panuchread118 reviews103 followersFollowFollowJune 26, 2023เป็นการอ่านนิยายเรื่องยาวที่เหมือนเรื่องสั้นมาก ไม่มีความปะติดปะต่อ ไม่สมูธ เรียงลำดับการเล่าได้เหมือนกับการดูซีรีส์หรือซิทคอม คือจบเป็นเคสๆ วันดีคืนดีก็ย้อนมาเล่าเคสเก่า ความ continue ของตัวละครก็งงๆ เดี๋ยว depressed เดี๋ยวหมดไฟ เดี๋ยวพบทางเดินใหม่ ปุบปับก็เกิดจุดเปลี่ยน อ่านแล้วสะดุด เพราะเหมือนจับได้ว่า อ้อ แกเปลี่ยนเพราะคนเขียนเค้าต้องการให้แกเปลี่ยนน่ะสิโทโรนาออฟฟิศ เป็นสำนักงานบริการแจ้งการลาจาก ทั้งบอกเลิกคนรัก ตัดขาดนิสัยเดิมๆ ออกจากจุดที่ไม่อยากอยู่ ฯลฯ โดยมีเจ้าของคืออิบอสผู้เป็นต้นตำรับชายแท้ และพนักงานสาว 3 คน หนึ่งในนั้นคือนางเอก “อีกาอึล”คำโปรยทั้งปกหน้าปกหลังเค้าออกตัวว่าเป็นหนังสือที่จะปลอบประโลมใจทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้ากับความสัมพันธ์ แต่ความเป็นจริงหลังอ่านจบคือหดหู่กว่าเดิม พูดได้เลยว่า i’m so sick of this book 50% จากความชายแท้และการเป็นเจ้านายที่โคตรแย่ของอิบอส 30% จากความน่ารำคาญของนางเอกและ mindset ประหลาดๆ ของชี & เดอะแก๊ง 10% จากการเล่าที่กระโดดไปกระโดดมา นอกจากความหงุดหงิดแล้วก็ไม่สามารถมีอารมณ์ร่วมอื่นใดได้อีกเลย 10% จากบรรยากาศอึมครึม หม่นหมอง หดหู่ ที่อ่านแล้วโคตรจะอึดอัดอย่างที่บอกว่าวิธีการเล่าในเล่มนี้มันให้ฟีลคล้ายการเล่าซิทคอม เราเลยรู้สึกว่ามันห้วนๆ ไปหมด ลูกค้าของโทโรนาแทบทุกเคสถูกเล่าแค่สั้นๆ บางเคสก็หยุดเล่าไปเฉยๆ โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าสรุปงานมันลุล่วงรึเปล่า ทำให้เราไม่สามารถทำความรู้จักตัวละครได้ดีพอ ทั้งฝั่งลูกค้าและฝั่งบริษัท เราเห็นความยากลำบากในการทำงานแค่ผิวเผิน ยังไม่ถึงขั้นจะรู้สึกเอาใจช่วยหรือเข้าใจหัวอกคนทำงานนี้ ในขณะเดียวกันเราก็แทบจะไม่เข้าใจหัวจิตหัวใจลูกค้าแต่ละรายเลย เพราะมันไม่มีที่มาที่ไปเท่าที่ควร ฟังพุธทอล์คพุธโทรยังอินกับปัญหาชาวบ้านกว่านี้อีกทุกอย่างมันดูลอยๆ ไม่เป็นเรื่องเดียวกัน บางอย่างก็ไม่รู้จะใส่มาทำไม เช่น xxxไปทะเล xxxแต่งงาน เรื่องของลูกค้าบางเคส โอเค มันอาจจะมีผลกับอารมณ์ความรู้สึกและการตัดสินใจของตัวละครแหละ แต่มันน้อยยยยมากกกกกก ไม่ได้รู้สึกว่ามันอิมแพคกับเนื้อเรื่องและตัวละครขนาดนั้น มีหรือไม่มีก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไรและน่าแปลกใจมากที่เราไม่รู้สึกอะไรกับตัวละครในเรื่องนี้เลยสักคนเดียว อ่อ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าอิบอส แต่กับคนอื่นๆ คือมัน blank อะ อยู่ด้วยกันมาตั้งสองร้อยกว่าหน้า แต่ไม่ผูกพัน ไม่สนิทใจ ไม่เอาใจช่วยใครเลย อ่านจบละได้แต่คิดว่า ชั้นมารับรู้เรื่องของพวกคุณไปทำไมกันนะ 55555 แอบรู้สึกหน่อยๆ ด้วยว่าอ่านแล้วคิดถึงตัวละครในงานญี่ปุ่น