Nishamil Hayeesa26 reviews6 followersFollowFollowApril 19, 2023ขึ้นต้นและลงท้ายได้อย่างสวยงาม เป็นหนังสือที่พูดถึง 'รัฐสวัสดิการ' ได้อย่างเข้าใจง่ายที่สุด วาระทางการเมืองของผู้เขียนก็ค่อนข้างชัดเจน พยายามจะชี้ให้เห็นโอกาสที่ดีกว่าของการมี 'รัฐสวัสดิการ' ในยุคสมัยของทุนและเสรีนิยมใหม่ เปิดเล่มด้วยเรื่องราวของลูกศิษย์ชาวยะลาคนหนึ่ง ลงท้ายด้วยการสะท้อนมายาคติของสังคมที่เหนี่ยวรั้งการพัฒนารัฐสวัสดิการไว้ เป็นหนังสือที่สามารถอ่านไว ๆ ได้ เพราะเนื้อหาไม่ได้ซีเรียสระดับตำราวิชาการ บวกกับการไม่มีอ้างอิงทั้งแบบนามปีหรือเชิงอรรถมาให้รำคาญลูกตาเนื่องจากผู้เขียน (อ.จั๊ก) เป็นนักวิชาการที่สนใจและขับเคลื่อนรัฐสวัสดิการอย่างจริงจัง เนื้อหาทั้งหมดเลยไม่ใช่แค่การทบทวนแนวคิดทฤษฎีแบบดื้อ ๆ แต่แฝงด้วยการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยวิถีทางภูมิปัญญาในตัวมันเอง สะท้อนออกมาผ่านโควทหลายส่วนที่เราชอบมาก ได้แก่"เราคุ้นเคยกับรัฐลักษณะเหล่านี้ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ เป็น 'ความจริงแท้' ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นรูปแบบรัฐที่ทำให้ประชาชนไร้อำนาจ พรากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประชาชนไร้เสรีภาพ แต่เราไม่คุ้นเคยและกลับรู้สึกแปลกแยกต่อรูปแบบรัฐที่ทำเรื่องพื้นฐานและสามัญให้เป็นจริง" (p.18)...ประโยคนี้ชวนให้นึกถึงเวลามีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเสนอนโยบายที่เป็นรัฐสวัสดิการและมักถูกด่วนสรุปว่าดูอุดมคติ (idealistic) เกิดไป ทั้งที่คนเหล่านี้แม่งยังไม่เคยมีโอกาสได้มีอำนาจที่จะทำเลย!!!..."ข้าราชการทำงานเป็นพนักงงานเต็มเวลา แต่กลับมีหน้าที่ผลิตซํ้าคุณค่าสวัสดิการแบบอนาถา เวทนานิยม ผลิตซํ้าการพิสูจน์ความจน ข้าราชการจึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างรัฐสวัสดิการ เพราะไม่ได้มีมโนทัศน์ที่เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายของพวกเขาคือการอยู่ในลำดับชั้นทางสังคมที่สูงขึ้นภายใต้สังคมที่มีความเหลื่อมลํ้า" (p. 206)...ท่อนนี้ก็ชวนให้นึกถึงปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อมีข่าวลือ (จาก IO) ว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะตัดบำนาญข้าราชการ หรือค่านิยมที่อยากให้ลูกรับราชการ เพราะ 'สวัสดิการ' โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่า "ทำไมสวัสดิการข้าราชการ" ถึงสูงกว่าสวัสดิการคนทั่วไป และไม่ทันได้สังเกตว่า สวัสดิการข้าราชการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการรัฐประหาร!! (อ.จั๊กก็ตั้งข้อสังเกตแบบเดียวกันใน p. 195)...ประเด็นที่น่าสนใจและชวนให้กลับมาคิดต่อ (สำหรับเรา) คือ กระแสการต่อต้านแนวคิดรัฐสวัสดิการมาพร้อมกับการกำเนิดอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ที่ส่งเสริมการลดอำนาจรัฐ เพิ่มความเป็นปัจเจกแบบสุดขั้ว และขุดคุ้ยชุดความคิดแบบอนุรักษนิยม หากมองมาในสังคมไทยภายใต้บริบทการเมืองยุคหลัง 2540 การเติบโตของวาทกรรมการเมืองคนดีพร้อมความเคลื่อนไหวทางภูมิปัญญาว่าด้วยธรรมาภิบาล (good governance) นับตั้งแต่ปี 2535 (ประเวส-อานันท์-ธีรยุทธ-โคทม) เป็นส่วนหนึ่งของการต้านนโยบายของพรรคไทยรักไทย ที่คนพวกนี้มองว่าเป็น 'ประชานิยม' รัฐสวัสดิการที่เป็นการันตีสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเช่น สามสิบบาทรักษาทุกโรค กลายเป็นสิ่งที่นักการเมืองดีเรียกว่า 'ประชานิยม' ของทักษิณ -> ตอนนี้นักการเมืองคนดีก็กลายพันธุ์เป็นอะไรก็ไม่รู้"หากเราต้องเป็นคนดี เป็นคนมีศีลธรรมครบถ้วน เป็นคนทำงานหนักเพียงพอจึงจะพึงมีชีวิตที่ดี ชีวิตนี้คงเป็นชีวิตที่เหนื่อยหนักและกดดันไม่น้อย"...