Jump to ratings and reviews
Rate this book

เป็นไทยต้องสู้

Rate this book
นิยายอิงพงศาวดารจีน รวมสองเรื่อง คือ "เป็นไทยต้องสู้" และ "นายแย็คผู้ฆ่าตัวตาย" พิมพ์ในชุดโครงการอนุรักษ์วรรณกรรมเก่าและหายาก อันดับที่ ๓๑ ของสนพ.ดอกหญ้า เคยตีพิมพ์ลงในหนังสือ ไทยนิกร เมื่อวันที่ 24 กค. 2482 เป็นครั้งแรก เนื้อเรื่องบ่งบอกถึงเผ่าไทยเผ่าหนึ่งทางตอนใต้ของจีน เมื่อสมัย พ.ศ.963 ซึ่งท่านว่าเป็นไทยในยุคมืดมัว เริ่มเรื่องด้วยการย้อนเท้าความอดีตถึงยุคสามก๊กบ้าง ประมาณการว่าเรื่องนี้เป็นช่วงต่อจากสามก๊กล่วงมาได้ ๑๐๐ ปีกว่าแล้ว เรื่องนี้ ยาขอบ เขียนไว้ไม่จบบริบูรณ์ ในปี 2491 ขณะที่ละครแบบใหม่ในกรุงขณะนั้นกำลังนิยม "พรานบูรพ์" (จวงจันทร์ จันทรคนา) ใครขอบทประพันธ์ของยาขอบไปแสดงเป็นละครสักเรื่องหนึ่ง เลือกได้เรื่องหนึ่งซึ่งสั้นจริงๆ ...สั้นอย่างไม่สุดสิ้นคือเรื่อง เป็นไทยต้องสู้
ยาขอบเขียนปลอมพงศาวดาร คลายกับที่เขียน ผู้ชนะสิบทิศ (ปลอมพงศาวดารพม่า) ครานี้ เขียนแบบจีนไว้อย่างน่าอ่าน แต่ก็เขียนครึ่งๆ กลางๆ แล้วทิ้งไว้ไม่รู้จักจบลงไปได้ เจ้าของละคร แจ้งแก่เจ้าของเรื่องว่า จะให้ พรานบูรพ์ เป็นผู้เขียนต่อจนจบ ซึ่ง ยาขอบก็ยินดี พรานบูรพ์จึงได้เขียนต่อ
"...ออกจากที่เขียนค้างไว้แค่ตัวเอกของเรื่องกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มจะเสียสัตย์ เพราะเจาะจงจะเห็นแก่ตัวด้วยใจเจ้าชู้ ก็ต้องกู้ให้ลูกชายเชื้อไทยคนนั้นรักลายยอมตัวตายไว้ชื่อ โดยรักษาสัตย์และประโยชน์ส่วนใหญ่คือชาติไทย..."
จบลงแล้วได้ให้ยาขอบตรวจทานจนพอใจ จึงได้มอบให้คณะละครนั้นไปฝึกซ้อมนำออกแสดง
โชติ (หรือยาขอบ) ได้บันทึกไว้ในหนังสือเรื่องนั้น ทั้งเมาและอักษรเหยเกว่า "กราบจวง, เพราะไม่เห็นใครสุจริตต่อเพื่อนฝูงเช่นนี้"
เมื่อสำนักพิมพ์เตรียมจัดพิมพ์เรื่องนี้ ได้ติดต่อทายาทของพรานบูรพ์ เพื่อขอนำบทละครเรื่องนี้มาพิมพ์ผนวกไว้ด้วย ก็ประสบกับความไม่สมหวัง ด้วยทางทายาทไม่มีต้นฉบับเก็บรักษาไว้ อ้างว่ามีผู้ขอยืมไปแล้วไม่นำมาคืนจึงสูญหายไป
ดังนั้น เป็นไทยต้องสู้ จึงค้างอยู่กลางเรื่องเช่นนั้นเอง

Paperback

First published July 1, 1988

9 people want to read

About the author

ยาขอบ

25 books14 followers
โชติ แพร่พันธุ์ หรือเจ้าของนามปากกา “ยาขอบ” ที่มีผลงานเด่นคือ ผู้ชนะสิบทิศ และอีกหลากหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นผลงานเรื่องสั้นชื่อ “เพื่อนแพง” วรรณกรรมเรื่องยาวอย่าง สามก๊กฉบับวณิพก ความเรียงปกิณกะเรื่องสินในหมึก เป็นต้น

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
0 (0%)
4 stars
0 (0%)
3 stars
1 (100%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Srisurang.
Author 15 books153 followers
July 23, 2011
ชอบสำนวนค่ะ เป็นเอกลักษณ์ของ ยาขอบ ใช้ประโยคยาวๆ ไม่แยกคำพูดกับบทบรรยายจากกัน แนวคล้ายๆ ผู้ชนะสิบทิศ คือกึ่งปลอมพงศาวดาร แต่เรื่องนี้เป็นแนวจีน
เสียดายเรื่องแรกไม่จบ...เรื่องที่สองก็แปลกดี ไม่ค่อยชอบพล็อตเรื่องเท่าไหร่
วิธีการเขียนอย่างนี้ ไม่เห็นอีกแล้วในสมัยนี้ เท่าที่จำได้ก็มีเรื่อง ราชาธิราช ของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) อีกเล่มนึงที่ใช้วิธีการเขียนอย่างนี้ คือรวมบทพูดกับการบรรยายความต่อเนื่องกันไป ย่อหน้าหนึ่งยาวๆ แล้วก็เคยเห็นตามพงศาวดารเก่าๆ แต่สำนวนไม่ใกล้เคียงกันพอจะรู้สึกว่าคล้าย
พอดีรื้อตู้หนังสือไปเจอก็เลยหยิบมาอ่านฆ่าเวลาค่ะ

ยกตัวอย่างมาสักนิดนึงให้เห็นสำนวน

....ครั้นเห็นหนุ่มฉกรรจ์พิมพ์หน้าละม้ายภรรยาตนฉะนั้น ไทผาไยสะดุ้งใจถามเอาชื่อ เจ้าหนุ่มก็เข้าไปกราบเอา ณ เท้าไทผาไย แลว่าถ้าท่านคือไทผาไยพ่อเมืองเกียนนิงแล้ว ท่านคือบิดาข้าพเจ้าไทผาซื่อ ไทผาไยรำลึกลูกตัวได้ก็มีใจยินดี คำทักของล่ำก๋องแลความชังทารกหนึ่งลืมเสีย ปีติแต่บุตรตัวใหญ่กล้า มิได้ข่าวกระทั่งคิดเหมือนตายจากแล้ว สิมามีชีวิตให้เห็นกับตาต่อหน้าบัดนี้ ก็ลูบหน้าลูบหลังด้วยความยินดี ไทผาซื่อก็ว่าข้าพเจ้าวาสนาน้อย ชะรอยเกิดมาชาติหนึ่งพบบิดาแล้ว จะอาศัยร่มเท้าบิดาให้ชื่นใจเย็นใจทีจะไม่ตลอดรุ่งอรุณนี้แล้ว คนผู้พ่อสงสัยใจสอบถามความเล่า ฝ่ายลูกก็บอกการที่เกิดขึ้นกลางสนามเกาทัณฑ์....
Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.