และค้นพบว่าชอบความรู้สึกเวลาอ่านนิยายญี่ปุ่นกว่ามาก (แม้บางเรื่องจะรำคาญบ้าง แต่เทียบกันแล้วรำคาญเกาหลีกว่าเยอะ) ผู้คนในงานแปลเกาหลีมันไม่ละมุนละไมเท่าญี่ปุ่นอะ มันมีความหยาบคายและกระด้างกว่า ญี่ปุ่นเป็นแบบ ☺️ ส่วนเกาหลีจะฟีล 😐มาเข้าสู่ session ด่าอิบอสชายแท้กันค่ะอย่างแรกคือ นางเป็นคนที่ไม่น่าทำงานด้วยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ้านายประสาอะไรโยนขี้โยนเยี่ยวให้ลูกน้องหมด มีความ bossy แบบคูณล้าน โทษลูกน้องทุกอย่าง ไม่เคยให้คำแนะนำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่พอมีเรื่องผิดพลาดก็โทษว่าทำไมลูกน้องไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ รับคนไม่มีประสบการณ์แต่คาดหวังว่าจะได้งานแบบซีเนียร์ พูดจาหมาไม่แดก ไม่ให้กำลังใจ ไม่มีความเข้าอกเข้าใจ ไม่มี empathy เห็นแก่ตัวทั้งกับลูกน้องและเรื่องส่วนตัว (เรื่องส่วนตัวเดี๋ยวด่าย่อหน้าถัดไป) เป็นคนประเภทที่คิดว่าการพูดจาแรงๆ จะสร้างแรงผลักดัน จะช่วยปลุกขวัญกำลังใจ ชอบเอาอารมณ์ส่วนตัวมาลงกับเรื่องงาน ความรับผิดชอบเป็นศูนย์ ลูกน้องจะลามาดึงหน้าใส่ มึงบ้าปะะะะะนอกจากความประสาทแดกในตำแหน่งบอส ก็ยังมีความประสาทแดกตามประสาชายแท้ เป็นผู้ชายแบบที่ต้องปัก red flags ไว้ทุกรูขุมขน เห็นแก่ได้ ดูถูกผู้หญิง มองการแต่งงานเป็นเรื่องของอำนาจ รู้สึกว่าถ้าต้องแต่งงานกับผู้หญิงประเภทที่นางแปะป้ายให้ว่า “ไร้ยางอาย” เท่ากับนางจะถูกจูงจมูก โทษแต่คนอื่นไม่โทษตัวเอง ปัดความรับผิดชอบ กูดีกูเด่นกูเก่งอยู่คนเดียว เหมาะสมที่สุดกับคำว่าไม่มีใครเก่งเท่ามึงกับพ่อมึงแล้วจ้าส่วนกาอึลผู้เป็นนางเอก ชีคร่ำครวญมาเสมอว่า ฉันเริ่มทำงานช้าไปๆๆ ฉันเสียเวลาชีวิตไปเยอะแล้วๆๆ ฉันรู้สึกห่อเหี่ยวๆๆ มีประโยคนึงบอกว่า “วัยยี่สิบของฉันดูเหมือนจะหมดไปกับการดิ้นรนพยายามใช้ชีวิตในแบบที่สังคมกำหนดไว้ แต่ตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้วว่า ฉันในวัยสามสิบควรลาจากตัวตนแบบนั้นซะที” แต่เรากลับไม่รู้สึกว่าชีวิตกาอึลก่อนหน้านี้ดิ้นรนพยายามอะ เท่าที่ฟังกาอึลเล่าชีวิตตัวเองมาทั้งเล่ม มันให้ความรู้สึกของคนไร้แพชชั่นที่อยู่ไปวันๆ อีเรื่อยเฉื่อยแฉะไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเอง ซึ่งไม่ผิดและไม่ได้เลวร้ายอะไร ตราบใดที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น แต่ของกาอึลมันน่าขมวดคิ้วตรงที่พอเวลาล่วงเลยไป มีภาระต้องแบกรับ จำเป็นต้องขุดตัวเองขึ้นมาและก้าวหน้าสักที กาอึลกลับเลือกที่จะโทษระบบสังคม โทษกาลเวลา โทษความกดดันต่างๆ ทั้งที่กาอึลเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตเองตั้งแต่แรกจริงๆ ถ้าถามว่า message ของเล่มนี้คืออะไร คิดว่ามันก็คือประโยคนั้นของกาอึลนั่นแหละ แต่เรารับรู้เพราะกาอึลพูด+นักเขียนบอก