แน่นอนว่าเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งเล่มที่น่าจะเป็น top 10 ของปีนี้"รัฐสวัสดิการคือการต่อสู้ที่ไม่สิ้นสุด เมื่อเราเข้าใกล้สังคมที่เท่าเทียม เราย่อมมีพลังในการคิดฝันจินตนาการสู่สังคมรูปแบบที่ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ... เพราะเรา(ยัง)เป็นมนุษย์ จึงคู่ควรกับโลกใบที่ดีกว่านี้"own-th
tcheaw25 reviewsFollowFollowMay 7, 2023เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมต่ออนาคตของรัฐสวัสดิการและสังคมการเมืองไทย
weun5 reviewsFollowFollowJuly 18, 2026ใจความสำคัญที่สุดที่คิดว่าตรงใจและสามารถนำไปสื่อสารกับคนอื่นๆได้คือ บทส่งท้าย เป็นส่วนที่ทำให้ตัวหนังสือเองจบโดยสมบูรณ์แต่ในภาคประชาสังคมต้องช่วยกันผลักดัน ส่งเสียงและเรียกร้องกันต่อไปThis entire review has been hidden because of spoilers.
Chontiwat Udomsiripat230 reviews10 followersFollowFollowAugust 23, 2023หนังสือเล่มนี้คือความหวังใหม่ของชีวิตและลมหายใจของผม มันทำให้ผมยังมีความหวังที่จะต่อสู้ในประเทศทุนนิยมเฮงซวยนี่ต่อไป ด้วยเนื้อหาที่จุดประกายความหวังตั้งแต่การตอบคำถามว่ารัฐสวัสดิการคืออะไรไปจนถึงการเปรียบเทียบระบบเศรษฐกิจกับรัฐสวัสดิการของต่างประเทศประเทศรัฐสวัสดิการตัวอย่างได้แก่ ประเทศในแถบแสกนดิเนเวียร์ หรือกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ประเทศเหล่านี้เคยผ่านความทุกข์ยากมาก่อนทั้งสงคราม อากาศหนาว ทรัพยากรน้อย แต่ทำไมในปัจจุบันประเทศเหล่านี้ถึงกลายเป็นประเทศที่ดีที่สุดลำดับต้น ๆ ของโลกได้แน่นอนว่ามันมีการเมืองมาเกี่ยว มีการต่อสู้ทางการเมืองในทางประวัติศาสตร์ มีการต่อสู้ทางชนชั้นกันเสมอมา ผ่านความรุนแรงบนท้องถนนและการประชันฝีปากในรัฐสภา เผื่อหาจุดที่ดีที่สุดของระบบเศรษฐกิจ ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างอังกฤษ ก็ยังมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ หรือในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ใช้รัฐสวัสดิการแบบ “ขงจื้อ” มาแก้ปัญหาตรงนี้ แต่ก็ไม่ถูกจัดเสียทีเดียวตัดกลับมาที่ประเทศไทย กลุ่มการเมืองบางกลุ่มบอกว่าเรายังไม่พร้อมที่จะมีรัฐสวัสดิการพวกเขากดเราให้โง่แล้วปกครอง ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อม แล้วตอนไหนถึงจะพร้อม เวลาก็เดินหน้าต่อไปทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้นอกจากความรู้คือการจุดประกายความหวังในสังคมพัง ๆ แบบนี้ เราอ่านแล้วเรายังมีกำลังใจในการสู้ ชีวิตเราเหมือนต้นไม้ เราเติบโตช้าและยากลำบากกว่าใคร ขณะที่ฝนตกทั่วฟ้าเดียวกัน แต่ทำไมเราถึงเติบโตช้าเล่า ทำไมคนอื่นถึงโตไวกว่าเรามาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราก็โตใต้ฟ้าเดียวกัน “รัฐสวัสดิการเท่ากัน ทำคนทุกชนชั้น เสมอภาคเท่าเทียม ดังต้นกล้าที่คอยรับน้ำจากฟ้า ค่อย ๆ โตมาอย่างมีคุณภาพ และทำตามความฝันโดยมั่นใจ”2023