Jump to ratings and reviews
Rate this book

กษัตริย์ศึกษา #1

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม

Rate this book
การศึกษา "ปฏิปักษ์ปฏิวัติ 2475" ผ่านการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อประวัติศาสตร์ การเมืองไทยสมัยใหม่หรือประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยเเบบใหม่เพื่อคลี่ให้เห็นถึงความคิดเเละความเคลื่อนไหวทางการเมืองของงกลุ่มอนุรักษ์นิยม หรือกลุ่มกษัตริย์นิยมที่เป็นหลุ่มพลังทางการเมืองที่สำคัญภายหลังการปฏิวัติ 2475 ซึ่งในเล่มได้ได้รวมความรู้เกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทย รวมทั้งบทบาทของสถาบันกษัตริย์เเละกลุ่มกษัตริย์นิยมต่อระบบการเมือง โดยใช้เอกสารหลักฐานทั้งจากภายในเเละภายนอกประเทศ เพื่อเเสดงให้เห็นว่า เเท้จริงเเล้วปัญหาเเละความพิกลพิการต่างๆ ของการเมืองไทยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลมาจาก การเคลื่อนไหวของสถาบันกษัตริย์เเละกลุ่มกษัตริย์นิยมด้วยอย่างมีนัยสำคัญ

408 pages, Paperback

Published January 1, 2013

40 people are currently reading
422 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
124 (67%)
4 stars
52 (28%)
3 stars
6 (3%)
2 stars
1 (<1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 30 of 33 reviews
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
September 6, 2020
Worth reading

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ เป็นหนึ่งในหนังสือขึ้นหิ้ง all-time favorite เลยทีเดียว
มันเห็นภาพชัดเจนมากว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลัง ปฏิวัติ 2475 ที่เรียกว่า “การปฏิปักษ์ปฏิวัติ” มันฝังรากลึกจนลากยาวมาถึงเกือบ 90 ปีให้หลัง ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นการต่อสู้ของฝ่ายที่ต้องการพิทักษ์การปฏิวัติ 2475 กับฝ่ายที่ต้องการหมุนคือนระบอบเก่า

ผมอ่านแล้วจับได้ว่าหนังสือแบ่งช่วงเวลา 2475-2500 ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ ตามรูปแบบของการต่อสู้
ช่วงแรกที่สุด แทบจะภายหลังการปฏิวัติในทันทีทันใด ปฏิกิริยาตอบโต้ที่ไวและง่ายที่สุดเท่าที่จะคิดได้ในการพยายามหมุนคืน นั่นคือการใช้กำลัง สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ที่สุดคือการทุ่มสรรพกำลังของฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติผ่านเหตุการณ์กบฎบวรเดช ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพท์คือไม่สำเร็จ
นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ของฝ่ายที่เชี่ยวชาญกฎหมายในระดับรัฐธรรมนูญ ที่พยายามจะคืนอำนาจให้กับพระมหากษัตริย์ผ่านการเขียน การ modify ธรรมนูญการปกครองประเทศ

ช่วงกลาง ผู้เขียนทำให้เห็นว่าการต่อสู้ขยับออกนอกการใช้กำลังเข้าประหัตประหาร แต่กลับใช้การต่อสู้ผ่านการเมืองวัฒนธรรม โดยใช้ปัญญาชนรอยัลลิสต์ ที่พยายามใช้อำนาจอ่อน (soft power) ในการสร้างภาพอันเลวร้ายให้กับฝ่ายปฏิวัติ ผ่านการสร้างวาทกรรม ผ่านงานเขียน และที่ผู้เขียนยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมมากนั่นคือผ่านปทานุกรม แปลภาษาอังกฤษ-ไทย ของ สอ เสถบุตร ซึ่งงานเขียนเหล่านี้ ผู้เขียนอ้างอิงหลักฐานไว้เยอะมาก และหลักฐานเหล่านั้นก็มาจากฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติเองด้วยซ้ำ

ช่วงท้าย คือการต่อสู้แบบฝังอุดมการณ์รอยัลลิสต์ลงในสังคมไทยโดยที่ยังมีเปลือกประชาธิปไตยหุ้มอยู่ คู่ขนานไปกับการต่อสู้ระหว่างขั้วอัานาจโลกประชาธิปไตยกับโลกคอมมิวนิสต์ ซึ่งมันน่าสนใจมาก กลายเป็นว่าไปๆ มาๆ ฝ่ายรอยัลลิสต์สามารถชิงอำนาจการให้ความหมายของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยไปได้เฉยเลย ผ่านการสนับสนุนด้านปฏิบัติการข่าวสาร และโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา

หนังสือเล่มนี้เป็นงานวิชาการที่อ่านได้ไม่ยาก เป็นมิตรกับคนทั่วไป
มันช่วยให้เข้าใจที่มาที่ไป และประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของระบอบเก่ากับระบอบใหม่ ที่ยังคงดำเนินอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
Profile Image for Donakrap Dokrappom.
190 reviews31 followers
November 1, 2020
"ประเทศนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะมีการปกครองแบบมีผู้แทน... ตามความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าขอย้ำว่าไม่" - พระบาทสมเด็จประปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ งานเขียนของ อ. ณัฐพล ใจจริง เล่มนี้ตอบคำถามที่ว่า "เรามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร" ได้ดีมาก ๆ เรื่องราวความเป็นไปของขบวนการต่อต้านการปฏิวัติสยามในปี 2475 (การปฏิปักษ์ปฏิวัติ) ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สังคมส่วนใหญ่ในแต่ละยุคสมัยมีความรับรู้ต่อเหตุการณ์ในครั้งนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพลังของ "เรื่องเล่า" ที่ผู้มีอำนาจประดิษฐ์ขึ้น และมันได้มีอิทธิพลกับเรามากจนเราอาจนึกไม่ถึง

หนังสือประวัติศาสตร์การเมืองเล่มนี้อ่านสนุกจนวางไม่ลง ยิ่งอ่านยิ่งเซอร์ไพรส์ เพราะเนื่อหาที่ได้รับเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน หลายสิ่งหลายอย่างขัดแย้งกับความรู้เดิมอย่างสิ้นเชิง และท้าทายความเชื่อความรับรู้ของคนในสังคม

