วาณิชก็คือวาณิช
ทุกเรื่องในเล่มนี้มีการเลือกโทนเสียงที่จะใช้เล่าเข้ากับบริบทและเอาคนอ่านอยู่หมัด (ตรงไหนติดตลกกวน ๆ ก็อมยิ้ม ที่เขียนให้กลัวก็ขนหัวลุก ที่จะให้โรแมนติกก็หวานหยด) มีการสรรคำได้อย่างเป็นนายของภาษา สมศักดิ์ศรีอย่างที่ทุกคนชื่นชมมาตลอดชีวิตในบรรณภพของวาณิชจริงๆ
1. จัดอันดับเรื่องที่ชอบประมาณนี้: ชอบเรื่อง 'โนรี' มากที่สุด บทสนทนาระหว่างตัวละครชวนให้เราใคร่ครวญความคิดตัวเองคิด ถาม และโต้แย้งด้วยในหลายจุด เนื้อเรื่อง setting และสิ่งที่ได้สามารถจัดเข้าเซต 14 ตุลาฯ รำลึกได้เลย
1.5. ระหว่างสองลำดับ (1. กับ 2.) เราจะแทรกเรื่อง 'ซ้ายล่าสุด' ไว้เพราะชอบมากประมาณนึง เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มีการเล่นระหว่างอุดมการณ์กับความจำเป็นของชีวิตนักเขียนคนหนึ่ง (ซึ่งนี่นั่งคิดอยู่ตลอดว่าวาณิชเอาชีวิตตัวเองมาเขียนหรือเปล่าเนี่ย)
2. ลำดับต่อมาให้เซตเรื่องสยองขวัญซึ่งเราชื่นชมจากใจจริงว่า วาณิชเขียนเรื่องนี้ขึ้นมือมาก ๆ น่าติดตามและน่ากลัวไปพร้อม ๆ กัน เรื่อง 'ภาพเขียนที่หายไป' น่ากลัวสุด อีกสองเรื่องคือ 'ผาติกรรม' กับ 'กา' น่ากลัวพอ ๆ กัน
3. ถัดมาเป็นกลุ่มงานที่เห็นว่ามีคุณค่าในเชิงสังคม
- ถ้าเป็นแนววัฒนธรรมเพลงพื้นบ้าน ยกให้เรื่อง 'เพลงใบไม้' ที่แอบน่ากลัวอยู่ไม่น้อย ผสานความเป็นนักกลอนและทักษะการเขียนเรื่องสั้นของวาณิชได้อย่างดี
- ส่วนถ้าเป็นแนวฉายให้เห็นประเด็นสังคมโดยเฉพาะในกทม. อันนี้จัดเป็นกลุ่มได้เพราะมีหลายเรื่องมาก ประเด็นที่ฉายให้เห็นมีตั้งแต่ ความไม่ปลอดภัยในบางมุมเมือง, การจราจร (เอิ่ม still contemporary), ความศรัทธา, ความเหลื่อมล้ำ, การใช้แรงงานเด็ก(ซึ่งเรื่องนี้ได้เห็นวิธีคิดการวัดว่าอะไรกฎหมายของตัวละครในเรื่องด้วย -- เหนิดกฎหมายตบเข่าฉาด)
4. สุดท้าย บทกวีนิพนธ์ชุด 'คืนรัง' ชอบบางวรรค (แต่บทแรกที่จิระนันท์เคยพูดว่าวาณิชเขียนถึงนั้นชอบทั้งบท) และไม่ค่อยชอบเรื่องมิชิแกนเทสต์ ถถ
ท้ายสุดอยากเห็นฉบับจัดพิมพ์ใหม่ในอนาคตที่มีการตรวจทานต้นฉบับที่เก็บ typos ที่เหลือจนเรียบกริ๊บ จะประทับใจมาก