Jump to ratings and reviews
Rate this book

ความรักของวัลยา

Rate this book
นวนิยายสะท้อนอุดมการณ์ของหญิงสาวที่ถืออุดมคติเหนือความรัก ความรักของวัลยาจึงเสียสละได้เพื่อคนทั้งโลก “นกมันอาจร้องเพลงเมื่อใดก็ได้เมื่อมันอยากจะร้อง เมื่อมันอยู่กับคู่ของมัน โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากของนกอื่นๆ แต่คนเราจะทำเช่นนั้นอย่างไรได้ เราจะร้องเพลงแห่งความสำราญได้อย่างไรในเมื่อชีวิตของคนเราส่วนใหญ่ยังอยู่ในความทุกข์ คนอื่นเขาอาจจะทำได้ แต่ดิฉันทำไม่ได้หรอก”

198 pages, Paperback

First published January 1, 1953

19 people are currently reading
192 people want to read

About the author

ศักดิชัย บำรุงพงศ์ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ เจ้าของนามปากกา เสนีย์ เสาวพงศ์ ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2533

เดิมชื่อ "บุญส่ง" เกิดที่จังหวัดสมุทรปราการ ศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ต้องลาออกเมื่อบิดาเสียชีวิต หันไปทำงานหนังสือพิมพ์ และเรียนกฎหมายนอกเวลาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2484 และเปลี่ยนชื่อตัวเป็น "ศักดิชัย" ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีระเบียบบังคับให้ตั้งชื่อบุคคลให้แบ่งแยกเพศชัดเจน

ตั้งแต่เด็ก เขาหัดวาดรูปกับ เหม เวชกร และได้พบกับนักเขียนชื่อดังที่ไปพบปะกันที่บ้านครูเหม เช่น เสาว์ บุญเสนอ มนัส จรรยงค์ จึงเริ่มเขียนเรื่องสั้น ได้ตีพิมพ์ใน "ศรีกรุงวันอาทิตย์" "กรุงเทพวารศัพท์" ทำงานที่หนังสือพิมพ์ "ศรีกรุง" และ "สยามราษฎร์" แผนกข่าวต่างประเทศ แต่ได้ลาออกพร้อมกับกองบรรณาธิการทั้งหมดในปี พ.ศ. 2482 เมื่อบรรณาธิการคือ อบ ไชยวสุ ถูกบีบบังคับให้ลาออก

ศักดิชัย บำรุงพงศ์ เริ่มรับราชการแผนกพานิชนโยบายต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการ และสอบได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี แต่เมื่อเดินทางไป กลับไม่ได้เข้าเยอรมนีเพราะเริ่มเกิดสงครามในยุโรปตะวันออกแล้ว จึงเดินทางกลับไทย ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ "สุวรรณภูมิ" ร่วมงานกับทองเติม เสมรสุต อิศรา อมันตกุล เริ่มเขียนเรื่องสั้นโดยใช้นามปากกา "สุจริต พรหมจรรยา" เริ่มมีชื่อเสียงจากเรื่องสั้นชื่อ "อาเคเชียปลายฤดูร้อน" ซึ่งใช้นามปากกา "เสนีย์ เสาวพงศ์" เป็นครั้งแรก ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนได้รับการแปลเป็นภาษาจีน และใช้นามปากกานี้เป็นหลักในเวลาต่อมา

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
68 (25%)
4 stars
122 (46%)
3 stars
57 (21%)
2 stars
16 (6%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 30 of 43 reviews
Profile Image for Ariya.
590 reviews72 followers
November 23, 2017
การเลือกจะอ่านหนังสือที่อยากอ่านในตอนที่กองงานสุมหัวและอ่านจนจบได้คือชัยชนะต่อระบบอย่างหนึ่ง อย่างน้อยๆ ในเวลาที่ต้องก้มหน้าอ่านตำราทฤษฎีมากมาย ก็ยังมีพื้นที่ๆ เรายังได้อ่านเพื่อความพอใจส่วนตัวได้ แค่คิดแบบนี้เราก็โคตรดีใจเลย

ปีนี้เป็นปีที่อ่านนวนิยายไทยเยอะขึ้น และลองอ่านงานที่คนพูดถึงกันบ่อยๆ อย่างงานของเสนีย์ เสาวพงศ์ที่เขียนตั้งแต่ปี 2523 แน่ล่ะ เราแปลกใจที่เล่มนี้มีประโยคที่ชวนให้นั่งนึกและคิดตามมากมาย ส่วนตัวที่เราชอบคือเรื่องการมองสังคมเมืองว่าเป็นเหมือนโลกที่สินค้าหรือวัตถุมีชีวิต และคนเป็นเหมือนวัตถุเสียเอง และการโต้กลับการมองศิลปะอย่างมุมมองของชนชั้นกลาง ที่มองว่าศิลปะมีไว้เพื่อสร้างความรื่นรมย์อย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วคุณค่าในศิลปะเกิดขึ้นเพื่อทำประโยชน์หรือเป็นตัวแทนความคิดหรือภาพของคนที่สังคมส่วนใหญ่มองไม่เห็น

ประเด็นสองเรื่องหลักนี้ ส่วนตัวเราคิดว่าเปิดกว้าง ร่วมสมัยมาก และกินใจมาก จนถึงตอนนี้เราในฐานะคนที่ศึกษาเรื่องงานเขียนศิลปะ เราก็ต้องหวังให้คนอ่านงานเขียนกันจริงจังมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อการหลบหนีเหมือนการดูละครน้ำเน่าไปวันๆ แต่อ่านวรรณกรรมอย่างวิพากษ์ วิจารณ์มากขึ้น (แต่ที่คาดหวังไว้จริงๆ คือการต่อยอดไปสู่สังคมการแลกเปลี่ยน โต้เถียงงาน และวิจารณ์วรรณกรรม แบบที่ไม่ใช่แค่งานที่จัดเพื่ออวยงานนักเขียน หรือศิลปิน แต่ดูลมๆ แล้งๆ ไปหน่อย)

ผู้เขียนเขียนวิพากษ์และนำเสนอเรื่องได้ชัดเจนเลยล่ะ ถึงประเด็นบางอย่างมันจะเก่าและไม่รองรับโลกที่ผู้คนคิดซับซ้อนมากขึ้นตามประสากระแสโลกาภิวัฒน์ อย่างเรื่องความเหลื่อมล้ำชนบทกับในเมืองที่สมัยนี้มันมีการเมืองเข้าไปแทรกในความเป็นชนบทมากขึ้น หรือเรื่องที่เราจะรู้สึกจั๊กกะจี้เป็นการส่วนตัวทุกครั้ง คือการพยายามเชิดชูคือตัววัลยาเอง ถ้าเป็นสมัยนี้เธอไม่ได้ radical แต่จะ naive ไปหน่อย ในตอนนั้น เธอถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ "นักศึกษาที่มีหัวคิดสมัยใหม่และเป็นความหวังของประเทศ" อย่างที่ตัวละครข้าพเจ้าอธิบาย แต่ถ้าเกิดว่าวัลยานั่งไทม์แมชชีนมาในยุคนี้คงใจสลายกับความปั่นปวนและแตกสลายของสิ่งที่เธอเคยเชื่อว่ามันมีสารัตถะจริงๆ เช่น ความรัก อุดมการณ์ และการเสียสละ หรือแนวคิดที่แบ่งขั้วตรงข้ามชัดเจน ตอนนี้มันก็ซับซ้อน และถูก politicized กว่านั้นมากแล้ว เป็นห่วงกลัวเธอในปัจจุบันจะ disillusioned จนเป็นบ้าไปก่อน