เรื่องราวการต่อสู้ของสองฝังอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างฝ่ายซ้าย (คณะราษฎร) ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากระบอบเก่าไปสู่ระบอบใหม่ (จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย) กับฝ่ายขวา (อนุรักษ์นิยม, กษัตริย์นิยม,จารีตนิยม, รอยัลลิสต์) ผู้ที่ต้องการหมุนคืนสู่ระบอบเก่า การต่อสู้เป็นไปอย่างต่อเนื่องนับตั่งแต่หลังการปฏิวัติ ต่างฝ่ายต่างใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ทุกวิถีทางเพื่อช่วงชิงความชอบธรรมทางการเมือง โดยมีสถาบันกษัตริย์ ทหาร คณะคณะราษฎร เข้ามามีบทบาทชนิดที่ว่าไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย สิ่งที่น่าสนใจคือเครื่องมือที่พวกเขาใช้ในการต่อสู้ซึ่งมีความหลากหลาย ตั้งแต่การใช้กำลัง การใช้สงครามข้อมูลข่าวสารผ่านวาทกรรม งานเขียน บทละคร ภาพยนตร์ต่าง ๆ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ทำให้ฝ่ายขวากุมชัยชนะในครั้งนี้ไปได้คือการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร โดยมีปัญญาชนรอยัลลิสต์เป็นมันสมองของการเคลื่อนไหว กลยุทธ์ที่พวกเขานำมาใช้มีความหลากหลาย และทีเด็ดคือการครอบงำทางความคิดผ่านการใช้สถ้าบันกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองในช่วงสงครามเย็นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก ๆ โดยมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นก็คือสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาหนุนหลัง ส่งผลให้ฝ่ายขวากลับเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังคงส่งผลฝังรากลึกมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างเข้มแข็ง ในขณะที่อีกฝ่ายไม่สามารถผลักดันอุดมการณ์ของพวกเขาไปให้ถึงฝั่งฝันได้จนนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในที่สุด

ผมทึ่งในความสามารถของอ. ณัฐพล ที่เสาะหาหลักฐานต่าง ๆ จากทุกสารทิศมาบอกเล่าเรื่องราวได้อย่าลงตัวชนิดที่ว่าหากจะอยากได้หลักฐานที่แน่นกว่านี้ก็คงจะต้องเข้าไปยืนอยู่ในเหตุการณ์ ณ ขณะนั้นแล้วหละ แน่นอนว่าการศึกษาประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นเรื่องของการตีความจากหลักฐานทีมีย่อมมี bias จากการศึกษาเป็นธรรมดา หลังจากที่ผมได้อ่านงานเขียนที่ทรงคุณค่าชิ้นนี้จบ ผมรู้สึกประหนึ่งได้เดินออกมาจากสนามแข่งขันอันดุเดือดที่ผมกำลังลงเล่นอยู่ การได้เดินออกมาดูในฐานะผู้ชมเกม มันทำให้เห็นการดำเนินไปของการแข่งขั้นและผมสามารถเลือกได้ว่าผมจะเชียร์ฝ่ายไหน

สิ่งที่ได้กลับมาคิดหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้คือ
"สิ่งที่เราเคยเชื่อในวันนั้น ปัจจุบันยังเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า"
"การเรียนรู้จากประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่าเราคือใคร มาอย่างไร และจะเดินไปต่ออย่างไรดี"
"การเปิดใจรับข้อมูลหลาย ๆ ด้านทำให้เรามองโลกได้กว้างขึ้น"
"สหรัฐอเมริกาไม่ใช้เจ้าพ่อของประชาธิปไตย แต่เป็นนักธุรกิจสมองเพชร"
"ความหวังยังมีอยู่เสมอ"
Profile Image for Tok.
223 reviews84 followers
April 16, 2019
"ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์" ของแท้

ประวัติศาสตร์คือเรื่องของการวิเคราะห์ตีความจริงๆ และสมองคนเรามีไว้คิด ไม่ใช่อะไรเข้าหัวมาก็เก็บจำหมด ดังนั้นวิธีการเรียนแบบตอนเด็กๆ ของเรา กับเนื้อหาวิชาที่อยู่ในหนังสือเรียนทำให้ไม่แปลกใจที่เรารวมถึงหลายๆ คน จะมีชุดข้อมูลประวัติศาสตร์ไทย default แบบนึงอยู่ การอ่านอะไรแบบนี้จึงถือว่าเปิดโลกพอสมควร
October 10, 2020
“ฝ่ายหนึ่งต้องการคงสถานภาพเดิม แต่อีกฝ่ายต้องการเปลี่ยนแปลง โดยฝ่ายแรกยึดมั่นในอุดมการณ์ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ ที่ถูกปลูกฝังมาจากการโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐฯ และสถาบันกษัตริย์เพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ พวกเขาเชื่อว่าอุดมการณ์ดังกล่าวเป็น ‘ธรรมชาดิ’ ดั้งเดิมของ ‘ความเป็นไทย’ การยึดมั่นดังกล่าวในที่สุดแล้วก็นำไปสู่ ‘อาการลงแดง’ ของโรคทางสังคม ซึ่งแสดงออกมาในการปราบปรามฝ่ายหลังที่ถูกผลักให้กลาย ‘เป็นอื่น’ อยู่ภายในชาติในเหตุการณ์โศกนาฎกรรม 6 ตุลาคม 2519 “ — Benedict Anderson (1977)
p.293

“กลุ่มคนจำนวนหนึ่งยังเชื่ออย่างสนิทใจว่า ‘อนาคต’ ของสังคมไทยทั้งหมดสามารถแสวงหาได้จาก ‘อดีต’ ชนิดเดียว ซึ่งเป็นอดีตชนิดที่แทบจะไม่มีพื้นที่จารึกเรื่องราวของสามัญชน” - p.196

‘กฎหมายคือการเมือง’ โดยในตัวมันเองไม่มีความเป็นกลาง” - p.68

“ข้าพเจ้าไม่คิดว่ากฎหมายเป็นวิชาการซึ่งอยู่ได้โดยลำพังตัวของมันเองโดยไม่จำต้องพิจารณาความจริงภายนอกใดๆ อีกเลย” — หยุด แสงอุทัย
p.100
Profile Image for Suphanat Boonyiamyien.
62 reviews5 followers
October 20, 2020
อ่านจบในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ เพราะเมื่อวานตำรวจเพิ่งจะนำหนังสือเล่มนี้จากสนพ.ไปตรวจสอบเนื้อหา

