ระหว่างที่อ่าน ผมนึกอยากให้เรื่องนี้จบลงแบบ happy ending ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
“ความทรงจำของวันพรุ่งนี้” เป็นนิยายสัญชาติญี่ปุ่น ความยาวระดับเกือบๆ สี่ร้อยหน้า ที่ถ่ายทอดชีวิตของชายวัย 50 ผู้สูญเสียความทรงจำจากโรคอัลไซเมอร์
ที่ทำได้ดีและจับใจมาก คือชายคนนั้น ค่อยๆ สูญเสียความทรงจำในขณะที่ตนเองรับรู้ความสูญเสียนั้นทุกขณะจิต และถ่ายทอดออกมาด้วยตัวอักษร
ในวัยที่ชีวิตมีทุกอย่าง หน้าที่การงาน ลูกสาวกำลังจะแต่งงาน และอีกในไม่ช้า ก็จะกลายจากพ่อไปเป็นคุณตา โรคอัลไซเมอร์กลับมาค่อยๆ พรากทุกสิ่งอย่างไปจากเขา
วิธีการต่อสู้ในแบบฉบับของเขาคือ จดบันทึกทุกอย่าง
จด จด จด จดทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่ตารางงาน การเดินทาง ไปจนถึงชื่อและใบหน้าของคนรู้จัก เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสูญเสียมันไป และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งไหนคือสิ่งสำคัญ
ผมรู้จักอัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อมผ่านสื่อต่างๆ เรียกได้ว่าคุ้นหูคุ้นตา ไม่ได้แปลกหน้ามากนัก แต่นั่นคือมุมมองจากคนนอก ผมแทบจะไม่สามารถ empathy หรือเข้าอกเข้าใจคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้เลย ไม่รู้ว่าคนๆ นึงที่กำลังสูญเสียความทรงจำไปแบบช้าๆ ทั้งๆ ที่มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่ตลอดมันเป็นอย่างไร้
แต่หนังสือเล่มนี้มอบความรู้สึกร่วมจนสามารถ empathy ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้จริงๆ
น้ำตารื้นหลายต่อหลายครั้ง
ลองนึกถึงตอนทำข้อสอบแล้วคุณติดอยู่กับคำถามที่ไม่มีแม้แต่ความทรงจำว่าเคยอ่านเจอมาก่อนบ้างมั้ยดูสิ
แค่นั้นมันก็อึดอัด อัดอั้นเต็มกลืน แต่นี่คือการลืมชีวิตเลยนะ
ความน่ากลัวของการหลงลืม นอกจากจะสูญเสียตัวตนไป เรายังกลัวเหลือเกินที่จะลืมคนที่เรารักอย่างสุดหัวใจ
แม้ว่าจะชื่อ “ความทรงจำของวันพรุ่งนี้” พออ่านจบ ผมกลับได้ข้อคิดและเห็นคุณค่าสูงสุดของ “วันนี้” มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม