Jump to ratings and reviews
Rate this book

จนตรอก

Rate this book
ชีวิตของชายชรานั้น เหมือนกับผ้าสีสวยผืนหนึ่งที่มีคนนำไปตัดเสื้อ และเมื่อมันเปื่อยขาดเพราะใช้งาน เสื้อตัวนั้นก็เริ่มลดค่าลง กลายเป็นผ้าขี้ริ้วขาดวิ่น นานไปยิ่งสกปรก นานไปยิ่งหาค่าไม่ได้ ชีวิตแกเป็นเช่นผ้าขี้ริ้วสกปรกผืนที่กล่าวถึงนี้ ...ชีวิตที่เงียบเหงา อ่อนโรย ไร้ค่า...

Paperback

First published January 1, 1980

10 people are currently reading
152 people want to read

About the author

See also Chart Korbjitti


เรื่องสั้นเรื่องแรก "นักเรียนนักเลง" ตีพิมพ์ในหนังสือ อนุสรณ์ ของโรงเรียนปทุมคงคา เมื่อพ.ศ. 2512 เรื่อง "ผู้แพ้" ได้รับรางวัลช่อการะเกด (2522) เคยประจำกองบรรณาธิการหนังสือ "ถนนหนังสือ" และใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับเมืองไทย ผลงานบางส่วนได้จัดแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเช่น "คำพิพากษา" "พันธุ์หมาบ้า" และ "เวลา" มีผลงานอาทิเช่น "ทางชนะ" (พ.ศ. 2522) "มีดประจำตัว" (พศ. 2527) "นครไม่เป็นไร" (พ.ศ. 2532) นวนิยายเรื่อง "คำพิพากษา" ได้รับรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2525 นิยายเรื่อง "เวลา" ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2536 ปัจจุบันพำนักในไร่ รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี-นครราชสีมา สมรสแล้วแต่ยังไม่มีบุตร

นวนิยายของ ชาติ กอบจิตติ แสดงถึงพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล นับตั้งแต่การนำเสนอนวนิยายเรื่องคำพิพากษา โศกนาฏกรรมสามัญชน ซึ่งมีนักวิชาการวรรณกรรมนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับผลงานของ กุนเทอร์ กราสส์ นักเขียนชาวเยอรมันซึ่งได้รับ รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม และ เคน ซาบุโรโอเอะ นักเขียนญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเช่นกัน

นักวิจารณ์บางคนชี้ให้เห็นว่านิยายเรื่องนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโศกนาฏกรรม (Tragedy) ของกรีก นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่าชาตินำเอาปรัชญาเอกซิสเทนเชียลลิสม (Existentialism) ของ ฌอง ปอล ซาร์ต (Jean-Paul Sartre) มาประยุกต์ใช้ใหม่อย่างน่าชมเชย นอกจากนี้นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่า นวนิยายเรื่องเวลาเป็นพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะเป็น “นว-นวนิยาย”(nouveau roman) ซึ่งมีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล จึงกล่าวได้ว่าผลงานของ ชาติ กอบจิตติ มีความสำคัญต่อพัฒนาการนวนิยายไทยและต่อการนำวร

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
79 (52%)
4 stars
48 (32%)
3 stars
18 (12%)
2 stars
5 (3%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 27 of 27 reviews
Profile Image for Clairdenoon.
1,956 reviews396 followers
July 5, 2018
คิดถึงเพลงนี้ตอนอ่าน..

ถ้าวันหนึ่งฉัน...หายไปปป
อยากรู้เหลือเกินว่าเธอนั้นจะรู้สึกบ้างไหม
เห็นฉันบ้างไหมในสายตา
หรือฉันไม่เคยจะมีค่าอะไร.....

....