เราควรจะก้าวพ้นความเห็นที่ว่า"สถาบันกษัตริย์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"ได้แล้ว เพราะมันเป็นความเห็นที่เอาท์ไปแล้ว ยุ่งเกี่ยวเพื่ออะไรนั้นต่างหากที่น่าถกเถียง และเรายังรอคอยข้อมูลเชิงวิชาการ (ที่เป็นมากกว่าเรื่องเล่า)ของฝั่งอนุรักษ์นิยมบ้างเพื่อมาประกอบความรู้ และยืนยันความคิดเห็นดั้งเดิมของเราที่คิดเสมอว่า การยุ่งเกี่ยวทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์นั้น ก็ด้วยจุดประสงค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรนั่นเอง
Profile Image for Den Sottilaksana.
3 reviews3 followers
December 3, 2020
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย
ความรู้ความเข้าใจต่อประวิติศาสตร์ไทยร่วมสมัยพลิกกลับในทันที เมื่อหนังสือเล่มนี้พาไปรู้จักข้อมูล มุมมองที่ไม่เคยปรากฏในแบบเรียนในเรื่องของการต่อต้านการปฏิวัติของคณะราษฎร ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2475-2500 ในหนังสือจะพบความพยายามของฝ่ายที่สูญเสียอำนาจจากการปฏิวัติในการหวนคืนสู่อำนาจ เริ่มจากความพยายามในการแทรกแซงสภา ปรับเปลี่ยนกฎหมาย การใช้สายลับแทรกซึมจนถึงการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจแต่พ่ายแพ้ไปในกบฎบวรเดช ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่2จึงมีโอกาสคืนสู่อำนาจเมื่อนายปรีดีได้ปล่อยตัวพวกเขาจากการคุมขัง อนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ คืนยศและอำนาจให้เพื่อช่วยฟื้นฟูประเทศไทย ต่อมาเกิดเหตุพลิกผันขึ้นอีกในกรณีสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่8 ปรีดีลาออกและรัฐประหาร2490 ทำให้ได้โอกาสในการคืนสู่อำนาจอย่างเต็มตัวและใช้เวลาตลอด10ปีในการสร้างเครือข่าย ใช้สิ่งพิมพ์มากมายออกมาบิดเบือนและลดทอนคุณค่าจุดมุ่งหมายของการปฏิวัติ สร้างความชอบธรรมในเรื่องที่ว่าในหลวงรัชกาลที่7จะทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จนก่อเกิดสำนวนที่ว่าคณะราษฎรการชิงสุกก่อนห่ามที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน
เมื่ออ่านจบจะเริ่มเห็นว่าเครือข่ายอำนาจนิยมมีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใด ใช้กระบวนการอย่างไรในการเริ่มต้นแทรกแซงระบอบประชาธิปไตยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
July 19, 2022
มีหลายคนกล่าวว่าอเมริกาไม่ใช่พ่อ อ่านบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ จึงเข้าใจชัดเจนถึงคำพูดดังกล่าวว่า อเมริกาไม่ใช่พ่อ แต่เป็นยิ่งกว่าพ่อ
Profile Image for Wanyiwa.
1,605 reviews136 followers
January 5, 2021
เนื้อหาอัดแน่นมาก อ้างอิงข้อมูลเพียบ เรื่องของการเคลื่อนไหวในทางการเมืองช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งของฝั่งปฏิวัติและฝั่งปฏิปักษ์ปฏิวัติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของสถาบันกษัตริย์และกลุ่มกษัตริย์นิยม ซึ่งก็เปิดให้เห็นมุมมองที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อนจากการศึกษาหรือรับรู้โดยทั่วไป

นักเขียนพยายามชี้ให้เห็นการเคลื่อนไหวของฝั่งการเมืองทั้งสองฝั่งก็จริง แต่อาจจะเพราะข้อมูลจากฝั่งปฏิปักษ์นั้นพอจะหาอ่านได้ง่ายกว่า ก็เลยนำเสนอข้อมูลในส่วนของการเคลื่อนไหวจากกลุ่มกษัตริย์และกษัตริย์นิยมเป็นหลัก และแก้ต่างในบางจุดให้กับฝั่งคณะราษฎรที่เหมือนจะถูกบิดเบือนไป

อ่านเพื่อเก็บข้อมูลให้ครบรอบด้าน เพราะไม่อยากมองเห็นภาพประวัติศาสตร์จากกระจกฝั่งเดียว ข้อมูลยังมีอีกมากให้เอาไปปะติดปะต่อและคิดวิเคราะห์ค่ะ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของข้อมูลเท่านั้นเอง
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
686 reviews47 followers
December 30, 2020
ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ผู้เขียน: ณัฐพล ใจจริง
สำนักพิมพ์: ฟ้าเดียวกัน
จำนวนหน้า: 393 หน้า
พิมพ์เมื่อ: มกราคม 2556
.
.
.
ถ้าเทียบกับอีกเล่ม ขุนศึกศักดินา เล่มนี้ดูจะกว้างกว่า ตัวละครน้อยกว่า แต่ไทม์ไลน์กว้างกว่า และ ในแง่ความสนุกอาจจะไม่เท่ากันครับ อีกเล่มแน่นกว่า แต่เล่มนี้กว้างกว่า เพราะเรื่องเล่าเยอะกว่า
.
.
.
เป็นการเล่าเรื่องการต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิวัติ 2475 (ที่เปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย) กับฝ่ายที่ต้องการหมุนคืนระบอบเก่า ในช่วง 2475-2500 (โดยการเล่าเรื่องใช้การอ้างอิงจากข้อมูลแหล่งอื่นเยอะมากๆ) และ รัชกาลที่ 7 มีบทบาทเยอะในช่วงเวลานี้
.
.
ทำให้เห็นภาพและตัวละครการชิงอำนาจกันของฝ่าย รอยัลลิสต์ ฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา และทำให้เข้าใจความแตกต่าง จุดประสงค์ของรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับมากขึ้นโข
.
.
ทำให้ทราบและเห็นถึงงานเขียนมากมายที่ผลิตออกมาเพื่อลดความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย เช่น งานของ (สอ เสถบุตร) อีกทั้งยังทำให้เห็นผลกระทบของเหตุการณ์สำคัญๆ เช่น เหตุการณ์สวรรคต ของรัชกาลที่ 8 ที่ส่งผลต่อการเมืองในยุคนั้นจนมาถึงปัจจุบัน
.
.
มีการกล่าวถึงประเทศอื่น ๆอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา กลุ่มเสรีไทย แนวคิดคอมมิวนิสต์ ยุคสงครามเย็น จนไปถึงเหตุการณ์กบฎบวรเดช ๆลๆ
.
.
.
สรุปความคิดเห็น
- ทำให้เข้าใจที่มาที่ไปหลายๆเรื่องมากขึ้น
- การต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันนี่มันเข้มข้นมาก
- ได้ความรู้ครับ
คะแนน 9/10
Profile Image for Tanan.
234 reviews47 followers
December 1, 2020
สนุกจนมือสั่น

