Jump to ratings and reviews
Rate this book

OVERDOSE

Rate this book
รวมเรื่องสั้นของผู้เสพติดความพ่ายแพ้เกินขนาด เดือดดาล เมามาย
ปะทุตามสันดานดิบของเจ้าของความทรงจำ
นักดนตรีร็อคพี้ยาที่กำลังตามหาความหมายชีวิต / ไอดอลหนีตามแฟนคลับ /
ฆาตกรรมกลางแสง golden hour /
ลูสเซอร์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรงแล้วกล่อมตัวเองว่าปลอดภัย /
นักเรียนเลวที่โดนทรมานจนกว่าจะเชื่อง
การกระเสือกกระสนภายใต้จักรวาลที่บังคับให้เราฝืนเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรา
พังพินาศ ดิ้นรน ร่วงหล่น โดนฉีกทึ้งตัวตนซ้ำแล้วซ้ำอีก
ไม่เหลือเศษซากที่เป็นรูปเป็นร่างพอให้ระบุได้ว่าตัวเองเป็นใคร มีชีวิตยังไง
มีความฝันอะไร เหลือไว้แต่ความแปลกแยก
จนต้องร่ำร้อง อ้อนวอนขอการให้อภัยจากตัวเอง

160 pages, Paperback

Published March 1, 2023

1 person is currently reading
17 people want to read

About the author

นิชตุล Shikak

3 books5 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
13 (35%)
4 stars
12 (32%)
3 stars
6 (16%)
2 stars
6 (16%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 11 of 11 reviews
Profile Image for bye_katchata.
40 reviews23 followers
Read
March 20, 2023
Overdose (นิชตุล Shikak)

เฉดสีของความฉิบหายมันประมาณนี้หรือเปล่า?

