What do you think?


ก่อนความหมายจะหายลับ
"...เมื่อปรากฏรอยสัตว์ลงกินน้ำใหม่ ๆ เช่นนั้น ท่านก็ควรจะเร่งติดตามรอยไป แต่พรานรบเร้าให้นั่งซุ้ม ยืนยันว่า อย่างไรเสียมันจะกลับมากินในไม่ช้าไม่นาน…” (ทุ่งโล่งและดงทึบ)
ประโยคของ น้อย อินทนนท์ ที่สำนักพิมพ์เลือก นำมาวางไว้ก่อนเข้าเรื่อง เป็นประโยคที่มีความหมายชวนให้ขบคิดไปได้หลายนัยอย่างยิ่ง ที่สำคัญเป็นประโยคที่รวบยอดใจความของรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียว กันได้อย่างน่าประหลาดใจ
ประโยคดังกล่าวชี้ชวนให้คนอ่านคิดไปได้ว่าตัวละครแต่ละตัวในเรื่องสั้นทั้งแปด อาจเป็นคนที่ตามรอยสัตว์ หรืออาจจะเป็นสัตว์ที่ตามรอยคนก็ได้ แม้กระทั่ง อาจเป็นคนที่จดจ้องร่องรอยคนด้วยกัน และก็อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่าตัวละครเป็นสัตว์ที่ตามร่องรอยของตัวเองกลับไปที่เดิม
ทำไมความหมายของคนจึงไม่เป็นคน และความหมายของสัตว์ถึงไม่เป็นสัตว์ที่ตรงตามความหมาย?
ประโยคของ น้อย อินทนนท์ ที่สำนักพิมพ์เลือก นำมาวางไว้ก่อนเข้าเรื่อง เป็นประโยคที่มีความหมายชวนให้ขบคิดไปได้หลายนัยอย่างยิ่ง ที่สำคัญเป็นประโยคที่รวบยอดใจความของรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียว กันได้อย่างน่าประหลาดใจ
ประโยคดังกล่าวชี้ชวนให้คนอ่านคิดไปได้ว่าตัวละครแต่ละตัวในเรื่องสั้นทั้งแปด อาจเป็นคนที่ตามรอยสัตว์ หรืออาจจะเป็นสัตว์ที่ตามรอยคนก็ได้ แม้กระทั่ง อาจเป็นคนที่จดจ้องร่องรอยคนด้วยกัน และก็อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่าตัวละครเป็นสัตว์ที่ตามร่องรอยของตัวเองกลับไปที่เดิม
ทำไมความหมายของคนจึงไม่เป็นคน และความหมายของสัตว์ถึงไม่เป็นสัตว์ที่ตรงตามความหมาย?
108 pages, Paperback
First published January 1, 2013
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
October 20, 2019
ชอบการสร้างบรรยากาศลึกลับแบบไทย ๆ ผ่านการผูกความเชื่อเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับภูตผีจิตวิญญาณเข้ากับโครงเรื่องและมุมมองที่ทิ้งให้ผู้อ่านรู้สึกสนเท่ห์และถูกดึงดูดให้ตามหารากเหง้าร่วมไปกับตัวละคร แม้ว่า "ก่อนความหมายจะหายลับ" ไม่ได้คลี่คลายปมของตัวละครไว้อย่างชัดแจ้ง ทว่านั่นกลับเป็นแรงกระทบอันทรงพลังที่ผลักผู้อ่านให้ตกไปอยู่ในห้วงความกำกวมของตัวบท เปิดโอกาสให้เกิดการตีความอย่างหลากหลาย นำไปสู่การตั้งคำถามที่ทลายเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย วัฒนธรรมกับธรรมชาติ และความทรงจำของปัจเจกกับความทรงจำร่วมของสังคม
August 30, 2015
เขาเล่นกับสรรพนาม ความลวง ความจริง ความตาย และการมีชีวิตอยู่
นำผู้อ่านติดตาม สงสัย และสับสน
ไม่มีเงื่อนปม จึงไม่มีการคลายปม
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกเขวี้ยงด้วยลูกบอลหลากสี
สำนวนภาษาอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ
การบรรยายตัวละครบางเรื่องลึกและงาม
แต่บางเรื่องก็ราวกับจ้องมองตัวละครผิวเผิน
ตัวละครบางตัวจึงราวกับว่ายังไม่ถือกำเนิดขึ้น
รู้สึกเหมือนผู้เขียนมีปมในใจบางประการ
ที่ค่อยๆคลายออกหรือบรรเทาใจลงบ้างผ่านการเขียนเรื่องสั้น.
นำผู้อ่านติดตาม สงสัย และสับสน
ไม่มีเงื่อนปม จึงไม่มีการคลายปม
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกเขวี้ยงด้วยลูกบอลหลากสี
สำนวนภาษาอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ
การบรรยายตัวละครบางเรื่องลึกและงาม
แต่บางเรื่องก็ราวกับจ้องมองตัวละครผิวเผิน
ตัวละครบางตัวจึงราวกับว่ายังไม่ถือกำเนิดขึ้น
รู้สึกเหมือนผู้เขียนมีปมในใจบางประการ
ที่ค่อยๆคลายออกหรือบรรเทาใจลงบ้างผ่านการเขียนเรื่องสั้น.