อาจารย์ณัฐพล ใจจริง เรียบเรียงได้สนุกไม่แพ้นิยาย แต่นี่คือบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ไทยช่วงปี 2475 - 2500

คือถ้าในหนังสือ ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง จะเขียนประวัติศาสตร์ช่วงปี 2475- 2500 แค่พอให้รู้ภาพกว้าง ไม่ลงรายละเอียดมากนัก แต่ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ จะลงรายละเอียดช่วงนั้นด้วยงานวิจัยที่อ้างอิงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แบบหมดเปลือก

และเป็นที่น่าสนใจว่า ที่ผ่านมางานวิจัยทางประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นมักศึกษากันในมุมของฝ่ายปฏิวัติ เช่น ชีวิตของปรีดี พนมยงค์, ผลของการปฏิวัติปี 2475 แต่ไม่ค่อยมีใครค้นคว้าในอีกมุมว่า แล้วฝ่ายต่อต้านการปฏิวัติล่ะ เขามีความเคลื่อนไหวกันอย่างไร คิดอะไร ทำอะไร วางแผนอะไรอยู่

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อรองในหนังสือว่า 'ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฎิวัติสยาม (2475 -2500)'

เนื้อหาในเล่มลงหลักฐานให้เห็นว่าฝ่ายปฏิปักษ์การปฏิวัติซึ่งคือกลุ่มกษัตริย์นิยมในสมัยนั้น ใช้วิธีการทุกรูปแบบทั้งในและนอกกฎหมายเพื่อแย่งชิงอำนาจกลับคืนมาจากฝ่ายปฏิวัติ ไม่ว่าเป็นการเจรจาต่อรอง แก้ไขรัฐธรรมนูญ สนับสนุนทุนทรัพย์ ใช้กำลังทหาร ส่งสายลับ สร้างข่าวโจมตี สร้างเรื่องเล่ารื้อฟื้นคติการเมือง ไปจนถึงการลอบสังหาร

และคติทางการเมืองหลายอย่างยังส่งผลมาถึงทุกวันนี้
Profile Image for NARUMON.
72 reviews13 followers
November 16, 2020
บางคนบอกว่าการประท้วงนี้ยังอีกยาวไกล แค่ทำให้คนค่อยๆตาสว่างมากขึ้นก็ถือเป็นความก้าวหน้ามากแล้ว การประท้วงนี้ทำให้เราอ่านหนังสือเล่มนี้จบก็ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่! (ที่จริงต้องขอบคุณตำรวจด้วยที่ไปยึดถึงสำนักพิมพ์)

ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยสนใจอ่านแนวประวัติศาสตร์ เพราะมันคือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นนิยายที่เรารู้ว่าจะจบยังไง ยังจำได้ว่าตอนรัฐประหาร 2549 ตื่นเช้ามาจะอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่เปิดทีวีเจอประกาศแล้วงงว่ามันเกิดขึ้นอีกได้ไง มันควรจะเกิดขึ้นแค่ในอดีตเหมือนกับยุคเรเนซองส์ ยุคปฏิวัติอุตสากรรมไม่ใช่เหรอ เราเคยเจอมัน ผ่านมันมาแล้ว โลกเดินกลับหลังได้ยังไง

เป็นคนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่ไม่เห็นความเชื่อมโยง ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวโยงมาถึงวันนี้ ไม่รู้ว่าเราก็กำลังอยู่ในประวัติศาสตร์ อยู่ในนิยายเรื่องนี้ที่ยังไม่จบ

