Jump to ratings and reviews
Rate this book

พิพิธภัณฑ์เสียง

Rate this book
นวนิยายรักรสชาติเข้ม ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกของ จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ (ผู้เขียนฮาวายประเทศ) ว่าด้วยความสัมพันธ์ของกลุ่มคนสมัยใหม่ที่ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องโยงใยกับสิ่งที่เรียกว่า ‘เสียง’

200 pages, Paperback

First published March 1, 2013

4 people are currently reading
53 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
16 (19%)
4 stars
39 (48%)
3 stars
24 (29%)
2 stars
2 (2%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 14 of 14 reviews
Profile Image for Ariya.
590 reviews72 followers
May 19, 2016
ตั้งใจอ่านเพราะชอบย่อหน้าแรกของหนังสือที่ขึ้นต้นด้วยเสียงกระดูกลั่นจากการคลายตัวนอนเหยียดยาวดูหนัง ก่อนที่จะค่อยๆ อ่านแล้วพบว่าจริงๆ แล้วหนังสือเรื่องนี้ต้องการสอนบทเรียนในเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดจากการสื่อสาร ในเมื่อบางครั้งเราเลือกที่จะไม่ได้ยิน และปล่อยให้ความเงียบอย่างน่าอึดอัดบ่อนทำลายสายสัมพันธ์ที่ดีไปอย่างช้าๆ

เราชอบองค์ประกอบของเรื่องเล่าและการนำเสนอ รู้สึกว่าคนเขียนอยู่ร่วมยุคสมัยกันทั้งการหยิบยกหนังแต่ละเรื่อง หนังสือ และเพลงเข้ามาประกอบยิ่งทำให้เราสามารถสวมรอยเข้าไปร่วมชะตากรรมเดียวกับตัวเอกได้อย่างกลมกลืน แนวคิดเรื่องการริเริ่มทำพิพิธภัณฑ์เสียงของตัวละครในตอนแรกทำให้เราคิดว่าว่าหนังสือจะวางทิศทางของเรื่องที่ชัดเจนและมีโครงสร้างชัดเจน มีเรื่องเล่าจาก ประเทศสมมติ หรือตัวละครสมมติ เข้ามาดึงจังหวะ สร้างความเป็นสากลทั้งในมิติเวลาและพื้นที่อื่น แต่ถึงอย่างนั้น "เสียง" ก็ยังเป็นเหมือนชีพจรให้กับความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกันมาตลอด แต่เรากลับละเลย และเชื่อฟังความเงียบมากกว่าฟังเสียงของตัวเอง

ยังไงก็ตาม คนเขียนกลับไม่ได้ใส่ใจให้ชีวิตกับตัวละครอื่นในเรื่องเท่าที่ควร แต่เป็นเหมือน character device ที่เข้ามาเพื่อสร้างเรื่องให้เกิดพิพิธภัณฑ์เสียง ซึ่งต่อมาไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ แต่เป็น plot device ระหว่างทางให้เรื่องมันดำเนินไป พิพิธภัณฑ์ที่ว่าเป็นแค่โปรเจกต์ไปเสนออาจารย์เป็นตีสิสก่อนจบและหายไปเท่านั้น

ฉากไคลแม็กซ์ไม่ได้ทิ้งความหนักอึ้งอย่างที่ควรจะเป็น ตัวละครบางตัวต้องหายไปเพื่อเป็นบทเรียนให้กับผู้อ่านได้พบว่าจริงๆ ตัวละครเอกเห็นแก่ตัวขนาดไหน เราได้สรุปพฤติกรรมของตัวละครผมเพียงสั้นๆว่าเป็นคนดำมืดไร้หัวใจที่อาจจะมีชีวิตโดยไม่นึกถึงใครเลย แต่การสร้างตัวละครทั้งหมดพังลงเพราะการสื่อสารไปไม่ถึงคนอ่าน แต่ตัดจบลงห้วนๆหลังจากได้เขียนฉากสำคัญนั้นแล้ว
Profile Image for Ary Chantarapratheap.
32 reviews5 followers
April 21, 2015
พออ่านเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกโหวง

ขอยอมรับว่าไม่เคยอ่านงานแนวนี้มาก่อน ตอนที่หยิบมาจากชั้นหนังสือเป็นโมเมนท์ที่รีบมาก ไม่ได้อ่านคำบรรยายด้านหลังอย่างละเอียดว่าเกี่ยวกับอะไร ตอนแรกนึกว่าเป็นหนังสือนิยายแปลจากภาษาอื่นเสียด้วยซ้ำ คิดว่าเรื่องราวน่าจะเกี่ยวกับคนหลายๆคนรวมตัวกันทำพิพิธภัณฑ์เสียง ณ ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ที่ไม่ใช่ประเทศไทย

ปรากฏว่าคิดผิด นี่มันบริบทไทยหมดเลยนี่นา แต่ซื้อมาแล้วก็ต้องอ่านให้คุ้มสินะ

เนื้อเรื่องของ "พิพิธภัณฑ์เสียง" ไม่ได้ซับซ้อน โดยหลักแล้วเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้คน มากกว่าจะเป็นเรื่องราวของเสียงล้วนๆ นำเสนอออกมาจนเหมือนเป็น memoir หรือบันทึกชีวิตเรื่องหนึ่ง ปนไปกับการแทรกกวีนิพนธ์ และเรื่องสั้นที่มีเสียงเป็นจุดสนใจของเรื่อง

เราไม่ได้ประทับใจกับเนื้อเรื่อง เพราะมันสามัญธรรมดาเหมือนกับชีวิตคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีจุดตื่นเต้น ไม่มีจุดสนุกสนาน นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องอะไร ถ้าหนังสืออยากนำเสนอชีวิตคนๆหนึ่งแบบไม่แต่งเติมอะไร ชีวิตเราทุกคนก็คงจะถูกถ่ายทอดออกมาเช่นนี้ มีรัก มีเลิก มีพบ มีจาก

ส่วนเรื่องสรรพเสียงต่างๆที่ได้อ่านจากเรื่อง ก็มีที่ติดใจอยู่บ้าง เพราะยังสะท้อนก้องอยู่ในใจตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับเสียงที่หยิบมานำเสนอคั่นเรื่องหลัก หรือฉากที่ตัวเอกหลับไประหว่างดูหนัง แล้วตื่นมาไม่เจอใครในอีกวัน

เป็นหนังสือชื่อว่า "พิพิธภัณฑ์เสียง" แต่แปลกตรงที่เสียงไม่ได้ทำให้หายเหงา และหายว่างเปล่าลงเลย บางทีเสียงที่ได้ยินอาจจะเป็นเสียงเงียบ เหมือนไม่ได้ยิน แต่ก็ยังอยู่ตรงนั้น ไม่ก็อาจจะได้ยิน แต่ใจไม่อยากจะฟัง
Profile Image for Tok.
223 reviews84 followers
May 14, 2022
เขียนสนุกดี โดยเฉพาะเรื่องสั้นๆ ที่แทรกมา เชื่อมโยงกับตัวละครหลักได้บ้างในแง่รสนิยมการเสพหนัง แต่เสียดายตอนจบที่กลับกลายไปเป็นแค่นั้น
Profile Image for Kin.
511 reviews164 followers
May 20, 2013
หลายครั้งเวลาอ่านนิยาย เราชอบนึกถึงตัวคนเขียนว่าพวกเขาต้องเจออะไรมาบ้างถึงเขียนประโยคนี้ ย่อหน้านี้ ข้อความนี้ออกมาได้ ข้อดีคือเราอาจพบว่าตัวเราช่างเชื่อมโยงกับงานชิ้นนั้นหรือผู้เขียนคนนั้นอย่างที่เราจินตนาการขึ้นมา ด้วยประสบการณ์แบบที่คล้ายคลึงราวกับว่านั่นคือตัวเรา เราคือตัวละคร ไม่ว่าจะตลอดทั้งเล่ม ทั้งหน้า หรือเพียงสักบรรทัดเดียวก็ตามที ข้อเสียคือ บางประสบการณ์ที่เราลืมไปแล้วหรือไม่อยากจะคิดถึง มักถูกสะกิดจนแผลเปิด โชคดีที่แผลหายไว้ แต่โชคร้าย มันไม่เคยหายสนิท

