Jump to ratings and reviews
Rate this book

อุโมงค์

Rate this book
เด็กสาวคนหนึ่งฆ่าตัวตายในสภาพนัยน์ตาเบิกโพลง มีก้านไม้ขีดค้ำยันเปลือกตาไว้ ตามติดด้วยคดีพิลึกพิลั่นอีกหลากหลาย แต่ที่ฮือฮาคงหนีไม่พ้นเหตุหายสาบสูญของผู้ชมภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ ทั้ง 374 คน

นักข่าวหนุ่มได้รับคำสั่งให้สืบค้นคดี ซึ่งมีชายถูกฆ่าโดยใช้วิธีทรมานคนแบบโบราณ ทว่าในจุดเกิดเหตุเขากลับได้เห็นภาพเหตุการณ์ลึกลับในอดีต ซึ่งเป็นชนวนเหตุของคดีประหลาดทั้งหมด

280 pages, Paperback

First published October 1, 2007

1 person is currently reading
29 people want to read

About the author

Tatsuya Yoshimura

61 books3 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (30%)
4 stars
7 (30%)
3 stars
8 (34%)
2 stars
1 (4%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for Toon.
14 reviews
April 10, 2024
อุโมงค์ ของ โยชิมุระ
ในกลุ่มนิยายระทึกขวัญไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหยิบมาอ่านสักเรื่อง จึงได้ขอคำแนะนำจาก”เมนคูนเพื่อนนักอ่าน” ว่าควรอ่านเล่มไหนดีในช่วงวันหยุดยาว ในส่วนตัวมักจะอ่านหนังสือประเภทนี้ไม่ค่อยจบ เพราะนิยายระทึกขวัญมักจะเฉลยปมต่างๆก่อนจะถึงตอนที่สำคัญ ทำให้หมดความท้าทายที่จะอ่านต่อ ผู้อ่านคาดหวังเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เหมือนเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้อ่านและผู้เขียน อยากจะประลองภูมิปัญญาในการเชือดเฉือนกับเรื่องราวภายในหนังสือว่าผู้อ่านจะคาดเดาเรื่องราวล้วงหน้าได้หรือไม่ ความรู้สึกที่ได้อ่าน “อุโมงค์” เหมือนเราได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านการแอบดูผ่านผนังข้างห้อง เรื่องราวเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ได้รับความตื่นเต้น เร้าใจ พร้อมกับการสร้างบรรยากาศกดดันไปเรื่อยๆ นี้อาจเป็นเสน่ห์ของ โยชิมุระ แบบไม่ต้องหักมุม แต่ได้สร้างความสงสัยให้กับผู้อ่านให้ติดตามเรื่อยๆ ในจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ไปคนละทิศไปคนละทาง ผู้อ่านแอบคาดหวังมากกว่านี้ ในระหว่างการอ่านตอนเวลากลางคืนคนเดียว “อุโมงค์”มอบความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้ทำกิจกรรมที่ผาดโผน เป็นนิยายระทึกขวัญที่ผู้อ่านได้รับความรู้สึกกลัวหวาดระแวงความมืด ในแง่ของความคิด “อุโมงค์” ได้เห็นถึงการชี้นำทางความคิด การต่อสู้กันระหว่างความเชื่อ วาทกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นมักมีเหตุผลทั้งสิ้น และยากเกินจะคาดเดา
1 review
February 12, 2022
งานเขียนที่เจาะลึกสู่ความดำมืดอันเป็นพื้นฐานในสันดานมนุษย์โดยดำเนินเรื่องผ่านพล็อตนิยายสืบสวนที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายสยองขวัญ

ผู้เขียนเล่าเรื่องในลักษณะเดียวกับนิยายสืบสวนสอบสวนญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดแนวคิดที่ว่า ในจิตใจของมนุษย์ทุกคนล้วนมี "ความปกติ" และ "ความผิดปกติ" มนุษย์ไม่ควรปฏิบัติกับผู้มีความบกพร่องทางจิตอย่างผิดแผกหรือมีข้อยกเว้น การกระทำเช่นนั้นเกิดจากความกลัวและความหยิ่งยโสของกลุ่มคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าคนเหล่านั้นโดยอ้างนามของมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน และเราควรโอบรับ "ความผิดปกติ" นี้ มิใช่เพื่อให้พวกเราฆ่าฟันกันอย่างโหดเหี้ยมเช่นบรรพชน แต่เพื่่อให้เราเผชิญหน้ากับ "ปัญหา" นี้ได้อย่างตรงไปตรงมา

เราค่อนข้างถูกใจหนังสือสืบสวนสอบสวนที่ Jbooks พิมพ์และไล่ตามอ่านมาหลายเล่ม เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผู้เขียนถ่ายทอดทั้งพล็อตเรื่องและแนวคิดของตนเองออกมาได้อย่างเข้มข้นกว่าหลายเล่มที่อ่านมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ผู้แปลก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดี นอกจากจะส่งความรู้สึกหวาดกลัว ขยะแขยงและอึดอัดมาถึงผู้อ่านในภาษาปลายทางแล้ว ยังทำการบ้านเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และปรัชญาอย่างดีด้วย ส่วนจุดที่หลายคนบอกว่าไม่ถูกใจอย่างเช่นการปิดเรื่องที่ห้วน ๆ เรารู้สึกว่าเป็นกลวิธีการหนึ่งของหนังสือหลังยุคสมัยใหม่ อาจตีความได้ว่าผู้เขียนต้องการสื่อว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสาเหตุของการหายตัวไปของทุกคน แต่ให้ความสำคัญมากกว่าว่าหลังพวกเขาได้รับรู้ "ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์" แล้ว มันทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาบ้าง
Profile Image for Jessada Karnjana.
591 reviews9 followers
May 27, 2022
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามที่ได้อ่าน ผลงานของโยชิมุระ ทัตสึยะ สองเรื่องก่อนหน้า โทรศัพท์มือถือ กับ เพื่อนทางจดหมาย ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายนะครับ เล่มนี้ก็เหมือนกัน บทสรุปของเรื่องที่ออกแนวนิทานสอนใจ ว่าอย่าไปด่วนตัดสินคนบ้าคนไม่บ้านั้นค่อนข้างดี และเห็นด้วย แง่บรรยากาศของเรื่องที่ชวนติดตามผ่านเหตุการณ์สืบสวนการตายต่าง ๆ รวมถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับก็สร้างได้ดี เสียก็ตรงที่เอาเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปรัชญามายำกันมั่วและขาดการค้นคว้านี่แหละ ทำให้ผู้อ่านไม่คล้อยตามไปด้วย เลยมองว่าอีนี่หนักไปทางเพี้ยน เช่น ความพยายามเก๋ ๆ ที่จะโยงจำนวนจินตภาพ i (ผู้แปลแปลว่า 'ตัวเลขสมมติ' อันนี้พูดว่าทำการบ้านมายังไม่ถึงที่สุดได้มั้ง แต่โดยภาพรวมก็แปลดี อ่านลื่นนะครับ) ว่าเป็นจำนวนที่คนจินตนการไม่ได้ แถมให้นิยามผิด ๆ ว่าเป็นจำนวนที่คูณกันแล้วเป็นค่าลบ (แต่ถ้าพูดว่าจำนวนที่คูณกับตัวมันเองแล้วเป็นค่าลบ ก็โอเค) ซึ่งผมไม่เข้าใจลอจิกของผู้เขียนเท่าไร ด้วย i มันก็ exist เหมือนที่จำนวนจริง exist และถูกนำไปใช้อธิบาย reality ได้เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแค่ชื่อ imaginary มันอาจชวนให้สับสนหน่อยเท่านั้นเอง จะว่าไป ถ้าทัตสึยะค้นคว้าและทำให้การผสานของศาสตร์เหล่านี้เป็น fiction ที่ชวนเชื่อกว่าเดิมอีกระดับ ไม่ว่ามันจะหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม ผมคงประทับใจมากกว่านี้ ส่วนเรื่องความสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก คงบอกว่าผ่าน
Profile Image for Manchulika.
113 reviews17 followers
January 20, 2022
เลือกอ่านตอนแรกเพราะเข้าใจว่าเป็นสืบสวน แต่อ่านไปครึ่งเล่มเริ่มรู้ได้ว่าเข้าใจผิดไปเยอะ ครึ่งแรกมีแต่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ aka เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของ*วิทยาศาสตร์*ทั้งนั้น อืม นี่มันไม่ใช่สืบสวนเลยนี่นา ขอเรียกด้วยคำที่คิดขึ้นมาเองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยายปรัชญาสยองขวัญก็แล้วกัน

ชอบทฤษฎีหนูหัวกลับที่อธิบายการสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษของมนุษย์มาก ไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้มาก่อน เป็นประสบการณ์การอ่านที่ทั้งหลอนและ thought-provoking ในเวลาเดียวกัน