เพลงอาจมุ้งมิ้งเหมือนคนอ่าน^^ แต่ ก็อย่างที่รู้ๆนิยายเรื่องนี้นั้นไซร้
หนักหน่วง หดหู่ เศร้าหมอง เสียดสีสังคม ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีๆเล้ยยยย
แบบว่าอ่านจบจำกัดความได้4คำ
บัด ซบ สิ้น ดีT_T
ให้3ดาวกับความบัดซบที่ขนมาแบบหนักหน่วงไม่หยุดยั้ง(Sมากๆ><)
คนอ่านโรมานซ์จัดๆอย่างเรามาอ่านแบบนี้ก็เปลี่ยนบรรยากาศดีค่ะ
ทำให้รู้สึกว่าอะไรที่เราเจออยู่มันจิ๊บจ๊อย
รู้สึกว่าแค่เป๊บซี่ก็อร่อย
เป็ดย่างที่กินจนเบื่อก็ดูมีคุณค่า
เป็นการสร้างสมดุลให้ไปอ่านนิยายแนวที่อ่านประจำได้สนุกมากขึ้นด้วย
ห่วงผูกคอในภาพปกก็ตามนั้นเลย
ตายเรียบ กับไม่ตายก็เหมือนตาย ไร้ซึ่งความหวังหรือเรื่องราวดีๆใดๆ
(พีคสุดคือจะฆ่าตัวตายกับลูกชาย แต่ลูกดันตายตัวเองไม่ตาย แล้วก็กลายเป็นฆาตกรฆ่าลูกไปอีก...โอ้ยยย)
.... จบๆๆๆจบแล้ว
ส่วนเราอ่านจบก็ควรเผ่น...ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา อยู่นานแล้วใจไม่ดี=_=
...บายจ้ะ^^
Profile Image for Tanan.
234 reviews48 followers
July 16, 2021
ช่วงที่ตามงานเขียนของชาติ กอบจิตติ ก็จะไล่อ่านมันทุกเล่ม
ถ้าจะถามว่าเล่มไหน ชีวิตบัดซบที่สุด ก็ขอยกมือให้เล่มนี้

ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะมีทำเป็นหนัง (เก่ามากแล้ว) ชื่อเรื่องว่า "บ้าน"
จำได้ว่าสรพงษ์ ชาตรี เล่น ฉากช่วงลูกคนเล็กดูแป๊ปซี่ ยังตราตรึง

กลับมาที่หนังสืออีกที
ชีวิตครอบครัวในเรื่องช่างบัดซบและจนตรอกสมชื่อเรื่อง
อ่านแล้วอึดอัดในชะตากรรมของทุกคนในบ้าน

แต่ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวในหนังสือเมื่อราวยี่สิบปีก่อน
เรายังพบเห็นได้ง่าย ๆ ในสังคมปัจจุบันอยู่

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้

Profile Image for Brock.
23 reviews
January 19, 2026
This book was recommended to me by the cutest d bookstore owner in Bangkok. She told me that it was a exceptionally well written book, but only if I was a serious reader. Despite that, no warning could have prepared me for the content of this book. A beautifully written, but spectacularly tragic and sobering story of the financial and social injustice people who are impoverished are facing across the world. I don’t think I’ve ever felt more conscious of my privilege. It is staggeringly unsettling to read a text as horrific as this and have to come to terms with the seemingly senseless disparity of wealth and quality of life between people. It was truly amazing how much this author was able to portray in just over 100 pages about the reality of poverty in Thailand.
Profile Image for Pa Sin ผ้า ซิ่น.
61 reviews1 follower
Read
May 17, 2025
เล่มนี้ออกมานานแล้วแต่คิดว่า ข้อคิดของหนังสือยังเป็นปัจจุบัน.
อ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้วแต่ความรู้สึกยังอยู่.

หดหู่.
เศร้าจับใจ.

งานเขียนใช้ภาษากระทัดรัดแต่เห็นภาพมาก.
ให้เป็นหนึ่งในเล่มที่ดีที่สุดที่เคยอ่านมา.
52 reviews
May 15, 2024
TW: su!c!de
เชี่ยยยยยยย ขนลุก เป็นหนังสือพล็อตคาดเดาได้ที่ตลกร้ายมาก น้าชาติเก่งมาก ไว้หาอ่านอีก
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Nazmi Yaakub.
Author 10 books279 followers
February 27, 2012
NO Way Out ini mengingatkan saya kepada Ranjau Sepanjang Jalan karya Sasterawan Negara (SN), Shahnon Ahmad, bahkan ia lebih tragis lagi.

Kemiskinan adalah lingkaran setan yang tidak ada penghujungnya - apatah lagi kemiskinan dalam ruang kapitalis moden yang tidak hanya membuka tingkap tetapi mengenakan jeriji kepada si miskin untuk melihat peluang keemasan yang boleh dirakusi di negaranya.