ในระยะเวลาสองปีให้หลังมานี้เราแตะงานที่ปะปนไปด้วยความเศร้าอย่างโฉ่งฉ่างน้อยมากจนถึงไม่ได้แตะเลย (ขยายความคำว่าโฉ่งฉ่างคือมันถูกโปรโมทผ่านสนพ. ผ่านการตลาด ผ่านกระแสนิยมของผู้บริโภคที่ร่วมสมัย) เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าอ่านเมื่อไหร่มันต้องดิ่งเมื่อนั้น เรื่องเศร้าส่วนใหญ่ที่อ่านเลยมีสัดส่วนที่น้อยมากภายในหนึ่งปีเนี่ยส่วนใหญ่จะเป็นวรรณกรรมของนักเขียนหญิงผิวสีเฉลี่ยปีละหนึ่งเล่มที่ได้ลิ้มลอง(และก็แตกสลายไปตามคาด อย่างปีที่แล้วคือ I Know Why the Caged Bird Sings ของ Maya Angelou)
.
สรุปง่ายๆ ก่อนเข้าเรื่องหนังสือก็คือเราเป็นคนที่ค่อนข้างปิดกั้นงานวรรณกรรมที่มันดำดิ่ง ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็คือมัน effect กับตัวเรามามากพอแล้วในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เราเลยหยุดอ่านงานทำนองนี้ แต่วันนี้ได้จับพลัดจับผลูมาอ่าน Overdose มันก็เป็นความรู้สึกอีกแบบ เหมือนได้เอากระจกมาตั้งแล้วมองลึกลงไปในความประหลาด ความเฮงซวย หยอกย้อน กดดัน หม่นหมอง มองไปถึงความกระเสือกกระสน ความพ่ายแพ้ที่เราโบกทับมันไว้ด้วยเรื่องดีๆ เรื่องตอแหลๆ (สำหรับคนทั่วไปคงใช้คำว่าฮีลใจ) ที่มีให้ตัวเองในทุกวัน ต้องขอบคุณกระจกบานนี้ที่ทำให้เห็นว่าตัวตนแบบนั้นของเรายังอยู่ไม่ได้ไปไหน
.
Overdose เป็นรวมเรื่องสั้นสุดดำดิ่ง แปลกประหลาด และเวีร์ยดมากในรอบหลายปีที่เราอ่าน ตอนอ่านเราแทบจะไม่ได้เทียบเคียงบริบทกับหนังสือใดๆ เลย ภาพในหัวของเรามีแต่หนังเรื่องนั้นเรื่องนี้เต็มไปหมด ถ้าย่อหน้าบนเราบอกว่าเราหลีกเลี่ยงวรรณกรรมดำดิ่งในทางกลับกันถ้ามันเป็นภาพยนตร์แล้วเราก็เราพบเจอมันได้ทุกเดือน(หรือถ้าช่วงไหนฟิตหน่อยก็เจอทุกอาทิตย์ในทุกวัน) การอ่าน Overdose เลยเป็นการรีเฟกซ์บางอย่างในสมองเรา(เหมือนการเทคยาอะไรสักอย่างตามชื่อหนังสือ)
.
ความน่าสนใจสำหรับ Overdose ที่มีต่อเรา คือมันไม่ได้กระทบแค่สภาวะบางอย่างที่เราปกปิดไว้แต่มันรวมถึงการไปหยิบความทรงจำชิ้นเล็กชิ้นน้อยสมัยที่เราเรียนหนังออกมาด้วย เนื่องจากตั้งแต่เรื่องสั้นเรื่องแรกเราคิดถึงหนังที่เราเคยทำอย่าง Ghost Town (2019, Katchata Hirunyapreecha) (หนังสั้นว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มที่ผูกเชือกแขวนคอทิ้งไว้ในห้องกับช่างภาพสาวที่กลับมาไทยและเช่าห้องเช่าอยู่โดยไม่กลับไปที่บ้านเพื่อรอวันกลับไปเรียนต่อ) คือหนังเรามันก็ไม่ได้เท่างานเขียนเขาหรอก แต่ช่วงชีวิตตอนนั้นเรารีมายแต่ความตาย ชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดทั้งเล่มมันเลยเป็นการพาเราไปกู้เศษซากสิ่งผุพังในใจเราช่วงเรียนหนังออกมามากมาย
.
พอแล้วเรื่องส่วนตัวกลับมาที่หนังสือกันดีกว่า / ต้องบอกว่าเราไม่เคยอ่านงานเขามาก่อนเลย นี่เป็นเรื่องแรก เรายังไม่รู้ว่าวิธีการเขียนเรื่องเก่าเป็นยังไงแต่สำหรับเราเรื่องนี้คือชิ้นส่วนที่มารวมกัน(fragment) โครงสร้างของเรื่องสั้นเป็นเศษส่วนจากความทรงจำ(ของตัวละคร) ที่มาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราวได้อย่างน่าประหลาดใจและคนอ่านก็ต้องกู้ซากที่บางครั้งก็ไม่ปะติดปะต่อนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะสร้างภาพในหัว(อันเป็นกลเม็ดเดียวกับการวิเคราะห์ฉากหรือซีเควนช์ในงานภาพยนตร์) เราไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะมองวิธีการเล่าแบบนี้ยังไงแต่เราค่อนข้างสนุกสนานกับการกอบกู้ชิ้นส่วนความทรงจำของเรื่องสั้นเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อที่จะสร้างภาพในหัว(วรรณกรรมขนาดยาวทำแบบนี้ไม่ได้ เทียบเคียงใกล้สุดคงเป็นงานที่เล่ากระแสสำนึกแต่มันเหนื่อยเกิน เรื่องสั้นบางเรื่องก็ทำไม่ได้แต่ Overdose ทำได้(ซึ่งเกริ่นไว้หน่อยว่าบางคนอาจไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่เราเป็นพวกชอบงานคอนเซ็ปท์เราเลยเก็ตวิธีการแปลกๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน)
.
เมื่อก่อนเราชอบคิดว่าถ้าเราเป็นอาจารย์สอนหนังเนี่ยเราจะสอนนักเรียนเขียนบทหนังยังไงให้มันเข้าใจง่ายที่สุดและมี concept ที่แข็งแรงในตัวมันเอง ตอนที่เราได้อ่านเรื่องสั้นหลายหลายเรื่องหรือทั้งหมดในเล่มก็เป็นคำตอบชั้นดีเลยว่าหนังสือเล่มนี้แหละคือหนังสือที่เราจะให้เด็กเด็กอ่าน เพราะ concept มันแข็งแรงกับการเอาไปต่อยอดเป็นหนังสั้นมาก มันเป็นหนังสั้นได้ทุกเรื่องและเก๋ด้วย เพราะฉะนั้นนักเรียนหนังคนไหนที่ผ่านมาอ่านก็จงจดจำไว้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจ
.
สุดท้ายหลังอ่านจบเราก็กลับไปนั่งฟังเพลย์ลิสท์งานศพที่เคยสร้างไว้ ฟัง Tender ของ Blur ฟัง Give up the ghost ฟัง How to disappear completely ของ Radiohead ฟัง Last ride ของ Beach House / และจะตามอ่านงานคุณตุลทั้งก่อนหน้านี้และเล่มถัดไปครับ ขอบคุณสำหรับกระจกบานนี้
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
699 reviews140 followers
August 2, 2024
เล่มที่ 3 ของพี่นิชตุล และเป็นเล่มที่จัดจ้านที่สุดจากทุกเล่มที่ผ่านมา

