addie925 reviews61 followersFollowFollowOctober 27, 20254/5 ตอนต้นๆ อ่านแล้วนึกถึงวัยมัธยมเลย nostalgia5555 ตอนท้ายสนุกมาก น้ำตาตกใน แต่ตอนกลางๆเล่มแอบเบื่อและรำคาญกู้เหมี่ยว (i’m sorry. i just hate kids.)2025 four-stars
Murainik_111 reviews7 followersFollowFollowNovember 5, 2025ท้ายเล่มหน่วงสุดๆ คนเขียนบรรยายความอึดอัดใจกับข้อจำกัดในชีวิตของตัวละครได้ดีมากเลยT-T
Jinnie175 reviews11 followersFollowFollowApril 24, 2024ช่วงท้ายเล่มขมปี๋จากเริ่มต้นมา เข้ากลางเล่ม ทุกอย่างเริ่มดิ่งลงเรื่อย ๆ จนหน้าสุดท้าย ทั้งสองคนเรียกว่าแตกสลายกันไปคนละทิศละทาง เศร้ามาก เจ็บหน่วง ๆ ตอนอ่าน ไม่ใช่เศร้าแบบโหยหวน แต่เป็นเศร้าชนิดว่าผู้เขียนพาเราไปลอยโดดเดี่ยวอยู่กลางมหาสมุทร จะว่ายต่อหรือจะจมดี ว่ายต่อก็มองไม่เห็นทาง ช้อยส์จมแลดูจะง่ายกว่าเห็น ๆ แต่เราไม่อยากให้ทั้งสองคนจมน้ำนี่ !!!ผู้เขียนดึงอารมณ์เก่งมาตลอดจนถึงเล่ม 5 เลยนับถือเหล่าซืออยากพูดถึงเรื่องมิติตัวละครอีกรอบ เอะใจตั้งแต่ out of tune งานอูเจ๋อเขียนเรื่องมนุษย์ค่อนข้างลึก คนเราถ้าโตมายังไงก็มีประสบการณ์เรื่องคน ปรัชญาใด ๆ อยู่แล้ว แต่งานเขาค่อนข้างเป็นขั้นเป็นตอน มีจังหวะจะโคนในการปล่อยของ คือรู้จักการเขียนถึงสภาพแวดล้อม, พัฒนาการ, บุคลิกภาพ, สังคม ในเชิงลึกกว่าทั่วไป ตอนนั้นเลยสงสัยว่าเขาน่าจะศึกษาเรื่องจิตวิทยามาหรือเปล่า(?)เล่มนี้มั่นใจเพิ่มขึ้นมากจนปักธงในใจว่า ใช่แหละ ! หลักฐานคือจ้าวจิ้นกับสวี่จือสิง เอกจิตวิทยาคลินิก คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ว่าจิตวิทยาแบ่งตัวได้ อูเจ๋อระบุชัดเลยว่าเรียนสายคลินิก (วู้วว) อย่างนิสัยของเจี่ยงเฉิงกับกู้เฟยก็ชัด บุคลิกภาพทั้งสองมีเลเยอร์หลายชั้น ตามปกติตัวละครในนิยายจะถูกอธิบายว่ามีนิสัย A เพราะเคยเกิด B ขึ้น จบ. แต่อูเจ๋อแบ่งย่อยกว่านั้น อารมณ์ พฤติกรรม นิสัย บุคลิกภายนอก มาสายลึกและซับซ้อน แต่แค่นี้ยังก็อดไม่พอ เขาเขียนประเด็นหนัก ๆ พวกนี้ออกมาเป็นนิยายให้ความบันเทิงสนุกด้วย ผูกเรื่องเก่ง สุดยอดมาก หรือให้เดาอีกอย่าง อาจจะคนจีนทั่วไปมีความรู้เรื่องจิตวิทยากันเป็นพื้นฐานก็ได้นะ มีหลายเรื่องที่อิงจิตวิทยากันโฉงฉางเหมือนกัน พวกสายฟอเรนสิก... (โอเค นอกเรื่อง)(แอบเดาอาการกู้เหมี่ยวเล่มแรกว่าทรอม่าหรือเปล่า