ถึงเรื่องจะนำเสนอเรื่องความหลากหลายของมนุษย์ และการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิง ตัวละครในเรื่องบอกไม่เต็มปากนักว่ามีความลุ่มลึก มีมิติเลย ตัวละครแทบทุกตัวเป็นแค่ร่างทรงของคนเขียนที่อยากจะยัดคำพูดใส่ปากตัวละครเพื่อถ่ายทอดแก่นสาร(ที่ในสมัยนั้นเชื่อว่ามีอยู่) ให้คนอ่าน บางตอนที่วัลยาพยายามจะ in trance สู่ความเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตของเธอนั้น เราง่วง และอ่านข้ามๆ ไปบ้าง เพราะมันไม่น่าใช่คำพูดของผู้หญิง แต่เป็นคำพูดของคนเขียนเองที่มีมุมมองเห็นโลกมาแล้ว และอยากจะเขียนให้ตัวละครหญิงสาวมองโลกในแบบที่เขา(นักเขียน)ตอนนี้อยากให้มอง เราเลยรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้งที่คำพูดฉลาด เจนโลกหลุดออกมาจากปากของวัลยา และเราไม่ค่อยอินกับตัวละครนี้เท่าที่ควร เพราะดูยังไงก็ไม่ค่อยจะเป็นมนุษย์ เหมือน lecturer มากกว่า ยังไม่นับว่าตัวละครอื่นๆ มีบทบาทแค่เพื่อตบแก่นหลักของเรื่องให้เป็นไปตามจุดประสงค์และรับใช้อุดมการณ์วิพากษ์สังคมของผู้เขียนเท่านั้นอีกนะ

ก็นั่นแหละ เราก็คงมองว่า ความรักของวัลยา เป็นวรรณกรรมที่ยังร่วมสมัยและมีความสำคัญในการต่อยอดทางความคิด ถึงจะเป็นคนลืมเรื่องที่อ่านง่ายมาก แต่ก็คงสลัดมันออกจากหัวไม่ได้ โดยเฉพาะในสังคมตอนนี้ ส่วนหนึ่งคงเพราะการส่งต่อไม้ของนักวิ่งผลัดที่นวนิยายเล่มนี้มอบให้คนอ่านซึ่งถึงจะข้ามกาลเวลามาแล้วหลายสิบปี คนในรุ่นต่อมาที่รับไม้ผลัดก็มีภารกิจให้ต้องขบคิดกับความหมายของสิ่งที่ตัวเองทำ และการมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรบางอย่างต่อไป ซึ่งมันยังคงเป็นคำถามที่กำลังกัดกินตัวเราอยู่ทุกวัน

รีวิวนี้เขียนใช้สำนวนภาษาประหลาด ความย้อนแย้งที่น่าตลกคือเราอ่านเรื่องนี้เพื่อหนีความจำเจของหนังสือเรียน แต่เรากลับ reflect สิ่งที่อ่านตามแบบที่เรียนๆ มาอยู่น่ั่นแหละ ถ้าวัลยาคือร่างทรงของคนเขียน เราคงเป็นร่างทรงของตำราและ norm ของการศึกษาที่เราพยายามจะหนีเหมือนกัน
Profile Image for Satang Cottoncandy.
156 reviews55 followers
January 5, 2024
ว่ากันว่างานเขียนเป็นงานที่เปิดเปลือยความคิดของนักเขียน อ่านเล่มนี้จบแล้วใช่เลย เรารู้สึกว่านิยายเล่มนี้คือการเล่ามุมมองของนักเขียนออกมาเป็นเรื่องราว สิ่งที่เชื่อ สิ่งที่ตั้งคำถาม อะไรทำนองนี้ เสนีย์ในเรื่องแทนตัวเองว่าข้าพเจ้าแล้วเล่าเรื่องกลุ่มนักเรียนนอกที่อยู่ปารีส เล่าเรื่องนักการทูต ตัวเสนีย์ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่า แต่เป็นตัวละครอื่นมากกว่า บรรยายบรรยากาศเด่นมาก แต่ที่เด่นกว่าคือบทพูดที่แสดงทรรศนะ​ของตัวละครแต่ละตัว อย่างเช่น วัลยา ที่ปรากฏอยู่ในชื่อเรื่อง มุมมองของวัลยาต่อความรัก การทำงาน ศิลปะ บทบาทของผู้หญิง วัลยาเนี่ยมีความ radical แถมยังเป็น feminist อีกนะ ส่วนอีกคนที่มีพื้นเพต่างจากวัลยาแต่ความคิดไปในทำนองเดียวกันคือนายยง ที่จริงมีหลายประเด็นจากตัวละครหลายตัวซึ่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ไม่ใช่แค่คนไทยในต่างประเทศ แต่เป็นคนที่อยู่ที่ปารีสแต่มาจากที่อื่น พูดถึงผลหลังสงคราม บรรยากาศของเมืองปารีสที่เกี่ยวข้องกับผู้คนและประวัติศาสตร์ ไหนจะเรื่องเมืองกับผู้คน สันติภาพ บลาๆ

โดยรวมคือมันชวนเราคิด/ตั้งคำถามกับบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิต และหนีการเมืองไม่พ้น บรรยากาศ​ที่บรรยายถึงปารีสช่วย encourage นักคิด นักกิจกรรม​ มากๆ เลย มีข้อความที่บุ๊กมาร์กไว้เต็มไปหมด เพราะทั้งความสละสลวย​ทั้งเนื้อหาของมัน พออ่านหนังสือที่เขียนในยุคก่อนเราเกิดก็เหมือนได้เห็นสิ่งที่ภาษาบันทึกเอาไว้ด้วย ทั้งคำบางอย่างที่ปัจจุบัน​คนไม่พูดแบบนี้แน่ๆ หรือจะเป็นการทับศัพท์​ นิยายเรื่องนี้ทับศัพท์​ค่อนข้างเยอะ ให้ฟีลต่างประเทศจริงๆ มันก็ดูเป็นคนยุคนั้นที่จะใช้คำทับศัพท์​อะ
Profile Image for Decimo.
166 reviews4 followers
November 21, 2024
ภาษาสวย แต่เหมือนโดนเลคเชอร์มากกว่าอ่านนส.
March 6, 2021
“Where the mind is without fear
And the head is held high;
Where knowledge is free,
Where the world has not been broken up into fragments
by narrow domestic walls;
Where words come out from the depth of truth.”
— Rabindranath Tagore
p.208

#BookQuotes 📚📚📚 ประโยคสะกิดใจ 👇

“ในท่ามกลางความสับสนของระเบียบ ชีวิตภายหลังสงคราม ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความดิ้นรนใหม่ๆ ความเสื่อมสลายของสถาบันเก่าได้ทำลายศรัทธาเดิมที่ฝังหัวอยู่ให้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไป ไม่มีอะไรที่จะอยู่ยงคงกระพันและถาวรจีรังกาล ของเก่าย่อมมีอันต้องเสื่อมและตายไป ของใหม่จะเกิดขึ้นมาแทนที่…” - p.11

“ชีวิตเป็นของไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ วันเก่าๆ ที่ดีแสนดีไม่มีวันจะกลับมาอีก…แต่วันใหม่ที่ดีกว่าย่อมจะมาถึงได้วันหนึ่ง เพราะชีวิตย่อมวิวัฒน์ไปสู่ความสมบูรณ์และดึงามอย่างแน่นอน” - p.11