งานของพี่นิชตุล เป็นผลงานที่เทียบได้การกลั่นเนื้อในของตนเองมาปั้นใหม่ เข้ารูปเข้ารอยให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเรื่องสั้น ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมักรุ่มรวยอัดแน่นด้วยมวลอารมณ์ความรู้สึกที่เรียกว่าความรัก แต่เป็นความรักในแบบ BitterSweet

เริ่มต้นด้วยความหวาน ปลายทางคือความขม

เรื่องทั้งหมดจะไม่หนีไปจากท่วงทำนองนี้มากนัก ต่างกันแต่เพียงว่าเรื่องไหนจะหวานมากหวานน้อย ขมมากขมน้อย หรือช่วงเวลาใดระหว่างความหวานหรือเฝื่อนขมที่มีชีวิตอยู่นานมากกว่ากัน ซึ่งปลายทางของความรักมักจบลงที่การเลิกรา

รวมเรื่องสั้นสองเล่มที่ผ่านยึดเกาะกับแนวทางนี้แทบทั้งหมด จนมาในเล่มนี้ที่พี่นิชตุลลองก้าวเดินออกมาจาก safezone ของตนเอง ผลิตงานแนวอื่นที่ต่างไปจากเดิม

Overdose เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มที่ 3 ที่เป็นการผสมรวมระหว่างความรักและประเด็นทางสังคมที่ปรากฎในช่วงเวลานั้น ถ่ายทอดด้วยภาษาและมุมมองของนิชตุล

เรื่องไหนเป็นแบบไหน ผมอยากให้ลองไปสัมผัสเอาเอง เพราะไม่แน่ว่าเรื่องที่เราคิดว่าเป็นความรักอาจเป็นการเมืองสำหรับใครก็ได้ และในทางกลับกันสิ่งที่เป็นการเมืองอาจเป็นเรื่องราวความรักที่มองด้วยเลนส์อันใหม่ที่ไม่เคยใช้มองมาก่อน

ในเรื่องลีลาภาษา ใครที่เคยอ่านงานของพี่นิชตุลมาแล้ว คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะยังคงคุณภาพเช่นเดียวกับสองเล่มที่ผ่านมา แต่หากใครไม่เคยสัมผัสงานมาก่อนเลย ลีลางานเขียนของพี่นิชตุลคงเทียบได้กับงาน Light Novel ที่ไม่ได้เบาบางจนเกินไป มีน้ำหนักให้ยึดเกาะ โดยเฉพาะการถ่านทอดมวลของอารมณ์ที่พี่เขาทำได้ดีเสมอมา

ประเด็นที่น่าสนใจจริงๆเกี่ยวกับเล่มนี้ คงอยู่ที่แนวทางของเรื่องที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องของความรัก ซึ่งทำให้เราเห็นถึงทัศนคติบางอย่างที่ปรากฎออกมาจากงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจากเล่มที่ผ่านมา