แต่เล่ม 2 ช็อคความรู้สึกมากเพราะค่อนข้างมั่นหน้าว่าน่าจะเป็นออทิสติก มาเล่ม 5 น่าจะเฉลยระดับหนึ่งแล้วว่ามีเป็นทั้งทรอม่าและออทิสติก ตั้งแต่ปลายเล่ม 2 เราเลยอ่านเกร็งนิดนึงมาตลอด (เพื่อ5555) เพราะรู้ว่ามันจะทำให้ตัวเอกของเราใช้ชีวิตยากขึ้นอีกหลายระดับ)อยากพูดถึงกู้เฟย เป็นตัวละครที่เขียนได้น่าประทับจิตประทับใจมาก ภายนอกมั่นคง ไม่ยี่หระ ไม่มีอะไรจะเร้าเด็กคนนี้ได้ แต่พัฒนาการตัวละครเป็นมนุษย์มาก ๆ แบบมาก ๆๆๆ เล่ม 5 จึงดีงาม จะไม่สั่นคลอนได้ยังไงในเมื่อยังเป็นเด็กคนนึงที่ต้องแบกรับชีวิตสองชีวิตไว้บนบ่า จะไม่รู้สึกรู้สาได้ยังไงในเมื่อรู้ว่าตัวเองมีความสามารถระดับสูงแต่ต้องล็อกลงหีบเพราะออกจากเมืองทิ้งน้องไม่ได้ จะรู้สึกรักเจี่ยงเฉิงแค่ไหนแต่รับไม่ได้ที่สุดถ้าต้องเห็นคนที่ห่วงใยลำบากเพื่อตัวเอง จากเล่มแรกเรียกว่าเปิดอย่างคูล จากนั้นอูเจ๋อจัดการปอกเปลือกให้เราเห็นว่า นี่ไง ตัวเอกแสนเท่ของเรายังเป็นเด็กนะ มีอารมณ์ความรู้สึกน้อยใจเป็นของตัวเอง จะให้เท่ไปจนจบแบบนั้นไม่ไหวหรอกช่วง 3 เล่มแรกเน้นปมเจี่ยงเฉิงเป็นหลัก หนัก, มาครึ่งหลังกู้เฟยก็ หนัก อีกเหมือนกัน สงสารทั้งคู่ อ่านไปนี่เราก็เข้าใจทั้งสองคนเลย เจี่ยงเฉิงคงคิดว่าทำเพื่อครอบครัวไม่เป็นไรหรอก กู้เฟยคิดอีกแบบว่าภาระเราไม่อยากให้แฟนต้องลำบากตรากตำเหมือนไปฉุดคนดีลงหลุมโคลน ตอนแรกอ่านเพลิน ๆ ไม่คิดมากคิดมาย แต่นี่ โอโหหหหห full course meal ของแทร่ เขียนซะน้ำตาเล็ดทุกสถานการณ์เหมือนเรามีส่วนร่วมเป็นป้าข้างบ้านด้วยตลอด ร้านขายยาในเรื่องก็คงเป็นเราที่นั่งเผือกเรื่องชาวบ้านอยู่ตรงนั้น เห้อ ๆๆ เขียนดีจัง ๆๆๆ อยากเขียนให้ละเอียดกว่านี้แต่เวลาน้อยใช้สอยประหยัดไปอ่านเล่ม 6 ต่อดีกว่าThis entire review has been hidden because of spoilers.favorites queer romance
เจ้าหมีขาว130 reviews8 followersFollowFollowFebruary 6, 2025เป็นเล่มที่มีหลายๆเรื่องให้เสียใจ อ่านแล้วน้ำตาตกไปหลายฉากมากๆ ไม่ถึงกับเศร้าเสียใจ แต่อ่านแล้วคิดถึงตัวเอง ณ ช่วงเวลาหนึ่งมากกว่า ทั้งอาจารย์ ทั้งเพื่อนสมัยมัธยมอ่านแล้วคิดถึงมากชอบตอนช่วงโทรคุยกับแม่ เป็นความรู้กระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เฮียเฉิงเก่งมากนะที่ประคองสติคุยจนจบได้ ถ้าเป็นเราก็ไม่รู้จะปฎิบัติตัวยังไงก็บผญ.