Jump to ratings and reviews
Rate this book

ลมหนาว #1

สุดปลายขุนเขา

Rate this book
"บ้านภูหมอก" ... ดินแดนแห่งภูผาและสายหมอก สถานที่ซึ่ง "อวัศยา" มาออกค่ายอาสาเพื่อหวังจะลืมเรื่องราวความรักในอดีต และลบคำถามที่ฝังแน่นในใจว่าเพราะอะไรเขาจึงเปลี่ยนไป ก่อนจะกลับไปให้คำตอบกับมารดาว่าเธอจะยอมแต่งงานกับชายหนุ่มที่ท่านเลือกไว้ให้หรือไม่

แต่ที่นี่... เธอกลับได้พบคนที่พยายามลืมสุดหัวใจ คนที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่อาจลบภาพเขาออกจากใจได้เลย แม้เขาจะแสดงออกว่าไม่ต้องการที่จะพบกัน อีกทั้งท่าทีเมินเฉยและห่างเหินของเขาก็บั่นทอนความหวังอันริบหรี่ที่จะทวงหัวใจของเธอคืน แต่อวัศยารู้... เขายัง "รู้สึก" ไม่ต่างจากเธอ

ทว่าคำที่เคยปฏิเสธหญิงสาวไปเมื่อครั้งวันวานกลับกลายเป็นบ่วงพันธนาการที่รัดแน่นจนมิอาจทำตามความต้องการของหัวใจ ทำให้เขาต้อง "หนี" ความจริงไปไกลสุดตาฤๅสุดปลายขุนเขา ความรักของเธอกับเขาจะมิอาจหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว...

352 pages, Paperback

First published September 1, 2009

2 people are currently reading
17 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
2 (9%)
4 stars
10 (45%)
3 stars
9 (40%)
2 stars
1 (4%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Lily 百合花.
1,458 reviews103 followers
June 23, 2018
ชื่อเรื่อง – สุดปลายขุนเขา
ผู้แต่ง – ระวิวรินทร์


ตัวละคร
อวัศยา วาสิทธนโชติ (หมอก)
ภูผา (ภู, พี่หมอ)


รีวิวหลังอ่าน

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความเศร้าของเรื่องนี้มายาวนานแสนนาน จนทำเอาเราไม่กล้าอ่านสักที คือกลัวนั่นเอง กลัวจะทำใจรับไม่ได้ไรงี้ แต่เป็นคนที่แบบว่าถ้าจะอ่านเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ของผู้เขียนแล้ว เราจะต้องอ่านเรื่องนี้ก่อน ก็เลยต้องลุยจ้าาา

ใช้เวลาอ่านนานมาก ไม่ใช่เพราะไม่อยากอ่าน แต่ดันอ่านช่วงที่เจองานยุ่งที่สุดในชีวิต ตอนทำงานไปก็นั่งคิดถึงไปว่า เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อนะ อยากหยิบมาอ่านต่อมากๆ ถึงจะแอบอ่านตอนจบไปแล้ว (นิสัยเสียเนอะ แต่แก้ไม่ได้ ฮ่าๆๆ) แต่ก็อยากรู้ไงว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวถึงได้จบลงแบบนั้นได้

พอได้อ่านจริงๆ แล้ว พบว่าเรื่องนี้น่ารักดีนะ อ่านไปก็อยากจะเตะพี่หมอสักทีสองที ฮ่าๆๆ การทำทีท่ารำคาญ ไม่สนใจหมอกเนี่ย ข้าอ่านแล้วทำเอานึกถึงน้องชายตัวเอง (ที่ชอบทำท่ารำคาญคนอื่น ฮาาา แต่อย่างอื่นไม่ใช่นะ)

เราว่าหากพี่หมอยอมที่จะเดินหน้าต่อไป แม้มีคนกีดขวาง หรือการไม่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่านี้ไหมนะ พี่หมอใจร้ายกับหมอกเหมือนกัน แต่พอเวลาดีด้วย โอ๊ยยย ข้าจะละลายให้ได้ อะไรจะหวานได้ขนาดนี้นะ

