Toon14 reviewsFollowFollowApril 10, 2024อุโมงค์ ของ โยชิมุระในกลุ่มนิยายระทึกขวัญไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหยิบมาอ่านสักเรื่อง จึงได้ขอคำแนะนำจาก”เมนคูนเพื่อนนักอ่าน” ว่าควรอ่านเล่มไหนดีในช่วงวันหยุดยาว ในส่วนตัวมักจะอ่านหนังสือประเภทนี้ไม่ค่อยจบ เพราะนิยายระทึกขวัญมักจะเฉลยปมต่างๆก่อนจะถึงตอนที่สำคัญ ทำให้หมดความท้าทายที่จะอ่านต่อ ผู้อ่านคาดหวังเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เหมือนเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้อ่านและผู้เขียน อยากจะประลองภูมิปัญญาในการเชือดเฉือนกับเรื่องราวภายในหนังสือว่าผู้อ่านจะคาดเดาเรื่องราวล้วงหน้าได้หรือไม่ ความรู้สึกที่ได้อ่าน “อุโมงค์” เหมือนเราได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านการแอบดูผ่านผนังข้างห้อง เรื่องราวเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ได้รับความตื่นเต้น เร้าใจ พร้อมกับการสร้างบรรยากาศกดดันไปเรื่อยๆ นี้อาจเป็นเสน่ห์ของ โยชิมุระ แบบไม่ต้องหักมุม แต่ได้สร้างความสงสัยให้กับผู้อ่านให้ติดตามเรื่อยๆ ในจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ไปคนละทิศไปคนละทาง ผู้อ่านแอบคาดหวังมากกว่านี้ ในระหว่างการอ่านตอนเวลากลางคืนคนเดียว “อุโมงค์”มอบความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้ทำกิจกรรมที่ผาดโผน เป็นนิยายระทึกขวัญที่ผู้อ่านได้รับความรู้สึกกลัวหวาดระแวงความมืด ในแง่ของความคิด “อุโมงค์” ได้เห็นถึงการชี้นำทางความคิด การต่อสู้กันระหว่างความเชื่อ วาทกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นมักมีเหตุผลทั้งสิ้น และยากเกินจะคาดเดา
Philm1 reviewFollowFollowFebruary 12, 2022งานเขียนที่เจาะลึกสู่ความดำมืดอันเป็นพื้นฐานในสันดานมนุษย์โดยดำเนินเรื่องผ่านพล็อตนิยายสืบสวนที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายสยองขวัญผู้เขียนเล่าเรื่องในลักษณะเดียวกับนิยายสืบสวนสอบสวนญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดแนวคิดที่ว่า ในจิตใจของมนุษย์ทุกคนล้วนมี "ความปกติ" และ "ความผิดปกติ" มนุษย์ไม่ควรปฏิบัติกับผู้มีความบกพร่องทางจิตอย่างผิดแผกหรือมีข้อยกเว้น การกระทำเช่นนั้นเกิดจากความกลัวและความหยิ่งยโสของกลุ่มคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าคนเหล่านั้นโดยอ้างนามของมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน และเราควรโอบรับ "ความผิดปกติ" นี้ มิใช่เพื่อให้พวกเราฆ่าฟันกันอย่างโหดเหี้ยมเช่นบรรพชน แต่เพื่่อให้เราเผชิญหน้ากับ "ปัญหา" นี้ได้อย่างตรงไปตรงมาเราค่อนข้างถูกใจหนังสือสืบสวนสอบสวนที่ Jbooks พิมพ์และไล่ตามอ่านมาหลายเล่ม เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผู้เขียนถ่ายทอดทั้งพล็อตเรื่องและแนวคิดของตนเองออกมาได้อย่างเข้มข้นกว่าหลายเล่มที่อ่านมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ผู้แปลก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดี นอกจากจะส่งความรู้สึกหวาดกลัว ขยะแขยงและอึดอัดมาถึงผู้อ่านในภาษาปลายทางแล้ว ยังทำการบ้านเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และปรัชญาอย่างดีด้วย ส่วนจุดที่หลายคนบอกว่าไม่ถูกใจอย่างเช่นการปิดเรื่องที่ห้วน ๆ เรารู้สึกว่าเป็นกลวิธีการหนึ่งของหนังสือหลังยุคสมัยใหม่ อาจตีความได้ว่าผู้เขียนต้องการสื่อว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสาเหตุของการหายตัวไปของทุกคน แต่ให้ความสำคัญมากกว่าว่าหลังพวกเขาได้รับรู้ "ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์" แล้ว มันทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาบ้าง