เพราะไม่เคยอ่านหนังสือสไตล์นี้มาก่อน และคิดว่าคงไม่สามารถให้คะแนนรีวิวตามเกณฑ์นิยายสืบสวนได้ เลยให้ 4.5 ดาวไปด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า some part of me has changed after reading this แล้วกัน
Profile Image for Nott Pattaradanai.
24 reviews
August 8, 2021
อ่านง่าย ลื่นไหล สนุก พยายามทำตัวเป็น the ring ในตอนจบแต่ไปไม่สุดเหมือนเค้า มีนักสืบพลังพิเศษด้วยซึ่งไม่เข้าใจว่ามันจำเป็นตรงไหน และจบเรื่องได้ห้วนมาก

การปูเรื่องแบบสยองขวัญทำได้ดี ฉากฆ่า ฉากตาย การตัดสลับฉากไปมาไม่งง แต่การจบปมทั้งหมดแบบในเรื่องคือจืดมาก เซ็งมาก เหมือนเฉลยหมดแต่รู้สึกมันไปไม่สุด
Profile Image for anna l.
10 reviews1 follower
February 18, 2021
for me, from the beginning to the middle it's very captivating but i don't really like the ending tho so i 'd give this 3/5
Profile Image for Bellbomb Bellbomb.
Author 14 books14 followers
October 17, 2011
เป็นเรื่องที่ออกมาในช่วงที่ J-Mystery ของบลิสกำลังรุ่งเรือง (ไม่อยากบอกว่า ไม่ชอบงานยุคหลังๆ ของบลิสที่เน้นไลท์โนเวลเลย ตามกระแสเกิ๊น) สำหรับเรื่องนี้ มีปมที่สลับซับซ้อนในเชิงที่พยายามนำเอาทฤษฎีหนูกลับหัวหรือแนวๆ นี้มาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เท้าความย้อนไปถึงอดีตหลายร้อยหลายพันปีเกี่ยวกับการสืบเชื้อสายและการตามล้างแค้น เนื่องจากเคยอ่านตั้งแต่ตอนที่หนังสือออกใหม่ๆ เลยทำให้จำเนื้อเรื่องละเอียดไม่ได้แล้ว แต่ตอนท้ายๆ เรื่องจะมีการรวมผู้เชี่ยวชาญหลายด้านทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์มารวมตัวกันเพื่อแก้ปริศนาที่ผู้คนหายไป และเพื่อนำพวกเขากลับมา ซึ่งรู้สึกว่าจะมีปมเรื่องโทรทัศน์เข้ามาเกี่ยว ส่วนตัวรู้สึกว่าตอนจบคล้ายหนังไปหน่อย แต่ชอบแนวคิดทฤษฎีหนูกลับหัวในเรื่องมาก จากที่เมื่อก่อนเราไม่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด พออ่านเรื่องนี้แล้วได้แนวคิดใหม่ว่าบางทีอาจเป็นไปได้ ในเชิงที่ว่าคนที่บอกว่าเขากลับชาติมาเกิดแล้วจำเรื่องราวในอดีตได้ อาจเป็นเพราะยีนที่ได้ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมันมีเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถ่ายทอดมาให้ ก็เป็นการตีความส่วนตัวเอาเองน่ะค่ะ ในหนังสือไม่ได้พูดตรงนี้หรอก ถ้าใครชอบอ่านแนวลึกลับซ่อนเงื่อนเหนือธรรมชาติแนวๆ The Ring ก็น่าจะอ่านแล้วเพลินอยู่

ที่ให้สามดาว เพราะไม่ค่อยพอใจตอนจบเท่าไหร่ รู้สึกว่าการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยใช้แก้ปมในเรื่องยังไม่ค่อยเนียน และอยากให้มันสะท้อนปรัชญาลึกซึ้งกว่านั้น แต่ก็เป็นรสนิยมส่วนตัวค่ะ
Profile Image for moomooread.
172 reviews33 followers
October 30, 2017
อ่านครั้งแรกตอนตอนป.6 แต่ยังชอบจนถึงทุกวันนี้ เวลานึกถึงทีไรก็อยากอ่านใหม่ทุกครั้ง จำได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รวมแนวคิดหลายแนวเข้าด้วยกัน มีทั้งการสืบคดีโดยใช้วิทยาศาสตร์ในสมัยปัจจุบัน และมีการใช้การกลับชาติมาเกิดมาเป็นหนึ่งในปมเรื่อง ทำให้ตอนนั้น (ที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกเท่าไหร่นัก) รู้สึกขนลุก ทึ่งในการที่ศาสตร์ทั้งสองศาสตร์มาผสมกันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ในเรื่องยังมีการเอาทฤษฎีคำนวนหนูหัวกลับมาใช้ผูกปมในเรื่องในสนุกขึ้นด้วย
**ทฤษฎีนี้สรุปว่าเราอาจะมีบรรพบุรุษร่วมกับใครก็ได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมจากคนหลายคน
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.