จริงๆ แล้วอ่านไปเราทั้งเห็นใจหมอก แล้วก็รู้สึกว่าบางช่วงก็รำคาญนางนิดหน่อย แต่รวมๆ แล้วก็เป็นนางเอกที่มีความสดใสร่าเริง ทำให้ยิ้มออกในหลายๆ ฉากที่เวลานางอยู่กับเพื่อนรัก น่ารักดี

ส่วนความเศร้านั้น เราว่าจริงๆ มันก็เศร้าแหละ แต่ก็เขียนไว้ให้เราคิดกันแล้วว่า นี่แหละคือความสุขของพระนางที่ได้อยู่ด้วยกัน ณ สุดปลายขุนเขา อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วก็ได้

เรื่องนี้ได้แง่คิดที่ว่า การที่ทำอะไรสายเกินไป มันก็จะกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว ยังดีที่อย่างน้อยก่อนจะเกิดขึ้น ก็ยังหันหน้าเข้าหากันได้ และที่สำคัญหัวใจของพี่หมอกับหมอวิทย์คืออะไรที่แบบว่า ยิ่งใหญ่จริงๆ นับถือๆๆ ทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้คน เป็นอะไรที่น่านับถือจริงๆ

นี่ตอนแรกเรานึกว่าสิรวิทย์ (เพื่อนที่เวลาอยู่กับพี่หมอเนี่ย ช่างเฮฮาน่ารักมากๆๆๆ) เป็นญาติกับสิรชัช ฮ่าๆ ด้วยความที่ชื่อคล้ายกันแหละนะ ก็นึกว่าพี่น้องกันไง กริกริ

แอบเสียดายนิดๆ ที่เรื่องราวของเพื่อนสนิทของหมอกนั้น สั้นไปนิดหน่อย เป็นคู่ที่น่ารักดี ถ้ามีเรื่องของตัวเองที่เป็นเล่มหนาๆ คงจะอ่านเพลินเลย อ่านไปอมยิ้มไป

รวมๆ แล้วเราว่าหากเรื่องนี้ได้ขยายความรู้สึกของตัวละครมากกว่านี้อีก แล้วก็มีรายละเอียดอะไรหลายๆ อย่างมากกว่านี้ อาจจะต่อมน้ำตาแตกยิ่งกว่าแตกอีก แต่ยังไงก็ทำให้เราน้ำตาซึมนิดๆ ได้ (หรือเราเริ่มตายด้านแล้ว เลยไม่ถึงขั้นร้องไห้หนัก)

มามะ มาอ่านเรื่องนี้กัน แล้วจะได้ตามอ่าน “เพียงสายลมหวน” กับ “ตามรอยตะวัน” กันต่อนะคะ ^^

[สปอยล์]

Start 22.58 น. Sun 6 May 2018
End 12.41 น. Sun 17 Jun 2018
Review Date 13.35 น. Sat 23 Jun 2018
Profile Image for Wanyiwa.
1,605 reviews136 followers
March 5, 2018
เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยชีวิตรักนักศึกษา ที่ดูสลับฝั่งพระเอกกับนางเอกนิดนึง คือนางเอกเป็นฝ่ายเดินหน้าจีบในขณะที่พระเอกเป็นฝ่ายเล่นตัวแทน ในขณะเดียวกัน ความรันทดของนางเอกที่เคยอยู่���นขนบนิยายแบบเก่า ก็กลับมารวมอยู่ในตัวพระเอกเรื่องนี้แทนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น กำพร้า เรียนดีแต่ยากจน หรือโดนคนหมั่นไส้จนเหม็นขี้หน้า แม้จนกระทั่งถึงการถูกกีดกันจากฝั่งครอบครัวของนางเอกจากความไม่เหมาะสม