Jessada Karnjana591 reviews9 followersFollowFollowMay 27, 2022เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามที่ได้อ่าน ผลงานของโยชิมุระ ทัตสึยะ สองเรื่องก่อนหน้า โทรศัพท์มือถือ กับ เพื่อนทางจดหมาย ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายนะครับ เล่มนี้ก็เหมือนกัน บทสรุปของเรื่องที่ออกแนวนิทานสอนใจ ว่าอย่าไปด่วนตัดสินคนบ้าคนไม่บ้านั้นค่อนข้างดี และเห็นด้วย แง่บรรยากาศของเรื่องที่ชวนติดตามผ่านเหตุการณ์สืบสวนการตายต่าง ๆ รวมถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับก็สร้างได้ดี เสียก็ตรงที่เอาเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปรัชญามายำกันมั่วและขาดการค้นคว้านี่แหละ ทำให้ผู้อ่านไม่คล้อยตามไปด้วย เลยมองว่าอีนี่หนักไปทางเพี้ยน เช่น ความพยายามเก๋ ๆ ที่จะโยงจำนวนจินตภาพ i (ผู้แปลแปลว่า 'ตัวเลขสมมติ' อันนี้พูดว่าทำการบ้านมายังไม่ถึงที่สุดได้มั้ง แต่โดยภาพรวมก็แปลดี อ่านลื่นนะครับ) ว่าเป็นจำนวนที่คนจินตนการไม่ได้ แถมให้นิยามผิด ๆ ว่าเป็นจำนวนที่คูณกันแล้วเป็นค่าลบ (แต่ถ้าพูดว่าจำนวนที่คูณกับตัวมันเองแล้วเป็นค่าลบ ก็โอเค) ซึ่งผมไม่เข้าใจลอจิกของผู้เขียนเท่าไร ด้วย i มันก็ exist เหมือนที่จำนวนจริง exist และถูกนำไปใช้อธิบาย reality ได้เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแค่ชื่อ imaginary มันอาจชวนให้สับสนหน่อยเท่านั้นเอง จะว่าไป ถ้าทัตสึยะค้นคว้าและทำให้การผสานของศาสตร์เหล่านี้เป็น fiction ที่ชวนเชื่อกว่าเดิมอีกระดับ ไม่ว่ามันจะหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม ผมคงประทับใจมากกว่านี้ ส่วนเรื่องความสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก คงบอกว่าผ่าน
Manchulika113 reviews17 followersFollowFollowJanuary 20, 2022เลือกอ่านตอนแรกเพราะเข้าใจว่าเป็นสืบสวน แต่อ่านไปครึ่งเล่มเริ่มรู้ได้ว่าเข้าใจผิดไปเยอะ ครึ่งแรกมีแต่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ aka เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของ*วิทยาศาสตร์*ทั้งนั้น อืม นี่มันไม่ใช่สืบสวนเลยนี่นา ขอเรียกด้วยคำที่คิดขึ้นมาเองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยายปรัชญาสยองขวัญก็แล้วกันชอบทฤษฎีหนูหัวกลับที่อธิบายการสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษของมนุษย์มาก ไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้มาก่อน เป็นประสบการณ์การอ่านที่ทั้งหลอนและ thought-provoking ในเวลาเดียวกัน เพราะไม่เคยอ่านหนังสือสไตล์นี้มาก่อน และคิดว่าคงไม่สามารถให้คะแนนรีวิวตามเกณฑ์นิยายสืบสวนได้ เลยให้ 4.5 ดาวไปด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า some part of me has changed after reading this แล้วกัน