“ข้าพเจ้าไม่สู้ประหลาดใจนัก ความรักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เคลื่อนไหว ทรรศนะของชีวิตของบุคคลย่อมเปลี่ยนแปลงไป และถ้าหากว่าความรักนั้นไม่สามารถจะปรับตัวของมันให้เคลื่อนไหวไปทันกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต มันก็ย่อมต้องสลายไป” - p.19

“ชีวิตมันเป็นอย่างนั้น มันเป็นปรากฏการณ์ที่มีแต่ความแปรเปลี่ยน เคลื่อนไหว และสับสน เหมือนกับเงาฉายบนกำแพงที่ไม่สามารถจะจับต้องมันได้เลย” - p.65

“มันมีอะไรบางสิ่งบางอย่างเหมือนกันเสมอในชีวิตของคนที่เกิดมาในยุคเดียวกัน ซึ่งสภาพของสังคมได้ทอสายใยรัดรึงชีวิตของคนไว้จนแทบกระดิกกระเดี้ยไม่ได้” - p.81

“ชีวิตมันเป็นอย่างนี้ …ทุกสิ่งทุกอย่างมักกลับตาลปัตรเหมือนกับคนกลับเอาหัวเดินแทนที่จะยืนบนตีนของเขาอย่างธรรมดา สิ่งที่เป็นขาว เขาบอกว่ามันเป็นดำ และสิ่งที่เป็นดำ เขาบอกว่านั่นแหละขาวละ” - p.86

“ในสภาพที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ชีวิตมักจะเป็นเรื่องเศร้าเสมอ แต่การถือชีวิตเป็นสิ่งที่จริงจังนั้น สำหรับผมหมายความว่า ชีวิตของคนเรานี้เป็นของมีค่า เป็นรางวัลของธรรมชาติที่เราได้รับเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะปล่อยให้มันผ่านไปเปล่า อย่างไร้คุณค่าและไร้ความหมาย” - p.112

“ในทางเดินแห่งชีวิตของคนเรา บางทีก็ต้องใช้เวลาโขอยู่กว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเส้นทางชีวิตสายหนึ่งไปสู่อีกสายหนึ่ง จากทางมืดไปสู่ทางสว่าง จากเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยวไปสู่เส้นทางอันคับคั่งสมบูรณ์ด้วยชีวิต
แต่สำหรับบางคน คงหลงเดินอยู่ในทางมืดและเปล่าเปลี่ยวนั้นจนกระทั่งวันตาย” - p.139

“นักประพันธ์ที่เป็นนักศีลธรรม จะพูดไปก็ไม่เลวนักหรอก แต่จะถืออยู่ในประเภทก้าวหน้าก็ไม่ได้ เพราะไม่สามารถมองเห็นสภาพอนาคตที่ดีกว่าเก่า ไม่สามารถจับแก่นสารแห่งวิวัฒนาการของชีวิตและสังคมได้ว่าจะหลั่งไหลคลี่คลายไปในทางใด นักศีลธรรมจึงเทิดทูนระเบียบ จารีต ประเพณีของระบอบสังคมเก่าของตน หลักศีลธรรมที่เป็นกรอบแห่งความประพฤติของคนในยุคนั้นๆ บรรดาที่เห็นว่าดีงามเป็นระเบียบชีวิตอันตายตัว และแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นอีกไม่ได้ ซึ่งกาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า จารีตประเพณีที่ล้าสมัยเป็นอันมากสาบสูญไปตามกาลสมัย เมื่อความสัมพันธ์ทางสังคมมีความเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพใหม่” - p.143

“ความรักที่เป็นเพียงความสุข หรือไม่ก็ความใคร่ของคนๆ หนึ่ง หรืออย่างมากที่สุดสองคนเท่านั้น เป็นความรักอย่างแคบ ความรักของคนเราควรจะขยายกว้างออกไปถึงชีวิตอื่น ถึงประชาชนทั้งหลายด้วย ชีวิตของคนเราจึงจะมีคุณค่าและมีความหมาย ไม่เสียทีที่เกิดมา” - p.145

“ศิลปะที่เป็นกลางนั้นไม่มี มีแต่ศิลปะที่รับใช้คนชั้นใดชั้นหนึ่งเท่านั้น และผู้ที่อ้างว่าศิลปะเป็นของกลาง เป็นของบริสุทธิ์ก็คือพวกรับใช้คนชั้นพิเศษที่มีชีวิตอยู่เหนือคนอื่น” - p.157

“นกมันอาจจะร้องเพลงเมื่อใดก็ได้ เมื่อมันนึกอยากจะร้อง เมื่อมันอยู่กับคู่ของมัน โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากของนกอื่นๆ แต่คนเราจะทำเช่นนั้นอย่างไรได้ เราจะร้องเพลงแห่งความสำราญได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตของคนเราส่วนใหญ่ยังอยู่ในความทุกข์” - p.157

“โลกของเราเป็นโลกแห่งการเคลื่อนไหว สิ่งที่ยืนยงจีรังกาลไม่มี ศีลธรรมจารีตประเพณีแบบหนึ่งที่ล้าสมัยก็ถูกลบเลือนละทิ้งสาบสูญไป สิ่งใหม่ข้ามาแทนที่ การดับสูญและการเกิดใหม่เท่านั้นที่เป็นสิ่งแน่นอน” - p.163

“มีน้อยคนเหลือเกินที่คิดว่าตัวของเขาจะแยกกับสังคมที่เขาอยู่อย่างแยกไม่ออก เขาไม่สามารถจะเอาตัวรอด หรือป็นคนดีได้ ถ้าหากสังคมในส่วนรวมไม่ดีขึ้น และผู้ที่มองเห็นอย่างนี้เท่านั้นที่จะอุทิศตัวของเขาเป็นผู้รับใช้ และทำงานให้แก่ประชาชน แทนที่จะนึกถึงการเป็นนาย” - p.185

“ต้นข้าวมันไม่งอกขึ้นมาเพราะเวทมนตร์คาถา ความหวังในชีวิตของเขาก็ไม่ได้มาด้วยน้ำลาย” - p.188

“...มันเหมือนกับหญ้าแพรกที่ถูกกดทับอยู่ด้วยแผ่นอิฐของถนนแห่งสังคมที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบแล้วนั้น แต่ก็ยังสามารถงอกแซงขึ้นมาตามช่องต่อที่เป็นรอยแยกนั้นจนได้ และเมื่อมันได้โผล่ออกมาพบแสงสว่างแล้ว ก็จะไม่มีอะไรที่สามารถจะระงับความเจริญงอกงามนั้นต่อไปอีกได้” - p.193-194

[อ่านรูปแบบ e-book พิมพ์ครั้งที่ 2 ได้ที่ TK Park Online Library ครับ]
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
685 reviews48 followers
April 16, 2022
ถ้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับชาติฝรั่งเศสมา รู้จักศิลปะ ศิลปิน นักดนตรี นักเขียน สถานที่ในฝรั่งเศสมาก่อนจะเพลินมากครับ

การถกเถียงแนวคิดในเรื่อง ช่วงท้าย คือสิ่งที่คนเขียนต้องการสื่อชัดมากๆ
ออกแบบตัวละครก็สมจริงดี

อาจจะไม่ถึงขั้น masterpiece แต่อ่านแล้ว จะไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลยนะ

ผล ไม่ใช่นิยายรัก มีความลึกกว่านั้นนิดนึง แต่/ม่ถึงกับลึกแบบอ่านยาก
Profile Image for MT.
639 reviews83 followers
Read
December 6, 2023
- ชอบกว่าปีศาจมากๆ เอาจริงเราก็ไม่ได้ชอบสไตล์การเขียนเสนีย์ที่ชอบเขียนโมโนล็อกให้ออกมาดูเป็นถ้อยแถลงจนน่ารำคาญแบบนี้(แต่มันก็ไม่แย่แบบสงครามชีวิต อันนั้นคือ ...) ฉะนั้นทัศนะวัลยา(รวมทั้งสายสีมา)จึงเป็นอะไรที่ดูฝืนธรรมชาติตลคมาก มันลดทอนมิติละครไปเยอะ แม้ว่าทัศนะของพวกเขาจะฟังดูvalidก็ตาม
- แต่ที่เราชอบนิยายมากๆคือตลคหลักในเรื่องมันไม่มีการถกกันเรื่องปรัชญา การเมือง รวมทั้งงานวัฒนธรรมในด้านอื่นๆกับคนในประเทศเลย ราวกับนิยายทั้งเรื่องเป็นเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนยูโธเปีย ตลคเพียงเข้าไปซึมซับความเป็นลิเบอรัลจากดินแดนนี้และก็จากไป คือมันน่าสนใจตรงที่บทสนทนาระหว่างคนโลกที่สามกับโลกที่หนึ่งล้วนมาจากบริบทโดยรอบของฝรั่งเศสผ่านประวัติศาสตร์และหลักฐานของการมีอยู่ของอิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพมากกว่าการสนทนาหรือการถกเถียงกันจริงๆระหว่างคนสองเชื้อชาติ คือmentalityของคนในประเทศมันก็เป็นอะไรที่สร้างวิวัฒน์ให้ตลคได้ไหม? แต่ทำไมเสนีย์ถึงไม่เลือกให้เกิดการปะทะกันทางความคิดระหว่างคนไทยกับฝรั่งเศส บางทีพวกเขาอาจมองเห็นspectrumในเรื่องอิสรภาพของประเทศเขาที่อาจจะผิดไปจากความเข้าใจเดิมๆของลิเบอรับไทยที่อาจไม่ได้คิดในเรื่องนี้ คือเราอยากให้มันพูดกันถึ���ญาณวิทยานั้นแหละ 5555 แต่กลับกันมันเป็นการถกกันเองของคนไทยมากกว่าทั้งเรื่อง ทั้งที่เสนีย์เองก็สร้างตลคฝรั่งเศสหลายตัวก็ตาม ซึ่งวิธีนี้มันทำให้นิยายดูตื้นไปก็จริง แต่มันมีมิติที่น่าสนใจมาก ที่นิยายปล่อยให้ตลคมันเรียนรู้และencounterกับวัฒนธรรมอื่นๆด้วยวิธีนี้
- เอาจริงก็ชอบความsemi biographyของนิยายด้วย ช่วงท้ายๆก็ทำให้เรานึกถึงหิมะ ของปามุกแบบประหลาดด้วย ก็เลยทำให้ชอบนิยายเรื่องนี้มากๆ แม้จะกังขากับความเป็นอุดมการณ์ ความรักมวลมนุษย์ รวมถึงทัศนะของวัลยาเกี่ยวกับศิลปะก้ตาม
- ชอบการวิพากษ์สุภาษิตสอนหญิงรวมทั้งตัวสุนทรภู่เองด้วย
Profile Image for Pokpong Lawansiri.
20 reviews6 followers
January 14, 2021
ความรักของวัลยาพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2495 ใช้การพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาและข้าราชการไทยในกรุงปารีสเป็นฉากหลังในการต่อสู้ทางความคิดระหว่างศิลปะและการอุทิศตนเพื่อประชาชน (แนวคิดว่าด้วยศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชนของจิตร ภูมิศักดิ์)​ กับศิลปะเพื่อศิลปะ/ศิลปะของชนชั้นปกครองและการคงอยู่ของจารีตประเพณี/status quo กับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างชนชั้นและชายหญิง

มีตัวละครหลายคนที่เสนีย์ใช้ในการแสดงถึงการต่อสู้ทางความคิด เช่น วัลยา นักศึกษาด้านดนตรีที่เป็นตัวแทนของนักศึกษาก้าวหน้าที่ตั้งคำถามต่อบทบาทสตรีที่ไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย เตือนตา ลูกสาวของนักการเมืองผู้มีบทบาทในการปฏิวัติ 2475 แต่มีความคิดเรื่องบทบาทผู้หญิงในเชิงจารีตนิยม และยง ตัวอย่างของชนชั้นกรรมาชีพที่ทำงานต่างแดน

หนังสือมีการดำเนินเรื่องในตอนต้นที่ดีและสะท้อนชีวิตในทศวรรษ 2490 ได้น่าสนใจ แต่การดำเนินเรื่องต่อๆมาตั้งคำถามหลายอย่างที่เสนีย์ไม่ได้ให้คำตอบ เช่น ทำไมอยู่ดีวัลยามีความก้าวหน้ากว่านักศึกษาคนอื่นๆ วัลยามีความขัดแย้งในตัวเองระหว่างการใช้ชีวิตคล้ายชนชั้นสูงในปารีสแต่พูดถึงประชาชน ใช้ชีวิตในเมืองหลวงในยุโรป เรียนดนตรี แต่ต้องการกลับไปทำงานในชนบท

ิอ่านจบแล้วน่าผิดหวัง จบอย่าง simplistic คงเป็นงานของเสนีย์ที่ไม่แนะนำให้อ่านครับ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Kamons.
1,290 reviews69 followers
January 14, 2023
คิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจภาพรวมของเรื่องนี้ได้นะ แต่ถ้าให้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ส่วนตัวคิดว่าเราก็ยังกลั่นออกมาไม่ได้อยู่ดี