ดราม่าจากการถูกกีดกันเริ่มเกิดขึ้นในช่วงกลางเรื่อง แต่จริงๆก็ยังไม่ได้รู้สึกถึงความหน่วงของอารมณ์เท่าไหร่ อ่านเผินๆแล้วก็ดูไม่ได้ต่างจากพล็อตรักถูกกีดกันของนิยายแนวนี้ทั่วไป และเกือบจะคิดไปว่าก็อ่านได้เรื่อยๆแบบไม่ได้มีจุดพีค จนกระทั่งผ่านช่วงกลางเรื่องมาได้ซักพัก จึงเจอจุดที่มาถึงซึ่งความหน่วงของอารมณ์ ที่ถูกบิ้ลท์ต่อเนื่องยาวนานและถึงขั้นพีคมากในตอนใกล้จบ อ่านไปน้ำตาก็ไหลทะลักต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย จนงงว่าจากชีวิตรักนักศึกษาใสๆนั้น เรื่องถูกผูกให้เดินทางมาจนถึงจุดที่หน่วงอารมณ์ขนาดนี้ได้ยังไง สะอื้นสุดตอนที่พระเอกถามว่า "หมอ..ตรงนี้แผ่นดินไทยใช่ไหม" คือรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและไล่ตามอุดมคติของตัวเองได้อย่างจริงจังและน่าทึ่งมาก เสียดายนิดเดียวในตอนจบ..ที่เราว่าประหลาดไปหน่อย ตรงที่ไม่มีการพูดถึงครอบครัวของนางเอกเลย เราว่านักเขียนน่าจะให้ความสำคัญกับบทบาทของครอบครัวของเธอมากกว่านี้ในตอนจบนะ (นี่คือรีวิวแบบไม่สปอยล์นะคะ คนยังไม่ได้อ่านอาจจะงงๆอยู่บ้าง แต่ถ้าอ่านแล้วจะเข้าใจค่ะ)
Profile Image for Nichada.
95 reviews
July 24, 2017
มีคนบอกว่าเล่มนี้จบเศร้า แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นนิยายบรรยากาศสวยๆ โศกๆ แต่ยังจบ happy อยู่นะ
.
ส่วนตัวอ่านลำบากมากเลย ด้วยลักษณะสังคมและบุคลิกตัวละครทั้งตัวหลักตัวประกอบ มันเหมือนเป็นความรู้สึกที่แต่ละคนก็ตัดสินใจสวมปลอกว่า 'รัก‘ เอาไว้ แล้วก็เข้าหากัน ตั้งแต่ช่วงแรกๆ เริ่มเรื่องจากนางเอกจีบพระเอก คือมองว่านางเอกพระเอกเหมาะกันนะ เป็นคู่ที่เหมือนช่วยเติมกันและกันได้ดี และก็เป็นความรักที่เกิดขึ้นได้จริงๆ แต่ลึกๆ ส่วนตัวอาจจะไม่โอเคกับการเข้าหากันแบบนี้มั้ง แรกๆ ที่ยังไม่เห็นมุมพระเอกนักจะรู้สึกว่านางเอกใส่เต็มมากจริงๆ เลยรู้สึกว่ามีความยัดเยียดให้อึดอัดเบาๆ แต่ตอนเปิดอกเปิดใจกันแล้วก็ถือเป็นคู่ที่ดีมากจริงๆ ต่างคนต่างมีมุมที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะอุดมการณ์ของพระเอกที่อยากเป็นหมอ เชื่อว่าหลายคนอ่านแล้วต้องน้ำตาซึมแบบไม่ต้องบิลด์เลย
.
เป็นนิยายที่ฉากสวยมาก ในความกันดาร ความขาดแคลน ความโหดร้าย ก็ยังมีความสวยงามหลายๆ อย่างที่หลายคนอาจมองข้ามไป ทั้งอากาศ ดอกไม้ น้ำใจ อุดมการณ์ ตัดกับฉากในมุมเมืองศิวิไลซ์ที่ก็ปรากฏมุมร้ายๆ เหมือนกัน
Profile Image for Miki.
347 reviews
March 31, 2016
ก่อนอ่านเคยอ่านคอมเม้นท์มาว่าเป็นเล่มที่ดราม่าสุดๆในแนวความรู้สึกดีของแจ่มใสแล้ว
เราเชื่อแล้วค่ะ T^T

