Pawarut Jongsirirag705 reviews138 followersFollowFollowFebruary 23, 2023เล่มที่ 4 ในชุดสินสาดลำลองตอนเเรกผมนึกว่าเป็นการเล่ม ปวศ ของการเปลี่ยนเเปลงมุมมองต่อ LGBTQ+ โดยใช้ภาพยนตตร์เป็นตัวบอกเล่า ถ้าพูดง่ายๆคือ คือเน้นไปทาง ปวศ นั่นเเหละไปๆมาๆ กลายเป็นว่า หนังสือบอกเล่าเเละวิเคราห์หนังที่มีเเก่น คือ LGBTQ+ ว่ามันมีการพัฒนาอย่างไร การ"เล่า" รวมไปถึงมุมมองที่หนังมีต่อ LGBTQ+ มีการเปลี่ยนเเปลงไปยังไงบ้างในรอบ 6 ทศวรรษ มันเลยเป็นหนังสือที่รีวิวหนังในบริบทของ ปวศ มากกว่าหนังสือ ปวศ ที่เล่าผ่านหนังเเทนเเต่ไม่ว่าจะเล่าเเบบไหน ก็อ่านสนุกอยู่ดีครับ ตลอด 6 ทศวรรษ ของ LGBTQ+ หนังได้นำเสนอมุมมอง ทั้งปัจจัยเเวดล้อมที่สังคมมองเข้ามา เเละ มุมมองของ LGBTQ+ ที่มองออกไป การถูกมองเเละเป็นผู้ที่มองออกไปเองในฐานะของผู้ที่สังคมไม่ยอมรับ ผู้ที่เป็นชายขอบ ผู้ที่ไม่อาจเข้าใจได้ ก่อให้เกิดการต่อสู้เพื่อเรียกร้องถึงความเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกพรากไปเพียงเพราะความไม่เหมือน เเละความเเตกต่าง หนังจึงเป็นเหมือนกระบอกเสียงที่เป็นได้ทั้งด้านดีในการปรับมุมมองของสังคมที่มีต่อ LGBTQ+หรืออาจะเป้นการตอกย้ำภาพจำที่สังคมมีต่อ LGBTQ+ ให้ย่ำเเย่ลงไปอีกก็ได้ ในทุกวันนี้อาจยังพูดได้ไม่เต็มปากว่า มองเห็นถึงชัยชนะ เเต่มันก็ดีขึ้นกว่าในยุคสมัยต้น 1900s มามากพอสมควรเเล้ว คงต้องลองดูกันต่อไปว่าเส้นทางของการต่อสู้นี้จะอีกยาวไกลเเค่ไหน ได้เเต่หวังว่ามันคงอีกไม่ไกลนักnon-fiction
xolove_mim8 reviews2 followersFollowFollowOctober 5, 2023“ ผู้หลงผิดคิดว่าตนเองมีศีลธรรมสูงส่งกว่าผู้อื่นเพียงเพราะรสนิยมทางเพศตรงกับบรรทัดฐานสังคม”อ่านเพลินมาก ๆ เป็นหนังสือที่ใช้เวลาอ่านค่อนข้างน้อย (อาจจะเพราะว่าเล่มบางมาก) แต่เนื้อหาในหนังสือสนุก ไม่ได้วิชาการจ๋าขนาดนั้น น่าสนใจจนวางไม่ลงหนังสือจากคณะสินสาด มอท่อ 😻🫶🏻
Afew*193 reviews30 followersFollowFollowMarch 6, 2023ตอนแรกคิดว่าจะเป็นงานวิชาการหนักๆ แต่จิงๆเป็นเหมือนการชวนมองกปป.ของภาพจำชาวLGBTQ+ในหนังตปท. 9 เรื่องจาก 6 ทศวรรษ เหมือนเป็นเกร็ดภาพยนตร์/วิเคราะห์หนังมากกว่า ไม่ได้เน้นที่ประวัติศาสตร์อะ แต่อ่านสนุกๆ ได้หนังแปลกๆมาเยอะเลย
Jessada Karnjana592 reviews9 followersFollowFollowJune 24, 2023ในส่วนของการวิเคราะห์ภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ทั้ง 9 เรื่อง ดีมาก มืออาชีพมาก น่าประทับใจ แต่ในส่วนของภาพรวมที่จะใช้สะท้อนชื่อหนังสือว่าเป็น '6 ทศวรรษของเควียร์ในภาพยนตร์จากผู้ทำลายกลายเป็นผู้สร้าง (ครอบครัว)' นั้น เรารู้สึกถึง cherry picking ถ้าเปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น วิจารณ์หนังเควียร์ที่ฉันเลือก ก็โอเคเลย ประเด็นที่ทำให้เรารู้สึกถึง cherry picking คือไม่ระบุเกณฑ์ในการเลือก 9 เรื่องที่ใช้เป็นตัวแทนแต่ละช่วงเวลา เพื่อจะเอามาร้อยเรียงกันว่านี่แหละ คือการเปลี่ยนแปลงจากผู้ทำลายครอบครัวเป็นผู้สร้างครอบครัวจริง ๆ การให้เหตุผลหลายอย่างมีน้ำหนักไม่มากพอที่จะทำให้เราเชื่อสักเท่าไร ... ลองจินตนาการสเปซของหนังเควียร์ แน่นอนว่าเป็นสเปซที่มีหลายมิติมาก