Jump to ratings and reviews
Rate this book

Einen Blick werfen

Rate this book
Die tragikomische Beschreibung eines Literaturbetriebs, in dem es um Vieles geht, kaum mehr aber um die Literatur.

Lakonisch, melancholisch und mit beißendem Witz: Joachim Zelters tragikomische Novelle beschreibt einen Literaturbetrieb, in dem Autorinnen und Autoren wichtiger sind als ihre Werke – und Lebensläufe bedeutsamer als jede sprachlich literarische Fähigkeit.

106 pages, Hardcover

First published January 1, 2013

2 people are currently reading
28 people want to read

About the author

Joachim Zelter

23 books8 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (6%)
4 stars
30 (50%)
3 stars
21 (35%)
2 stars
3 (5%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
Profile Image for Jessada_K.
135 reviews21 followers
May 26, 2018
การวางโครงสร้างของเรื่องน่าน่าสนใจและดียิ่ง ถ้าไม่ใช้กลวิธีการเขียนแบบนี้ มันก็จะวิจารณ์วรรณกรรมโดยใช้ตัววรรณกรรมเองไม่ประสบความสำเร็จ เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เล่าจะค่อยๆรู้ว่า นี่มันคือเรื่องเล่าที่ซ้อนทับกันอยู่ คล้ายพิมพ์เขียวที่มองทะลุเห็นไปในเลเยอร์ต่อไป

ตัวเรื่องเองตั้งขอสงสับได้ดี ว่าเดี๋ยวนี้งานวรรณกรรมความดีงามมันอยู่ที่ตัวบทเนื้อหา หรืออัตลักษณ์ของนักเขียนที่(พยายาม)แสดงออกมามากกว่า (ซึ่งมักพบเห็นได้บ่อยในนักเขียนไทยหลายๆ คน ที่ตัวตนโดดเด่นกว่าผลงาน) แล้วงานเขียนของพวกเขามันดีจริงอย่างที่ตัวตนแสดงออกมาให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า
Profile Image for loonchies.
239 reviews26 followers
March 12, 2022
“การพูดมิใช่เพียงการแสดงออก หากแต่เป็นการทำความคิดให้เป็นจริง” - วาลเทอร์ เบนยามิน Denkbilder (ภาพความคิด)

เรื่องราวของเซลิม ฮาโคเปียน นักเขียนชาวอุซเบกิสถาน ที่อยากออกผลงานกับสำนักพิมพ์นิยายเยอรมัน
พยายามทำทุกทางเพื่อขายงานให้ได้ ตื๊อสุดฤทธิ์จนคนเอือม
แถมยังไปเกาะหนึบขอนักเขียนชื่อดังในดวงใจให้ช่วยเกลาต้นฉบับ
แต่แล้วเรื่องราวก็กลับตาลปัตร

————

ชวนคิดถึงความหมายและคุณค่าของวรรณกรรมต่อสังคม
กระบวนการกว่าจะสร้างต้นฉบับมาได้สักเรื่อง
ตั้งคำถามถึงอิสระในการสร้างเรื่องราว

เราแอบรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแอบแซะวงการงานเขียนรึเปล่านะ
วงการที่ความอยู่รอดของนักเขียนขึ้นอยู่กับการได้รับพิจารณาต้นฉบับ ยิ่งถ้าได้โอกาสจากหนังสือพิมพ์ดัง ๆ ยิ่งเหมือนติดจรวจให้งานได้เผยแพร่สู่วงกว้าง แต่ถ้าพาตัวเองไปถึงตรงนั้นไม่ได้ ขายงานไม่ได้ ก็แทบจะไม่มีความหวังว่างานจะได้เผยแพร่ได้เลย
ความรื่นรมย์ของการสร้างสรรค์งานก็เหมือนถูกปนไปด้วยเรื่องการตลาด/กำไร