Inilah yang dikuak dalam novel Penerima Anugerah SEA Write 1982 dan 1994; lingkaran setan yang menjerut Boonma yang turut menghela ayah dan isterinya serta tiga anaknya ke lohong neraka dunia. Lingkaran itu digulung oleh kapitalis yang diwakili Towkay dan pemilik bot pukat tunda atas nama pinjaman dan bunga yang bertindan-tindan, semata-mata Boonma mahu memberikan ‘bumbung’ dan ‘lantai’ kepada keluarganya.

Novel ini lebih pesismis daripada Ranjau Sepanjang Jalan kerana kegagalan adalah kepastian yang tidak tertolak daripada kelompok buruh di kota raya seperti Bangkok. Meskipun begitu, masih ada cahaya yang tidak dapat dirampas oleh kapitalisme - iaitu budi daripada manusia kecil yang terhimpit tetapi masih cuba menghulurkan bantuan. Watak ini ada persamaan dengan Kim Huey dalam kumpulan cerpen Chart, iaitu An Ordinary Story (and others less so) - kemiskinan tidak membunuh semua sekali, budi masih terselamat daripada penyembelihannya.

Meskipun novel ini kental dengan pesimistiknya, kita perlu memahaminya dalam kaca mata dan ruang lingkup pandangan alam masyarakat bawahan di Thailand. Hanya kita beruntung di sebalik keinginan kepada pesimisme dalam karya sastera, kita belum sampai mengeluarkan Tuhan daripada naskhah.
Profile Image for Pankon.
5 reviews1 follower
June 9, 2021
ความบางของเล่มไม่ได้ช่วยลดความหดหู่ของ "จนตรอก" แม้แต่น้อย
Profile Image for Klin กลินท์.
230 reviews15 followers
May 18, 2020
พ.ศ.2523

#บุญมา ...ชีวิตที่เงียบเหงา อ่อนโรย และไร้ค่า...

'มันเป็นเพราะใครกันแน่วะนี่?” บุญมานึกถามตัวเอง
‘เพราะมึงนั่นแหละ’ อีกความคิดหนึ่งตะโกนแวบสวนขึ้นมา
'ถ้ามึงไม่ชวนพ่อมากรุงเทพฯ!'
'ถ้ามึงไม่อยากมีบ้าน!'
'ถ้ามึงไม่เสือกกู้เงินเถ้าแกเขามา!'
'ถ้ามึงไม่เตะเมียในวันนั้น!'
'ถ้ามึงไม่ไล่สีดาออกจากบ้าน!'
'ถ้ามึงไม่เสือกไปเรือ!'
'ถ้ามึงไม่โดนจับ!'
'และถ้ามึงอยู่บ้านทำงานไปกลับเหมือนเช่นคนอื่น ๆ เรื่องมันก็คงไม่ลงเอยแบบที่เห็นนี่หรอก...’ ,น.119-120

อ่านอีกในงานของ "ชาติ กอบจิตติ" “จนตรอก” ; ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตของใคร แบบไหนอีกบ้างที่สุดแสนจนตรอก หมดหนทางได้เท่ากับ “บุญมา” อีกแล้ว ชีวิตของคนจนที่ต้องทำมาหาเช้ากินค่ำ แทบไม่ต้องตั้งคำถามใด ๆ ไปมากกว่าเรื่องของเวรกรรมและการชดใช้กรรม

งานชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อธันวาคม 2523 ความจนของคนในยุคนั้น กับ ความจนในปี พ.ศ. นี้เป็นเช่นไร คนรวยยังคงรวยต่อไป คนจนยังคงจนต่อไป คนจน คนรวย ยิ่งห่างออกจากกันไปเรื่อย ๆ ใครกำหนด เรื่องเวรเรื่องกรรม ? งานชิ้นนี้ของน้าชาติ ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษจากการได้อ่านทุก ๆ ครั้งคือค่อย ๆ ไปสุดอารมณ์ความรู้สึกแล้วหักมุมให้หลุดขั้นสุดไปอีกชั้นหนึ่ง จนตรอกกันไปให้สุดจนตรอก ตอกย้ำความจนของชีวิต

“ดีใจมั้ยคะลุง?” เสียงพยาบาลดังเร้าขึ้นอีก “ดีใจไหมคะ?” บุญมาได้ยินเสียงนั้นเหมือนดังมาไกล ๆ เขาเริ่มคิดทบทวน แต่ไม่ได้ตอบอะไรออกมา” , น.125

