Mook Woramon901 reviews202 followersFollowFollowAugust 28, 2023ฟีลกู๊ด ฟีลใจ น้ำตาไหลพรากโดยไม่ทันตั้งตัว บ้าบอออ 🥹🥹ขอยืมคำพูดจากในหนังสือว่า “ พออ่านไปได้แค่ไม่กี่นาที ผมก็นึกกับตัวเองว่า ซวยแล้ว…”ซวยแล้วของจริง ติดหนึบ วางไม่ลง ผู้เขียนร้อยเรียงเรื่องราวของบรรณาธิการ นักเขียน นักออกแบบปก พนักงานร้านหนังสือ นักอ่าน เข้าไว้ด้วยกันผ่านหนังสือชื่อ “ลาก่อนด็อกมา”ต่างคนต่างมีอดีตให้ยึดติด ลังเลกับปัจจุบัน มองไม่เห็นอนาคต “ลาก่อนด็อกมา” ได้สร้างปาฏิหาริย์มอบหนทางให้เดินหน้าต่อ แต่จริง ๆ แล้วปาฏิหาริย์ไม่ได้มาจากหนังสือหรอก มาจากความตั้งใจของเราเองนี่แหละที่อยากจะทำความฝันให้เป็นจริง แค่มีแรงผลักดันเพิ่มอีกหน่อยก็ออกวิ่งได้แล้ว หนังสือเล่มนี้มีพลังแบบนั้นป.ล.อ่านเล่มนี้จบต้องอยากไปทะเลแน่ ๆ ผู้เขียนบรรยายบรรยากาศทะเลได้งดงามมาก 🌊🌊
Pawarut Jongsirirag705 reviews138 followersFollowFollowSeptember 6, 2023เรื่องราวเเห่งการชุบชูใจของเหล่าผู้คนที่รักหนังสือ รีวิวนี้จะขอเเบ่งเป็น 2 เวอร์ชั่นแบบ 2 in 1 เพราะอ่านจบเเล้วเหมือนมี 2 ร่างปะทะกันตลอดในหัวเวอร์ชั่น Bias man ด้วยความที่ก่อนจะมาอ่านเล่มนี้ คือ อ่านมาเเต่พวกเศร้าๆเรียลประดังประเดเข้ามาเเบบหลายเล่มต่อเนื่อง เลยต้องหาเเนวชุบชูใจมาเบรคบ้าง ไม่งั้นชีวิตจะหมองเศร้าเกินไปหน่อยเเล้วพออ่านจบเเล้ว มีอยู่ความคิดเดียวเลยว่า มึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น อ่านนิยายเล่มเดียวเเล้วชีวิตปลดล็อคเลย โหหหหหห ง่ายจัด ลงล็อคดีเเท้ อ่านไปก็นึกถึงบทสัมภาษณ์ อ.ธเนศ ที่พูดเรื่องหนังสือเปลี่ยนชีวิต ขึ้นมาทันทีเลยโอเค จบ รีวิวเเบบ Bias ไว้ ณ ที่นี้เวอร์ชั่น Normal Peopleผมชอบการอ่านมุมมองของคนหลายคนที่เกี่ยวพันกันเเบบจางๆผ่านนิยายเล่มหนึ่ง ชีวิตของ บก มือใหม่ที่มีเหตุผลให้ผลักดันนิยายเล่มใหม่เล่มนี้ชีวิตของ นักเขียนตกอับ ที่อยากเขียนนิยายซักเล่มให้คนคนหนึ่งเพื่อเป็นความห่วงใย ความคิดคำนึงที่จะคงอยู่ตลอดไปชีวิตของ นักออกเเบบปกหนังสือ ที่โรคกำลังจะคร่าชีวิตของเขาไป และการออกเเบบปกหนังสือนิยายในครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ชีวิตของ คนขายหนังสือ ที่หนังสือเล่มนี้กำลังช่วยปลดล็อคบาดเเผลในอดีตที่คั่งค้างมานานให้หายไปและชีวิตของ นักอ่านคนหนึ่ง ที่ลูกชายมอบนิยายเล่มนี้ให้ จะมอบความกล้าให้เขาก้าวเดินชีวิตขยับไปข้างหน้าหลังจากภริยาเสียชีวิตได้เสียทีพอมันมีเรื่องราวของคนหลายคนมาเกี่ยวข้องกัน เราเลยจะได้อ่านมุมมองและชีวิตของตัวละครจำนวนมากซึ่งต่างมี "บาดเเผล" บางอย่างบาดลึกลงในจิตใจ การหาทางออก ซึ่งสามารถรวบรัดได้ว่า การก้ามข้าวความเสียใจในอดีต สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราก้ามข้ามไปได้ คือ "การรับรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว" ไม่ใช่เพียงเราที่มีบาดเเผลเพียงคนเดียว ยังมีคนอีกมากที่เป็นเหมือนเรา เป็นคล้ายเรา ที่ยังคงวนเวียนไม่อาจออกจากลูปของอดีตได้การที่เราเข้าใจว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว เป็นพลังที่สำคัญที่ทำให้เราสามารถเยียวยาตนเองได้มากนะครับ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนโอบกอดเราอยู่ตลอด มอบความกล้าที่จะเป็นมือที่มองไม่เหฌนผลักดันหัวใจของเราให้ได้รับการเยียวยา ซึ่งการรับรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว เป็นสิ่งที่เราทุกคนต่างมอบให้กันและกันได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นนิยายอย่างในเรื่องนี้เท่านั้น