ชื่อเรื่องความรักของวัลยาแต่ในเล่มก็มีเรื่องราวของอีกหลายคน หลายคู่ ไม่ใช่แค่เรื่องของวัลยาคนเดียว เราชื่นชมอุดมคติของวัลยาและหลายๆ ตัวละครในเรื่องนะ เพราะครั้งนึงในชีวิตก็เคยมีช่วงเวลาที่คิดแบบนี้แหละ แต่สุดท้าย(แม่ง) พ่ายแพ้ต่อทุนนิยมและอีกหลายๆ อย่างที่ผ่านมาในชีวิต สุดท้ายอุดมคติมันไม่อิ่มท้องอ่ะค่ะ ก็ลดลงมาเหลือแบบทางสายกลางที่สบายตัวเองเข้าว่า ส่วนเรื่องชาวประชาและส่วนรวมมันก็ลดน้อยลงไปกว่าส่วนตัวนิดนึง
Profile Image for Sahathust Num.
406 reviews5 followers
December 10, 2023
อ่านงานของอาจารย์เสนีย์ เสาวพงศ์ ตั้งแต่เล่มปีศาจ มาจนถึงเล่มนี้ สิ่งที่ชอบมากๆเลยคือการใช้ถ้อยคำในงานเขียน แต่ละบท แต่ละบรรทัด ค่อยๆซึมซาบเข้าไป เป็นภาษาที่สวยงามและแฝงเอาไว้ให้นึกต่อ เวลาที่อ่านเราก็จะทราบถึงแนวคิดการตื่นตัวทางความคิดของคนรุ่นใหม่ในยุคสมัยนั้น ความรักของวัลยาก็เช่นเดียวกัน ฉากรักเป็นปารีส เมืองแห่งการต่อสู้ปลดแอกของประชาชน ไม่ได้เป็นความรักที่มีต่อกันระหว่างหนุ่มสาว แต่เป็นความรักในงาน ที่ทำเพื่อเสียสละสำหรับประชาชน เดี๋ยวจะลองเอาเรื่องคนดีศรีอยุธยา อีกงานเขียนหนึ่งของเสนีย์มาอ่านต่อเลย
Profile Image for Namo.
379 reviews28 followers
January 24, 2023
เป็นหนังสือที่อธิบายความฝรั่งเศสได้เห็นภาพสุด คิดว่าคนที่ชอบประเทศฝรั่งเศส หรืออินความฟร้องเซ่มากๆ น่าจะชอบเล่มนี้มากๆ
เราชอบการเล่าเรื่องเลยนะ มันแปลกอย่างบอกไม่ถูก สนุกเลยทีเดียว
แต่แค่เราไม่ค่อยอินไง อีกอย่างพรรณนาเยอะมากๆ เข้าใจแหละว่ามันเป็นแนวการเขียนหนังสือสมัยก่อน ไม่ใช่ว่าไม่ชอบบทบรรยายนะ ชอบ แต่แค่มันอแอบเยอะไปสำหรับเราเท่านั้นเอง
Profile Image for ANKO.
151 reviews16 followers
December 27, 2022
ชอบมากทั้งบรรยากาศของปารีส ภาษาเขียน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของตัวละคร
การแบ่งลำดับชนชั้น ความใฝ่สูง การแข่งขัน วัฒนธรรมไทยเรื่องสามีภรรยา ความไม่เท่าเทียมเรื่องเพศ กับการสะท้อนสังคมหลาย ๆ เรื่อง
Profile Image for belliophile.
29 reviews1 follower
March 4, 2025
สารภาพก่อนว่าชอบกว่าปีศาจ555556555 คือเซตติ้งเปนยุโรปเอยใดๆด้วย เเต่คือ bg ของเเต่ละคนส่งผลกับความคิดเเต่ละคนมากๆๆ ละเสนีย์เก่งมากที่สามารถใส่มันมาในเเต่ละตัวละคอนได้ ชอบมากๆ
Profile Image for la shroomarie.
13 reviews1 follower
July 7, 2024
Even though the name of the story is “ความรักของวัลยา” but barely get to know her. วัลยา as a representative of the woman who gives her love to social justice ideal. (She’s like an ideal girl for leftist man back then)

Good for absorb the after WWII atmosphere.
Profile Image for Faraway S..
15 reviews
July 18, 2024
ชอบมาก แต่อ่านจบก็สะท้อนใจ วัลยามีตัวตนมาเกินกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ถ้าวัลยาได้มาเห็นโลกทั่วทั้งใบในตอนนี้ ทั้งในไทยและต่างแดน เธอจะรู้สึกยังไง


วัลยาบอกว่าความรักของคนเราควรจะขยายตัวออกไปถึงประชาชนทั้งหลาย

วัลยาอาจใจสลาย เพราะดูเหมือนความเกลียดชังจะแผ่กระจายออกไปได้ง่ายกว่า


แต่เราก็เชื่อว่ายังมีวัลยาในตัวคนอีกจำนวนมาก เราคงจะได้พบเจอคนอย่างวัลยาอีกเรื่อยๆ บรรดาบุคคลซึ่งความสุขอยู่ที่การต่อสู้และการเสี่ยง เป็นการเสี่ยงและต่อสู้ของคนที่ทำงานเพื่อการสร้างสรรค์

เหมือนที่เสนีย์ เสาวพงศ์บอกว่า การเขียนหนังสือของนักประพันธ์มีส่วนโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านให้เกิดความคิดเห็นคล้อยตามได้ เพราะฉะนั้นนักเขียนจึงควรมีความรับผิดชอบต่อการสร้างสรรค์สังคมด้วย

แม้คนอีกมากมายจะไม่ใช่ศิลปินอย่างวัลยา หรือนักเขียนอย่างเสนีย์ แต่เราก็เชื่อว่าทุกคนย่อมมีส่วนสร้างสรรค์สังคมในรูปแบบของตัวเอง

***ข้อสังเกตที่เราครุ่นคิดและติดอยู่ในใจเราคือ วัลยาไม่ค่อยซับซ้อน และเป็นบุคคลที่มีความเป็นอุดมคติมากในด้านทรรศนะ (ซึ่งมันถูกต้องนั่นแหละ แต่ดูเหมือนส่วนน้อย บางตอนดูเหมือนจับต้องไม่ได้และไม่มีอยู่จริง —อาจเพราะเราเทียบกับคนในยุคนี้ด้วย แม้แต่คนที่เคลมตัวเองว่าเป็นซ้ายเป็นหัวก้าวหน้าก็ไม่ได้มีทัศนคติผุดผ่อง ไร้เสี้ยวทรรศนะด่างพร้อยเหมือนวัลยาเลยสักนิด แน่น��นว่าเราชอบวัลยามากจริงๆ แต่ในยุคที่เราเติบโตมา ความเป็นซ้ายหรือขวาในตัวคนปัจจุบันนี้ดูจะซับซ้อนกว่ามาก อะไรคือซ้ายแท้ซ้ายเทียม เราก็ไม่อาจหาญที่จะนิยาม แต่เหล่าคนที่เราเคยเจอแม้แต่คนที่บอกว่าตัวเองเป็นซ้ายมันมักมีสักเรื่องที่ตัวเขาเหล่านั้นมีความฟาสซิสต์แฝงเร้นอยู่)

ส่วนเรื่องชาติกำเนิดที่ผู้เขียนปูมาแต่ต้นว่าวัลยาไม่ได้มาจากครอบครัวที่ฐานะดี แต่วัลยาเปี่ยมด้วยปัญญา เธอเป็นคนเรียนเก่งจนได้ทุนไปเรียนฝรั่งเศส กอปรกับตอนท้ายๆ ที่กล่าวว่าวัลยาเตรียมตัวสอบไล่ครั้งสุดท้าย บทพูดที่วัลยาบอกเสนีย์ว่าถ้าสอบไล่ไม่ผ่านก็ต้องกลับไทยอยู่ดี (ไม่น่าจะอยู่เรียนต่อได้) ใครจะอยากให้ทุนคนสอบตก ทำให้เราไม่ติดขัดประเด็นที่ว่าวัลยาไปเรียนดนตรีที่ปารีสได้อย่างไร และไม่รู้สึกว่าวัลยาใช้ชีวิตแบบชนชั้นสูงด้วย (เพราะวัลยาก็ไม่ได้โผล่มาบ่อยเท่าที่เราคิดจากตอนเห็นชื่อเรื่อง ดังนั้นชีวิตของวัลยาในวันอื่นๆ อีกยาวนานที่เธอไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเสนีย์ เราก็ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเธอเป็นอย่างไร)

แล้วทำไมวัลยาจึงมีความคิดก้าวหน้า อยากรับใช้ประชาชน ก็อาจเพราะเธอเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลนั่นเอง (ภาษีประชาชนนั่นแหละ) กอปรกับการได้ใช้ชีวิตอยู่ในแดนภราดรภาพอย่างฝรั่งเศสคงทำให้เธอเต็มตื้นท่วมท้นด้วยอุดมการณ์แรงกล้า