“ชีวิตชายชรานั้นเหมือนกับผ้าสีสวยผืนหนึ่งที่มีคนนำไปตัดเสื้อ และมันเปื่อยขาดเพราะใช้งาน เสื้อตัวนั้นก็เริ่มลดคุณค่าลง กลายเป็นผ้าขี้ริ้วขาดวิ่น นานไปยิ่งสกปรก นานไปยิ่งหาค่าไม่ได้ ชีวิตแกเป็นเช่นผ้าขี้ริ้วสกปรกผืนที่กล่าวถึงนี้...
...ชีวิตที่เงียบเหงา อ่อนโรย และไร้ค่า...
...และบัดนี้ได้สิ้นไปแล้ว รอคอยเวลาถูกลืม...” , น.108

อ่านไปเรื่อยๆ ลองหาอ่านดูครับ :) #จนตรอก #ชาติกอบจิตติ สำนักพิมพ์: #หอน #อ่านชาติกอบจิตติ #อ่าน #อ่านไปเรื่อยๆ #อ่านไปฟังไป #IntoTheBook #อ่านแล้วอ่านเล่า #อ่านอีก #หนังสือ #ReadAgain #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #อ่านในใจ #อ่านเพลิน #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary
Profile Image for Amuno.
52 reviews2 followers
May 21, 2025
#จนตรอก Trigger warning ⚠️ การฆ่าตัวตาย
วรรณกรรมสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยที่นักเขียน เขียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 แต่ปัจจุบันกลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
การเล่าเรื่องไม่ได้เป็นเส้นตรง คนอ่านต้องลำดับเรื่องเอง เข้าใจว่านักเขียนน่าจะอยากทดลองแนวการเดินเรื่องใหม่ๆ
-บุญมา หัวหน้าครอบครัวที่แบกรับค่าใช้จ่ายทุกสิ่งในบ้าน มีความฝันคือ "อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง" แต่เพราะไม่มีทุนรอนจึงต้องกู้เงินจากเถ้าแก่ นักเขียนบรรยายความรู้สึกอยากมีบ้านได้แบบซาบซึ้งใจมาก บุญมาสะท้อนภาพของหัวหน้าครอบครัวในสังคมชนชั้นล่างที่กดดันจากงานหนัก ภาระที่ต้องแบกรับทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย
-ปู่ ตัวละครที่น่าสนใจและสะท้อนปัญหาสังคมผู้สูงวัยในปัจจุบัน พยายามหารายได้เท่าที่จะทำได้ พยายามแบ่งเบาภาระในบ้านเท่าที่จะทำได้
-ออด ไม่รู้ทำไมเราประทับใจตัวละครนี้มาก คงเพราะนักเขียนเปิดเรื่องมาด้วยตัวละครออด เด็กที่ไม่มีความฝัน สิ่งที่ต้องแบกคือปากท้องของปู่และน้อง

สิ่งที่น่าสนใจคือตัวละครในเรื่องนี้ จมอยู่กับความคิด "โทษตัวเอง" ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นบุญมาที่อยากมีบ้าน ออดที่อยากให้ปู่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล และตัวละครปู่ที่ถูกความเสื่อมถอยของร่างกายทำร้าย โทษตัวเองที่ไม่สามารถช่วยอะไรลูกหลานได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเต็มๆ ที่หากมีการช่วยเหลือจากทางรัฐ เช่น ทุนกู้ยืมเงินสำหรับคนอยากมีบ้าน
เงินสวัสดิการคนชรา การเรียนฟรี (แบบที่ฟรีจริงๆ) เรื่องราวในเล่มคงไม่จบแบบนี้
เล่มเล็กมาก สามารถอ่านจบได้ในเวลาไม่นาน แต่เรื่องก็เครียดมาก และสลดรันทดหดหู่ เหมือนคุณชาติ กอบจิตติเอาข่าวที่เราเห็นได้ในสังคมมาผสม ปรุงใหม่กลายเป็น "จนตรอก"
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับทุกคนไหมค่ะ
286 reviews16 followers
August 15, 2021
This is NOT a happy book. But it unfortunately resembles how FAR too many people live here in Thailand and around the world. Hopelessness. Injustice. Immorality. Karma. The list of themes could go on for quite a while.

When brokenness emerges in one person, it can and often does develop dominoes of difficulty among the people closest to them. Can the family of Boonma EVER escape the cycle of poverty?