เหมือนว่าความนิยมว่าผู้เขียนเป็นใครจะน่าสนใจและขายได้มากกว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดจะเป็นอย่างไร ขอแค่ตัวนักเขียนมีอะไรที่ขายได้ ฝีมือการเขียนอาจจะไม่ใช่จุดขายแล้วก็ได้
เหมือนเราติดหล่ม อุ้ย งานของนักเขียนคนนี้ต้องมีอะไรแน่เลย ต้องดีแน่เลย
คนจะเลือกเสพอะไรซักอย่างเพราะสตอรี่เบื้องหลังมากกว่าจะเพราะตัวสตอรี่นั้นเองแล้วรึเปล่า

แล้วก็เห็นกระบวนการระหว่างทางเขียนงาน
คือมันมี beta reader, proof-reader ที่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่สำคัญมาก ๆ ที่างทีอาจจะเปลี่ยนเรื่องราวจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เรื่องสายมืดอย่าง ghost-writer หรือการสวมรอย
อ่านแล้วก็แอบนึกถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมา

ทำนองนี้ไหมนะ?
Profile Image for Nhischarnun Nunthadsirisorn.
126 reviews49 followers
November 3, 2017
เรื่องนี้สำหรับเรามีกลิ่นของการเสียดสีล้อเลียนขนบและวงการวรรณกรรม นำเสนอไอเดียชัดเจนด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ

ใช้งานวรรณกรรมนำเสนอความคิดและวิจารณ์วงวรรณกรรมเอง

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการตั้งคำถามว่า ยุคนี้นักเขียนยังเขียนตัวบทได้ดีเเค่ไหน ตัวตนและประวัติชีวิตของนักเขียนได้รับการยกย่องเชิดชูจนกลืนเวลาที่ผู้อ่านจะทุ่มเทสนใจกับตัวบทวรรณกรรมไปหรือเปล่า

ยังหาหน้าปกเวอร์ชั่นไทยที่ bookmoby.press พิมพ์ไม่เจอใน goodread แฮะ...
Profile Image for Nantiny.
103 reviews16 followers
October 26, 2017
ยากที่จะตัดสินว่า จริงๆแล้วเราเลือกอ่านเพราะสนใจในตัวงานเขียน หรือสนใจใน(ประวัติ)ตัวนักเขียน กันแน่?

ช่วงแรกๆก็เป็นเรื่องของ เซลิม ฮาโคเปียน
อยู่หรอก จากนั้นเริ่มสอดแทรกเรื่องราวดราม่าตลกร้ายของวงการงานเขียน และสุดท้ายมารู้ตัวในตอนจบว่า อ้าว ..นี่มันคือนิยาย(ของ)วรรณกรรม จริงๆด้วย

ชอบตอนจบแบบนี้ คล้ายๆ เรื่อง สูทไส้กรอก ของ อูเว ทิมม์ คือเป็นเรื่องเล่าในเรื่องเล่าอีกที
แต่เล่มนี้เหมือนว่าเหตุการณ์เกิดไปแล้ว แล้วคุณนะเขียน เอากลับมาเล่าอีกที

