What do you think?


น้ำตาปารวตี
นวนิยายก่อเกิดขึ้นจากบันทึกไพร่ชาวไทดำ ที่ นิธิ นิธิวีรกุล บังเอิญพบที่เชียงใหม่ และถอดความออกมาเป็นภาษากลาง
นี่ไม่ใช่บทบันทึกประวัติศาตร์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนผู้อ่านให้หวนนึกถึงอดีตกาลที่งดงาม มิใช่ปัจจุบันที่ผู้คนถือว่ามีความเจริญและพัฒนายิ่งขึ้น
แท้จริงแล้วเราอยู่กับความเจริญจริงหรือ ชีวิตผู้คนและความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นใด เราเคยคิดหรือไม่
การมองเห็นอันพร่ามัวขณะอ่าน น้ำตาปารวตี นั้นอาจเกิดจากน้ำตาที่ไหลรินออกมา
ทุกการกระทำมักมีเหตุและผลเสมอ น้ำตาหยาดนั้นก็เช่นนั้น มันอาจไหลเพื่อชำระบางสิ่งที่บดบังเราอยู่ก็ได้มิใช่หรือ
นี่ไม่ใช่บทบันทึกประวัติศาตร์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนผู้อ่านให้หวนนึกถึงอดีตกาลที่งดงาม มิใช่ปัจจุบันที่ผู้คนถือว่ามีความเจริญและพัฒนายิ่งขึ้น
แท้จริงแล้วเราอยู่กับความเจริญจริงหรือ ชีวิตผู้คนและความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นใด เราเคยคิดหรือไม่
การมองเห็นอันพร่ามัวขณะอ่าน น้ำตาปารวตี นั้นอาจเกิดจากน้ำตาที่ไหลรินออกมา
ทุกการกระทำมักมีเหตุและผลเสมอ น้ำตาหยาดนั้นก็เช่นนั้น มันอาจไหลเพื่อชำระบางสิ่งที่บดบังเราอยู่ก็ได้มิใช่หรือ
192 pages, Paperback
First published October 1, 2013
About the author
นิธิ นิธิวีรกุล
7 books9 followersกล่าวสำหรับข้าพเจ้าเอง เมื่อได้เงินค่าลิขสิทธิ์มา ข้าพเจ้าก็ไม่เคยนำเงินไปให้คนไร้บ้าน หรือคนยากไร้ หรือกระทั่งมอบให้กองทุนการต่อสู้ทางการเมืองต่างๆ ข้าพเจ้านำไปใช้ส่วนตัวเสียจนเกือบหมด อาจเพราะข้าพเจ้าไม่ได้มีมากพอจะแบ่งปัน หรืออาจเพราะจริงๆ แล้วข้าพเจ้าเห็นแก่ตัวเองมากกว่า
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
October 13, 2024
ภาษาลื่นไหล ชอบไอเดียความไปเจอบันทึกลึกลับแล้วคัดมาลอกต่อ เซตติ้งปริศนาช่วงต้นเรื่องทำไว้ดี
ส่วนที่เหลือคือ มีแต่ความแปลกๆ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เคยอ่านเล่มนี้เมื่อนานมากแล้ว และกลับมาอ่านอีกเผื่อว่าจะมองเห็นอะไรมากขึ้น ก็รู้สึกว่าตอนนี้เองน่าจะรู้สึกคล้ายๆ ตอนนั้นนั่นแหละ
ตัวละครผู้วิเศษมาช่วยสอนเยอะมาก เรียกได้ว่าเยอะเหลือเกิน ยังไม่ได้คิดว่าเป็นตัวแทนหรือสัญญะของอะไรไหม อาจจะ อาจจะไม่ ด้วยอ้างว่าเป็นบันทึกเก่า แต่บทสนทนาในเรื่องไม่มีกลิ่นอายเก่าเลย ทัศนคติอะไรของตัวละครก็ ไม่ได้ให้ความรู้สึก 'เก่า' เรื่องบทสนทนานี่ก็พูดกันได้อีก เป็นแนวเทศนาค้นหาชีวิตเสียมาก ซึ่งก็คงถูกต้องตามเป้าประสงค์ที่เขียน ทว่ามันออกจะแห้งแล้งไปหน่อย ในแง่ที่ว่ามันมักจะมาในรูปแบบถามสั้นๆ แล้วตามมาด้วยคำตอบเชิงปรัชญาชีวิตยาวๆ มันกลายเป็นว่าเหมือนเป็นการคุยฝ่ายเดียว ไม่เรียกว่าคุยด้วยเพราะส่งสารอยู่ฝ่ายเดียวนั่น แก่นของเรื่องเองก็ออกจะร่างแหไปนิด หรืออาจจะไปมาก ว่าสรุปแล้วเราจะพูดเรื่องอะไรกันนะ ว่าตัวละครหลักเข้าใจอะไร แล้วฉันเข้าใจอะไร ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างอยู่ในใจเราใช่ไหม แล้วมันคือสัจธรรมรึเปล่า หรือมันคือความหมายของชีวิต ที่เราค้นหา หรอ แล้วใครกำหนด รึเปล่า สรุปมีคนกำหนดให้ตัวละครหลักไหม เพราะฮีก็โดนโยนไปโยนมาเยอะเหลือเกิน นี่พยายามตั้งหลักด้วยการกลับไปบรรพแรกว่า 'ข้าเกิดมาเพื่ออะไร' เฉลย ไม่รู้ 5555555 ในตอนจบเองที่ จริงๆ น่าจะขมวด introspection บางอย่างไว้หน่อย หรือ synthesize สารที่อยากสื่อของหนังสือเล่มนี้อย่างกินใจเลยก็ได้ ก็กลายเป็นลำดับเหตุการณ์หลังจากเกิดศึกแทน คือมันก็เป็นการ conclude เรื่องแหละ แต่ที่สำคัญกว่านั้นอาจจะเป็นสารของเรื่องมากกว่า แต่ก็นะ มันก็เป็นบันทึกเรื่องราวของชีวิตคน คือการค้นหาตัวเองของตัวละครหลัก ก็คงไม่แปลกที่จะจบในทำนองนั้น