หนึ่งในสิ่งดีๆไม่กี่อย่างของปี 2020 คือการได้อ่านหนังสือแนวนี้เยอะขึ้น
Profile Image for Pae Ponsiri.
112 reviews23 followers
September 19, 2023
ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ.๒๔๗๕-๒๕๐๐) เป็นหนังสือรวมบทความการเมืองไทยในช่วงดังกล่าว เขียนโดยณัฐพล ใจจริง อาจารย์ประจำสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แต่ละบทตีพิมพ์ช่วงปี ๒๕๔๔-๒๕๕๔ ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกปี ๒๕๕๖ โดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน (ล่าสุดตีพิมพ์ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๖๔ แล้ว)​
.
การเมืองไทยปี ๒๔๗๕-๒๕๐๐ มันคือช่วงสมัยคณะราษฎรยังพอมีอำนาจ แต่สิ่งที่ณัฐพลจะศึกษาไม่ใช่ตัวคณะราษฎร​ แต่คือตัวขบวนการต่อต้านคณะ​ราษฎร​/ต่อต้านการปฏิวัติ​ ๒๔๗๕ พูดให้ชัดนั่นก็คือกลุ่มสถาบัน​กษัตริย์​และกลุ่มกษัตริย์​นิยม​
.
บางคนเสนอว่า คำถามหลักของณัฐพลที่เขาพยามจะหาตอบก็คือ ทำไมการเมืองไทยร่วมสมัยมันถึงมีปัญหาบิดเบี้ยวพิกลพิการ? (น. ปกหลัง)​
.
แต่เดิมผมก็พอจะทราบว่าภายหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕ นั้น อีกฝ่ายหนึ่ง (ฝ่ายกษัตริย์นิยม/สถาบันกษัตริย์)​ ก็คงพยามหาวิธีต่อต้านคณะราษฎรด้วยวิธีการต่าง ๆ... แต่ผมไม่คิดมาก่อนมันจะมีรายละเอียดน่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้... เอากันถึงขนาดนี้
.
ได้เห็น ร.๗ ในอีกแง่มุมนึง ซึ่งผมไม่เคยทราบชัดมาก่อน (และก็คิดว่ารัฐก็คงไม่กล้านำเสนอพระบิดาประชาธิปไตยในแง่มุมนี้แน่)​ อย่าง "... My personally opinion is an emphatic No" (น.๓)​ "อยากเล่นบ้าอะไรต่าง ๆ จัง... " (น.๑๘)​
.
เห็นขบวนการใต้ดิน ปฏิบัติการสายลับของฝ่ายเจ้า, และเห็นกลุ่มเคลื่อนไหว​พยามฟื้นฟูระบอบเดิมอย่างน้ำเงินแท้
.
อีกด้านก็เห็นคำอธิบายพระราชอำนาจของกษัตริย์ที่น่าสนใจของหยุด แสงอุทัย ทั้ง "คำแนะนำของพระมหากษัตริย์​นี้ควรจะเป็นความลับ... " (น.๙๙)​ "การมีองคมนตรีไม่ชอบด้วยประชาธิปไตยนัก... " (น.๙๖) "พระมหากษัตริย์ย่อมทรงเว้นเสียซึงการกระทำใด ๆ โดยเปิดเผย... " (น.๘๙; ๙๙)​
.
ณัฐพลสามารถอธิบายการเมืองช่วงดังกล่าวผ่านวัตถุเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจละเลยศึกษา ทั้ง พจนานุกรมภาษาอังกฤษ​ หนังสือดูดวงโหราศาสตร์​ ประวัติการตีพิมพ์เค้าโครงเศรษฐกิจ ไปจนถึงปัจจัยภายนอกประเทศอย่างปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกา
.
ณัฐพลเป็นมนุษย์ที่เขียนหนังสืออ่านสนุก อ่านง่าย ทำให้อ่านแล้วได้ความรู้เชิงวิชาการไปพร้อม ๆ กับอินเข้าไปอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด แถมยังมีหลักฐานอ้างอิง ทั้งในและต่างประเทศเยอะมาก (แน่นอนว่างานก็มีความผิดพลาดบ้างอย่างที่ได้แจ้งไว้ในคำนำจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว)​
.
สำหรับคำถามที่ว่าทำไมการเมืองไทยร่วมสมัยมันถึงมีปัญหาบิดเบี้ยวพิกลพิการ? คำตอบของคำถามข้างต้น บางคนเสนอว่านั่นก็คือ "แท้จริงแล้วปัญหาความพิพลพิการต่าง ๆ ของการเมืองไทยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหว​ของสถาบั​นก​ษัตริย์​และกลุ่ม​กษัตริย์​นิยมด้วยอย่างมีนัยยะสำคัญ" (น. ปกหลัง)​
Profile Image for Mr.oolongtea.
113 reviews7 followers
January 17, 2023
หนังสือหลักๆว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ระหว่างช่วงปี 2475 - 2590 ถ้าหนังสือ ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี ว่าด้วยการเฉือนคมกันระหว่าง ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา และอเมริกา หนังสือเล่มนี้ก็จะเจาะลึกลงไปในเรื่องของฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาเพียวๆเสียมากกว่า อาจมีแตะลงไปที่เรื่องของอเมริกาบ้าง แต่ก็เหมือนเป็นการปูทางไปหนังสือเล่มขุนศึกมากกว่า

โดยหนังสือจะเน้นไปในเรื่องระหว่างปรีดี พนมยงค์ กับฝ่ายกษัตริย์และรอยัลลิสต์เป็นหลัก บอกเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนและหลังการปฏิวัติ 2475 ว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง ฝ่ายรัฐบาลทำอย่างไรถึงสามารถทานกำลังของฝ่ายรอยัลลิสต์ลงได้ และฝ่ายรอยัลลิสต์ทำอย่างไรถึงกลับมามีอำนาจได้อีกครั้ง คุณจะได้เห็นเทคนิคของการล้างสมองแบบต่างๆ ซึ่งเหมือนเป็นบรรทัดฐานของฝ่ายขวาที่ทำมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคนไทยบางในช่วงยุคสมัยนี้ ถึงมีความเชื่อและวัฒนธรรมบางอย่าง ที่ยังคงฝังหัวอยู่แบบนั้น ทำให้เราเข้าใจความเชื่อหลายๆอย่าง เช่น นักการเมืองเลว กษัตริย์คือศูนย์รวมของชาติเป็นต้น

หนังสือเล่มนี้สะท้อนถึงความเชื่อและวัฒนธรรมต่างๆที่ฝ���งหัวคนไทยมาช้านาน ถึงแม้คนที่เชื่อในเรื่องราวเหล่านี้จะเริ่มน้อยลงไปบ้างแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมฝ่ายขวา หรือฝ่ายซ้ายในปัจจุบันบางคนที่เคยเชื่อแบบเดียวกัน ถึงได้มีความคิดแบบนั้นได้ หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนกระจกจากอดีต ที่สะท้อนว่าการเมืองของประเทศเรานั้นยังไม่เคลื่อนไปไหนไกลจากเดิมเลย
Profile Image for Sasicha Sanguansub.
51 reviews13 followers
July 1, 2021
ไม่เคยอ่านหนังสือที่มีอ้างอิงเยอะขนาดนี้มาก่อน หนังสือเล่มนี้เล่าถึงความคิดและการเคลื่อนไหวของขบวนการที่ต่อต้านการปฏิวัติ 2475 ของคณะราษฎร (ฝ่ายอนุรักษ์นิยม) ทำให้เห็นถึงความคิดของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่อวยเจ้าและต้องการการปกครองแบบระบอบเก่า อีกทั้งมรดกทางความคิดเหล่านั้นก็ยังส่งผลถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศจนถึงทุกวันนี้ อ่านจบแล้วก็เปิดโลกหลาย ๆ เรื่องเหมือนกัน ทั้งเรื่องพระปกเกล้าเอย อเมริกาเอย เป็นหนังสือที่คนไทยหลาย ๆ คนควรได้อ่านจริง ๆ เอาเรื่องพวกนี้ไปใส่ในหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ดีกว่าให้มาเรียนเรื่องพระราชกรณียกิจรัชกาลที่แล้วอีก คหสต ยสตน
Profile Image for Gift  C.
18 reviews5 followers
December 31, 2020
เป็นหนังสือที่เหมาะแก่การไปขุดข้อมูลมารีเสิชต่อ นำเสนอความขัดแย้งและการต่อสู้หลายรูปแบบของสถาบันทางการเมืองไทยหลายฝ่ายจากพ.ศ. 2475 จนถึงรัฐประหาร 2500 หลายประเด็นและข้อมูลหลักฐานที่นำเสนอสั่นคลอนค่านิยม ความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยจำนวนมาก และทำให้เห็นภาพกว้างๆถึงที่มาของความขัดแย้งและค่านิยมฝังรากของสังคนไทยในปัจจุบัน
Profile Image for Garn Atiwat.
38 reviews1 follower
December 3, 2020
ชัดเจนแจ่มแจ้ง กับความคุมเครือ ถามใครก็ไม่ได้ความ อ่านจบ ตาสว่าง โปรดใช้วิจารณญานในการชูสามนิ้ว
15 reviews
July 19, 2021
อ่านแรกๆ ช้ามาก เพราะไม่ค่อยจะได้อ่านแนวประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์แนวนี้มาก่อน
แต่พอเริ่มอ่านได้เกือบครึ่งเล่ม คือไปอย่างเร็วเลย