ป.ล. เราชอบหมายเลข 62 ชอบอาการไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของมัน แม้ตอนแรกจะภาวนาให้เป็นนิยายรักที่ไม่มีคนตายได้ไหมก็เถอะ
Profile Image for Radit Panjapiyakul.
102 reviews12 followers
May 4, 2021
เอามาอ่านเพราะชอบรวมเรื่องสั้น พิพิธภัณฑ์แสงของกิตติพล สรัคคานนท์ เลยอยากรู้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง สรุปก็คือเป็นนิยายที่ได้แรงบันดาลใจมาอีกที ก็อ่านได้เพลินๆในส่วนของเนื้อเรื่องหลักที่เกี่ยวกับกลุ่มนักศึกษา ป. โท ที่ทำโปรเจคต์พิพิธภัณฑ์เสียงส่งอาจารย์แล้วเหมือนผู้เขียนพยายามจะโยงกับเรื่องของการที่ตัวเอกดูหนังแล้วจะหลับทุกทีถ้าเป็นหนังที่มีเสียง แต่เรายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันมีอะไรเกี่ยวข้องกัน และโดยรวมมันดูเป็นตามสูตรเนื้อเรื่องของนิยายร่วมสมัยทั้งหลาย เนื้อเรื่องหลักถูกแทรกด้วยเรื่องของนายและนางสาวสมมุติต่างๆที่เล่าเหมือนเป็นนิทานที่ล้วนมีเรื่องของเสียงมาเกี่ยวข้องในหลายรูปแบบซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี เมื่อมันมาแทรกอยู่ในนิยายเรากลับรู้สึกว่ามันอยู่ผิดที่ผิดทางไปนิดหน่อยและขัดจังหวะการอ่านของตัวเรื่องหลักอยู่เหมือนกัน
Profile Image for pisc #.
4 reviews
January 20, 2023
เสียงที่ไม่ได้เปล่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สื่อสาร
เนื้อเรื่องพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวเอก แต่บอกตามตรงว่า ความเห็นแก่ตัวของตัวเอกมันตะโกนออกมาจนอยากจะเลิกอ่านไปเลย ตัวละคนที่ชอบที่สุดในนี้ก็คงเป็นทีจีเอ็น พาร์ทของทีทำให้เรารู้สึกหนักอึ้งมากกว่าเรื่องราวของตัวหลักซะอีก
Profile Image for Pichit2586.
20 reviews2 followers
June 26, 2017
ฟีลลิ่งเยอะ นักเขียนรุ่นใหม่หลายคนชอบเป็นแบบนี้นะ

ซึ่งมันก็ดี เสียดายอย่างเดียวคือพล็อตหรือเรื่องที่ต้องการจะสื่อ

มันไม่แน่น ไม่เข้าเป้าเต็มที่ พอถึงตอนจบแล้วอ่อนไปนิด
Profile Image for Pakawadee.
34 reviews2 followers
January 6, 2018
เป็นส่วนหนึ่งในมุมมองพระเจ้า มองลงมาและรู้สึกเสียใจไปพร้อมกัน
Profile Image for Jiramet Kupairin.
19 reviews
December 24, 2016
นวนิยายโศกนาฏกรรมความรักที่ดำเนินเรื่องผ่านแง่มุมต่าง ๆ ของเสียงในชีวิตประจำวัน เรื่องราวของทั้ง "ผม" หนึ่งในผู้ร่วมจัดทำพิพิธภัณฑ์เสียง และ "ฉัน" ผู้หญิงธรรมดาที่เกี่ยวพันกับผู้ชายสองคน ต่างเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ "เสียง" ในแง่มุมที่ต่างกันออกไป แปลกใหม่ และลึกลับน่าค้นหาอย่างเหลือเชื่อ