How can we give people in need TRUE HOPE during Covid-19?
Profile Image for Pusanisa Buranawanich.
54 reviews2 followers
October 13, 2023
ตอนแรกกะจะค่อยๆอ่านทยอยๆ สรุปแทบจะอ่านรวดเดียวจบเพราะถูกทักษะการเล่าเรื่องรวมทั้งภาษาที่ใช้ตรึงไว้ซะงั้น
เรื่องนี้จริงๆแอบหดหู่กว่าคำสารภาพอีก อ่านแรกๆก็คิดว่าชีวิตคนเรามันจะแย่ได้ถึงขนาดไหนเชียววะ มันยังแย่ได้มากกว่านี้อรกมั้ย สรุปมันแย่ได้มากกว่านี้จริงๆ หดหู่มากตอนที่ปู่คิดเรื่องต่างๆที่ผ่านมาก่อนแขวนคอ แต่ถึงตายไปก็ไม่ต่างกับมีชีวิตอยู่ ไม่มีค่า ไม่มีใครเหลียวแล ไม่มีใครสนใจการตายของคนแบบนี้ กับอีกฉากคือตอนที่บุญมาให้ดำกินเป๊ปซี่ตอนจบ
Profile Image for Whale Read.
414 reviews33 followers
August 8, 2019
นวนิยายสั้น ๆ ที่อ่านรวดเดียวจบ
เนื้อเรื่องน่าจดจำกว่าตัวละคร

เรื่องครอบครัวที่ยากจนและล่มสลายความเศร้าของทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง ปู่ผูกคอตาย ลุกชายติดคุก ลูกสาวเป็นกระหรี่ พ่อฆ่าตัวตายพร้อมลูกคนเล็กไม่สำเร็จ และติดคุกตลอดชีวิต พร้อมความเศร้า
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for TGIFD.
58 reviews14 followers
June 22, 2020
สองชั่วโมงในการอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นสองชั่วโมงแห่งความหดหู่ ที่เกิดจากการได้รับรู้ความบัดซบของชีวิตคนจนเมือง
อ่านแล้วจิตตก แต่ก็ช่วยเตือนตัวเองว่าเราเองก็โชคดีที่มีชีวิตรอดจากเหตุการณ์แบบนี้ม่จนถึงวันนี้
Profile Image for Sivapong.
8 reviews
April 1, 2020
ดำดิ่งพร้อมหดหู่ไปกับสภาพสังคมชนชั้นล่างในเมืองกรุง พูดถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยไม่จำเป็นที่จะต้องยกตัวอย่างชนชั้นอื่น ๆ มาเปรียบเทียบ
6 reviews
April 30, 2020
ภาษาสั้น​ กระชับ​ แต่เข้าถึงความรู้สึกของตัวละคร​ เข้าถึงความสิ้นหวังในตัวละครและชีวิตของตัวละครที่เหมือนจะพร้อมผิดหวังกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตตลอดการอ่าน
Profile Image for Busoh Oat.
18 reviews
Read
December 28, 2021
เสียดสี สะท้อนสังคมตรงไปตรงมาอย่างสะเทือนอารมณ์
Profile Image for yourteaandmybooks.
70 reviews2 followers
March 24, 2024
เล่มบางนิดเดียว แต่ตอนที่อ่านกลับให้ความรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
Profile Image for lluu.
64 reviews3 followers
March 17, 2025
ถ่ายทอดได้หดหู่มากๆ เล่มบางๆแต่หนักไปด้วยเนื้อหาที่อึดอัด ไม่มีตัวละครไหนได้รับความสุขเลย
ที่น่าหดหู่กว่า คือ ปัจจุบันนี้ เหตุการณ์ในเล่มก็ยังมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไปในสังคมบ้านเรา :/
Profile Image for Boonyaprune official .
22 reviews
December 1, 2025
จุกอกมากเมื่ออ่านเสร็จ ปัญหาในหนังสือไม่ต่างกันกับปัญหาสังคมปัจจุบันเลย สำหรับใครที่ดอง แนะนำว่าหยิบมาอ่านเถอะค่ะ
Profile Image for Yanisa Laotemsaengthong.
1 review
June 25, 2025
ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่อะไรมาก ด้วยความที่เราเพิ่งอ่านงานของนักเขียนท่านนี้เป็นเรื่องแรกด้วย แต่ก็ต้องบอกว่าดีอย่างที่หลาย ๆ คนบอกจริงค่ะ ถึงตัวงานจะปล่อยมานานแล้วก็ยังเสียดสีกับปัญหาสังคมในปัจจุบันอยู่ นักเขียนเลือกสรรคำเก่ง สื่ออารมณ์ได้ดี ตรงไปตรงมา ตอนอ่านทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถบรรยายออกมาด้วยคำพูดได้

คิดว่าในอนาคตคงได้ตามอ่านเรื่องอื่น ๆ แน่นอนค่ะ


Profile Image for Scott Hayden.
715 reviews81 followers
Read
September 22, 2019
I can't give it stars because it's like strong medicine, bitter but necessary.
"Like" is just not the word for a book of this nature.