คนนี้ต่อไปดี จะเรียกว่าแม่ก็ไม่กล้า อยู่ในสถานะผู้มีพระคุณที่เคยเรียกว่าแม่มาทั้งชีวิต แต่วันนี้เรียกไม่ได้แล้ว แล้วตอนขึ้นเสียงใส่เฮียเฉิงกลับมาว่าไม่อยากได้ยินเฮียเฉิงตะคอกเสียงอีกใจเจ็บมาก เออ เขาก็ไม่ต้องการเราจริงๆนั่นแหละ ไม่ได้มองแม่ผิดขนาดนั้น เขาเลือกทำเพื่อครอบครัวเขามันก็ไม่ผิด แต่กับเฮียเฉิงที่ต้องมารู้ความจริง มองย้อนกลับไปมันมีแต่ความเสียใจ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเลยฉากที่สองที่ชอบคือที่ชานชาลา ไป-กลับ ทั้งผูกพันกับผู้คน สถานที่ แต่ในขณะเดียวกันก็อยากออกจากสถานที่บ้าๆ นี่ไปเร็วๆ นข.เขียนได้จริงมากจนน่ากลัวเลย ตอนจากกันก็เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกโหยหา คิดถึงสุดหัวใจ แต่ไม่หันกลับไปมอง ใจเจ็บสุดๆ! 555เป็นกู้เฟยมันเหนื่อยมากจริงๆ นะ เขาแบกรับสิ่งที่เด็กอายุเท่านี้ไม่สมควรแบกไว้เต็มไปหมดเลย เหนื่อย รู้ว่าเขาเหนื่อย แต่ก็เข้าใจน้องกู้เหมียว ไม่มีใครอยากป่วย กู้เฟยก็รักน้องแต่ชีวิตมันเหนื่อยจริงๆส่วนเฮียเฉิงเราแพ้คำว่าบ้านมาก เขาไม่มีใครแล้ว กู้เฟยคือบ้าน คือครอบครัว คือที่พักพิงหนึ่งเดียว แพ้มาก แพ้สุดๆ ล้มทั้งยืน เหมือนเขาหาบ้านเจอแล้ว พยายามรักษาประคับประคอง หาหนทางเดินไปในอนาคตด้วยกัน แต่ต้องสูญเสียอีกรอบ ใจเจ็บไปหมดจริงๆ
Jiji Jidapa408 reviews4 followersFollowFollowMay 25, 2023เคยอ่าน 'แสงตะวันในฟ้าสีเทา' แล้วติดใจมาก แอบเสียดายที่เรื่องนั้นสั้นไปหน่อยได้มาอ่าน 'เริ่มใหม่กับนาย คงไม่เลวร้ายนัก' แล้ว ความรู้สึกคล้ายๆ เรื่องนั้น แต่เรื่องนี้ยาวจุใจมาก และละเอียดกว่ามาก ชอบมากค่ะ'เริ่มใหม่กับนาย' บอกเล่าชีวิตของหนุ่มน้อยสองคน ที่เดิมทีไม่ควรจะได้พบกัน แต่เพราะความพลิกผันในชีวิตของเจี่ยงเฉิง ทำให้เจียงเฉิงมาพบกับกู้เฟยในสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม กลายเป็นคนสองคนที่มาพึ่งพากัน ต่อสู้กับความโชคร้ายของชีวิต ปัจจัยที่เลือกไม่ได้ จนในที่สุดก็สามารถสร้างทางเลือกใหม่ให้ตัวเอง ระหว่างทางอาจมีล้มลุกคลุกคลาน มีเหนื่อย มีท้อ มีหยุดพัก มียอมปล่อยมือ แต่ผลลัพธ์จากการพยายามในที่สุดมันก็คุ้มค่าจริงๆ เอาใจช่วยสองหนุ่มแบบสุดตัว อ่านแล้วอินเหลือเกินเนื้อเรื่องกินเวลาค่อนข้างยาวนาน เล่าไปเรื่อยๆ ถึงชีวิตของเจียงเฉิง ค่อยๆ ผูกพันกับกู้เฟยได้อย่างไร ใส่รายละเอียดมามาก แต่ถึงอย่างนั้นก็อ่านได้ไม่เบื่อเลย สนุกมาก เป็นหนังสือที่มีครบทุกรสชาติ อ่านเพลินๆ ก็เสียน้ำตาได้ไม่รู้ตัว บางช่วงก็ใจหน่วงๆ บีบคั้นอารมณ์ได้ดีแบบไม่มากไป ใครชอบแนวฝ่าฟันโชคชะตา สู้ยังไงก็เหมือนจะถูกลิขิตให้แพ้ ความรักที่บางครั้งรักอย่างเดียวมันคงไม่พอ ก็น่าจะชอบค่ะ เนื้อหาเป็น young adults ที่ไม่ธรรมดาเลย ชอบมากค่ะ *เล่ม 5 หลังๆ เป็นช่วงที่เริ่มเนือยๆ สำหรับเรา อาจเป็นเพราะปมเกือบทุกอย่างมันคลี่คลายหมดแล้ว แต่เราชอบเรื่องน้องสาวแสนเท่ห์ของกู้เฟยมาก อยากให้มีเรื่องแยกของตัวเอง
Januars98 reviews2 followersFollowFollowJune 25, 2024เล่มนี้กู้เฟยกับเฮียเฉิงโตเป็นเด็กในรั้วมหาลัยแล้ว การใช้ชีวิตก็จะตั้งอยู่บนโลกแห่งความจริงที่มีเรื่องราวให้เครียดมากขึ้นกว่าตอนอยู่ในรั้วมัธยม และอาการป่วยของเอ้อร์เหมี่ยวก็เป็นสิ่งที่ตอนเราอ่านเรากังวลแทนทั้งคู่มากๆ สิ่งหนึ่งที่ได้รับรู้จากการเขียนของนักเขียนเลยคือมนุษย์เราต้องมีการสื่อสารความรู้สึกออกมากับคนรอบตัวจริงๆนะ 🥹 พาร์ทของกู้เฟยช่วงท้ายเล่มเราน้ำตาซึมเลยแหละ แบบความผิดหวัง ความเสียใจ การโทษตัวเอง การโทษสิ่งรอบตัว มันเรียลมาก และทำให้เรารู้สึกว่า นี่แหละ มนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ตัวละครที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ได้เข้มแข็ง 100% พาร์ทเจี่ยงเฉิง เรามองว่าเค้าเติบโตขึ้นมากกกจากเล่ม 1 ตอนนี้เฮียเฉิงมีความคิดที่ก้าวไปข้างหน้าโดยอยากสร้างอนาคตที่มั่นคงกับกู้เฟยจริงๆ ห่วงความรู้สึกกู้เฟยมากๆ ใจเย็นลงเยอะเลย ตอนอ่านจบเล่ม 5 คือเจ็บปวดอะ ต้องอ่านเล่ม 6 ต่อทันที
Ning2,502 reviews203 followersFollowFollowFebruary 6, 2024เป็นเรื่องที่อ่านแล้วติดมากกกกกเริ่มเรื่องตอน มัธยม 5 เล่ม 4 โน่นแหน่ะ เพิ่งจะได้ขึ้น มัธยม 6 อ่านแล้วก็ลุ้นอยากให้โตเร็ว ๆ แต่พอโตก็ลุ้นอีก ไม่อยากให้จบ..อ่านจบแล้วก็ยังรู้สึกไม่จุใจ ถ้าแต่งมาอีก 10 เล่ม ก็จะอ่านต่อ อ่านจนแก่ไปด้วยกันเลยก็ได้ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอิ่มดีค่ะ
Allie47 reviewsFollowFollowAugust 15, 2025ไม่อินเลย ไม่ชอบ setting แบบนี้ ถ้ารู้ว่าจะมาแนวนี้คงไม่ซื้อตั้งแต่แรก 😭 ตามรีวิวทุกคนมาแต่อ่านละรู้สึกหมองมาก