Jump to ratings and reviews
Rate this book

ชิทแตก!

Rate this book
กรุงเทพฯ ไทยแลนด์เหนือ พ.ศ.2666 มนุษย์มีเครื่องมือและวิธีสื่อสารระหว่างกันที่สะดวกรวดเร็วเทียบเท่าใจนึก แต่ปัญหาซับซ้อนทางจิตและการปฏิสัมพันธ์ในสังคม ยังไม่สูญหายไปไหน ยังคงมีเศรษฐกิจคลั่งอำนาจ มีผู้แสวงหาสัจธรรมและความสงบภายใน มีหนุ่มสาวผู้หมกมุ่นกับภาพลักษณ์ ความรัก และการเอาชนะ มีสงครามระหว่าง "คนดี" และ "คนชั่ว" อีกทั้งคำถามและปริศนาเกี่ยวกับชีวิตมากมาย

แช็ก นายค้น แอนนา ลีน่า จุน เดวิด บุญทวี และอาชญากรไร้ตัวตนชื่อซัคเซนเซ เดินทางมาบรรจบพบในวันที่บ่นกันว่า "ชิทแตก" ในนวนิยายเล่มแรกของ ปราบดา หยุ่น ซึ่งได้รับเลือกเป็น "1 ใน 100 หนังสือดีวิทยาศาสตร์ไทย" ประเภทบันเทิงคดีโดยโครงการ 100 เล่มหนังสือดีวิทยาศาสตร์ (พ.ศ.2534-2548)

เครดิต--จาก readery.co

336 pages, Paperback

First published September 1, 2002

6 people are currently reading
57 people want to read

About the author

Prabda Yoon

49 books46 followers
See ปราบดา หยุ่น for Thai profile.

Prabda Yoon (Thai: ปราบดา หยุ่น; RTGS: Prapda Yun; born 2 August 1973 in Bangkok) is a Thai writer, novelist, filmmaker, artist, graphic designer, magazine editor, screenwriter, translator and media personality. His literary debut, Muang Moom Shak (City of Right Angles), a collection of five related stories about New York City, and the follow-up story collection, Kwam Na Ja Pen (Probability), both published in 2000, immediately turned him into "...the talk of the town..." In 2002, Kwam Na Ja Pen won the S.E.A. Write Award, an award presented to accomplished Southeast Asian writers and poets.

Prabda has been prolific, having written over 20 books of fiction and nonfiction in ten years, designed over 100 book covers for many publishers and authors, translated a number of modern Western classics such as Vladimir Nabokov's Lolita and Pnin, all of J. D. Salinger's books, Anthony Burgess's' A Clockwork Orange, and Karel Čapek's R.U.R. He has also written two acclaimed screenplays for Thai "new wave" filmmaker Pen-Ek Ratanaruang, "Last Life in the Universe" (2003) and "Invisible Waves" (2006). Prabda's literary work has been translated to Japanese and published in Japan regularly. He has exhibited his artworks (paintings, drawings, installations) in Thailand and Japan. He has also produced music and written songs with the bands Buahima and The Typhoon Band.

In 2004, Prabda founded Typhoon Studio, a small publishing house with two imprints, Typhoon Books and Sunday Afternoon. In 2012, he opened Bookmoby Readers' Cafe, a small bookshop at the Bangkok Art and Culture Centre. In 2015, Prabda wrote and directed his first feature film, "Motel Mist", which was selected to premiere and compete at the International Film Festival Rotterdam in 2016. The Sad Part Was, a collection of twelve short stories mostly taken from Prabda's Kwam Na Ja Pen in English, translated from Thai by Mui Poopoksakul (who won an English PEN Award for her translation), was published by the London-based independent publisher, Tilted Axis, and released in the UK on 3 March 2017. It is said to be the first translation of Thai fiction to be published in the UK.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
35 (44%)
4 stars
30 (37%)
3 stars
10 (12%)
2 stars
3 (3%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for Natt Cham.
176 reviews51 followers
August 21, 2016
ยังจำได้ถึงตอนที่หนังสือวางจำหน่ายใหม่ๆ พร้อมซีดีเพลง นับเป็นความคิดที่เข้าท่า แปลกใหม่สมเป็นนิยายไซไฟ

หนังสือเล่มนี่นิ่งอยู่ในชั้นเป็นเวลานานพอดู ในโอกาศที่ readery จัดงานรีวิวอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะที่จะหยิบมาอ่านสักที

เริ่มอ่านไปได้สักพัก ก็เริ่มหงุดหงิดกับบทสนทนาที่ใช้ภาษาแบบวัยรุ่น อังกฤษปนไทย ลดทอนเสียงเยอะแยะไปหมด อ่านเข้าใจแต่น่ารำคาญ ให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องซะอีก เมื่อจบพาร์ทแรกของเรื่องก็คิดว่าจะให้สักหนึ่งดาวละเรื่องนี้

แต่เมื่ออ่านไปๆ ในพาร์ทอื่นๆ พล็อตและแบคกราวก็ดูเข้าที เออน่า. เป็นเรื่องในอนาคต เมื่อดูในรายละเอียดไอเท็มล้ำสมัยที่ใส่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น โฮมแบนด์ ปลอกคอแสดงอารมณ์สัตว์เลี้ยง ห้องสมุด บุ๊คพินและบุ๊คบอดี้ การแฮ็คคลื่นสื่อสาร และอะไรต่อมิอะไร ก็พอยกข้ามไป

วิธีการเล่าเรื่องแบบแยกพาร์ทของตัวละคร แล้วให้ผู้อ่านนำมาปะติดปะต่อกันเองก็ทำให้เรื่องดูไม่เรียบเกินไป

สรุปว่า ทีแรกไอว่าเรื่องนี้มันชิตๆ เฟ็ดเพ่ แต่เมื่อไออ่านไปตอนท้าย ไอว่าคูนา ไอแนะนำให้ยูหามาอ่านกันเองก็แล้วกัน. เดี๋ยวไอไปค้นลังซีดีหาแผ่นชิทแตก! ของบัวหิมะมาฟังสักหน่อย ก็คงคูนะ
Profile Image for Nutdanai.
58 reviews10 followers
August 20, 2020
ถามว่าชอบไหม ชอบนะ สนุก ปราบดาเขียนไซไฟสนุกอยู่แล้ว เพราะเป็นไซไฟที่แทรกด้วยความตลกแบบอยากตบเข่าฉาด แต่มาอ่านในปีนี้แล้วมันดูเชยมาก ตอนมันออกมาใหม่ ๆ คงจะดูแหวกแนว แต่ตอนนี้มันเชย และลายเซ็นของปราบดาก็ยังเหมือนเดิมเกินไปจนแอบน่าเบื่อ ประเด็นเข้มข้นต่าง ๆ ไม่ได้ถูกยกออกมามากนัก เหมือนสุดท้ายแล้วก็จบแบบนิยายเบาสมองหนึ่งเล่ม ในขณะที่งานพักหลังของปราบดาอาจจะเสียดสีการเมืองมากกว่านี้
แต่ก็บอกอีกทีว่าชอบ และสนุก และชอบปราบดา
Profile Image for Ooan Pongsriwat.
116 reviews1 follower
January 1, 2026
สนุกชิทแตก สนุกยังไงต้องลองเปิดใจอ่านดู กลายเป็นหนังสือหายากแล้วในปี 2568
หาซื้อมาได้ตอนปีโควิดระบาด(2564) ดองไว้4ปีเพิ่งได้มาอ่าน ปราบดา เขียนได้ดีมากหากมองว่าเป็นยุคที่หนังสือออกแรกๆ(ช่วง 2545) แนวไซไฟยุคนั้นที่มองอนาคตพร้อมกับ2อุปกรณ์:เอียร์บั๊กกับโฮมแบนด์
บนหน้าปกมีข้อความว่าเป็น 1ใน100 หนังสือดีวิทยาศาสตร์ไทย(บันเทิงคดี-2534-2548) ก่อนอ่านก็คิดว่าน่าจะน่าเบื่อเนิร์ดๆ พออ่านๆไปก้อคูว่ะ โนรีซันที่จะไม่อ่านต่อจนจบ-5555 ภาษาในเรื่องก้อจะประมาณไลท์ดิส
Profile Image for Akavit.
36 reviews5 followers
August 6, 2020
เป็นนวนิยายเรื่องแรกของคุณปราบดา ซึ่งโด่งดังมากในยุคนั้น จะว่าไปหนังสือเล่มนี้คือจุดพีคของเขา แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่งานที่ชอบที่สุด เป็นความพยายามเขียนนิยายยาวของเขา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการทดลอง อีกอย่างที่ชอบคือมีเพลงประกอบนวนิยายด้วย ชื่อเเพลงโลกไม่ใช่ของเรา คิดว่าเป็นนิยายเรื่องแรกของไทยที่มีเพลงประกอบ
Profile Image for Ariya.
592 reviews72 followers
February 29, 2016
อ่านจบแบบมึนๆ ไม่ค่อยเหลือร่องรอยของอะไรในหัวเท่าไหร่ ประเด็นในหนังสือน่าสนใจและร่วมสมัยมากๆ ทั้งการพูดถึงความสับสนและปัญหาของคนสมัยใหม่ในยุคอนาคต ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับคนสมัยนี้