From first reading in 2011:
Devoid of hope. Should Christians read stuff like this? Yes. Those of us who have living hope must be moved to say, "As I have opportunity, I will do what I can to create a different end to the stories of others like Boonma." But we'll never say such things if we never get close enough to people to see the need. Books like this bring us one step closer.

One curious aside. Boonma actually had power to generate profit. The Towkay and fishing boat captain knew that, and siphoned it off for themselves. They were well off because they turned their entrepreneurial skills to totally self-serving ends. If only Boonma had been amidst people who taught him to harness his potential and enjoy the fruit of his own labor. This is what organizations like Step Ahead do for the poor.

from June 28 review:
Nothing fun, no comic relief. Boonma was just trying to improve his family's situation, but he didn't even have enough math skills to know he was being taken advantage of by a loan shark, nor enough forethought to get the details of the fishing job's "payment system." Stories like this (which are all too true) make me wish that there really were a Batman to swoop in and take out the bad guys, or a Robin Hood to give the money back to the people who worked for it but had it robbed.

from 26 June: Just getting started, but already have a sense that this one is total despair...
Profile Image for Pete Young.
95 reviews22 followers
November 13, 2012
A short novel that describes the almost systematic dismantling of a Bangkok family, as a result of the poverty trap they find themselves in when the father tries to take them out of rented accommodation and into a corrugated metal-and-wood shack of their own. Korbjitti is spare with the details, though through the multiple viewpoints of the family he provides more than enough information to give a clear picture of their circumstances while at the same time leaving it to the reader to decide where the blame may lie. A sad but very true book for many, Korbjitti has won two SEA Write Awards for his explorations of Thai social issues that few Westerners get to see, let alone experience.
Profile Image for i yuun.
3 reviews
December 28, 2021
'ชีวิตของชายชรานั้นเหมือนกับผ้าสีสวยผื่นหนึ่ง ที่มีคนนำไปตัดเสื้อ และเมื่อมันเปื่อยขาดเพราะใช้งาน เสื้อตัวนั้นก็เริ่มลดค่าลง กลายเป็นผ้าขี้ริ้วขาดวิ่น นานไปยิ่งสกปรก นานไปยิ่งหาค่าไม่ได้ ชีวิตแกเป็นเช่นผ้าขี้ริ้วสกปรกผืนที่กล่าวถึงนี้'

แม้ว่า'จนตรอก'จะถูกตีพิมพ์ตั้งแต่พ.ศ. 2523 ประเด็นภายในหนังสือยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน ความจน ความเหลื่อมล้ำ และการดิ้นรน แม้จะผ่านไปอีกกี่ยุคกี่สมัย ก็ไม่สามารถรักษาได้
Profile Image for Nott Pattaradanai.
24 reviews
July 17, 2022
นิยายแห่งโลกมืดของจริง อ่านคำพิพากษาจบว่าหดหู่แล้ว อีนี่หดหู่กว่าอีก ตัวละครติดบ่วงที่ตัวเองสร้าง ไปไหนไม่ได้ ทำได้แค่อยู่ชดใช้กรรมไปเรื่อยๆ พาลทำให้คิดถึงตัวเองว่าไม่น่าสร้างหนี้ขึ้นมาเลยกู ชะตากรรมของตัวละครพอมาเทียบกับยุคโควิดก็คือยังพบเจอได้ ทั้งที่นิยายนี่เขียนขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว มันบอกได้ว่าประเทศไทยไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย เศร้ามาก
Profile Image for Vivek.
30 reviews2 followers
September 30, 2013
For some life is hard. For some life is terribly tricky. For some just being alive is like being sentenced to death.
Profile Image for goww.
22 reviews
December 6, 2024
I understand why people like this book, but for me, it’s just trauma dumping for no good reason at all—kind of like the worst ‘best book.’ Very A Little Life-esque.
Displaying 1 - 27 of 27 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.