ทุกอย่างเกิดขึ้นในรูปแบบประโยคบอกเล่าตรงๆ ซึ่งมันทำลายเสน่ห์ของการอ่านนิยายไปหมด ทุกอย่างในเล่มนี้เต็มไปด้วยความครึ่งๆ กลางๆ ทั้งตอนจบเล่ม ทั้งตอนจบแต่ละเคสของลูกค้า ไม่ได้รู้สึกว่าตั้งใจให้เป็นปลายเปิดด้วยนะ มันออกแนวหาทางลงไม่ได้เลยปล่อยจอย ช่องโหว่เยอะมากๆๆๆ จนเกรงว่าโรคกลัวรูจะกำเริบจนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่ามันปลอบประโลมใจคนที่เหนื่อยกับความสัมพันธ์ยังไง แต่ละตัวละครคือเป๋สุดๆ บอกได้คำเดียวว่าเละเทะสิ่งที่น่าประทับใจเล็กๆ ในเล่มนี้คือโควทเยอะดี (และดีที่ใส่มาอย่างเป็นธรรมชาติ)
Mirai597 reviews128 followersFollowFollowSeptember 17, 2023'กาอึล' สาววัยสามสิบที่เพียรพยายามมานานในการหางานที่มั่นคง ในที่สุดเธอก็ได้งานตำแหน่งผู้จัดการการลาจาก ของบริษัทประหลาดๆ อย่าง บริษัทโทโรนาแห่งการลาจาก ที่นี่เป็นบริษัทเล็กๆ เน้นรับงานตัดความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ กาอึลตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แม้ในใจเธอจะอัดแน่นไปด้วยคำถามมากมายจะว่าชอบก็ชอบ จะว่าไม่ชอบก็ไม่ชอบ เป็นหนังสือที่มีส่วนที่ชอบและไม่ชอบในสัดส่วนที่พอๆ กันอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ คือประทับใจ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนดึงเข้าสู่ปรัชญาชีวิตบางอย่างว่าด้วยการละทิ้ง การจากลา และการปล่อยวาง อ่านแล้วมีจุดนึงจู่ๆ ก็รู้สึกปลงแท้ ทั้งที่ไม่ใช่หนังสือธรรมะ 😂เล่าเรื่องน่าติดตามดีนะ แม้จะไม่ค่อยลึกซึ้ง อ่านแล้วยังไม่ค่อยอิ��� แต่ก็ทำให้เราคอยลุ้นคอยเอาใจช่วยกาอึลได้ตลอดทั้งเรื่องว่า นางจะต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าแบบไหน งานจะยากเย็นแสนเข็ญยังไง งานจะสำเร็จราบรื่นดีมั้ย ชอบบทสนทนาหรือหลายๆ ข้อความคิดของนางเอกหลายแห่งอยู่ แต่ไม่ค่อยชอบทัศนคติของบอสนางเอกเลย รู้สึกพิลึกเกินไป 5555เอาเถอะ อ่านได้ สนุกๆ มีทั้งส่วนชอบและไม่ชอบนั่นแหละ แต่ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าอ่านจบแล้วรู้สึกน่าประทับใจอย่างประหลาด 😂bibli-publishing books drama ...more
Usanisa87 reviews6 followersFollowFollowAugust 23, 2024เรื่องราวของอีกาอึล สาวเกาหลีว่างงานที่ได้สมัครเข้าทำงานในบริษัทชื่อ โทโรนา ออฟฟิศแห่งการจากลา ที่ซึ่งจะทำการบอกลาแทนลูกค้าไม่ว่าจะบอกลาจาก ความสัมพันธ์ บอกลานิสัย บอกลาจากความเคยชินฯ เธอต้องเรียนรู้วิธีที่จะช่วยเหลือลูกค้าในการบอกลาพร้อมๆ กับช่วยให้ผู้รับการบอกลาเข้าใจและยอมรับการบอกลาให้ได้หลังจากอ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเรื่องยังขาดการลงลึกและผลักดันอารมณ์ตัวละคร (รวมถึงผู้อ่าน) ยังไม่สามารถไปสุดทางได้ เดิมคาดหวังว่าจะมีประเด็นการจากลาที่หลากหลาย