เป็นหนังสือสำหรับคนอยากรู้ความเป็นไปเป็นมาช่วงการเปลี่ยนแปลงระหว่าง 2475-2500 เกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น และส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน

ในเรื่องการบรรยาย บรรยายได้ดี ทำให้เห็นแต่ละฉากในหัว สนุกมากๆ อ้างอิงโคตรเยอะ อาจจะต้องตามหนังสือเพิ่มอีกพอสมควร เช่น ‘การปฏิวัติและการเปลี่ยนแปลงในประเทศสยาม’ ของยาสุกิจิ ยาตาเบ และหนังสือชุดของอาจารย์ณัฐพล ใจจริง เป็นต้น เพื่อเพิ่มความเป็นเหตุผลและได้ดูมุมมองจากบุคคลที่สามในเหตุการณ์

สรุปโดยรวม หนังสือบรรยายสนุกมากๆ ได้เบิกเนตรเยอะพอสมควร ชอบมากๆ
Profile Image for Sasina Nikoth.
27 reviews4 followers
November 18, 2020
ขอพูดเลยว่าเป็นงานวิชาการ(?)ที่เรารู้สึกสนุกมากทุกครั้งที่ได้เปิดหน้าใหม่ ข้อมูลบางอย่างที่อ.เขียนมาในเล่มนี้ บอกได้เลยว่า ว้าว! เซอร์ไพร์สมากๆ
Profile Image for ReaddictTH review.
88 reviews11 followers
February 20, 2021
หนึ่งในหนังสือที่มาแรงที่สุดในครึ่งปีหลังของ 2563 ที่เหล่านักอ่านน่าจะรู้จักกันทุกคนนั่นคือ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อฯ ของ ณัฐพล ใจจริง ต้องยอมรับว่านอกจากกระแสความตื่นตัวทางการเมืองจะทำให้ชื่อหนังสือเล่มนี้เด่นขึ้นมาแล้ว ที่ช่วยโปรโมตหนักยิ่งกว่าคือการบุกค้นและยึดหนังสือสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันของขี้ข้….โจร…..เอ็ย ตำรวจ!! และหนังสือเล่มนี้ก็เป็น 1 ใน 3 เล่มที่ถูกยึดไป

การโปรโมตอย่างไม่ได้ตั้งใจนี้ทำให้ยอดขายหนังสือเล่มนี้พุ่งสูงขึ้นและเป็นที่ต้องการในตลาดขึ้นมาทันที เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้สัมผัสหรือได้อ่านกันมาบ้างแล้วแต่ถ้าหากว่ายังก็ไม่เป็นไร เรามาดูว่าหนังสือเล่มนี้จะให้อะไรกับเราได้บ้างในบทความนี้กันเลย

แรกพบสบตาผมพบว่าหนังสือเล่มนี้ใหญ่และหนากว่าที่คิด เรียกว่าเอาไปวางบนชั้นก็จะแหลมเด่นออกมาจากหนังสือทั่วๆไป แต่พอได้เริ่มอ่านเนื้อหาไปสักพักก็จะเข้าใจ เพราะทั้งรูปเล่มทั้งเนื้อหาภายในการจัดวางดูแล้วมันคือหนังสือเรียน หนังสือวิชาการเต็มขั้นที่รวบรวมบทความต่างๆเข้าไว้ด้วยกันดีๆนี่เอง

ที่พูดถึงเพราะอาจจะมีบางคนที่ไม่ค่อยถูกจริตกับการอ่านหนังสือแนววิชาการเท่าไหร่ เนื้อหาแบ่งเป็นบทๆแต่ละบทจบในตัวมันเอง เริ่มต้นด้วยการเกริ่นนำ บรรยายและสรุปท้ายบท นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงและเชิงอรรถจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละบทแยกกันจึงมีข้อมูลเชิงอรรถซ้ำซ้อนกันบ้าง บางหน้ามีเชิงอรรถเยอะกว่าเนื้อหาเสียอีก

แต่ถึงกระนั้นหลังจากที่ผมได้อ่านแล้วพบว่า แม้หน้าตาจะเป็นหนังสือวิชาการแต่การเล่าเรื่องกว่าครึ่งนั้นทำออกมาได้สนุกน่าสนใจมาก เรียกว่าหากมีใครสนใจเอาเนื้อหาไปทำซีรี่ย์ก็สามารถทำเทียบชั้นกับ The Crown ของ netflix ได้ไม่ยากเลยทีเดียว

ว่าด้วยเนื้อหา หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 บท แต่ละบทแยกออกจากกันเขียนครอบคลุมเรื่องราวของกลุ่มรอยัลลิสต์ที่มุ่งทำลายคณะราษฎรในมุมมองต่างๆ บางบทอาจจะมองจากมุมมองของร่างรัฐธรรมนูญ บางบทอาจจะมองจากงานเขียน วรรณกรรมหรือมุมมองทางวิชาการ

