What do you think?


หมาเน่าลอยน้ำ
- GenresFiction
143 pages
First published January 1, 1987
About the author
ชาติ กอบจิตติ
22 books107 followersSee also Chart Korbjitti
เรื่องสั้นเรื่องแรก "นักเรียนนักเลง" ตีพิมพ์ในหนังสือ อนุสรณ์ ของโรงเรียนปทุมคงคา เมื่อพ.ศ. 2512 เรื่อง "ผู้แพ้" ได้รับรางวัลช่อการะเกด (2522) เคยประจำกองบรรณาธิการหนังสือ "ถนนหนังสือ" และใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับเมืองไทย ผลงานบางส่วนได้จัดแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเช่น "คำพิพากษา" "พันธุ์หมาบ้า" และ "เวลา" มีผลงานอาทิเช่น "ทางชนะ" (พ.ศ. 2522) "มีดประจำตัว" (พศ. 2527) "นครไม่เป็นไร" (พ.ศ. 2532) นวนิยายเรื่อง "คำพิพากษา" ได้รับรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2525 นิยายเรื่อง "เวลา" ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2536 ปัจจุบันพำนักในไร่ รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี-นครราชสีมา สมรสแล้วแต่ยังไม่มีบุตร
นวนิยายของ ชาติ กอบจิตติ แสดงถึงพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล นับตั้งแต่การนำเสนอนวนิยายเรื่องคำพิพากษา โศกนาฏกรรมสามัญชน ซึ่งมีนักวิชาการวรรณกรรมนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับผลงานของ กุนเทอร์ กราสส์ นักเขียนชาวเยอรมันซึ่งได้รับ รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม และ เคน ซาบุโรโอเอะ นักเขียนญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเช่นกัน
นักวิจารณ์บางคนชี้ให้เห็นว่านิยายเรื่องนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโศกนาฏกรรม (Tragedy) ของกรีก นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่าชาตินำเอาปรัชญาเอกซิสเทนเชียลลิสม (Existentialism) ของ ฌอง ปอล ซาร์ต (Jean-Paul Sartre) มาประยุกต์ใช้ใหม่อย่างน่าชมเชย นอกจากนี้นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่า นวนิยายเรื่องเวลาเป็นพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะเป็น “นว-นวนิยาย”(nouveau roman) ซึ่งมีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล จึงกล่าวได้ว่าผลงานของ ชาติ กอบจิตติ มีความสำคัญต่อพัฒนาการนวนิยายไทยและต่อการนำวร
เรื่องสั้นเรื่องแรก "นักเรียนนักเลง" ตีพิมพ์ในหนังสือ อนุสรณ์ ของโรงเรียนปทุมคงคา เมื่อพ.ศ. 2512 เรื่อง "ผู้แพ้" ได้รับรางวัลช่อการะเกด (2522) เคยประจำกองบรรณาธิการหนังสือ "ถนนหนังสือ" และใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับเมืองไทย ผลงานบางส่วนได้จัดแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเช่น "คำพิพากษา" "พันธุ์หมาบ้า" และ "เวลา" มีผลงานอาทิเช่น "ทางชนะ" (พ.ศ. 2522) "มีดประจำตัว" (พศ. 2527) "นครไม่เป็นไร" (พ.ศ. 2532) นวนิยายเรื่อง "คำพิพากษา" ได้รับรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2525 นิยายเรื่อง "เวลา" ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2536 ปัจจุบันพำนักในไร่ รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี-นครราชสีมา สมรสแล้วแต่ยังไม่มีบุตร