เขียนมายืดยาว ก็ไม่ใช่หนังสือจะสิ้นดี เพียงแค่มันแปลกๆ ในหลายๆ อย่างเฉยๆ พยายามขบคิดว่าตัวบทนี้ต้องอ่านยังไง เราอาจจะพลาดอะไรบางอย่างไป หรือแบบเราอาจจะกำลังมองหาสิ่งที่หนังสือไม่ได้ตั้งใจจะให้อยู่ perhaps that's the case
ส่วนที่เหลือคือ มีแต่ความแปลกๆ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เคยอ่านเล่มนี้เมื่อนานมากแล้ว และกลับมาอ่านอีกเผื่อว่าจะมองเห็นอะไรมากขึ้น ก็รู้สึกว่าตอนนี้เองน่าจะรู้สึกคล้ายๆ ตอนนั้นนั่นแหละ
ตัวละครผู้วิเศษมาช่วยสอนเยอะมาก เรียกได้ว่าเยอะเหลือเกิน ยังไม่ได้คิดว่าเป็นตัวแทนหรือสัญญะของอะไรไหม อาจจะ อาจจะไม่ ด้วยอ้างว่าเป็นบันทึกเก่า แต่บทสนทนาในเรื่องไม่มีกลิ่นอายเก่าเลย ทัศนคติอะไรของตัวละครก็ ไม่ได้ให้ความรู้สึก 'เก่า' เรื่องบทสนทนานี่ก็พูดกันได้อีก เป็นแนวเทศนาค้นหาชีวิตเสียมาก ซึ่งก็คงถูกต้องตามเป้าประสงค์ที่เขียน ทว่ามันออกจะแห้งแล้งไปหน่อย ในแง่ที่ว่ามันมักจะมาในรูปแบบถามสั้นๆ แล้วตามมาด้วยคำตอบเชิงปรัชญาชีวิตยาวๆ มันกลายเป็นว่าเหมือนเป็นการคุยฝ่ายเดียว ไม่เรียกว่าคุยด้วยเพราะส่งสารอยู่ฝ่ายเดียวนั่น แก่นของเรื่องเองก็ออกจะร่างแหไปนิด หรืออาจจะไปมาก ว่าสรุปแล้วเราจะพูดเรื่องอะไรกันนะ ว่าตัวละครหลักเข้าใจอะไร แล้วฉันเข้าใจอะไร ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างอยู่ในใจเราใช่ไหม แล้วมันคือสัจธรรมรึเปล่า หรือมันคือความหมายของชีวิต ที่เราค้นหา หรอ แล้วใครกำหนด รึเปล่า สรุปมีคนกำหนดให้ตัวละครหลักไหม เพราะฮีก็โดนโยนไปโยนมาเยอะเหลือเกิน นี่พยายามตั้งหลักด้วยการกลับไปบรรพแรกว่า 'ข้าเกิดมาเพื่ออะไร' เฉลย ไม่รู้ 5555555 ในตอนจบเองที่ จริงๆ น่าจะขมวด introspection บางอย่างไว้หน่อย หรือ synthesize สารที่อยากสื่อของหนังสือเล่มนี้อย่างกินใจเลยก็ได้ ก็กลายเป็นลำดับเหตุการณ์หลังจากเกิดศึกแทน คือมันก็เป็นการ conclude เรื่องแหละ แต่ที่สำคัญกว่านั้นอาจจะเป็นสารของเรื่องมากกว่า แต่ก็นะ มันก็เป็นบันทึกเรื่องราวของชีวิตคน คือการค้นหาตัวเองของตัวละครหลัก ก็คงไม่แปลกที่จะจบในทำนองนั้น
เขียนมายืดยาว ก็ไม่ใช่หนังสือจะสิ้นดี เพียงแค่มันแปลกๆ ในหลายๆ อย่างเฉยๆ พยายามขบคิดว่าตัวบทนี้ต้องอ่านยังไง เราอาจจะพลาดอะไรบางอย่างไป หรือแบบเราอาจจะกำลังมองหาสิ่งที่หนังสือไม่ได้ตั้งใจจะให้อยู่ perhaps that's the case
March 19, 2018
ซื้อของเขามาอ่านสองเล่ม เจอปัญหาเดียวกันเลย
เป็นคนที่มีลีลาทางภาษาเข้าขั้นดี แต่ตัวเนื้อหาค่อนข้าง
อ่อนคือมันออกแนวชดช้อยไปเรื่อย และสัดส่วนของโครงเรื่อง
ในช่วงตอนแรกขึ้นต้นมายาวเยอะมาก แต่พอถึงตอนหลังก็จะ
จบเลย แบบไม่สะใจ วางตำแหน่งไม่ค่อยดี ควรปรับปรุงอีกหน่อย
เป็นคนที่มีลีลาทางภาษาเข้าขั้นดี แต่ตัวเนื้อหาค่อนข้าง
อ่อนคือมันออกแนวชดช้อยไปเรื่อย และสัดส่วนของโครงเรื่อง
ในช่วงตอนแรกขึ้นต้นมายาวเยอะมาก แต่พอถึงตอนหลังก็จะ
จบเลย แบบไม่สะใจ วางตำแหน่งไม่ค่อยดี ควรปรับปรุงอีกหน่อย
Displaying 1 - 2 of 2 reviews