ภูผา...ชายหนุ่มรูปงามผู้เงียบครึมและดูเย็นชา สมัยเรียนทุกคนขนานนามว่าเป็นเจ้าชายแห่งคณะแพทย์ เมื่อเรียนจบก็ทำตามความฝันโดยการไปเป็นนายหมอในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนบุคลากรเช่นเค้า

หมอก...สาวน้อยที่เป็นดั่งเจ้าหญิง สดใสร่าเริงคิดบวกดังวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์ ชีวิตดี๊ดี

เมื่อสองคนมาเจอกันมีหรือที่ความน่ารักสดใสจะไม่หลอมละลายความเย็นชา
แต่ว่าเพราะชีวิตบนโลกใบนี้....ไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคน
และเวลา...มันไม่เคยคอยใคร
Profile Image for Kwon B. Beer.
98 reviews2 followers
August 23, 2019
สุดปลายขุนเขา 😭😭😭 / ร้องไห้หนักมากกกก
ร้องไห้ขี้มูกไหล ร้องไห้หมอนเปียก ทิชชูก็ไม่พอ
เชื่อแล้วว่าถึงจะเป็นเรื่องที่แต่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
แต่เนื้อหายังกินใจอยู่ (รีวิวไปร้องไห้ไปล่ะกัน 😭)

เสียงลือเล่าอ้างว่า "สุดปลายขุนเขา" เป็นนิยายที่
เศร้าที่สุดในแจ่มใสยุคนั้น นี่ก็ปล่อยผ่านไปหลายที
แต่มันติดที่ใจไม่หายจนต้องหามาอ่านให้ได้.......
คนขายต่อบอกให้เตรียมทิชชู นี่ก็ยังขำๆ คิดว่ามี
ภูมิคุ้มกันมาจากซอมบี้ปริ้นซ์ของพี่กกแล้ว ที่ไหนได้
อ่านไปเกินครึ่งเล่มถึงกับปาดน้ำตาก้มหน้าฟุบหมอน
ร้องไห้ 😭 ทำไมมันเศร้างี้วะ เศร้าเหี้ยๆๆๆ

ไม่รู้จะตอบนักเขียนยังไงเลยเมื่ออ่านจบ (ไปเม้นใน
เฟสของนักเขียนมาว่าเพิ่งจะเริ่มอ่านงานของเขา
แล้วเขาบอกว่าอ่านจบแล้วติชมได้ ถ้าจะติก็ขอติแค่
เรื่องเดียว...ทำไมใจร้ายกับพี่หมอกับหมอกอย่างนี้)
รู้แล้วว่าทำไมนักอ่านถึงรักหมอภูกัน แม้ตอนเริ่ม
แรกจะหมั่นไส้ในความเป็นภูผาที่เอาแต่หนีนางเอก
ก็เถอะ