นวนิยายของ ชาติ กอบจิตติ แสดงถึงพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล นับตั้งแต่การนำเสนอนวนิยายเรื่องคำพิพากษา โศกนาฏกรรมสามัญชน ซึ่งมีนักวิชาการวรรณกรรมนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับผลงานของ กุนเทอร์ กราสส์ นักเขียนชาวเยอรมันซึ่งได้รับ รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม และ เคน ซาบุโรโอเอะ นักเขียนญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเช่นกัน
นักวิจารณ์บางคนชี้ให้เห็นว่านิยายเรื่องนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโศกนาฏกรรม (Tragedy) ของกรีก นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่าชาตินำเอาปรัชญาเอกซิสเทนเชียลลิสม (Existentialism) ของ ฌอง ปอล ซาร์ต (Jean-Paul Sartre) มาประยุกต์ใช้ใหม่อย่างน่าชมเชย นอกจากนี้นักวิจารณ์บางท่านเห็นว่า นวนิยายเรื่องเวลาเป็นพัฒนาการของนวนิยายไทยที่มีลักษณะเป็น “นว-นวนิยาย”(nouveau roman) ซึ่งมีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสากล จึงกล่าวได้ว่าผลงานของ ชาติ กอบจิตติ มีความสำคัญต่อพัฒนาการนวนิยายไทยและต่อการนำวร
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
March 16, 2022
لاشهی شناور به نظرم داستان کشمکش بین دو دیدگاهه، دیدگاهی که اعتقاد داره باید شما کار درست رو انجام بدید تا جامعه درست بشه و دیدگاهی که میگه در وضعیت کنونی جامعه باید به فکر خودت باشی. و گویا در نهایت باید در این اوضاع انتخاب کنی بین اینکه لاشهی شناور باشی یا کلاغی که منتظر بهره بردن از اون لاشهست. داستان با یک تصادف شروع میشه که در اون چند ماشین و چند نفر آسیب میبینند و نقش اصلی داستان که مقصر تصادف هست باید با این افراد و پلیس و بیمارستان و تعمیرکار سر و کله بزنه که هم آدم های خوب بینشون هست هم آدم های نه چندان خوب. در میانهی داستان هم با تعریف داستان شروع کار شرکتش به شرح تفکرات نقش اصلی میپردازه
December 26, 2024
กัดไม่ปล่อย
November 13, 2012
You’re driving at night and fall asleep at the wheel, triggering a car crash: in Thailand, this makes you fair game for everyone else involved who will claim compensation for injuries, damage and loss of income, and the cost to you now has to be negotiated and bargained. You’re now carrion for the vultures who all want a piece of you, but when you happen to work in advertising, doesn’t this then become tit-for-tat? This is a dryly amusing book and mildly satirical even though it’s deliberately light on laughs. Told throughout in the second person, Korbjitti intended the narrator’s gender to be undetermined but this somehow became lost in translation from Thai to English, with the reader, at key points, necessarily being provided with a male narrator; otherwise, barring a few minor errors in English this is a translation that reads very fluently. I’m getting to understand Korbjitti’s point of view: he’s uncompromisingly socialist, and his books that I’ve read so far have been well-observed and unremittingly mundane in subject matter, yet with an emotional impact reserved for the closing scenes that has so far never failed to hit the mark.