ปล.
ช่วงแรกๆก็จะสงสาร เซลิม หลังจากนั้นชักไม่แน่ใจ ฮาา ก็แอบเห็นใจคุณนะเขียนนี่นา
Profile Image for Tune J..
1 review
March 3, 2020
เป็นหนังสือที่วิจารณ์เสียดสีวงการวรรณกรรมได้ดี เนื่องจากไม่เคยอ่านงานแปลเยอรมันมาก่อนเลยไม่รู้ว่าปกติแล้วมีสไตล์การเขียนแบบไหน แต่ถ้าให้พูดถึงเรื่องนี้ก็ยอมรับว่าอ่านเรื่องๆอาจจะมีงงอยู่บ้าง เพราะทั้งเรื่องไม่มีการใช้ “” (เครื่องหมายคำพูด) เลย ไม่แน่ใจว่าเป็นกลวิธีการเขียนอยู่แล้วหรือว่ายังไง แต่อ่านไปเรื่อยๆก็เริ่มชินค่ะ กลายเป็นชอบไปด้วย ฮ่า
ส่วนตัวคิดว่าตัวเนื้อเรื่องสะท้อนให้เห็นขั้วที่แตกต่างระหว่างงานวรรณกรรมแบบตามขนบ(คือการใช้ภาษาสละสลวย มีการคิดพิจารณาในแต่ละประโยคอย่างดี พิถีพิถัน)มีคุณนะเขียนเป็นตัวแทนและงานเขียนสมัยใหม่(ที่ไม่แน่ใจว่าจะเรียกวรรณกรรมได้มั้ย)ซึ่งมีเซลิมเป็นตัวแทน ทั้งๆที่งานของเซลิมไม่มีอะไรถูกต้องตามหลักภาษาเลยแต่คนกลับนิยมชมชอบ กลายเป็นความแปลกใหม่ ความไม่รู้ของเซลิมกลายเป็นอารมณ์ขันและเสน่ห์ กลับกันวิธีการเขียนแบบเดิมๆกลายเป็นสิ่งน่าเบื่อและไม่มีคนอ่าน
แม้ว่าคุณนะเขียนจะพยายามเลียนแบบเรื่องของเซลิมแต่ก็ไม่มีรสชาติแปลกใหม่แบบงานของเซลิมเลย จากจุดนี้ก็อาจมองได้ว่าแม้คนเราพยายามเลียนแบบงาน/วิธีการเขียนของคนอื่นมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำได้ตามนั้นแบบครบสมบูรณ์ได้ แต่ละคนต่างก็มีความ authentic ในเรื่องเล่าของตน ซึ่งงานของเซลิมใช้ “ชีวิต” และ “ประวัติ” ของตัวเองมาเป็น authentic เหล่านั้น ทำให้ใครก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบรสชาติในงานของเขาได้เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ
สุดท้ายแล้วเหมือนหนังสือตั้งใจจะถามคำถามที่ว่า ในยุคสมัยนี้ the death of the author นั้นเองมีจริงอยู่มั้ย ในเมื่อความเป็นนักเขียน ตัวประสบการณ์ของนักเขียน เรื่องราวชีวิตของนักเขียน กลายมาเป็น authentic ในตัวหนังสือที่คนอื่นยากจะเลียนแบบได้ กลายมาเป็นจุดที่ดึงความสนใจของผู้อ่าน กลายมาเป็นจุดขายมากกว่าตัวเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วภาษาที่ใช้ในการเขียนยังสำคัญอยู่หรือไม่ ความพิถีพิถัน การร้อยเรียงตัวอักษรยังจำเป็นอยู่มั้ยในงานเขียน หรือทุกคนต้องการงานที่แปลกใหม่สร้างความตื่นเต้นแค่นั้น?
Profile Image for MT.
639 reviews83 followers
November 6, 2024
- ซื้อไว้เมื่อชาติที่แล้ว แต่พึงได้อ่าน ! ตอนอ่านแอบนึกถึงYellowfaceอยู่เนินๆ ในเชิงที่ว่าเรื่องมันว่าด้วยนักเขียนสองคนหาหนทางให้กับงาน“ที่ไม่สมบรูณ์” ให้มันออกมา “ดูเหมือนสมบรูณ์ที่สุด” มากกว่าจะเป็นงานที่สมบรูณ์แบบได้จริงๆ (เธอผู้ขโมยฉบับร่างที่ยังไม่เสร็จดี เขาต้องตรวจบรู๊ฟให้อ่านรู้เรื่องที่สุด) แถมอัตลักษณ์ของตัวเอกทั้งสองในฐานะนักเขียนมันก็ดูลักลั่นพอๆกัน (เธอเปลื่ยนชื่อเป็น“ซอง” เขาที่กลายเป็น“นะเขียน”) แถมทั้งสองจะหาข้ออ้างอะไรบางอย่างมาสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง

- คิดว่าอาจชอบเล่มนี้กว่ายลฟ เพราะไม่ค่อยเจอหนังสือที่พูดถึงmentalityของชาวยุโรปได้จริงใจจากปลายปากคนยุโรปจริงๆเลย จริงใจจนบางทีก็ดูเปิดเปลือยความอัปลักษณ์อะไรบางอย่างของพวกประเทศพัฒนาแล้ว (นายเซลิมระดับภาษาก็งูๆปลาๆ จะไปหวังให้เขาเข้าใจวฒนรวมไปถึงประเด็นทางสังคมหนักๆแบบชาวอารยันและชาติอื่นๆได้อย่างไร ?)

- ขอบที่นักเขียนนำเสนอไอเดียเรื่องประวัติย่อของนักเขียนมากๆ ถ้าเป็นในบริบทเมกาคงเทียบกับคำว่าidentity politic ซึ่งฟังดูทางการและโว๊กมาก แต่พอเป็นคำนี้มันฟังดูตรงประเด็นและเข้าถึงผู้ได้หลากหลายกว่า นักเขียนที่พื้นเพที่ฟังดูoriental มาจากประเทศนั้นนี้ นู่นี้ ไม่ต่างอะไรกับexotic specie กับเป็นอะไรที่ขายได้ในวรรณกรรมโลกในทศวรรษนี้

- ตอนอ่านก็หวนให้นึกถึงนักเขียนพวกperfect englishแทบๆเอเชียด้วย (Tan Wan Wng, Ghosh, Roy) ว่าถ้าคนเหล่านี้เป็นนักเขียนแบบนายซาอิม นักเขียนผู้มีภาษางูๆปลาๅ แต่มีฝีมือและมีแว่วจะโด่งดัง ชะตากรรมจะออกมาเป็นยังไง จะต้องศิโรราบให้กับมิติทางภาษาวิลาศในมุมไหน ก็น่าคิด
Profile Image for Phetladda Lada.
11 reviews1 follower
October 13, 2018
รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้พีคตอนจบมาก พีคเเบบเชื่อมโยงเเละเกินความคาดเดา เป็นการวิพากษ์วงการนักเขียนด้วยตัวนักเขียน เเละดำเนินเรื่องด้วยนักเขียนเอง อ่านไปเเรกๆก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ระหว่างบทสนทนาระหว่างนักเขียนสองคน เเค่พอท้ายๆเรื่องกลับพีค เเละเราเองกับเห็นความไม่ยุติธรรมบางอย่าง ของคนสร้างงานเเละคนที่พยายามสร้างตัวตน หรือนีกเขียนอีกคนเเละนักเขียนอีกคน รู้สึกเป็นเรื่องยากจังที่จะรีวิวเล่มนี้ฮ่าๆ เพราะเราเองก็รู้สึกย้อนแย้งกับตัวเองเหมือนกัน อย่างที่ออสการ์ ไวลด์กล่าว " พรสวรรค์ไม่ได้อยู่ในงานศิลป์ เเต่อยู่ในชีวิตต่างหาก ชีวประวัติย่อมสำคัญกว่าเรื่องที่คิดขึ้น ชีวิตย่อมสำคัญกว่าศิลปะ " มันก็เห็นได้ทั่วไป ที่ใครหลายๆคน หรือเเม้กระทั่งตัวเราเองก็พยายาม keep cool Keep look ภาพที่เราอยากให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นไง ไปพร้อมๆกับสิ่งที่เราทำ งานที่เราทำเหมือนกัน มันย้อนเเย้งมากๆที่จะวิจารณ์เรื่องนี้ เเต่พีคมากเลยตอนจบ เหมือนโดนตบหน้าเลยนะคุณนะเขียน :)
ปล. ปกสวย ชอบๆ
Profile Image for Chalermchai Kurapavee.
74 reviews3 followers
April 21, 2025
วรรณกรรมกับนักเขียนไม่มีทางแยกกันออก เคยมีคำกล่าวของต้นศตวรรษจากตัวบทของบาร์ตที่บอกว่านักเขียนตายแล้ว เราสามารถแยกวรรณกรรมออกจากนักเขียนได้ แต่ณตอนนี้ นักเขียนไม่ตายแล้ว ( หากจะมีใครตายก็คงจะเป็น ตัวบทวรรณกรรมเองต่างหาก ตัวบท กลายเป็นเพียงของเหลือ เป็นปัจฉิมลิขิต เป็นเงาของตัวเอง หรือเป็นแค่เงาของนักเขียนที่ถูกจัดไว้แล้วตั้งแต่ก่อนจะพูดถึงงานวรรณกรรมเสียอีก ตัวบทจึงไม่ใช่การรังสรรค์ทางวรรณกรรม หากแต่การรังสรรค์ชีวิตมนุษย์ต่างหากที่เป็นแกนและจุดหลัก นักเขียน ความหนุ่มสาว หน้าตา เรื่องราว ของเขาและอื่นๆ อีกมากมาย....ปรากฏการณ์สําคัญจึงไม่ใช่หนังสือ แต่เป็น รายการโทรทัศน์ตอนกินอาหารยามเช้าวันหนึ่งก็ตาม นักเขียนยุคใหม่ได้ พิสูจน์ตนเองก่อนที่จะต้องพิสูจน์อย่างอื่นโดยการใช้ประวัติย่ออันน่า ประทับใจก่อนสิ่งอื่น