Nott Pattaradanai24 reviewsFollowFollowAugust 8, 2021อ่านง่าย ลื่นไหล สนุก พยายามทำตัวเป็น the ring ในตอนจบแต่ไปไม่สุดเหมือนเค้า มีนักสืบพลังพิเศษด้วยซึ่งไม่เข้าใจว่ามันจำเป็นตรงไหน และจบเรื่องได้ห้วนมากการปูเรื่องแบบสยองขวัญทำได้ดี ฉากฆ่า ฉากตาย การตัดสลับฉากไปมาไม่งง แต่การจบปมทั้งหมดแบบในเรื่องคือจืดมาก เซ็งมาก เหมือนเฉลยหมดแต่รู้สึกมันไปไม่สุดfiction
anna l10 reviews1 followerFollowFollowFebruary 18, 2021for me, from the beginning to the middle it's very captivating but i don't really like the ending tho so i 'd give this 3/5
Bellbomb BellbombAuthor 14 books14 followersFollowFollowOctober 17, 2011เป็นเรื่องที่ออกมาในช่วงที่ J-Mystery ของบลิสกำลังรุ่งเรือง (ไม่อยากบอกว่า ไม่ชอบงานยุคหลังๆ ของบลิสที่เน้นไลท์โนเวลเลย ตามกระแสเกิ๊น) สำหรับเรื่องนี้ มีปมที่สลับซับซ้อนในเชิงที่พยายามนำเอาทฤษฎีหนูกลับหัวหรือแนวๆ นี้มาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เท้าความย้อนไปถึงอดีตหลายร้อยหลายพันปีเกี่ยวกับการสืบเชื้อสายและการตามล้างแค้น เนื่องจากเคยอ่านตั้งแต่ตอนที่หนังสือออกใหม่ๆ เลยทำให้จำเนื้อเรื่องละเอียดไม่ได้แล้ว แต่ตอนท้ายๆ เรื่องจะมีการรวมผู้เชี่ยวชาญหลายด้านทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์มารวมตัวกันเพื่อแก้ปริศนาที่ผู้คนหายไป และเพื่อนำพวกเขากลับมา ซึ่งรู้สึกว่าจะมีปมเรื่องโทรทัศน์เข้ามาเกี่ยว ส่วนตัวรู้สึกว่าตอนจบคล้ายหนังไปหน่อย แต่ชอบแนวคิดทฤษฎีหนูกลับหัวในเรื่องมาก จากที่เมื่อก่อนเราไม่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด พออ่านเรื่องนี้แล้วได้แนวคิดใหม่ว่าบางทีอาจเป็นไปได้ ในเชิงที่ว่าคนที่บอกว่าเขากลับชาติมาเกิดแล้วจำเรื่องราวในอดีตได้ อาจเป็นเพราะยีนที่ได้ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมันมีเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถ่ายทอดมาให้ ก็เป็นการตีความส่วนตัวเอาเองน่ะค่ะ ในหนังสือไม่ได้พูดตรงนี้หรอก ถ้าใครชอบอ่านแนวลึกลับซ่อนเงื่อนเหนือธรรมชาติแนวๆ The Ring ก็น่าจะอ่านแล้วเพลินอยู่ที่ให้สามดาว เพราะไม่ค่อยพอใจตอนจบเท่าไหร่ รู้สึกว่าการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยใช้แก้ปมในเรื่องยังไม่ค่อยเนียน และอยากให้มันสะท้อนปรัชญาลึกซึ้งกว่านั้น แต่ก็เป็นรสนิยมส่วนตัวค่ะmystery
moomooread172 reviews33 followersFollowFollowOctober 30, 2017อ่านครั้งแรกตอนตอนป.6 แต่ยังชอบจนถึงทุกวันนี้ เวลานึกถึงทีไรก็อยากอ่านใหม่ทุกครั้ง จำได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รวมแนวคิดหลายแนวเข้าด้วยกัน มีทั้งการสืบคดีโดยใช้วิทยาศาสตร์ในสมัยปัจจุบัน และมีการใช้การกลับชาติมาเกิดมาเป็นหนึ่งในปมเรื่อง ทำให้ตอนนั้น (ที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกเท่าไหร่นัก) รู้สึกขนลุก ทึ่งในการที่ศาสตร์ทั้งสองศาสตร์มาผสมกันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ในเรื่องยังมีการเอาทฤษฎีคำนวนหนูหัวกลับมาใช้ผูกปมในเรื่องในสนุกขึ้นด้วย**ทฤษฎีนี้สรุปว่าเราอาจะมีบรรพบุรุษร่วมกับใครก็ได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมจากคนหลายคนThis entire review has been hidden because of spoilers.