December 20, 2025
สนุก จิกกัด เสียดสี งานเขียนชาติกอบจิตติเขียนด้วยคำง่าย ๆ อ่าน ง่าย ๆ แต่โคตรสุดยอด
ในสังคมที่บีบบังคับให้ดิ้นรนเอาตัวรอด แค่เอาชีวิตตัวเองให้รอดก็เต็มกลืนเรายังจะยื่นมือไปช่วยคนอื่นอีกหรือ กระทั่งทำความดีก็เป็นเรื่องของคนมีอันจะกินหรือ คนจนอยากจะทำอะไรดี ๆ ก็กลายเป็น พวกโง่ที่ให้คนอื่นควักเนื้อตัวเองให้คนอื่นกินเสียอย่างงั้น สุดท้ายก็คงต้องเลือกว่าจะเป็นอีกาหรือหมาเน่า
/ ก็อยากจะพูดแบบนั้นแหละ แต่ตัวเอกไม่สมประดีพอจะพูดอะไรแบบนั้นหรอก ตัวเขาก็มนุษย์ทั่วไปไม่ได้ดีเด่ ใครที่คิดว่าเขาดีต่อตนก็คือคนดี ใครที่ทำให้เขาเดือดร้อนก็คือคนไม่ดี ตั้งตนจะเป็นคนดีแต่คิดได้เท่านั้น
ป.ล.อ่านเรื่องนี้ให้อารมณ์หนังเรื่องเฉิ่มนะ ถึงตอนจบจะคนละขั้ว
ในสังคมที่บีบบังคับให้ดิ้นรนเอาตัวรอด แค่เอาชีวิตตัวเองให้รอดก็เต็มกลืนเรายังจะยื่นมือไปช่วยคนอื่นอีกหรือ กระทั่งทำความดีก็เป็นเรื่องของคนมีอันจะกินหรือ คนจนอยากจะทำอะไรดี ๆ ก็กลายเป็น พวกโง่ที่ให้คนอื่นควักเนื้อตัวเองให้คนอื่นกินเสียอย่างงั้น สุดท้ายก็คงต้องเลือกว่าจะเป็นอีกาหรือหมาเน่า
/ ก็อยากจะพูดแบบนั้นแหละ แต่ตัวเอกไม่สมประดีพอจะพูดอะไรแบบนั้นหรอก ตัวเขาก็มนุษย์ทั่วไปไม่ได้ดีเด่ ใครที่คิดว่าเขาดีต่อตนก็คือคนดี ใครที่ทำให้เขาเดือดร้อนก็คือคนไม่ดี ตั้งตนจะเป็นคนดีแต่คิดได้เท่านั้น
ป.ล.อ่านเรื่องนี้ให้อารมณ์หนังเรื่องเฉิ่มนะ ถึงตอนจบจะคนละขั้ว
May 18, 2020
พ.ศ. 2530
คุณจะเลือกเป็นอีกา หรือหมาเน่า ?
คุณจะเลือกเป็นอีกา หรือหมาเน่า ?, น.143
ไม่แปลกใช่ไหม ถ้าตัวเรายังคงถูกเอารัดเอาเปรียบ
แต่คงแปลกสำหรับตนเองหากไปเอารัดเอาเปรียบเขา
“คุณยังเชื่ออยู่เสมอว่า สิ่งที่คนในสังคมกระทำต่อกันนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครทำอะไรก็ตาม จะมีผลต่อกันเสมอ กระทบต่อกันไป แล้วท้ายที่สุดก็จะเวียนมาถึงผู้กระทำ ถ้าเขายิ่งเอาเปรียบคนมากขึ้น คนที่ถูกเอาเปรียบเมื่อมีโอกาสก็จะเอาเปรียบคนต่อไป ต่อ ๆ กันไป จนเมื่อครบขบวนการแล้วท้ายที่สุดสังคมที่เขาอยู่ก็จะกลายเป็นสังคมที่จ้องแต่เอาเปรียบกัน” ,น.92
"หมาเน่าลอยน้ำ” ผลงานของชาติ กอบจิตติ กับการกลับมาอ่านอีกครั้ง คนในทุกยุคทุกสมัยต่างก็ต้องเอาตัวรอดนั้นละ อยู่ที่ว่าคนนั้นจะเอาตัวรอดในรูปแบบของตนเองอย่างไร โดยเฉพาะในท่ามกลางของคนในสังคมที่ต่างแก่งแย่งแข่งขัน เอารัดเอาเปรียบกัน กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะสุดทน ปล่อยวาง มองเฉยหรือเปลี่ยนแปลงมันอย่างไร จะเป็นหมาเน่าที่ลอยน้ำไปเรื่อย ๆ หรืออีกาที่เห็นหมาเน่าเป็นของหอมหวานรอเฝ้ารุมทึ้ง
"คืนนี้คุณฝัน...
ขับรถบนถนนเปลี่ยว
วาบหวิวไปในสายลมลิ่ว
แสงไฟส่องเข้าหน้า
เบรครถกลายเป็นเหล็กแหลม
คุณเหยียบเบรคจมมิด - ทะลุตีน
รถกลับทะยานโลด
โครม!