แต่ประเด็นใหญ่ๆ หลายหัวข้อก็ไม่ได้กะเทาะออกมาให้คมเท่าไหร่ หรือเพราะเลือกนำเสนอหลายๆปมจนขมวดไปสู่ประเด็นหลักจริงๆของเรื่องไม่ได้ก็ไม่รู้ ทำให้หลายจุดเราเสียโฟกัสไป ความน่าติดตามของเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากแถมยังเดาง่ายไปอีก (ทั้งที่มีส่วนผสมของเรื่องกึ่งแอ็คชั่น ทริลเลอร์ และตลกเสียดสีเต็มไปหมด แถมเทคนิกการเขียนก็น่าสนใจมากๆ) ตัวละครเหมือนหลุดมาจากตัวเอก anti-hero ในการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ขนาดฉากหายใจยังดูเท่ แต่ไม่ชวนให้เห็นอกเห็นใจเท่าไหร่ ตัวร้ายก็ดูล่องลอยไร้พิษสงชอบกล (อารมณ์ประมาณชายชุดดำในโคนัน ที่รู้ว่า เออ หมอนี่ร้ายนะ แต่แล้วไงต่อ?)

คิดว่าถ้านำวัตถุดิบของเรื่องมาเขียนใหม่ในตอนนี้อาจจะได้เรื่องที่เข้มข้นเสียดสีกว่าเดิม ดาร์กกว่ และสมจริงกว่ามากอ่ะนะ
Profile Image for MAYSAH.
37 reviews4 followers
January 24, 2017
ไอบ้าเอ้ย โคตรชอบ ชอบโคตรๆ อยากจะซื้อแจก เราใช้เวลาอ่านแบบจริงๆอยู่ 3 วัน เริ่มเรื่องได้ดีมากๆ กลางๆนิ่งไปหน่อย ภาษาดีแบบมากๆ พอใกล้จะจบคือเราถ่างตาอ่านทั้งคืน เพราะอยากรู้ตอนจบมากๆ อ่านจบไปหาอัลบั้มบัวหิมะฟังทั้งอัลบั้ม ชอบมากๆ
.
และมันลู้สึกเซอไพร้มากๆที่เมื่อตอนเรากำลังอยู่ในสถานการณ์สติแตก มีผู้ชายคนหนึ่งพูดว่า "เม หายใจไว้ก่อน" ซึ่งเป็นวลีจากหนังสือเล่มนี้ และเราก็ยิ้มเป็นครั้งแรกในรอบวัน
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
August 25, 2021
จบละ ไอ้เปรตเอ้ย ชิทแตก!!!!! ยกให้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดที่อ่านมาในปีนี้ (อย่างน้อยก็ครึ่งปีนี้) สุดยอดมากๆ งานไซไฟ ดิสโทเปียไม่มีเบื่อ วาดฉากประเทศไทยในปี 2566 ได้อย่างแสบสันเหนือจินตานาการ สนุกมาก สนุกมากจริงๆ เรื่องราวชิทแตกเป็นบ้า เท่าที่อ่านเล่มนี้พี่คุ่นเอาสุดเลย masterpiece ชัดๆ
5 reviews
December 6, 2018
เป็นหนังสือที่แปลกใหม่ ในการนำเสนอ
เสนอมุมมองในอนาคต เสียดสีในหลายๆด้าน
แต่จบงงหน่อย
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.