เหนื่อย แบบจบสักที หนังสือพูดถึงเรื่องจิต การตระหนักรู้ถึงปัญญา เปรียบเปรยว่าลึกๆ แล้วมนุษย์เรามีสถานะทั้งการเป็นเต้ารับเต้าเสียบ ซึ่งหากอยู่ในรูปแบบของเต้ารับแล้วสามารถปรับคลื่นสัญญาณให้ตรงกับเต้าเสียบได้ จะช่วยให้สัมผัสหรือรับรู้เกี่ยวกับนัยยะของการกระทำทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวของฝั่งเต้าเสียบได้ สุดท้ายก็บูมม กลายเป็นอีกหนึ่งลัทธิทรงเจ้าเข้าผียุคใหม่
ส่วนตัวเราว่าความบันเทิงค่อนข้างน้อย ยกเว้นจะสนใจด้านจิตวิเคราะห์ พวกความสยองขวัญแนวใหม่ที่กล่าวกันว่าเทียบเคียงตอนริงกุปรากฏกายบนบรรณพิภพนั้น ไม่ค่อยส่งผลอะไรกับเรานัก จะมีบางช่วงที่ตัวละครค้นหาตนเองและตื่นเต้นอย่างหนักจนถ่ายทอดออกมาไม่รู้ว่าเป็นภาพหลอนหรือเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงนั้นทำให้นึกถึง the bell jar ของซิลเวียแพล็ตช่วงปลายๆ ในเวอร์ชั่นไซไฟ ซึ่งน่าจะนึกออกว่ามันไม่ได้น่ากลัว แค่น่าสนใจใคร่รู้ปนฉงนฉงายเท่านั้น
แต่ก็อย่างที่บอก หากจะพูดว่า นี่เป็นนิยายสยองขวัญกลิ่นไซไฟที่พัฒนาต่อยอดจากริงกุในแนวทางที่ใกล้เคียงกัน ก็ถูกอยู่เหมือนกัน เพียงแค่ว่ามันอาจไม่ได้ทำงานกับผู้อ่านบางกลุ่มก็เท่านั้น (สงสัยคลื่นสัญญาณเราจะไม่ตรงกัน ไหนเอาเต้าเสียบของเธอมาดูซิ)
ปล. เหมือนจะเคยดูหนัง แต่จำได้ว่าหนังป่วยมาก