เราเดาเอาหลังจากอ่านช่วงท้ายๆ ว่าผู้เขียนอย่างเสนีย์ เสาวพงศ์คงต้องการหรือตั้งใจสร้าง 'ธาตุแท้' ของวัลยาขึ้นมาให้เป็นแบบนี้ เขาต้องการให้มันเป็นธาตแท้ของวัลยา ให้เธอเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของเนื้อแท้ในตัวผู้เชิดชูเสรีภาพและความเท่าเทียม (และแน่นอนว่าเป็นตัวแทนความคิดของเสนีย์เองด้วย)

ส่วนเราจะเจอวัลยาหรือเศษเสี้ยวของวัลยาในตัวใครสักคนได้อีกเมื่อไร ก็อาจเป็นสักวันใดวันหนึ่ง ณ สถานที่ซึ่งอาจใกล้หรือไกลโพ้น เราอาจเจอเธอในมุมอื่นของโลก อาจเจอกันในวันที่เราก็หลงลืมไปแล้วว่าเคยรู้จักวัลยาครั้งแรกจากการแนะนำของเสนีย์ เสาวพงศ์
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Thursday,nightmare.
175 reviews8 followers
August 4, 2023
(15) ความรักของวัลยา ของขวัญจากคุณอาร์ต
@khomkheaw_T สหายใน twitter ซึ่งตอนนี้กลายเป็น X
#วันนี้อ่านอะไรดี #readwithphx #สำนักพิมพ์มติชน
.
ความรักต่อมวลชนนั้นยิ่งใหญ่ ควรแผ่ออกไปให้ไพศาล นั่นคือความรักของวัลยา และคือสิ่งที่วัลยามุ่งหวังจะทำ
.
เปิดบทแรกมาทรงพลังมาก วัลยา เธอมันเริ่ด เธอมันตัวมัม!
รีวิวสั้นๆ: ควรค่าแก่การอ่านมากแบบ 1000000000% เป็นงานเขียนที่ถูกเขียนขึ้นนานแล้ว แต่มีความร่วมสมัย และควรค่าแก่การอ่านจริง ๆ บางประเด็นนั้นน่าเศร้าที่ยังคงสืบทอดต่อมายังยุคปัจจุบัน
เป็นมรดกทางกระบวนทัศน์ของคนไทยที่หล่อเลี้ยงความป่วยไข้ของสังคม

ภาษาของคุณเสนีย์งดงามมาก อ่านสนุก และเพลินใจ และบางช่วงก็บีบคั้น จริงๆ ทำ annotation ไว้เยอะมาก ด้วยสำนวนที่สวยและอธิบายสถานการณ์ทางการเมืองในอดีต และปัจจุบันได้ดี โดยมีฉากหลังเป็นเมืองที่ศิวิไลซ์ อย่างปารีส และตัวละครมากหน้าหลายตาที่มีภูมิหน้า-หลังของชีวิตโยงใยกันไปมาแต่มีจุดร่วมที่มุ่งหวังสิ่งเดียวกัน (และผลลัพธ์ตรงกันข้าม)

ก่อนหน้าคิดว่าอ่านนิยายอะไรทำไมเหมือนละครหลังข่าว แต่เปล่าเลย จริง ๆ แล้วเป็นงานเขียนที่มีความลึกซึ้ง และมีปรัชญาของความรักที่ก้าวหน้าแบบฝั่งซ้ายที่เราเห็นด้วย และชื่นชม (งานชิ้นนี้ถูก mentioned ในงานวิจัยเล่ม ความรักและการปฏิวัติ ซึ่งเรียบเรียงได้ดีมาก ควรอ่านค่ะ)

ในแง่ของศิลปะ ก็อธิบายไว้ได้ดีมาก ศิลปะต้องรับใช้มวลชนผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิต มิใช่รับใช้แค่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ทรงพลังมากจริงๆ (การทำงานเพื่อให้ได้เงินในยุคปัจจุบันไม่ได้ผิดแปลก แต่การเข้าถึงงานศิลปะบางแขนงกลายเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมของคนส่วนใหญ่)ซึ่งในมุมของวัลยานั้น การที่ศิลปะใช้เพื่อจรรโลงแต่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดคือไม่ถูกต้อง (แต่เป็นเพียงทรรศนะของเธอเอง อาจจะผิดได้ คุณเสนีย์คิดมาอย่างดีและละเอียดละออ ปราณีตมาก ไม่มีใครว่ากระไรเธอได้)

งานเขียนชิ้นนี้คุ้มค่าแก่การอ่าน ใครไม่ใคร่เชื่อถือเอามาใส่ใจหรือไม่ชอบก็ไม่อาจแย้งเนื้อหาได้ เพราะจะชอบ/จะเชื่อหรือไม่นั้น ขึ้นกับนักอ่านจะรับเอามาตีความหรือใส่ใจ หนังสือจะทำงานกับเราเองเมื่อถึงเวลานั้น

❤️
Profile Image for Prai Keawpran.
34 reviews1 follower
July 3, 2024
ชอบบรรยากาศของเรื่อง ที่เหมือนพาเราย้อนไปในช่วงยุคที่ไทย มีนักเรียนนอกทั้งหญิงชายในฝรั่งเศส คิดๆเอาว่าเหมือนตอนดูละคร สุภาพบุรุจุฑาเทพ บรรยากาศในยุคนั้น มีนักท่องเที่ยว มีนักเรียน มีทูต หลายประเด็นก็น่าสนใจ ในมุมมอง แนวคิด ประเด็นความเท่าเทียมของชายหญิง ภรรยา สามี เรื่องมีหลายมิติเลยในแง่มุมของตัวละคร ทั้งคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงทำทุกอย่างเพื่อตัวเองจะถีบตัวขึ้นไป คนที่ภาคภูมิใจในตนเองแล้วไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากเกิดในตระกูลดีอยู่แล้ว คนที่คิดต่าง คนที่คิดถึงชาวบ้าน ชนบท อยากจะกลับไปพัฒนาประเทศ นักเรียนนอกที่ใครๆคิด คนไทยมอง มันก็ไม่ได้วิเศษอะไรเลย ในสังคมสมัยนั้น ตอนนี้ค่านิยมนี้ก็ยังอยู่นะ