แต่ทุกบทจะครอบคลุมการพยายามกลับขึ้นมาทวงอำนาจคืนให้แก่สถาบันกษัตริย์ในช่วงปฏิวัติ 2475 ถึงปี 2500 ซึ่งเป็น “ประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน” (อ่าน ถอนรากประชาธิปไตย: สงครามความทรงจำ มรดกคณะราษฎรที่สูญหาย ได้ที่ https://prachatai.com/journal/2019/12... )

นอกจากความพยายามในการลบประวัติศาสตร์คณะราษฏรทางวัตถุแล้วยังลบออกจากหนังสือเรียนอีกด้วย ทั้งๆที่หลังการปฏิวัติ 2475 เป็นต้นมาถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงกับชีวิตของพวกเรามากที่สุดในปัจจุบัน แต่เนื้อหาที่เราเรียนเป็น 10 ปีกลับเน้นการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านในยุคดาบ ช้างศึกและเรื่องชนชั้นสูง ยิ่งทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่สำคัญและทรงคุณค่าในบรรดาหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยขึ้นมาในทันที

การอ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้เราเข้าใจบทบาทและจุดยืนของตัวละครต่างๆ กำเนิดและที่มาของคนบางคน ตระกูลบางตระ���ูล หรือแม้แต่พรรคแมลงสาบบางพรรคว่ามีจุดยืนอย่างไร จนสามารถเข้าใจพฤติกรรมประหลาดของแต่ละกลุ่มในปัจจุบันได้

วิธีการชั่วๆบางวิธียังตกทอดมาใช้ในปัจจุบันด้วยซ้ำ เมื่อเราอ่านแล้วเราจะถึงบางอ้อเลยทีเดียว ที่น่าเศร้าใจคือหากคนไทยได้รับการศึกษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เด็ก รัฐธรรมนูญฉบับ 60 จะไม่มีทางผ่านประชามติด้วยซ้ำและนั้นก็เป็นผลมาจากการควบคุมอดีตของชนชั้นนำให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการเพื่อประโยชน์ของตัวพวกเขาเอง และผลลัพธ์ก็ทำให้เราได้คนโง่มาบริหารประเทศและปูทางที่จะสืบทอดอำนาจได้อีกนานแสนนาน

ในส่วนของข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลในหนังสือเพื่อความเป็นธรรมของกลุ่มรอยัลลิสต์ สำหรับผมแล้วแม้แต่ข้อมูลที่เป็นคำพิพากษาในประเทศนี้ผมก็ยังมองว่ามีความน่าเชื่อถือต่ำ เพราะมีการแทรกแซงระบบยุติธรรม แต่ข้อมูลอ้างอิงส่วนใหญ่ในเล่มนี้กลับเป็นหนังสือที่พวกเขาเขียนหรือแจกในงานศพของกลุ่มรอยัลลิสต์เสียเองทำให้หลักฐานที่นำมาประกอบดูน่าเชื่อถือว่าคำพิพากษาจากศาลเสียอีก

อยากที่วรรคตอนหนึ่งใน 1984 เคยกล่าวไว้ “ผู้ควบคุมอดีตย่อมควบคุมอนาคต : ผู้ควบคุมปัจจุบันย่อมควบคุมอดีต”

ที่เราถูกชนชั้นนำควบคุมตลอดมาในชีวิตของพวกเราก็เกิดจากที่พวกเขาควบคุมอดีตให้เรารู้แค่ส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อพวกชนชั้นนำ ประวัติศาสตร์ใดๆที่เขาไม่ต้องการเขาก็ลบทิ้งไปไม่ให้เราเรียนเราศึกษา เพื่อที่พวกเขาจะควบคุมพวกเราอย่างเบ็ดเสร็จ

หนังสือเล่มนี้จึงมีความสำคัญเด่นออกมาจากหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป ในการนำเสนอประวัติศาสตร์ไทยในอีกมุมมองหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยในปัจจุบันอย่างแท้จริงและผมขอแนะนำให้ทุกคนได้อ่านครับ
Profile Image for Tony.
126 reviews
July 14, 2022
เราแยกเรื่องที่หนังสือ​เล่มนี้กรณีถูกวิพากษ์​ความถูกต้อง​ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องรับผิดชอบเอง กับเรื่องการรวบรวม และ การเรียบเรียงห้วงเวลาหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยและความจริงเสมอเรื่องเกมอำนาจ ออกจากกัน

เรื่องความถูกผิด ความถูกต้อง​จากการวิจัยเชิงสังคมแบบนี้​ก็ย่อมมีความสุ่มเสี่ยง​อยู่​แล้ว​ แม้ผู้​เขียนจะมีเชิงอรรถ และ​บรรณานุกรม​เต็มทั้งเล่ม ซึ่งเป็นแนวทางการวิจัยอย่างเป็นทางการ​ แต่เชิงอรรถ​และบรรณานุกรม​ทางสังคม​เหล่านั้น​ ก็เป็นการบันทึกความเห็น มุมมองของผู้เขียน ไม่ว่า​จะเป็นคนไทย หรือต่างชาติ มุมที่ไม่ได้เขียน ไม่อยากเขียน ไม่เห็น ไม่รู้​ก็ไม่ได้ถูกบันทึก และอาจมีบันทึก​อีกมุมนึงที่ผู้เขียนไม่ได้เอามาใส่ ดังนั้นย่อมมีช่องให้ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ​วิพากษ์​ได้อยู่​แล้ว ซึ่งก็เข้าใจได้ในเรื่องที่ sensitive แบบนี้ แต่หากคนอ่านเปิดใจกว้าง​และเข้าใจบริบทการวิจัยทางสังคม​แบบนี้ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

สิ่งที่ผู้อ่านจะได้ประโยชน์​จากเล่มนี้ คือเห็นการเปลี่ยนแปลง​ เบื้องหน้า​และ​เบื้องหลัง​ ของการเมืองไทย และนำมาวิเคราะห์​ตั้งข้อสังเกตุ​กันเองว่า มันมีส่วนสัมพันธ์​ เชื่อมโยง​และพัฒนากันถึงทุกวันนี้อย่างไร ส่วนตัวคิดว่าการวิจัยลัักษณะนี้มีประโยชน์​ และผู้เขียนก็ทำการบ้านในการรวบรวมข้อมูล​เกล่านี้อย่างดี (ย้ำอีกทีว่าจริงไม่จริง เป็นอีกเรื่อง)​ มีแง่มุมที่ไม่เคยรู้หลายเรื่อง และตั้งข้อชวนคิดเพื่อหาข้อมูล​ต่อ หนังสือเล่มนี้แม้จะเป็นงานวิจัย แต่ก็อ่านสนุก ไม่ได้ยากมาก และหากคนอ่านเปิดใจกว้าง ทำใจกลางๆก็จะได้แง่คิดหลายมุมมอง