นี่คงเป็นนิยายที่พระเอก/นางเอกได้อยู่ด้วยกันน้อย
ที่สุดแล้วล่ะมั้ง "เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน"
เฉือนใจคนอ่านอย่างเรามากตอนรู้ว่านางเอกป่วย
เป็นมะเร็งและจะอยู่ได้ไม่นาน พอนางตั้งใจจะไปลา
ก็คลาดกับภูผาที่ย้ายไปประจำที่อื่นอีก สงสารพี่อาร์
คือด้วยพระรองก็น่าสงสารด้วยบทบาทอยู่แล้วอ่ะนะ
นี่ยังมาขยี้หัวใจด้วยการให้เขาเป็นคนสุดท้ายที่ได้
อยู่กับหมอกอีก แต่ที่ทำเราน้ำตาไหลพรากคือตอน
ที่ภูผากำลังจะกลับไปหาหมอกแล้วโดนพวกโจรจี้ตัว
ให้ไปรักษา พาข้ามชายแดนแล้วให้หาทางกลับเอง
สรุปเสร็จงานรอให้ข้ามฝั่งก็ยิงทิ้ง "นี่ผืนแผ่นดินไทย
ใช่ไหม?" (หมออย่างภูผาน่ากราบหัวใจมากๆๆ)

ช่วงเวลาที่ภูผากำลังจะตายนี่คืออ่านไปน้ำตาหยด
แหมะๆๆ ปาดแล้วปาดอีก สงสารทั้งภูผาทั้งหมอก
เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันแท้ๆ หมอกสู้กับมะเร็งเพื่ออยู่
รอดูชมพูภูพิงค์ที่ภูผาปลูก จนได้เห็นและเก็บมา
212 ดอกเพื่อวางบนอกภูผาครั้งสุดท้ายเป็นการ
บอกลาที่โคตรเศร้า...212 เลขนำโชคของทั้งคู่

มันน่ากลัวนะถ้าหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีก แต่...
ที่น่ากลัวกว่าคือตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เรารักจากไป
แล้วตลอดกาล

ที่สุดปลายขุนเขา เราจะอยู่ด้วยกันตลอดกาล
Profile Image for Eye_Candy.
88 reviews5 followers
October 29, 2019
เป็นนิยายที่อ่านได้เพลินๆ สำนวนภาษาดีเลย ทั้งๆที่เป็นผลงานเรื่องแรกของผู้เขียน แต่รู้สึกว่าในส่วนของบทและความสมจริงดูเหมือนจะหลวมไปหน่อย เรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีจุดพีคหรือบีบคั้นอารมณ์ตามแบบที่นิยายแนวนี้ควรจะเป็นเท่าไหร่ เลยไม่สามารถเรียกน้ำตาจากเราได้จริงๆ
.
ชอบความสัมพันธ์ของพระเอกและเพื่อนสนิทอย่าง 'สิรวิทย์'​ มันน่ารักมากกก ส่วนตัวพระเอกเองเราว่าฮีค่อนข้างเป็นคนน่ารำคาญนะ ถ้าจะคีพคาแร็คเตอร์ให้เป็นคนเย็นชาก็น่าจะปูพื้นมานิดนึงว่าเพราะอะไร ปมจากการเป็นเด็กกำพร้ามันเบาไป ส่วนนางเอกช่วงต้นๆเรื่องเราว่า��างแฮ่นอ่ะ ระริกระรี้มาก 5555555 แต่หลังๆพอพระเอกเริ่มเปิดใจแล้วก็นะ ทำเอาเขินไปเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นฉากนกร้อง หรือโมเม้นต์ความโรแมนติกของฮี ก็ทำเราอมยิ้มได้ โดยรวมเราว่าจบสวยนะเรื่องนี้
.
"พี่ชื่อภูผา เรียนแพทย์ปีสุดท้าย แล้วน้องล่ะครับชื่ออะไร"
Profile Image for orangejasmine.
742 reviews17 followers
December 27, 2023
เรื่องย่อคือ คุณหมอภูผา(พระเอก)กับน้องหมอก(นางเอก)เคยมีอดีตหวานชื่นร่วมกันมาพักหนึ่ง แต่แล้วความรักที่กำลังเริ่มงอกต้นอ่อนก็โดนยาฆ่าหญ้าอย่างแรงจากพี่อาร์และแม่ของน้องหมอกทำให้ต้องแยกย้ายกันไปด้วยการทำร้ายจิตใจกันพอสมควร เพราะพี่หมอก็อยากให้เจ็บแต่จบ แต่น้องหมอกก็คือไม่เข้าใจมันเกิดอะไร แต่แล้วหลังจากไม่ได้ข่าวคราวกันมาสามสี่ปี โชคชะตาก็พาให้สองคนกลับมาเจอกันอีก แต่ก็อย่าคิดว่าคู่นี้จะหมดเคราะห์หมดโศกไปได้ง่ายๆ กว่าจะได้รักกันจริงๆ ยังมีเรื่องราวให้ต้องก้าวผ่านอีกเยอะเลย เชิญไปให้กำลังใจกันได้ คำเตือนคือ ระวังน้ำตาไหลนะคะ