July 28, 2013
เรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่องในหนังสือเล็กๆเล่มนี้ทำหน้าที่มากกว่าเรื่องเล่าทั่วๆไป แต่หากจะบอกว่าเรื่องสั้นทั้ง 8 ไม่มีเรื่องเล่าเลยก็คงจะกล่าวอย่างนั้นไม่ได้ แต่ตัวโครงเรื่องดูจะไม่ปะติดปะต่อกันเท่าใดนัก มันเหมือนมีเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่าอยู่อีกทีหนึ่ง และ ผู้เขียนดูจะจับตัวบท(Text) ของแต่ละเรื่องได้ยากอีกด้วย
เมื่ออ่านนอกตัวบท ดูเหมือนจะมีเรื่องความเชื่อที่ฝังรากอยู่ของสังคมไทย นั่นคือเรื่องของภูตผีและวิญญาณ ดูเหมือนว่าผู้ประพันธ์จะทำให้ตัวละครในเรื่องเป็นเพียงสัตว์จำพวกหนึ่ง และทั้งหมดก็เดินวนอยู่ในวังวนแห่งกรรมร่วมกัน
“ความตาย” เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ผู้ประพันธ์ ไม่รู้ว่าตั้งใจจะให้คนอ่านหรือตัวละครของเขาตระหนักถึงความเป็นจริงในวาระสุดท้ายของชีวิตกันแน่ ในบทสุดท้ายที่มีชื่อว่า “พบ” ดูเหมือนผู้ประพันธ์จะให้คนอ่านพบกับความงดงามผ่านสัจจะธรรมของโลกที่ประกอบด้วยธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่ง
เรื่องทุกเรื่องดูเหมือนจะเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่ในอีกทางมันก็ไม่ได้เชื่อมโยงเข้าหากันเลย และดูเหมือนอยู่กันคนละภพคนละชาติ หรือถ้าจะพูดอีกแง่หนึ่งมันเหมือนเรื่องทั้งแปดมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของจิตวิญญาณที่ถูกร่วมจากแปดส่วนเข้าหากันมากกว่า
มนุษย์เราก็เหมือนกับสัตว์อื่นๆ มีภาษาที่สื่อสารเข้าใจกันเอง มีวัฒนธรรมและประเพณีเป็นของตนเอง มีจิตวิญญาณและร่างกายที่ไม่ได้ต่างกันเลย
เมื่ออ่านนอกตัวบท ดูเหมือนจะมีเรื่องความเชื่อที่ฝังรากอยู่ของสังคมไทย นั่นคือเรื่องของภูตผีและวิญญาณ ดูเหมือนว่าผู้ประพันธ์จะทำให้ตัวละครในเรื่องเป็นเพียงสัตว์จำพวกหนึ่ง และทั้งหมดก็เดินวนอยู่ในวังวนแห่งกรรมร่วมกัน
“ความตาย” เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ผู้ประพันธ์ ไม่รู้ว่าตั้งใจจะให้คนอ่านหรือตัวละครของเขาตระหนักถึงความเป็นจริงในวาระสุดท้ายของชีวิตกันแน่ ในบทสุดท้ายที่มีชื่อว่า “พบ” ดูเหมือนผู้ประพันธ์จะให้คนอ่านพบกับความงดงามผ่านสัจจะธรรมของโลกที่ประกอบด้วยธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่ง
เรื่องทุกเรื่องดูเหมือนจะเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่ในอีกทางมันก็ไม่ได้เชื่อมโยงเข้าหากันเลย และดูเหมือนอยู่กันคนละภพคนละชาติ หรือถ้าจะพูดอีกแง่หนึ่งมันเหมือนเรื่องทั้งแปดมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของจิตวิญญาณที่ถูกร่วมจากแปดส่วนเข้าหากันมากกว่า
มนุษย์เราก็เหมือนกับสัตว์อื่นๆ มีภาษาที่สื่อสารเข้าใจกันเอง มีวัฒนธรรมและประเพณีเป็นของตนเอง มีจิตวิญญาณและร่างกายที่ไม่ได้ต่างกันเลย
May 21, 2024
กึ่งหลับกึ่งตืน กึ่งจริงกึ่งฝัน เดี๋ยวกลับมาอ่านใหม่ตอนมีสติ
May 30, 2013
ชอบเรื่องความทรงจำ บทสนทนา และเพียงมอง มากกกกก มากมากมาก เรื่องอื่นๆ ก็ใช้ได้อยู่ กลวิธีการเขียนไม่ได้น่าตื่นเต้นหรืออะไรนะ แต่ท่วงทำนองการเล่าเรื่องมันอ่านสนุกดี แค่นี้แหละ วิเคราะห์อะไรลึกลับซับซ้อนกว่านี้ไม่เป็นด้วย
May 19, 2014
ไปอ่านช่อการะเกดเยอะๆก่อน
เกือบอ่านไม่จบ
เกือบอ่านไม่จบ
May 8, 2015
เปิดอ่านผ่านๆรอบแรกไม่รู้เรื่องอ่านไม่จบงง ตั้งใจอ่านจริงๆแล้วชอบมาก
Displaying 1 - 7 of 7 reviews