อ่านจบ... สิ่งที่เป็นสัจธรรม​เสมอคือ เกมอำนาจ ที่แย่งชิงกันเสมอมาทุกยุคสมัย ดังนั้น อ่านแล้วก็ไม่แปลกใจที่ไม่ว่าจะสถาบัน กองทัพ คณะราษฎร​ พรรคการเมือง หรือแม้แต่อเมริกา ก็ต้องเคลื่อนไหว เยื้อแย่ง รักษา ทวงคืนอำนาจ เป็นเกมที่มากันในหลากหลาย​รูปแบบ จนกว่าจะพัง จะพ่ายไปข้างหนึ่ง... ก็เหมือนๆกับ สามก๊ก สงครามกรุงโรม สงครามกลางเมืองอเมริกา
และถ้ากองทัพ พรรคการเมือง คณะราษฎร​ยังแย่งอำนาจกันได้ ทำไมการมามีเอี่ยวของสถาบันในเกมนี้จึงจะมีไม่ได้?
... เปิดใจกว้างๆ ทำใจกลางๆก็จะได้แง่คิดหลายมุมมอง​ และมองในความเปนมนุษย์​เหมือนๆกัน เกมอำนาจ​นีก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก...
23 reviews
September 19, 2021
(-)งานการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย ผ่านหลักฐานอ้างอิงที่มีอยู่จริงเรื่องราวความพยายามในการทวง คืนอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม กลุ่มรอยัลลิส หลังจากถูกปฏิวัติ โดยคณะราษฎร ช่วงแรกขบวนการฯ เริ่มตั้นด้วยไม้แข็งแต่เมื่อล้มเหลว ก็ได้ปรับตัวเพื่อรอเวลาในการหวนกลับมา และเมื่อห้วงเวลาสถานะการณ์ บ้านเมืองเป็นใจก็สามารถปรับตัวเข้ากับระบอบใหม่ได้อย่างแยบยลจนกลายเป็น "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข"

(-)ผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวในการพยายามก่อการของผู้มีอำนาจเดิม การต่อสู้เพื่อสร้างจุดยืนให้กับฝ่ายของตนเอง แน่นอนว่าต่าง ฝ่ายต่างก็ทำเพื่อประโยชน์ของตนแต่เพื่อให้ได้สิ่งนั้นคือการ สร้างพลังศรัทธาการทำให้คนเชื่อในแนวทางของฝ่ายตนว่า เป็นแนวทางที่ดีที่ถูกต้อง

(-)เราจะได้ทราบถึงความเป็นมาของสภาพการปกครองการเมืองปัจจุบันของประเทศไทย อะไรที่เป็นพลังอันที่มีผลต่อความคิดของคนไทยในช่วงยุคสมัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่าวการโฆษณาชวนเชื่อ หรือการปลูกฝังแนวความคิดต่างๆแน่นอนว่าย่อมมีผู้สนับสนุน มีแรงผลักดันอยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความ ถูกหรือผิดแต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่แต่ละคนจะมอง สำคัญที่วิสัยทัศน์ด้วยว่าผลประโยชน์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับกลุ่มของตนหรือคนทั้งประเทศ
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
October 19, 2021
ของดีของอาจารย์ณัฐพล อ่านแล้วยิ่งสนุก และยิ่งขยะแขยงชนชั้นนำสมัยก่อน (แน่นอนว่าหมายถึงฝั่ง blue blood) เรียบเรียงเนื้อหาไม่ได้แนววิชาการจ๋า เหมือนนั่งดู documentary ดีดี ใน netflix มากกว่า โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าจะดีมาก หากมีใครต่อยอดและเอาไปทำ original context จะ amazon เอย netflix เอย คงจะดีมาก เพราะว่าสนุก ประกอบกับให้แง่คิดและรับรู้เรื่องราวในอดิต นอกตำราดี อ่านแล้วอดนึกภาพไม่ได้ในช่วงระยะเวลาที่ประเทศเป็นของประชาชนจริงๆ หากมันเกิดขึ้นจริง เราจะรู้สึกยังไง อาจจะมีสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพจริงๆที่เราไม่เคยได้รับ หรือสัมผัสตรงนั้นจริงๆ ฉายวาบหลังอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
Profile Image for Shinabhat Maneerin.
52 reviews3 followers
October 28, 2020
An intense historical deep dive through the critically crucial era of Thailand, where the causes of the ongoing political incidents in Thailand rooted and also a substantial prequel to the currently critical acclaimed book by the same author 'ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี การเมืองไทยภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา 2491-2500 (Warlords, Feudalism and the Eagle : Thai Politics under the USA's World Order during 1948-1957)'.

2 reviews
September 19, 2019
เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมวันนี้มาถึงจุดนี้ ต้องเข้าใจสาเหตุ ผู้เขียนใช้เอกสารอ้างอิงแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้อ่านว่าจะคิดเห็นอย่างไร
1 review
Read
August 26, 2020
มีเพื่อนแนะนำ ก็เลยต้องสนองและหาความรู้
Profile Image for Terdsak Jaidee.
70 reviews
November 9, 2020
เหมือนเป็นภาคก่อนหน้าของ ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรีย์ อ่านสนุก แต่ไม่เท่าเล่มที่กล่าวถึง
Profile Image for Natthaphon.
56 reviews
December 21, 2020
เป็นหนังสือที่สรุปเรื่องราวช่วงนั้นได้ดี ถึงแม้จะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่สามารถเข้าใจเนื้อหาสำคัญได้ดี มีการย้ำประเด็นอยู่หลายรอบ
Profile Image for Non Overme.
25 reviews9 followers
May 1, 2021
อย่างมันส์ โดยเฉพาะบทสุดท้าย
Profile Image for panatda.
56 reviews19 followers
July 11, 2021
Must read จริงๆ นั่นแหละ
Displaying 1 - 30 of 33 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.