ในแง่ของความรัก ทั้งเล่มนี้เองและเล่มอื่นๆก็ตาม ค่อนข้างชัดเจนว่ามุมมองความรักของพี่นิชตุล (และหากเราเทียบเคียงได้ว่ามันคือมมุมองความรักของคนเจนเดียวกับพี่นิชตุล) จะเป็นความรักที่ไม่ได้มีโ���เดลสำเร็จรูปว่าคนรักของฉันควรจะเป็นอย่างไร หากไม่ใช่ตามเป้าที่วางไว้แล้ว นั่นไม่ใช่ความรักที่ต้องเหลียวแล แต่ความรักที่แสดง���อกมานั้นมันเป็นความรักที่เข้ารูปที่สุดกับคำว่า "ตกหลุมรัก"

เป็นความรักที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ แต่มันพลันเกิดขึ้นเอง

เมื่อความรักผลิบานออกมาแล้ว ความยากของมันจึงเป็นการรักษาความรักที่ไม่รู้ตัวนี้ให้คงอยู่ต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิตที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน จนในที่สุดคนที่เราเคยรักอาจไม่มีอยู่แล้ว คงเหลือแต่ใครซักคนที่เราไม่าอาจเข้าใจหรือรู้จักเขาเหมือนที่ผ่านมา นอกจากสิ่งเดียวคือใบหน้า ที่เราจำได้ว่าคนนี้เองคือคนที่เรา (เคย) รัก

เรื่องสั้นเกี่ยวกับความรักของพี่นิชตุล จึงเป็นงานที่ไม่ได้นำเสนอทางออกหรือทางแก้ไขของความรักที่มี มากไปกว่าบอกกับคนอ่านว่า หากคุณคิดว่าความรักที่คุณมีมันแย่ มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณคนเดียวหรอกนะ คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราเข้าใจสิ่งที่คุณพบเจอ งานทุกชิ้นจึงเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยโอบกอดเราในวันที่ย่ำแย่โดยไม่ตัดสินว่าที่ผ่านมามันถูกหรือผิด เป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆเราในวันที่มีน้ำตา

แต่สำหรับงานอีกประเภท มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

เรื่องสั้นอีกชุดหนึ่งที่วิพากษ์สังคมการเมือง กลับเป็นงานที่ชัดเจนและดุดันกว่าความรักอย่างเทียบกันไม่ได้

งานประเภทนี้ตรงไปตรงในแนวคิด และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าในประเด็นที่กำลังนำเสนออยู่นี้ พี่นิชตุลมีมุมมองต่อมันอย่างไร เป็นความชัดเจนที่ไม่คลุมเครือเหมือนกับความรัก ที่ทะลุออกมาจากชิ้นงาน จนคนอ่านสัมผัสกับมันได้

หากงานอย่างความรัก เป็นการปลอมประโลม งานด้านสังคม ก็เป็นการปลุกเร้าให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นใดๆให้วุ่นวายวกวนให้สิ้นเปลืองเวลา

ทำให้เห็นว่า พี่นิชตุลสามารถเขียนงานได้หลากหลายมากกว่าความรักที่เจ็บปวด การก้าวออกมาจากรอยเท้าเดิมๆจึงเป็นการลองอาวุธชิ้นใหม่ กระบวนท่าใหม่ๆ ที่อาจเติบโตกลายเป็นอาวุธคู่ใจชิ้นต่อมาจากเสื้อคลุมแห่งความรักที่โอบคลุมความอบอุ่นให้กับผู้อ่าน ที่นิชตุลทำได้ดีเสมอมา

มารอดูกันว่าเล่มต่อไปจะมาในทิศทางไหน รอลุ้นกันได้เลยครับ
Profile Image for Afew*.
192 reviews29 followers
April 2, 2023
เล่มนี้สนุกแฮะ อ่านเพลินมากๆ มันทั้งเกรี้ยวกราด ทั้งเศร้าแสนเศร้า ในบางบทก็surrealและพร่ามัวเหมือนเสพยาเกินขนาดจริงๆ อีกอย่างที่ชอบคือจังหวะการเล่า มันน่าติดตามบวกกับมีตอนจบแบบที่เรารู้สึกเซอร์ไพรส์แต่ก็รู้สึกว่ามันจบสมบูรณ์ในตัวแล้วด้วย ชอบคับๆ😊
3 reviews
March 19, 2023
เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 10 เรื่องที่แก่นหลักของแต่ละเรื่องเกิดขึ้นจากความรู้สึกเดือดดาลของตัวเอกแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มซึมเศร้าว่างงาน จมอยู่กับความรู้สึกขี้แพ้, ไอดอลสาวที่หนีตามไปกับแฟนคลับ, นักศึกษาหนุ่มที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงสังคม ฯลฯ