ถ้าเอาตามสภาพจริงคนที่จบจากต่างประเทศมาสมัยนั้น ก็ต่างกลับมาเป็นใหญ่ มาเป็นชนชั้นนำในประเทศก็มาก อาจจะด้วยตัวเองมีความสามารถอยู่แล้วด้วยนั่นแหละ เล่มนี้เหมือนเล่าอีกมุมว่า มันก็อาจจะมีนะ บางคนที่คิดจะกลับมาเพื่อไปทำงาน เพื่อขับเคลื่อนอะไรบางอย่าง ไปอยุ่ที่ห่างไกล แม้ตัวเองอาจจะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไร ชอบตอนเปรียบเทียบ คนกับฟันเฟือง และพวงมาลัยเรือ แอบคิดว่าได้รู้จักยง อยู่บางยางน้อยไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละ ผู้เขียนอาจต้องการทิ้งไว้แค่นี้ ประเด็นของตัวละครเสริม ก็เขามาหน่อยเดียว อาจจะสื่อถึงตัวแทนของคนฝรั่งเศสในด้านความคิด แบบนี้หรือป่าวไม่แน่ใจ คิดเล่น ๆ ถ้าคนแบบวัลยา และยง เขาได้กลับมาเป็นฟันเฟืองอะไรบางอย่างในประเทศไทย ตั้งแต่ตอนนั้น ในวันนี้เขาจะอยู่ตรงไหนของประเทศไทยกับนะ คนธรรมดาที่ไม่มีคนรู้จัก หรือมหาเศรษฐี หรือนักการเมือง ... หรือไม่ได้เป็นอะไรเลย หมดแรงก็จากไป..
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for P.Chang.
150 reviews1 follower
June 27, 2021
คลาสสิค คนที่มองหานิยายรักโรแมนติกนั้นขอให้หลบไป เพราะหนังสือเล่มนี้นั้น นำเสนอมุมมองความรักที่ต่างออกไป ค่อนข้างไปในทางสังคม การเมืองและศิลปะ วัลยาคือตัวแทนของผู้หญิงสมัยใหม่ ถ้าย้อนกลับไปในสมัยที่เขียน คงจะมีน้อยนักผู้หญิงประเภทนี้ หรืออาจจะไม่มีเลย แต่ในปัจจุบันผู้หญิงมีเสรีภาพมากขึ้นดังเช่นวัลยา วัลยาคือตัวแทน��องผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ฉีกขนบธรรมเนียมเดิม วัลยาผู้หญิงที่มีทัศนคติแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ มีการนำเสนอผ่านบุคคลที่สามโดยการเล่าเรื่อง ของเสนีย์ ที่มองเห็นวิถีชีวิตของบุคคลอื่น และนำมาเล่าผ่านตัวละครหลายตัว ที่มาเกี่ยวพันกับตัวเขาและวัลยา รักคืออะไร รักเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและหน้าที่ รักเพราะความสนิทสนม รักเพราะเสน่หา หรือรักในวัตถุ รักในศิลปะ รักในสถาปัตย์ รักในชีวิต รักในความเป็นจริง หรือหลงรักในปารีส วัลยาคือปัจจุบัน และปัจจุบันคือวัลยา...

การเขียน เขียนออกมาได้ดีเยี่ยม ใช้คำใช้ภาษาและความสอดคล้องของสำนวนดี

เนื้อเรื่อง เสนีย์ ชายผู้เริ่มต้นด้วยคำว่า"ข้าพเจ้ารักปารีส" เป็นบุคคลที่จะเล่าเรื่องของวัลยาได้ดีที่สุด ผู้หญิงอย่างวัลยาไม่รักใครง่าย ๆ เธอได้ทุนมาเรียนต่อในปารีส เธอได้พบเจอกับบุคคลมากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่าที่ใช้ทุนส่วนตัวมาเรียนต่อ เลขานุการทูต ผู้ช่วย เศรษฐี เพื่อนนักเรียนเศรษฐศาสตร์ ชายที่ธรรมดากับการเดินทางไกล และตัวของผู้เขียนเสนีย์ นักเขียนนักหนังสือพิมพ์..

#Panอ่าน








 
Profile Image for Panita S.
5 reviews
April 26, 2023
ความรักของวัลยาพูดถึงชีวิตคนไทยในฝรั่งเศส ยุคหลังWW2 ช่วงเยอรมันฯกั้นกำแพง ที่แนวคิดเรื่อง paix (เสรีภาพ) เริ่มเฟื่องฟู พูดถึงความรัก ศิลปะ อุดมการณ์ แนวคิดเฟมินิสม์ยุคนั้นผ่านวัลยาและอีกหลายตัวละคน มีการ(เปิดประเด็น)วิพากย์ระบบทุน/การเข้ามาเอาเปรียบแรงงานของชาติตะวันตก

ถ้ามองในบริบทของยุคที่เขียนขึ้นมาก็คือว้าวและประเด็นเฟมฯต่างๆ ก็ยังทันสมัยอยู่ อย่างน้อยก็สำหรับคนที่ไม่ได้คลุกคลีกับมูฟเม้นต์ แต่คนที่ศึกษามาบ้างแล้วก็จะได้เห็นบริบทแนวคิดในยุคนั้นเพิ่มขึ้น

ส่วนตัวอ่านแล้วรู้สึกถึงกลิ่นอาย ชาตินิยม ค.รักชาติในแบบฝ่ายซ้าย (I may say?) ยุคนั้น (หรืออาจจะแค่คุณเสนีย์) ซึ่งน่าสนใจดี ทั้งเล่มนี้กับปีศาจของนักเขียนคนเดียวกันจะ ค่อนข้างพุ่งตรงไปที่ปลายทางคือการพัฒนาชนบทในไทย แต่เล่มวัลยาเทียบถ้าเทียบปีศาจจะมีความฟุ้งฝันกว่า เพราะเดินเรื่องด้วยบทสนธนาเป็นหลัก

อีกเรื่องที่ชอบคือการวิพากย์ศิลปะผ่านบทสนธนาของตัวละครในเล่มนี้มาก เปิดโลกเราให้เห็นภาพมุมมองของคนยุคนั้นต่อศิลปะแบบหลากหลายดี ประโยคนึงที่ชอบ และคิดว่ายัง timeless มากๆ คือ

“ศิลปะที่เป็นกลางนั้นไม่มี มีแต่ศิลปะที่รับใช้คนชนชั้นใดชั้นหนึ่งเท่านั้น และผู้ที่อ้างว่าศิลปะนั้นเป็นกลาง เป็นของบริสุทธิ์ก็คือพวกรับใช้คนชั้นพิเศษที่มีชีวิตเหนือคนอื่น”
Profile Image for P.
100 reviews4 followers
April 7, 2025
3.5/5 ถามว่าเราคาดหวังจะเห็นชีวิตวัลยาไหม ใช่ ซึ่งคนเขียนมีดักไว้ตอนท้ายก่อนจบด้วย5555 แต่นั่นก็ยังทำให้เรารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เห็นขนาดนั้นอยู่ดี เป็นพยายามทำให้เห็นแนวคิดสตรีนิยมที่ค่อยๆเปลี่ยนไปตามยุคสมัยมากขึ้น ความรักจึงไม่ใช่คำจำกัดความที่คนคนหนึ่งจะกลายเป็นสมบัติของอีกคนอีกต่อไป ซึ่งในเรื่องก็มีให้เห็นถึงผู้หญิงและผู้ชายที่ติดหล่มความคิดเก่าๆ และคนที่มีความคิดใหม่ๆอยู่เสมอ แต่นอกจากความผิดหวังที่เรื่องนี้ไม่ได้พาไปรู้จักกับวัลยาล้วนๆอย่างที่คิดแล้ว ยังเป็นเรื่องที่พอตัวผู้เขียน(เข้าใจว่าเป็นผู้ชาย) มันดีมากๆที่ผู้ชายเข้าใจแนวคิดผู้หญิงแบบนี้ในยุคนั้น แต่มีความแห้งของงาน ที่ไม่ได้พาเรารู้สึกร่วมไปกับมันได้ อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ชีวิตของผู้เขียน และผู้เขียนไม่ใช่ผู้หญิง แม้พ้อยที่พยายามจะสื่อเราเข้าใจ และค่อนข้างชอบด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าระหว่างทางมันแห้งทางด้านอารมณ์มากจนเฉยๆกับงานไปถึงตอนจบเลย
Profile Image for Kotchakorn Kh.
31 reviews4 followers
November 9, 2020
เนื้อความที่ต้องการสื่อสารให้ห้า
พล๊อทเรื่องและบทสนทนาให้สาม

เป็นนิยายที่แสดงให้เห็นทัศนต่อชีวิตของผู้คนหลายแบบ คนที่อุทิศชีวิตเพื่อพัฒนาสังคม คนที่ใต่เต้าเพื่อความเป็นใหญ่ของตัวเอง คนที่ขอความสงบทำงานไปวันต่อวัน แล้วให้ทัศนะที่เป็นตัวเอกคือทัศนะที่ใจกว้าง มองเห็นชีวิตสามัญชน รักความเท่าเทียม และมีความมุ่งหวังพัฒนาประเทศ

ตัวเอกของเรื่องที่เป็นผู้หญิง และการที่เธอช่วยเพื่อน แล้วทำให้เพื่อนเปลี่ยนแปลงตัวเองจากผู้หญิงในขนบธรรมเนียมประเพณีไทยโบราณแบบศักดินา กลายไปเป็นผู้หญิงที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ ก็ช่าง empower และรู้ได้เลยว่าหนังสือเล่มนี้ที่เกิดในยุคสามสิบปีก่อนต้องเป็นคุณูประการต่อการ empower ผู้หญิงในสังคมไทยมากๆ

เสียดายที่บทสนทนาบางครั้งยังไม่ลื่นไหล รู้สึกว่าถูกยัดเยียดให้พูดสิ่งที่เป็นอุดมการณ์มากเกินไป และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครยังไม่ convincing บ้าง
Profile Image for Bannarot.
88 reviews5 followers
March 8, 2023
3/5 เป็นนิยายที่มีหลายธีมซ้อนกันอยู่ แต่ทุกเรื่องพูดภายใต้ setting ของกรุงปารีส ฝรั่งเศส ดินแดนที่มีคำขวัญอย่าง “Liberté Égalité Fraternité”

เสนีย์ใช้ภาพของฝรั่งเศสวิพาษ์สภาพสังคมไทยในสมัยนั้น ผ่านตัวละครปัญญาชนคนรุ่นใหม่ มีการพูดหลายประเด็นทั้งสิทธิหน้าที่ คุณค่าของศิลปะ ความแตกต่างของชนั้นซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้คนต่าง ๆ ในสังคมมีโลกทัศน์และการวางเป้าหมายของตัวเองที่ต่างกัน

มีทั้งประเด็นที่รู้สึกร่วมสมัยกับประเด็นที่รู้สึกว่าเอ้อเราดีเบตได้แล้วนะตอนนี้ ไม่ได้ valid ไปซะทุกเรื่องแล้ว แต่ถ้าคิดว่านิยายเรื่องนี้ออกมาในช่วงครุกรุ่นทางการเมืองไทยก็คงเป็นที่น่าจับตา

เสนีย์เป็นคนที่จัดวางคำพูด/การพรรณนาอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ดีมาก หลาย ๆ ประโยคสะกิดใจสุด ๆ
Profile Image for Nutdanai.
57 reviews10 followers
March 24, 2021
ทำไมเสนีย์ถีงหัวก้าวหน้าได้ขนาดนี้
'ความรัก[ของวัลยา]นั้นได้แก่ความรักในสันติสุข ความรักในศิลปะและชีวิต'
ทั้งนี้หนังสือเล่าถึงความหัวก้าวหน้าของวัลยา กลวิธีของเสนีย์เขียนเป็นบันทึกที่ทำให้เราไม่แน่ใจว่าวัลยามีตัวตนอยู่จริง หรือเป็นตัวละครสมมติของเสนีย์กันแน่ ปัญหาคือพื้นเพของความหัวก้าวหน้านั้นไม่มีที่มาที่ไปเท่าไหร่ บทสนทนาหลายอย่างให้ความรู้สึกเหมือนการสอนมากกว่าบทสนทนาในชีวิตปกติ ประเด็นของหนังสือมีความหลากหลายมากเกินไปจนเหมือนหยิบจับหลาย ๆ เรื่องมารวมกัน
Profile Image for paettly.
5 reviews
January 29, 2024
เนื่องด้วยความที่อยากอ่านวรรณกรรมไทย แล้วเห็นเรื่องความรักของวัลยาเป็นเรื่องที่น่าสนใจดี อ่านจบรอบแรกมีความรู้สึกว่า บางบทบางตอนยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะด้วยภาษาที่อาจจะต้องใช้ความคิดมาก ๆ (พูดถึงในกรณีของตัวเองที่ต้องไปศึกษาให้มากกว่านี้) ในการวิเคราะห์ แต่ถามว่าเป็นหนังสือที่ดีไหม หนังสือทุกเล่มมีคุณค่าในตัวของมันเสมอ การอ่านรอบแรกถือว่าได้อะไรที่ต้องการพอสมควร ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ อย่างที่ตั้งความหวังไว้
Profile Image for Isara.
39 reviews3 followers
April 17, 2022
ถ้ามีความรู้ประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศสมาก่อนคงจะเพลินกับหนั���สือได้มากกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นวรรณกรรมที่ร่วมสมัยมาก สารที่ผู้เขียนอยากสื่อผ่านหนังสือเล่มนี้ยังคงเวียนว่ายอยู่ในสังคมจนถึงทุกวันนี้

ไม่ว่าจะยุดสมัยไหน จะยังคงมี วัลยา ที่คอยมอบความรักแก่ผู้คนและร่วมต่อสู้ไปกับพวกเขา
Profile Image for Pimori.
17 reviews1 follower
August 9, 2025
สารภาพตามตรงว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยถูกจริตกับสำนวนการเขียนของเสนีย์สักเท่าไหร่ แต่เราชอบแมสเสจของเรื่องนี้มาก เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นfeministที่ถูกเขียนโดยนักเขียนชาย แต่เนื้อหาไม่มีความอิหยังวะเลย เขียนเชิดชูความเป็นหญิงได้ดี เราชอบคาแรคเตอร์ของวัลยามาก วัลยาเป็นผู้หญิงที่มีความฝัน มีแพสชั่นเกินกว่าที่จะดำรงตนเป็นเพียงเมียและแม่ของคนสักคน เป็นผู้หญิงที่มีเจตจำนงค์ชัดเจนมาก
Profile Image for Jindaporn Jayangkura.
28 reviews1 follower
January 14, 2023
เหมือนได้ดูหนังที่มีกลิ่นติดเชยๆ ตามยุคสมัยตอนที่เรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นและปีที่เรื่องราวเกิด แต่เนื้อหากลับก้าวหน้ามาก ตอนจบที่ไม่ใช่สูตรสำเร็จและไม่ได้จบแบบนิยายรัก จบเรื่องแบบตัดช่วงของชีวิตจริง มีต่อแน่ๆ แค่ไม่ได้เล่าแล้ว
Profile Image for pk.
17 reviews
November 9, 2024
ประเด็นในเรื่อง กลับมาอ่านตอนนี้ยังไม่เก่าเลย แต่เหมือนจะเน้นแต่ความคิดของตัวละคร รู้สึกว่ามันลอยๆไปหน่อย ไม่ได้เห็นว่าตัวละครจะ take action ยังไงถ้ากลับไปใช้ชีวิตที่ไทย (เห็นแค่เตือนตามั้ง) ถ้าเทียบเล่มนี้กับปีศาจ ส่วนตัวชอบเล่มหลังมากกว่า
Profile Image for Ann Sriwalee .
15 reviews1 follower
November 24, 2019
คุณเสนีย์ เสาวพงศ์ คือตัวอย่างของคำว่า ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์
Profile Image for Khim Warunluck.
21 reviews7 followers
October 10, 2021
อ่านเพลิน วัลยาเป็นผญที่เท่ดี ฉลาดตอบ มีเสน่ห์ และมุ่งมั่นในอุดมการณ์ ชอบบบ
Displaying 1 - 30 of 43 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.