จุดเด่นของ "พิพิธภัณฑ์เสียง" คือการใช้เรื่องสั้นแทรกในนิยาย เรื่องสั้นที่ดูเหมือนจะแยกออกแต่กลับผสานกลมกลืนเข้ากันกับโครงเรื่องหลัก ด้วยสำนวนและเนื้อหาที่เสียดสี จิกกัด และตั้งคำถามกับทุกความเป็นไปของเสียงบนโลกใบนี้

กระแสโลกาภิวัตน์และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อเน้นย้ำปัญหาที่เกิดขึ้นกับ "เสียง" เสียงที่ค่อย ๆ เบาลง จนในที่สุดต้องเงียบหายไปและถูกแทนที่ด้วยการสนทนาผ่านตัวอักษรบนโลกไร้พรมแดน

จิรัฏฐ์ยังพยายามทำลายกรอบเดิม ๆ และขนบของสังคม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "เสียง" คือ เพลงชาติ สิ่งนั้นนั่นแหละ สิ่งที่เราต่างตั้งคำถามมาตลอด ก็ได้รับการนำเสนอและถ่ายทอดผ่านการตั้งคำถามของนวนิยายเรื่องนี้ด้วย

ความรัก เป็นสิ่งหลักของนวนิยายเรื่องนี้ มันจืดจางและกลับมามีรสชาติใหม่อีกครั้ง มันเข้มข้นแล้วก็ถูกทำให้เบาบางลง ความรักไม่แน่นอน ยิ่งคนที่พยายามโหยหาหรือหลีกหนียิ่งไม่แน่นอน ความรักก็ถูกถ่ายทอดผ่าน "เสียง" ในมุมมองต่าง ๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ จิรัฏฐ์ยังใช้สื่อที่เกี่ยวข้องกับ "เสียง" มากมาย สอดแทรกมาในนวนิยายเล่มนี้ โดยเฉพาะภาพยนตร์ และเพลง ที่บอกเล่าเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิด และสถานการณ์ที่ตัวละครแต่ละตัวกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างลงตัว

นวนิยายเล่มนี้ทำให้ฉันกลับมาตื่นเต้นกับวรรณกรรมอีกครั้ง
Profile Image for Atisak Chuengpattanawadee.
26 reviews7 followers
October 30, 2015
จากประสบการณ์การอ่านที่ไม่เยอะนัก แต่พอจะรู้สึกได้ว่านี่ดูคล้ายจะเป็น character ของนิยายของ "คนรุ่นใหม่" ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับอายุของึนเขียน เพราะนักเขียนบางคนที่อายุมากหน่อย ก็ยังเขียนงานใร character คล้ายกันนี้ ในขณะที่งานเขียนของนักเขียนบางคนที่อายุน้อยกว่านี้ก็ไม่มี character แบบที่ว่า

Character แบบที่ว่าคืออะไร เท่าที่พอจับได้คือ

ไม่เน้นพล็อต แต่เน้นอารมณ์ความรู้สึก

ไม่นำเสนออะไรอย่างละเอียด แต่จะบอกเล่าแบบผ่านๆ เร็วๆ ที่มาพร้อมกับความรู้สึกเคว้งๆ โหวงๆ เมื่ออ่าน