ซึ่งทั้ง 10 เรื่องนี้มีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง และทำให้หนังสือครบรส เพราะในหนังสือเรื่องนี้ยังไม่ได้มีแต่ความเดือดดาล แต่มีทั้งเรื่องของความรัก มิตรภาพ ความสนุก ความตลกร้าย ทำให้หนังสือมีความกลมกล่อมไม่เลี่ยนไปทางใดทางหนึ่ง แต่ก็มีข้อเสียที่หนังสือเล่มนี้มียาวเพียง 158 หน้า ทำให้แต่ละเรื่องมีเนื้อหาที่ค่อนข้างสั้นและทำให้เรายังไม่อินกับตัวละครมากนัก แต่ถ้าอ่านครบทั้ง 10 เรื่องจะทำให้เราดำดิ่งกับความรู้สึกมวลรวมของหนังสือเล่มนี้ได้ ถ้าเปรียบเหมือนอาหารก็เหมือนการทานร้านข้าวต้มกับครอบครัว ที่สั่งกับข้าวหลายอย่าง มีจานผัก, จานปลา, ของทอด, ต้มยำ ที่เมื่อกินทุกอย่างแล้ว จะทำให้ได้รสชาติครบรสและไม่เบื่อ

โดยสรุปแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อยากให้ลองอ่าน เพราะได้ความแปลกใหม่ อ่านง่าย สนุก หลังอ่านจบแล้วคิดว่าแต่ละคน สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกด้านลบของตัวเองจากเรื่องสั้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งจาก 10 เรื่องนี้และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
Profile Image for MonoNoAware.
266 reviews36 followers
May 20, 2023
คุณก็เหมือนผม เราเป็นแค่คนธรรมดา ที่เมื่อขุดลึกลงไปในจิตใจตัวเองแล้วก็ยอมอ่อนยวบ บิ่นร้าว แตกสลาย ร่วงหล่น โดยไม่มีผู้คอยรับไว้ (P.150)
Profile Image for Bighead_Monster.
338 reviews
June 2, 2023
จินตนาการเบลนกับความทรงจำทับซ้อนสลักรวมออกมาเป็นเรื่องสั้นดิบดาร์กชวนใจกระตุก ชั้นเชิงการเล่าแปลกประหลาดยากจะเหมือน บนสารพันความสัมพันธ์ที่ดูดิ้นรนทุรนทุรายภายใต้เนื้อหาของแต่ละเรื่องรสขมฝาดเหมือนแคปซูลยาขมกลิ่นดาร์กช็อกโกแลต กินมากหน้าเบ้ เสพมากไประวังOVERDOSEเอาได้

TW:ความรุนแรง ความตาย/รวมเรื่องสั้น10เรื่องสุดอินดี้ที่ให้พลังด้านลบอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งเกรี้ยวกราดแต่ก็แสนเศร้า จัดจ้านไปด้วยมวลอารมณ์ เหนือจริงผสมเซตติ้งเรื่องใกล้ตัวทั่วไป ชวนให้ดำดิ่งไปกับเสี้ยวประสบการณ์อันแสนเปราะบาง มักดำเนินไปด้วยตัวละครเยาวชนไปจนถึงวัยทำงานต้น ๆ

มู้ดแอนด์โทนของแต่ละเรื่องคือให้บรรยากาศปั่นป่วน พิลึกพิลั่นข่วนจิต ดาร์กกดดันเล่นเอาใจหมอง ทั้งที่สำบัดสำนวนไม่ได้ใช้คำเลิศหรูอะไรเลย เป็นคำธรรมดาทั่วไป คล้ายงานสะบัดฝีแปรงลงสีที่ไม่ได้มีเทคนิคมากมาย แต่ดุดัน+ตรึงอารมณ์ ไม่รู้ว่าจะพบเจอกับอะไรที่มาปะทะสันดานดิบคนอ่านอีกบ้าง