แต่หนังสือกลับให้น้ำหนักไปที่การจากลาความสัมพันธ์ เช่น เคสลูกค้าคนแรกของตัวเอกซึ่งเป็นหมอที่ต้องการบอกเลิกกับแฟน ผู้หญิงที่ต้องการบอกเลิกจากสามี แม้กระทั่ง ผู้ชายที่ต้องการบอกเลิกจากหนังสือยังมีสาเหตุมาจากการต้องการทำให้แฟนสาวพึงพอใจ ทำให้หนังสือเหมือนจะวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของความสัมพันธฺระหว่างคน ทำให้หนังาือขาดเสน่ห์ของความหลากหลาย และไม่น่าประหลาดใจ แม้ผู้เขียนจะพยายามใส่ปมขัดแย้งของตัวละครอย่างอีกาอึล ที่มีปมเรื่องการถูกพ่อแท้ๆ ทิ้งไป และชีวิตไม่เคยข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว บวกกับความล่องลอยของคนในยุคสมัยที่ขาดเป้าหมายและจุดประสงค์ (แม้จะพยายามยัดเยียดว่าเธอเองก็มีเป้าหมายที่จะเป็นนักเขียน แต่เหมือนใส่ๆมาให้นิยายมีทางลงเท่านั้น) แต่ปมนั้นก็ดูจะไม่ได้มาเชื่อมโยงหรือช่วยคลายปมอื่นๆ ที่ตัวเอกพบเจอจากการไปบอกลาแทนลูกค้าเลย นอกจากนี้ตัวละครหมุนเวียนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอีกาอึลก็ขาดเสน่ห์ที่ผู้อ่านจะเอาใจช่วย ทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างเอื่อยเฉือย ผู้เขียนยังมีแนวน้ำเสียงบางฉากที่ดูจะตำหนิค่านิยมบางประการ เช่นการที่ ผู้รับการบอกลาฆ่าตัวตายเพราะไม่ยอมรับการบอกเลิกจากแฟนหนุ่ม (ทั้งๆที่หนังสือเองก็เล่าถึงความไม่สมเหตุสมผลของความคิดเกี่ยวกับความรักของเธอ เช่น การเข้าไปยุ่งกับชีวิตแฟนหนุ่ม เปลี่ยนการกิน เปลี่ยนรสนิยมการฟังเพลงเพื่อให้ตรงกับแฟนหนุ่มทุกประการ) หนังาือกลับพยายามบีบน้ำเสียงให้ดูเหมือนว่าแฟนหนุ่มไม่ใส่ใจที่จะรับรู้ความรู้สึกฝ่ายหญิง แม้กระทั่งการบอกเลิกก็หนีปัญหาด้วยการใช้บริการจากบริษัท หรือการเล่า flashback เรื่องแม่ของอีกาอึลเอง ที่แค่พบเจอพ่อเธอที่เป็นคนจากโซลที่ไปเที่ยวแล้วหยอดมุกจีบ (ตามประสาผู้ชาย) แล้วเดินทางมาโซลพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ให้เขาช่วยเหลือรับผิดชอบตัวเอง ดูเหมือนว่าน้ำเสียงของหนังสือจะตำหนิความกะล่อนของผู้ชาย แต่ไม่เคยตำหนิผู้หญิงที่ใช้ความอ่อนแอและการบีบบังคับผู้อื่นทางอ้อมให้ยอมรับความรู้สึกว่าเป็นฝ่ายผิดบ้าง ทำให้เราไม่สามารถอินไปกับตรรกะความคิดของหนังสือได้เลย สุดท้ายแล้วผู้เขียนยังหาทางลงให้ตัวละครเอกแบบขอไปทีด้วยการให้เธอลาออก โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรให้ดีขึ้นและจบพารากราฟสุดท้ายของหนังสือด้วยการให้เธอหนีจากอาชีพหนึ่ง (ซึ่งเธอยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าทำได้ดี) ไปหาอีกอาชีพหนึ่ง (เขียนหนังสือ) เหมือนเป็นการตบหน้าผู้อ่านว่าวิธีการแบบการใช้ตัวแทนบอกลามันก็แค่เรื่องแต่งที่เป็นจริงไปไม่ได้This entire review has been hidden because of spoilers.