สัตว์ในตัวคุณร้องลั่น
สะดุ้งตื่น
ปลอบมัน..ปลอบมัน” ,หน้า 119
อ่านในใจ ลองหาอ่านดูครับ :) #หมาเน่าลอยน้ำ #ชาติกอบจิตติ สำนักพิมพ์: #หอน #อ่านชาติกอบจิตติ #อ่าน #อ่านไปเรื่อยๆ #อ่านไปฟังไป #IntoTheBook #อ่านแล้วอ่านเล่า #อ่านอีก #หนังสือ #ReadAgain #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #อ่านในใจ #อ่านเพลิน #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary
คุณจะเลือกเป็นอีกา หรือหมาเน่า ?
คุณจะเลือกเป็นอีกา หรือหมาเน่า ?, น.143
ไม่แปลกใช่ไหม ถ้าตัวเรายังคงถูกเอารัดเอาเปรียบ
แต่คงแปลกสำหรับตนเองหากไปเอารัดเอาเปรียบเขา
“คุณยังเชื่ออยู่เสมอว่า สิ่งที่คนในสังคมกระทำต่อกันนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครทำอะไรก็ตาม จะมีผลต่อกันเสมอ กระทบต่อกันไป แล้วท้ายที่สุดก็จะเวียนมาถึงผู้กระทำ ถ้าเขายิ่งเอาเปรียบคนมากขึ้น คนที่ถูกเอาเปรียบเมื่อมีโอกาสก็จะเอาเปรียบคนต่อไป ต่อ ๆ กันไป จนเมื่อครบขบวนการแล้วท้ายที่สุดสังคมที่เขาอยู่ก็จะกลายเป็นสังคมที่จ้องแต่เอาเปรียบกัน” ,น.92
"หมาเน่าลอยน้ำ” ผลงานของชาติ กอบจิตติ กับการกลับมาอ่านอีกครั้ง คนในทุกยุคทุกสมัยต่างก็ต้องเอาตัวรอดนั้นละ อยู่ที่ว่าคนนั้นจะเอาตัวรอดในรูปแบบของตนเองอย่างไร โดยเฉพาะในท่ามกลางของคนในสังคมที่ต่างแก่งแย่งแข่งขัน เอารัดเอาเปรียบกัน กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะสุดทน ปล่อยวาง มองเฉยหรือเปลี่ยนแปลงมันอย่างไร จะเป็นหมาเน่าที่ลอยน้ำไปเรื่อย ๆ หรืออีกาที่เห็นหมาเน่าเป็นของหอมหวานรอเฝ้ารุมทึ้ง
"คืนนี้คุณฝัน...
ขับรถบนถนนเปลี่ยว
วาบหวิวไปในสายลมลิ่ว
แสงไฟส่องเข้าหน้า
เบรครถกลายเป็นเหล็กแหลม
คุณเหยียบเบรคจมมิด - ทะลุตีน
รถกลับทะยานโลด
โครม!