คล้ายอินโทรเพลงที่ขึ้นต้นอย่างดุดัน จบลงด้วยความสั่นขวัญคนฟัง เหมือนฟังเพลงดัง ๆ ในคอนเสิร์ตที่เมื่อเสียงเพลงสิ้นสุดลงแล้ว เสียงยังเหมือนโอบล้อมตัวคนอ่านคนฟัง ตัวมันยังชา ๆ มีกลิ่นอายความเศร้าผสมไปกับความเจ็บแค้นต่อบางสิ่งบางอย่าง สลับไปกับความสัมพันธ์ ความฝัน และความแตกสลายภายในใจ

โดยรวมคือเรื่องของความรัก-ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ความคาดหวัง หลายตอนเศร้าบางตอนสุขสันต์เคล้าความตลกร้าย ตอนจบบางตอนอาจดูคล้ายว่าไม่เคลียร์เนื้อหาไม่เฉลยเมสเซสให้คนอ่านได้สบายใจนัก แต่ก็เป็นไปตามสไตล์เรื่องสั้นที่ตกตะกอนทางอารมณ์แบบนี้ อย่าคาดหวังว่าจะเข้าใจทั้งหมด แค่ลองชิมดูก่อน
Profile Image for Chawanat.
100 reviews20 followers
April 15, 2023
นี่เป็นการอ่านงานคุณตุลเล่มที่ 3 แล้ว และเล่มนี้เหมือนได้เห็นผู้เขียนทดลองอะไรใหม่ๆ ออกไปนอกเส้นทางที่คุ้นเคย เริ่มหักร้างถางพงดูว่ามันจะพาไปสู่อะไรกันนะ ในเล่มนี้เราจึงได้สัมผัสกับน้ำเสียงหลากหลายที่ไม่ใช่แบบเดียวกับเล่ม Teen Labyrinth เพราะมันไม่ใช่เสียงของตัวเองที่ปรากฏในรูปร่างต่างๆ อีกแล้ว แต่เป็นเสียงของ "คนอื่น" ที่เกิดจากการเอาตัวเองไปอยู่ในร่างใหม่แล้วถ่ายทอดเรื่องราวออกมา

หลายบทในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เหมือนถูกเขียนด้วยภาวะ overdose ตามชื่อเล่มยังไงยังงั้นเลย มันมีความเมามาย ความเป็น fragment ที่ปะติดปะต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ทั้งหมดล้วนถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างออกมาอย่างซื่อตรงซึ่งเป็นความโดดเด่นที่ทำให้เราตามอ่านงานของคุณตุลมาทุกเล่ม ในเล่มนี้มี 3 เรื่องที่เราชอบมาก คือ take me take me (เรื่องที่เขียนถึงไอดอล), fight the greys (พี่น้องที่ดมกลิ่นกำยานแล้วมองเห็นตัวประหลาดสีเทา), และ letters (จดหมายที่เขียนถึงเพื่อนร่วมชั้นทุกคน) สำหรับเรา 3 เรื่องนี้คือหมัดฮุคเลย

เวลาที่เจองานของศิลปินคนเดิมแต่เขาลองทำอะไรที่ต่างออกไป ส่วนใหญ่เรามักจะรู้สึกดีไปด้วยและอยากสนับสนุน แม้ว่ามันอาจยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไร ในฐานะคนทำงานเหมือนกัน (แม้ไม่ใช่งานเขียน) เราคิดว่าการออกไปจากความคุ้นเคยนั้นเสี่ยงอันตราย แต่ยังไงก็จะทำ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
Profile Image for mayvira.
80 reviews8 followers
Read
August 17, 2023
เรารอที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้มาประมาณนึง เพราะเคยอ่าน ไทม์ไลน์ที่สูญหาย แล้วค่อนข้างชอบ แต่น่าเสียดายที่เล่มนี้ดูจะไม่ได้ทำงานกับเราเหมือนที่คาดหวังไว้ อาจจะเป็นเพราะจังหวะเวลาหรืออะไรหลายๆอย่างในตัวเราเองที่ทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถ appreciate เรื่องราวได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร อาจจะเพราะเนื้อหามันจริงเกินไปจนทำให้ไม่สบายใจก็ได้นะ subconscious mind ก็เลยปิดหูปิดตาไม่อยากรับรู้55555