ประเด็นร่วมสมัยมากๆ อ่านตอนที่เจอเหตุการณ์นักเขียนตายแล้ว ฟื้นคืนชีพ จะเข้าใจตัวบทได้ดีมากๆ เราแยกตัวบทกับนักเขียนออกจากกันไม่ได้
Profile Image for Kin.
511 reviews164 followers
July 31, 2022
5555 สนุกมาก ชอบอะไรแบบนี้นะ เสียดสีความเป็นนักเขียน ความยิ่งใหญ่ของนักเขียนและวงการวรรณกรรม หรือจริงๆ อาจจะบอกว่าเป็นวงการศิลปะทั้งหมด ในยุคสมัยที่ผลงานไม่ได้มีความหมายนักถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นงาน 'ของใคร' เรื่องเล่าเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ 'คนสำเร็จ' สำคัญยิ่งกว่าความจริงว่าที่ว่าประสบความสำเร็จคือสำเร็จอะไร ยังไง จากใคร พลังของวรรณกรรมอยู่ตรงไหนแน่ ผู้เขียนตายแล้วจริงหรือ
Profile Image for HAGAO.
43 reviews4 followers
September 26, 2022
เสียดสีวงการงานเขียนดีครับ ชวนให้คิดว่าสมัยนี้ขายงานเขียนหรือขายชีวิตนักเขียน (และการตีความที่สวนทางกับแนวคิดของ Roland Barthes) แต่ในแง่นึงงานเขียนของนักเขียนก็ออกมาจากชีวิตนักเขียนด้วย
Profile Image for Chris.
74 reviews1 follower
August 2, 2016
Thought this one was great. Maybe because I read German slowly I had to put the book down for a while at one point as the emotional tension was so great. Not a word is wasted and his darkly funny take on today's publishing culture is perfection. A book to enjoy if you appreciate good writing - every sentence is finely honed and balanced.
Profile Image for Naruepon Sudsawad.
36 reviews8 followers
November 21, 2019
บันเทิงพอใช้ กระชับและจิกกัดวงการวรรณกรรมเล็กๆ กวนและขำขื่น
Displaying 1 - 13 of 13 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.