ๆ แต่ลอง project ลงมาใน 2 มิติตามที่หนังสืออยากจะสื่อ คือ เวลากับดีกรีการทำลายครอบครัว (จากสร้างไปจนถึงทำลายล้าง) และสเกลไม่ใช่ประเด็น (การสร้างอาจเป็นจำนวนติดลบในมิติการทำลายก็ได้) พอเอาหนังเควียร์ทั้งหมดบนโลกมาฉายลงบนสเปซนี้ โดยหนังหนึ่งเรื่องคือจุดหนึ่งจุด จากจำนวนจุดที่เยอะมากนั้น ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างมิติทั้งสองจะเป็นยังไง (นั่นคือ ไม่ว่าดรีกรีการทำลายจะเปลี่ยนแปลงยังไงในแกนเวลา) ถ้าให้ใครสักคนเลือกจุด 9 จุดจากคนละช่วงเวลาแบบตามใจฉัน เขาสามารถลากเส้นเชื่อมจุดทั้ง 9 จุดให้เป็นเส้นตรงที่มีความชันบวก (แนวโน้มทำลายครอบครัวมากขึ้น) หรือความชันลบ (แบบหนังสือเล่มนี้) หรือไม่จะไม่ตรงแต่เป็นควอดราติก หรือกวัดแกว่งรอบจุดสมดุล หรือแม้แต่ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา จะเลือกยังไงมาพูดก็ได้ เพราะมีจุดให้เลือกเยอะมาก ประเด็นเรื่องการเลือกนี่แหละที่ไม่โน้มน้าว
百牡丹54 reviews10 followersFollowFollowJanuary 1, 2024ในตอนแรกที่อ่านต้องยอมรับว่าไม่ได้คาดหวังสิ่งที่ได้อ่านไป เพราะชื่อหนังสือทำให้เรานึกถึงประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ที่เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงในภาพยนตร์เกี่ยวกับเควีย แต่เมื่อได้อ่านไปก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกผิดหวัง เพราะหนังสือได้พาไปเปิดมุมมองและการสื่อสารออกมาในหนังแต่ละเรื่อง ยิ่งหากใครที่ได้เคยดูหนังเรื่องที่นำมาพูดถึงแล้วคงรู้สึกเข้าถึงมากกว่าเก่าเป็นแน่ เพราะผู้เขียนได้เรียบเรียงและบรรยายให้เข้าใจง่าย ไม่ได้ใช้คำศัพท์วิชาการที่ทำให้เข้าถึงยาก แต่ก็ยังคงความสุภาพของภาษาเอาไว้ หนังสือเล่มนี้ทำให้เราที่เป็นคนที่ตีความอะไรต่างๆ จากหนังไม่เก่งได้มุมมองจากหนังเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง the eternals เพราะเป็นเรื่องเดียวที่เราได้ดูจากหนังเรื่องอื่นอีกเก้าเรื่อง ทำให้เราได้เห็นมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เรากลับไปสังเกตรายละเอียดอะไรที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อน และทำให้เราอยากลองไปดูหนังเรื่องอื่นๆ ที่ถูกกล่าวถึงด้วยตาของตัวเองnon-fictions-isn-t-boring-sometimes queerness-is-always-wonderful
Jeneva Izorion165 reviews15 followersFollowFollowJune 26, 2023เหมือนทัวร์ดูหนังเกี่ยวกับ LGBT+ บางเรื่องก็มีเล่มไทย (The colored purple) ไปจนถึงซูเปอร์ฮีโร่ปัจจุบัน ทำให้เห็นทัศนคติที่เปลี่ยนไปจากเป็นเรื่องผิดบาปจนมาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าการเสนอภาพ LGBT+ ในหนังนี่เพื่อตอบรับกับการ Woke หรือเป็นการยอมรับจริง ๆ กันแน่
weun3 reviewsFollowFollowSeptember 25, 2023ด้วย concept ของชุดหนังสือที่ออกแบบทำให้อ่านง่าย เนื้อหาไม่หนักมาก และเราถือตนเองว่าเป็นคนนอก ทั่วไป แต่ก็รู้สึกสนุกที่จะอ่านและอยากจะตามไปดูหนังแต่ละเรื่องที่ยกมา อย่าง Entertaining Mr.Sloane (1970) dir. Douglas Hickox เป็นอีกเรื่องที่อยากหามาดูให้ได้This entire review has been hidden because of spoilers.