Thanawat441 reviewsFollowFollowSeptember 18, 2020เห็นภาพเป็นฉากๆ เลยหนังสือ “คู่มือรัฐประหาร” เล่มนี้ ส่วนตัวขอให้คุณค่าเป็นทั้งหนังสือวิชาการแบบเสียดสี และหนังสือประวัติศาสตร์ฉบับปัจเจกส่วนที่เป็นวิชาการฉบับเสียดสี นอกจากจะปูความรู้เรื่องนิยามพื้นฐานระหว่างรัฐประหารกับปฏิวัติแล้ว ยังเสนอให้เห็นแนวคิดเบื้องหลัง กระบวนการต่างๆ นานา รวมไปถึงอุปสรรค ที่เหล่า “เผด็จการโลกที่สาม” ต้องฟันฝ่าไปจนได้รับชัยชนะในการยึดอำนาจ มันครอบคลุมตั้งแต่วินาทีแรกที่จินตนาการถึงการยึดอำนาจ ไปจนถึงวินาทีที่ได้อำนาจมาครอบครองจะต้องสร้างความชอบธรรมอย่างไร จะต้องใส่ “ข้ออ้าง” แบบไหน จัดมาให้หมดอีกทั้งวิเคราะห์ถึงหลักการจัดการกำลังคน การแทรกแซง การควบคุมสื่อ การควบคุมตัวละครหลักทางการเมือง รวมไปถึงการควบคุมประชาชน เรียกได้ว่าจัดเต็ม อัดแน่น ในหนังสือเล่มบางเฉียบ มันมีความเสียดสีเพราะชื่อบอกว่าเป็น “คู่มือสำหรับรัฐประหาร” แต่จริงๆ แล้วดูจะเป็นการ “แบไต๋ ลากไส้” ซะมากกว่าส่วนที่บอกว่าเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ฉบับปัจเจกนั้นก็เพราะ ผู้อ่านที่เป็นบุคคลร่วมสมัยในแต่ละครั้งของการทำรัฐประหาร ที่สนใจข่าวสารการเมืองซักหน่อย (ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นระดับฮาร์ดคอร์) จะมองเห็นภาพในหัวเป็นฉากๆ เลย ว่า อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เองคุณสามารถเอาตัวละครทางการเมืองที่ตัวเองรู้จักใส่เข้าไปกับทฤษฎีในหนังสือเล่มนี้ได้ตามใจชอบ มันจะ flashback วาบๆ เลยว่าตอนนั้น คนนั้นทำอย่างนั้น คนนี้ทำอย่างนี้สินะ ซึ่งมันเป็นอภิสิทธิ์ของผู้อ่านแต่ละคนเลยว่าคุณจะเห็นภาพตัวละครเป็นใครอนึ่ง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวเจาะจงถึงรัฐประหารครั้งใด หรือในประเทศไหนเป็นพิเศษ สามารถอ่านเอาเป็นความรู้ได้เพลินๆ ตามรสนิยมทางการเมืองของท่านthai-history
Kin514 reviews164 followersFollowFollowApril 8, 2013นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รัฐประหารจะสำเร็จไม่ได้เลย หาก 1. คณะรัฐประหารไม่ได้วางแผนอย่างยอดเยี่ยม ถึงขนาดที่ว่าสามารถควบคุมจุดยุทธศาสตร์ทางการเมืองทั้งหมดของฝ่ายตรงข้ามได้ และเฉลียวฉลาดพอที่จะชักจูงให้ประชาชน ซึ่งสำหรับบางประเทศ หมายถึงเฉพาะ คนเมืองหลวง เห็นชอบด้วยหรือ 2. คณะรัฐประหารมิได้ยอดเยี่ยมอะไร แต่ได้รับการหนุนหลังที่ดี จากผู้ควบคุมเกมการเมืองแต่ละฝ่าย (ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ สื่อมวลชน สหภาพแรงงาน กรรมกร ชาวนา พรรคการเมือง นักธุรกิจ ฯลฯ) แม้ไม่ใช่ท้งหมด ซึ่งอาจรวมถึง "ผู้มีชื่อเสียงทางการเมือง" ที่พร้อมจะยอมให้เกิดรัฐประหารได้ หากตัวเองได้ประโยชน์หรือพวกตัวเองเป็นคนทำ ผู้ซึ่งมีน้ำหนักทางการเมืองเพราะเขายืนอยู่ในจุดที่ปกป้องและเทิดทูนสถาบันของชาติสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ที่ประชาชน ซึ่งสำหรับบางประเทศ หมายถึงเฉพาะ คนเมืองหลวง ซึ่งมักถูกกล่อมเกลาจนเชื่อว่าตัวเองคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมักอ้างเสียจนเคยชินเป็นสันดานว่าเสียงของตนนั้นแทนได้กับเสียงของ 'ปวงชน' ให้การยอมรับ
Rajita P.332 reviews28 followersFollowFollowJanuary 26, 2020เล่มนี้ไม่ใช่หนังสือของเราในช่วงเวลานี้...