พี่ตุลเป็นนักเขียนที่ใส่ความเป็นตัวเองไปในงานค่อนข้างชัดเจน การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ quality แง่ลบของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ขอบคุณที่พี่ตุลซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองขนาดนี้ ถึงเล่มนี้จะไม่ได้มีความ personal มากเท่าไทมไลน์ฯ แต่ก็ยังรู้สึกว่าได้เห็นเศษเสี้ยวตัวตนของพี่ตุลในทุกๆเรื่อง เรื่องละนิดละหน่อย

การซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองเป็นเรื่องดีเสมอ หวังว่าการเขียนงานเล่มนี้ออกมาจะเป็นหนึ่งใน healing process ของพี่ตุลได้ค่ะ :)
1 review43 followers
March 28, 2023
Overdose (n.)
ปริมาณยาที่มากเกินหรือทำให้เกิดอันตราย
------
TW: ความรุนแรง ความตาย เซ็กส์ อื่นๆ
------
รวมเรื่องสั้นที่แสนพิลึกพิลั่น บ้าบอ ประสาท (ใจเย็นๆ) และนามธรรม หากดนตรีและภาพยนตร์มีประเภทที่เรียกว่า "อินดี้" หนังสือเล่มนี้ก็ถูกจัดอยู่ในประเภทนั้นเช่นกัน
.
คุณอาจคุ้นชินกับเรื่องที่เล่าสลับไปมาหรือเล่าเป็นเส้นตรง แต่หนังสือเล่มนี้ - หนังสืออินดี้ที่กำเนิดมาจากคำว่าอิสระภาพ มีการเล่าเรื่องที่ต่างออกไป ไม่ใช่ 1 2 3 4 แต่เป็น A 2 ก ๑ 4 5 เป็นการเล่าที่ไม่สนว่าผู้อ่านจะเข้าใจหรือไม่ ดูไปก็คล้ายรัฐเผด็จการที่ครอบงำความอิสระภาพจากเงามืด ถ้าเข้าใจก็ดี ถ้าไม่เข้าใจ นั่นก็เป็นปัญหาของคุณ (ฮา)
.
อีกทั้งมันยังเป็นหนังสือที่โคตรจะเถรตรง ไม่ได้แทรกเนื้อหา/ข้อคิดเข้าไปให้แนบเนียนเหมือนเรื่องอื่น ครอบงำนักอ่านด้วยการเล่าเรื่องที่เดือดดาล แต่พอองค์ประกอบต่างๆ ประกอบร่างกันออกมาเป็นเลือดเนื้อแล้วมันก็ เฮ้ย เจ๋ง เหมือนรัฐเผด็จการที่กล้าจะรัฐประหารตัวเอง นำโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "Overdose"
.
การมาของ Overdose เป็นอะไรที่สำคัญมาก เพราะมันสามารถรองรับและอธิบายความบ้าบอของหนังสือเล่มนี้ได้ ทุกสิ่งอย่างสามารถอธิบายได้ด้วยประโยค "ก็มัน Overdose อะ" คุณเคยเห็นคน Overdose แล้วปกติไหมล่ะ (ทั้งยาปกติและสารเสพติด) มันต้องเมามายแบบนี้แหละ ถึงนำเสนอความเป็น Overdose ได้ครบถ้วน
.
ที่ไม่ใช้คำว่า 'ปฏิวัติ' แต่เป็น 'รัฐประหาร' เพราะการยึดอำนาจครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบอบการเล่าเรื่องอะไรเลย Overdose แค่เข้ามารัฐประหารขำๆ ให้รู้ว่าที่เล่าเรื่องแบบนี้เพราะคอนเซปต์มันเป็นแบบนี้ แล้วปกครองประชาชนผู้อ่านต่อด้วยความเมามายเช่นเดิม
.
หากคุณกำลังตามหารสชาติการอ่านที่แปลกใหม่ เหนือความเป็นจริง จัดจ้านไปด้วยอารมณ์ และดำดิ่งไปกับเศษเสี้ยวประสบการณ์ที่แตกสลายของเหล่าตัวละครที่ล้อไปกับเรื่องใกล้ถึงไกลตัว คุณอาจจะต้องลอง Overdose ดูสักครั้ง ใช่ ผมหมายถึงคุณต้องลองอ่านอะไรที่มันเกินขนาด เฉกเช่นหนังสือเล่มนี้
.
หรือหากคุณกำลังหาเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะแหลกเป็นผุยผงไปพร้อมกับคุณ เล่มนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เช่นเดียวกับเรื่อง "ในโลกนี้เราต่างเป็นมนุษย์ต่างดาว" ที่เคยรีวิวไว้ แต่ระวังด้วย มันไม่มีการปลอบโยนอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ประโยคที่สวยงามดั่งช่วงเวลา golden hour
.
ถึงจะมี มันคงจะบอกคุณว่า golden hour ไม่ใช่แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ที่ย้อมผืนนภาเป็นสีทอง หากคือดวงอาทิตย์ - สัญลักษณ์แห่งความหวัง ความมั่นใจ ความแข็งแกร่ง ที่ระเบิด ระเบิดจนเละเทะ ชิ้นส่วนกระจุยกระจายไปตกใส่พวกก้อนปุยกลางฟ้าที่อ้าปากรอเขมือบเหยื่อที่ตกลงมา กลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เศษซากประกายแสง ทิ้งไว้แต่ความมืดมิดยามรัตติกาล วกเวียนผ่านคืนวันดั่งวังวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือ golden hour ที่คุณจะพบเจอ
.
สุดท้าย บทสรุปของเล่มนี้เพียงอยากให้คุณ ผู้ร่วงหล่น แหลกสลาย ไร้ความหวัง มีภูมิคุ้มกันมากพอ พอที่จะผ่านวันคืนแต่ละวันไปได้ ในเรื่องก็ไม่ได้โฟกัสที่การเมามายหรือเมายาอะไรมาก หากเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาจากเจตจำนงของนักเขียน ท้ายสุดผมเลยต้องมานั่งแก้นิยามของคำว่า Overdose ในเล่มนี้เสียหน่อย เพราะแท้จริงแล้วมันคงจะหมายความว่า...
.
Overdose (n.)
ประสบการณ์และความรู้สึกที่ล้นหลาม รุนแรง เกินมนุษย์ปกติจะรับไหว - แอดแงว
Profile Image for Natdanai Max.
2 reviews
May 11, 2024
เอาจริงๆเล่มนี้โหดมากดิ่งก็ดิ่งสุด เจ็บก็เจ็บสุด สะใจก็สะใจสุด
แต่ในทุกเรื่องในเล่มนี้แม่งrealโคตรๆ
.
เราชอบเรื่อง The drunker games มากกก
`กูไม่กลัวพวกมึงหรอก ไอพวกผู้ใหญ่เหี้ยบ้าอำนาจ‘
จริงๆนะเรื่องมีดนักเรียนดีที่เราโดนปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กว่าต้องเป็นแบบนี้ทำแบบนี้แล้วจะมีอนาคตที่ดี ?
WTF
.
เราไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกต่อหนังสือเล่มนี้ยังไง
มันเศร้าแสนเศร้า realจนรู้สึกเหมือนเรากำลังเสพความเศร้าเกินขนาด เอาเป็นว่ามันครบรสมากๆ
.
ขอบคุณoverdoseที่อยู่เป็นเพื่อนครับ 💉🖤
เป็นกำลังใจให้พี่ตุลในการเขียนเล่มต่อไปครับ🫶🏻
Profile Image for 0nceuponadream.
11 reviews
November 21, 2025
จากคำโปรยเลยโดนตกมาอ่าน เป็นหนังสือที่อ่านแล้วก็รู้สึกชอบที่นำเสนอในเรื่องสั้นต่างๆ แต่ด้วยความที่เป็นเรื่องสั้นทำให้เราไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมมากและไม่เข้าใจตัวละครว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ทำแบบนี้ อาจจะด้วยประสบการณ์ผู้อ่านที่ยังไม่มากพอ ทำให้ไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างได้อย่างแท้จริง ตอนอ่านแอบมีงงๆบ้าง แต่หากโอกาสหน้าเมื่อสั่งสมและตกตะกอนอะไรได้มากขึ้น ก็อยากจะกลับมาอ่านอีกครั้ง เพื่อจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น
Displaying 1 - 11 of 11 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.