ท่ามกลางเส้นเรื่องหลัก (ที่จริงๆ ก็ไม่ได้เน้นเรื่องราวอะไรมากนัก) มีการแทรกเรื่องอื่นเข้ามาเป็นระยะ บางทีดูเหมือนไม่เกี่ยวกับเริฝื่องหลัก แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะอารมณ์ขณัอ่านมันได้ แต่ถ้าจะให้ตอบออกมาชัดๆ ว่ามันเกี่ยวกันอย่างไรบางทีก็จนปัญญาที่จะตอบ

อ่านแล้วซึมๆ อึนๆ แต่ก็อ่านได้เพลินๆ ไม่หนักไม่ยาก (สำหรับเล่มนี้ แต่บางเล่มที่มีลักษณะลอยๆ คล้ายๆ แบบนี้ กว่าจะอ่านจบ อึดอัดเกือบตาย)

ไม่รู้พอจะเรียกอย่างหลวมๆ ได้ไหมว่านิยาย character แบบนี้ตือนอยสยที่สะท้อนลักษณพบางอย่างของสภาวะหลังสมัยใหม่ -postmodernity-

ชอบตรงที่หนังสืออธิบายอิทธิพลของเสียงต่ออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ว่ามันอาจจะไม่ได้เกิดจากเพียงแค่ลักษณะของเสียง แต่การถูกปรับแต่งโดยสังคมวัฒนธรรมหรืออำนาจบางอย่างก็มีผลไม่น้อย หรืออาจจะมากกว่า
Profile Image for Puengmintz.
98 reviews2 followers
March 14, 2016
เรื่องราวของขายคนหนื่งดูหนังมีเสียงแล้วหลับ แต่หนังเงียบเขาไม่หลับ เรียนจบไปทำงานกทม.กับแฟนที่เรียนมาด้วยกัน ภายหลังแฟนเขาได้หายตัวไป เขาทนอยู่กทม. ไม่ได้แล้ว เขาจึงลาออกมาเรียนต่อโทแล้วทำงานฟรีแลนซ์ด้วย ตอนเรียนเขาได้ทำโปรเจ็คพิพิธภัณฑ์เป็นงานกลุ่ม 5 คน กลุ่มของเขาเลือกทำพิพิธภัณฑ์เสียง โดยจะนำเสนอเกี่ยวกับเสียงทั้งหลายทั้งปวง แล้วตอนเรียนต่อเค้าก็มีแฟนชื่อจ๊ะ แต่พอแฟนเก่าจ๊ะกลับมาจากเมืองนอกพวกเขาก็ทะเลาะกัน แล้วจ๊ะก็หนีไป เขาเสียใจมากๆ ง้อสาระพัดอย่างสุดท้ายจ๊ะติดต่อมาบอกว่าไปอยู่กับป้าที่สิงคโปร์ พอหายงอนจ๊ะก็กลับมาเมืองไทยจะไปดูพิพิธภัณฑ์เสียงของเขา แต่โดนรถชนตาย เขาเสียใจไม่เท่าตอนจ๊ะหนีไป หลังจากนั้นเขาก็นั่งรถไฟไปสิงคโปร์แบบคนหดหู่สุดขีด เสร็จกลับมาทำโปรเจ็คตัวจบป.โท แล้วทำงานนิตยสารศิลปะ ไปเจอแฟนใหม่คนปัจจุบัน เค้าไม่รู้หรอกว่ารักเธอมั๊ย แต่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Kubpam So.
88 reviews11 followers
August 20, 2015
เสียงที่ไม่รู้จัก // เราเลือกฟังเสียงแต่ที่อยากฟังมากไปหรือเปล่า
Profile Image for Fon Putchakarn.
1 review28 followers
November 17, 2016
เป็นนิยายที่เล่าสลับเรื่องสั้น เรื่องสั้น เข้าใจง่ายอ่านสนุกเหมือนอ่านนิทาน
เรื่องยาวเป็นเรื่องเล่าในระหว่างการดำเนินงาน จัดนิทรรศการพิพิธภัณฑ์เสียง

Displaying 1 - 14 of 14 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.