Polyj1,217 reviews95 followersFollowFollowJuly 16, 2023เป็นเรื่องที่อ่านได้ แต่ยังไม่ถูกใจนักค่ะธีมของเรื่องคือ งานที่ต้องไปบอกลา - บอกเลิก แทนคนอื่น ซึ่งเน้นไปที่การบอกเลิกความสัมพันธ์กับคนรักเอาแค่นี้ ยังไม่ต้องอ่านก็รู้แล้วว่ามันไม่น่าจะดี ทำไมคนสองคนคบกัน แล้วจะมาให้คนอื่นมาบอกเลิกให้ คิดว่าอีกฝ่ายจะพอใจได้เหรอ งงใจในคอนเซ็ปนี้ ตอนอ่านก็เลยรู้สึก อิหยังวะตลอดเวลาเราเข้าใจว่าคนเขียนก็คงอยากจะสื่อสารถึงเรื่องความสัมพันธ์ของผู้คนนั่นแหละ แต่สารที่ส่งมาถึงคนอ่านอย่างเรา ยังไม่คลิกread-2023
อ่านหลังเขา12 reviews24 followersFollowFollowAugust 5, 2023เนื้อเรื่องค่อนข้างเย็นชา ตรงที่บริษัทนี้ตั้งมาเพื่อหาเงิน ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นสื่อกลางไว้ปลอบโยนใคร ซึ่งมันต่างจากหนังสือแนว ๆ นี้อย่างสิ้นเชิง ส่วนตัวเราไม่ค่อยเชื่อกับการจ้างคนอื่นไปบอกลาค่ะ เหมือนตัวละครในเรื่องที่ยังไงก็รอคำบอกเลิกจากปากคนรักมากกว่า หรือถ้าจะขอให้ช่วยเรื่องหย่า เราว่าทนายน่าจะช่วยได้มากกว่านะคะ การมีอยู่ของบริษัทนี้ก็เลยดูไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่.แต่นักเขียนมีเรฟเฟอร์เร้นซ์รอบตัวเยอะค่ะ เพราะยกคำพูด ชื่อหนัง ชื่อหนังสือ มาใส่ไว้เต็มไปหมด ทำให้เล่มนี้มีวรรคทองค่อนข้างเยอะเลยค่ะ แต่สำหรับเราอาจจะยังไม่ใช่หนังสือที่ชอบเท่าไหร่
Fang J.75 reviews2 followersFollowFollowApril 20, 2024คอนเซปต์ใหม่และน่าสนใจมาก แต่เสียดายที่เนื้อหาไม่ดีเลย อ่านจบแล้วไม่ได้รู้สึกกินใจ ฮีลใจ อุ่นใจ หรือได้ข้อคิดอะไร ส่วนมากในเล่มมีแต่น้ำ ไม่ค่อยมีเนื้อ ชอบเปิดเคสใหม่มา แต่ไม่ขมวดจบซะงั้น ไม่เล่าต่อว่านางเอกจัดการกับเคสเหล่านั้นยังไง และมีจุดจบยังไง แต่ละเคสให้ข้อคิดอะไร รำคาญมากค่ะfiction