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น สำคัญคือหลังจากนั้นต่างหากที่จะปฎิบัติตัวอย่างไร ..นับถือในความเด็ดเดี่ยว และความเข้มแข็งของวายูนจริง ๆ ที่เลือกเส้นทางนั้น ได้เห็นวายูนที่เติบโตขึ้นในอีกมุมหนึ่ง ต่างจากเด็กสาวอ่อนต่อโลกในตอนแรก และจุดพลิกผันนี่แหละ ทำให้ย้ายไปอยู่ทีมนิโคไลแทบจะทันที โอ้โห โมโหมากตอนรามิลบอกให้วายูนไปทำแท้ง ถึงจะเป็นน้ายุก็เหอะ แต่ก็น่าสงสารรามิลที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างนั้น ทำให้เข้าใจผิด ไม่ศรัทธาในผู้หญิงสักคน คิดว่าคงเหมือนกันหมด เลยทำให้ตัดสินใจอย่างนั้น แต่กว่ารามิลจะรู้ตัวว่ารักก็เกือบจะสายแล้ว แหม ตอนที่ไม่รู้ใจนี่ก็ใจดำจังพ่อคุณ พอรู้ว่ารักเท่านั้นแหละ ทุกลมหายใจเข้าออกเป็นวายูน ..เราก็ย้ายทีมกลับมาหารามิลตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าลุ้นจนบทสุดท้ายเลย //ปาดเหงื่อ
สรุปว่าจบดีมาก สมเหตุสมผลดี แค่นี้ก็ยิ้มกริ่มล่ะ แต่ก็แอบสงสารนิโคไลเป็นคนดีเหลือเกินพ่อคุณ แต่มันก็เปลี่ยนความรู้สึกไม่ได้จริง ๆ เพราะถ้าวายูนจะรู้สึกรักในแบบนั้นกับนิโคไลอยู่บ้าง ก็คงรักไปนานแล้ว ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานขนาดนั้นหรอก
#ชอบอีกอย่างคือ รามิลบอกว่า ไม่มีใครจับผมได้หรอกครับ นอกจากผมจะจับเขาเอง.. และสุดท้ายเขาก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ 55555 รู้สึกสะใจเล็กน้อย นี่ถ้าจะเสริมบทนิด ๆ ด้วยคำพูดแสบ ๆ คัน ๆ ให้คุณน้าบ้างก็คงจะดี