What do you think?


อย่าบอกให้สู้อีกได้ไหม เพราะฉันอาจไม่มีวันหายดี
แด่จิตวิญญาณที่ทุกข์ทน และทุกคนที่อยากเข้มแข็งขึ้นหนังสือเล่มนี้บอกเล่าประสบการณ์ของหญิงสาวชาวไต้หวันคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า อาการป่วยนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เธอศึกษาต่อด้านจิตวิทยาในมหาวิทยาลัยเพื่อทำความเข้าใจกับอาการป่วยของตัวเอง ควบคู่ไปกับการรักษาในโรงพยาบาลและบำบัดตัวเอง เธอค้นหาคำตอบของคำถามสำคัญในชีวิตที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าของเธอ ที่ต้องค้นหากันไปตลอดชีวิต
- ฉันควรมองตัวเองอย่างไร
- ควรดำเนินชีวิตต่อไปด้วยทัศนคติอย่างไร
- เราควร “อยู่กับ” “โรค” นี้อย่างไร
เธอเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อให้ความรู้และให้กำลังใจผู้เผชิญกับโรคซึมเศร้าเช่นเดียวกับเธอ นอกจากประสบการณ์การรักษาโรคซึมเศร้าแล้ว เธอยังให้คำแนะนำที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทำความเข้าใจความรู้สึกตนเองอย่างเป็นระบบ สามารถผ่อนคลายความเครียดด้วยตนเอง และเปิดใจสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเนื้อเรื่องแต่ละบทมีทั้งการเล่าประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้าของเธอเอง ความรู้สึกต่างๆ ในระหว่างเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากโรค มุมมองที่เธอมี ซึ่งเชื่อมโยงกับคนทั่วไป และปิดท้ายด้วยบทสรุปคำแนะนำทางจิตวิทยาที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้ไว้ที่ตอนท้ายของแต่ละบท
- ฉันควรมองตัวเองอย่างไร
- ควรดำเนินชีวิตต่อไปด้วยทัศนคติอย่างไร
- เราควร “อยู่กับ” “โรค” นี้อย่างไร
เธอเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อให้ความรู้และให้กำลังใจผู้เผชิญกับโรคซึมเศร้าเช่นเดียวกับเธอ นอกจากประสบการณ์การรักษาโรคซึมเศร้าแล้ว เธอยังให้คำแนะนำที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทำความเข้าใจความรู้สึกตนเองอย่างเป็นระบบ สามารถผ่อนคลายความเครียดด้วยตนเอง และเปิดใจสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเนื้อเรื่องแต่ละบทมีทั้งการเล่าประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้าของเธอเอง ความรู้สึกต่างๆ ในระหว่างเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากโรค มุมมองที่เธอมี ซึ่งเชื่อมโยงกับคนทั่วไป และปิดท้ายด้วยบทสรุปคำแนะนำทางจิตวิทยาที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้ไว้ที่ตอนท้ายของแต่ละบท
288 pages, Paperback
Published April 1, 2023
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
September 5, 2024
เป็นหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนในฐานะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควบคู่ไปกับการให้ความรู้และทฤษฎีทางจิตวิทยาเพื่อให้ทั้งผู้ป่วย คนใกล้ชิดผู้ป่วย รวมถึงผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ เข้าใจและตระหนักรู้ถึงสาเหตุ ปัญหา และวิธีการรับมือกับสถานการณ์เชิงลบต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
เป็นหนังสือว่าด้วยโรคซึมเศร้าที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่เราเคยๆ อ่านมาพอสมควร ปกติจะเคยอ่านแต่หนังสือที่แชร์ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่เน้นเล่าอารมณ์ความรู้สึกดิ่งดาวน์ และประสบการณ์การรักษาตัวด้วยรูปแบบต่างๆ แต่สำหรับเล่มนี้ ก็มีการกล่าวถึงประสบการณ์ที่ว่านั่นด้วย แต่ก็มีพวกเกร็ดความรู้ และทฤษฎีทางจิตวิทยามากมาย มาเสริมประกอบ ทำให้เห็นที่มาที่ไปของกลไกการทำงานของจิตใจและร่างกาย รวมถึงมีการแชร์วิธีคิดวิธีปรับจูนมุมมองต่างๆ เพื่อรับมือกับสภาวะอารมณ์แง่ลบด้วย
เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ อ่านง่ายเข้าใจง่าย ไม่ติดขัดตรงไหน
เป็นหนังสือว่าด้วยโรคซึมเศร้าที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่เราเคยๆ อ่านมาพอสมควร ปกติจะเคยอ่านแต่หนังสือที่แชร์ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่เน้นเล่าอารมณ์ความรู้สึกดิ่งดาวน์ และประสบการณ์การรักษาตัวด้วยรูปแบบต่างๆ แต่สำหรับเล่มนี้ ก็มีการกล่าวถึงประสบการณ์ที่ว่านั่นด้วย แต่ก็มีพวกเกร็ดความรู้ และทฤษฎีทางจิตวิทยามากมาย มาเสริมประกอบ ทำให้เห็นที่มาที่ไปของกลไกการทำงานของจิตใจและร่างกาย รวมถึงมีการแชร์วิธีคิดวิธีปรับจูนมุมมองต่างๆ เพื่อรับมือกับสภาวะอารมณ์แง่ลบด้วย
เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ อ่านง่ายเข้าใจง่าย ไม่ติดขัดตรงไหน
August 5, 2023
เหมือนเป็นบันทึกชีวิตมากกว่า คนเขียน express อารมณ์ตัวเองได้ดี รู้สึกมีหลายบทที่ relate เช่นอันที่พูดถึง self-concept ที่ทำให้เราสงสัยหรือไม่เชื่อในคำพูดคนอื่น หรือเรื่อง connection ต่าง ๆ บทสี่นี่เหมือนเอาชีวิตเรามาเขียนยังไงยังงั้น เลยอินน่ะ
ข้อแตกต่างของเล่มนี้คือไม่ได้จบแบบสวย ๆ แต่จบแบบเรียล ๆ ที่พอรู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว แต่มันก็อาจจะแอบอยู่ในสมองส่วนลึกก็ได้ ไม่ได้ positive มากขนาดนั้น [ซึ่งก็ดีละเพราะเราเบื่อการยัดเยียดความ positive มาก ๆ]
ปล. รูปแมวบทท้าย ๆ น่ารักมาก
ข้อแตกต่างของเล่มนี้คือไม่ได้จบแบบสวย ๆ แต่จบแบบเรียล ๆ ที่พอรู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว แต่มันก็อาจจะแอบอยู่ในสมองส่วนลึกก็ได้ ไม่ได้ positive มากขนาดนั้น [ซึ่งก็ดีละเพราะเราเบื่อการยัดเยียดความ positive มาก ๆ]
ปล. รูปแมวบทท้าย ๆ น่ารักมาก
Displaying 1 - 2 of 2 reviews