สัตว์ในตัวคุณร้องลั่น
สะดุ้งตื่น
ปลอบมัน..ปลอบมัน” ,หน้า 119
อ่านในใจ ลองหาอ่านดูครับ :) #หมาเน่าลอยน้ำ #ชาติกอบจิตติ สำนักพิมพ์: #หอน #อ่านชาติกอบจิตติ #อ่าน #อ่านไปเรื่อยๆ #อ่านไปฟังไป #IntoTheBook #อ่านแล้วอ่านเล่า #อ่านอีก #หนังสือ #ReadAgain #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #อ่านในใจ #อ่านเพลิน #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary
March 27, 2024
4 star
سوال اول؛ در یک جامعه ای که اخلاق حاکمیت ندارد یک نفر چرا باید اخلاقی رفتار کند؟
سوال دوم؛ چگونه می شود اخلاق را در یک جامعه نهادینه کرد به طوری که توسعه و پیشرفت اقتصادی در یک جامعه سود محور موجب ارتکاب اعمال ضد اخلاقی نشود؟
سوال سوم؛ در یک جامعه فاسد باید انتخاب کرد، انتخابی میان کلاغ بودن( سوء استفاده کردن از دیگران) و لاشه بودن( مورد سوء استفاده قرار گرفتن) آیا طور دیگری می شود به این قضیه نگاه کرد؟
سوال چهارم؛ در یک جامعه ای که اخلاق حاکمیت ندارد، رفتار اخلاقی فرد موجب ضرر و زیان او خواهد شد؛ این ضرر و زیان را چگونه می توان توجیه کرد؟ مثلا فرد مُنصفی را در نظر بگیرید که سود عادلانه ای دریافت می کند در حالیکه بقیه هم صنفی های او به بهانه عُرف اون صنف یا کار بیشتر از او سود می کنند
سوال اول؛ در یک جامعه ای که اخلاق حاکمیت ندارد یک نفر چرا باید اخلاقی رفتار کند؟
سوال دوم؛ چگونه می شود اخلاق را در یک جامعه نهادینه کرد به طوری که توسعه و پیشرفت اقتصادی در یک جامعه سود محور موجب ارتکاب اعمال ضد اخلاقی نشود؟
سوال سوم؛ در یک جامعه فاسد باید انتخاب کرد، انتخابی میان کلاغ بودن( سوء استفاده کردن از دیگران) و لاشه بودن( مورد سوء استفاده قرار گرفتن) آیا طور دیگری می شود به این قضیه نگاه کرد؟
سوال چهارم؛ در یک جامعه ای که اخلاق حاکمیت ندارد، رفتار اخلاقی فرد موجب ضرر و زیان او خواهد شد؛ این ضرر و زیان را چگونه می توان توجیه کرد؟ مثلا فرد مُنصفی را در نظر بگیرید که سود عادلانه ای دریافت می کند در حالیکه بقیه هم صنفی های او به بهانه عُرف اون صنف یا کار بیشتر از او سود می کنند
January 23, 2022
This story, set in more modern times than his earlier work at least start off grounded in a factual situation which should allow some coherence of storytelling. But as usual the author gets stuck on describing minor details rather than taking an overview of the entire situation. Another tedious book which I forced myself to finish being a patriotic expat in Thailand rather than from any enjoyment
May 4, 2025
แกนของเรื่องคือไม่มีอะไรเลยยย แบบสามารถเล่าจบได้ภายใน1นาที แต่น้าชาติก็สามารถเขียนออกมาให้น่าติดตามได้แบบงงๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ได้พีค ไม่ใช่มาสเตอร์พีซ ไม่ได้กินใจที่สุด แต่ก็เป็นอีกเรื่องที่สนุก&ได้ขบคิดแบบแสบๆคันๆ
August 20, 2017
چقدر این کتابو دوست داشتم واقعا وقتی خوندمش که یه لاشه شناور هم بودم.توصیه میکنم به هم وطنام
June 9, 2018
เผลอไปอ่านคำบรรยาย นั้นก็สปอยทุกอย่างแล้ว
April 23, 2024
The idealist in us might be detrimental. A crow or a carrion?
April 18, 2025
Wow. Just wow. I won't spoil you guys a bit. You need to experience this yourself.
December 8, 2025
อ่านช่วงแรกไม่มีอะไร ช่วงหลังถึงเข้าใจแก่นเรื่อง
August 13, 2016
I liked this a lot. It made me think. This is the first Thai author I've read and I very much enjoyed Korbjitti's writing style. The second person narrative was reminiscent (to me) of the introductory paragraphs of Iain Banks' "Complicity" - a book I loved.
The story is a mundane one on appearance but the social commentary and obvious (perhaps too obvious) political statement made about Thai society gave this story/novella a depth.
The story is a mundane one on appearance but the social commentary and obvious (perhaps too obvious) political statement made about Thai society gave this story/novella a depth.
September 2, 2012
This novella deals with what seems to be just a day-to-day incident in modern Bangkok, but presents it as a biting commentary on corruption and a dog-eat-dog society.
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
