เส้นเรื่องหลักๆ ไม่ได้ย่อยยาก ผู้เขียนค่อยๆ เล่าเรื่องให้เราฟังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของอดีตเราค่อนข้างต้องฮึบกับคาแรกเตอร์ของน้องหมอกพอสมควร เริ่มเรื่องก็ต้องบอกว่าเธอค่อนข้างกวนโมโหมากอยู่ มาสะดุดอีกหน่อยตอนที่พี่หมอโดนบังคับให้ต้องเลิกกับน้องหมอกก็คือมันเหมือนข้ามสเต็ปอยู่หน่อยๆ เหมือนก่อนหน้านั้นเราไม่เห็นจังหวะการเจอกันหรือรู้เรื่องราวระหว่างน้องหมอกกับพี่หมอของคุณแม่เลย แต่อยู่ๆ คือคุณแม่ส่งพี่อาร์มาคุยกับพี่หมอแล้ว กับก่อนหน้านั้นไม่มีจังหวะที่แม่ได้คุยอะไรกับน้องหมอกเลย เลยรู้สึกว่าช่วงนี้มันก็ fast forward ไปนิดหนึ่งค่ะ

ส่วนเรื่องการคิดหรือตัดสินใจของพี่หมอ ถึงแม้จะอ่านไปคิดไปว่าทำไมเขาถึงยอมง่ายขนาดนั้นอะ ยังไม่ทันได้เริ่มสู้เลย เขาบอกให้เลิกก็เลิก ไม่ได้คุยกับน้องหมอกสักคำด้วยซ้ำ กับแม่ก็ยังไม่ได้เข้าไปคุย แต่ถ้ากลับมาย้อนคิดดูอีกทีก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมทำแบบนั้น เพราะก็จะเริ่มมองเห็นความ low self-esteem ของเขาอยู่จากคนแวดล้อมและการเติบโตมาของเขา แต่ก็ยังอดค้านในใจไม่ได้อยู่ดีว่า เห้ย พี่เรียนเก่งขนาดสอบติดหมอ แล้วหมอแบบที่หนึ่งของคณะ อีโก้พี่ไปไหนหมด ผิดฟอร์มหมอมาก

แต่ส่วนที่ชอบอยู่ที่ครึ่งหลังของเนื้อเรื่องตอนที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ผู้เขียนดึงอารมณ์ร่วมได้ดีค่ะ มีน้ำตาซึมหลายตอนเลย ช่วงท้ายๆ เรื่องคือเตรียมตัวเลยเพราะมันเหมือนจะเดาได้ว่าจะออกหัวออกก้อยแบบไหน ก็ตามนั้นเลย ที่เตรียมทิชชู่ไว้ก็ได้ใช้จริงๆ ใครสายดราม่าเรื่องนี้น่าจะโดนใจนะคะ ดราม่าไม่ได้หนักหนาอ่านยาก แต่เรียกน้ำตาได้พอสมควรเลย สำนวนผู้เขียนก็ดี มีช่วงแรกๆ ที่รู้สึกว่ามัน time skip ไปหน่อย แต่ช่วงหลังๆ ทำได้ดีเลยค่ะ
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.