หันมองคนรอบตัว ใส่ใจซักนิด ถามไถ่กันด้วยไมตรีจิต สิ่งเล็กๆเหล่านี้ก็เป็นพลังที่เพียงพอให้ใครซักคนก้าวข้ามความเจ็บปวดได้เเล้วละครับสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นการส่งต่อปาฏิหารย์เหมือนชื่อหนังสือ เเต่ผมว่าเป็นปาฏิหารย์ที่เราสร้างให้แก่กันได้โดยไม่ต้องรอให้มันเกิดขึ้น เราทำให้มันเกิดขึ้นได้เองเลย เเล้วสุดท้ายปาฏิหารย์อาจจะไม่ใช่การอธิบายช่วงเวลาที่มันเกิด เเต่เอาไว้อธิบายผลลัพท์ที่เกิดขึ้นเเทน ผมเชื่อแบบนั้นครับ
thep.gmr54 reviewsFollowFollowSeptember 26, 2023หนังสือที่ถูกเขียนในเรื่อง ("ลาก่อนด็อกมา") สามารถส่งพลังบางอย่างให้กับผู้คนได้ส่วนหนังสือเล่มนี้ ("ส่งต่อปาฏิหาริย์ผ่านหนังสือ") ก็ส่งพลังบางอย่างให้กับเราได้เช่นกัน
Larp63 reviews5 followersFollowFollowSeptember 2, 2023เห็นชื่อหนังสือแล้วทำให้รู้สึกอยากอ่านมาก เพราะเชื่อว่าในช่วงชีวิตของใครหลายๆคน อาจประสบพบเจอปัญหาต่างๆ อาจรู้สึกหลงทาง รู้สึกไม่มีหวัง แต่ก็มีหนังสือบางเล่มที่อ่านแล้วช่วยเยียวยา ช่วยปลอบประโลมจิตใจ ช่วยเติมความหวัง ช่วยให้เราอยากเปลี่ยนแปลงพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น หนังสือเล่มนี้ก็สื่อประมาณนี้ "ลาก่อนด็อกมา" ช่วยให้ผู้อ่านกล้าที่จะเผชิญความจริง กล้าที่จะออกจากที่หลบฝน กล้าที่จะเริ่มใหม่ อ่านแล้วอินเพราะที่ผ่านมาก็มีหนังสือบางเล่มที่ช่วยขัดเกลา ช่วยดึงสติและเปลี่ยนแปลงตัวเรา ให้เราเป็นเราในเวอชั่นที่เข้มแข็งและดีขึ้นเรื่อยๆ ให้ 4.5/5
rem12 reviewsFollowFollowApril 30, 2025หนังสือเล่มนี้จริง ๆ เคยหยิบมาอ่านในปีที่แล้ว แต่พักเก็บไว้เพราะอยู่ในช่วงมรสุมของชีวิต (ลำบากพอตัวเลย แถมไม่มีอารมณ์จะอ่านหรือทำอะไรต่อด้วย) พอขึ้นปีใหม่มาจู่ ๆ ก็นึกถึงหนังสือเล่มนี้เลยหยิบกลับมาอ่านอีกต่อให้จบ เหมือนโชคชะตาตั้งใจจะส่งข้อความอะไรบางอย่างให้เราเลยแฮะส่วนตัว— คิดว่าหนังสือเล่มนี้ผู้แปลบรรยายดี เข้าถึงรสชาติและความเป็นภาษาญี่ปุ่นมาก ๆ ในช่วงบทสนทนา ที่คนญี่ปุ่นจะชอบพูดจาเหมือนเป็นสำนวนเอย หรือพูดจาเปรียบเปรยอะไรที่ดูอ้อมค้อมเอย ก็แปลออกมาได้ไม่ติดขัดเลย ค่อนข้างชื่นชมในบริบทนี้มาก ๆ แถมการบรรยายของตัวอาจารย์ ผู้แปลก็แปลออกมาให้เห็นภาพและสัมผัสถึงบรรยากาศได้ลึกซึ้งจริง ๆ สุดยอดมาก ๆในด้านของเนื้อเรื่อง— เรื่องนี้เป็นการส่งต่อความรู้สึกผ่านตัวละคร 5 คน ด้วยหนังสือของคุณนักเขียน “มาซามิ” ผู้เป็นเจ้าของผลงาน “ลาก่อนด็อกมา” ที่ถูกพูดถึงในหนังสือเล่มนี้ เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็น 5 บท แต่ละบทให้ความรู้สึกอินน้อยอินมากเรียงตามลำดับ ซึ่งชื่นชมตรงนี้ว่ากลมกล่อมมากจริง ๆ น้ำตาแตกตามเกือบทุก ๆ บทเลย บางบทก็มีเรื่องราวให้เราได้เชื่อมต่อกับตัวละครในเรื่อง มีเรื่องราวที่บังเอิญคล้ายกันบ้างแหละ หรือไม่เคยเลยก็มี (ส่วนตัวชอบบทท้าย ๆ ที่ดำเนินมาไม่ช้าไม่เร็ว เว้นจังหวะหนักเบากำลังดี ทั้งสุข ทั้งทุกข์ และก็โล่งใจในเวลาเดียวกันเลย สุดยอดเลยแฮะ)สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนที่ผ่านไปมาลองมาค้นพบเรื่องราวฟีลกู๊ด อบอุ่นหัวใจ ในเล่มนี้ไปด้วยกันนะ ขอให้ชีวิตที่ทุกคนกำลังพบอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่ใช่การตากฝน แต่กลับเป็นการวิ่งเล่นกลางแจ้งด้วยความสุขด้วยนะ เล่มนี้เติมไฟที่เกือบมอดของเราได้ดีเลย เหมือนเป็นปาฏิหาริย์ที่ถูกส่งต่อผ่านหนังสือจริง ๆ เลยเนอะ 🤍
Jane33 reviewsFollowFollowApril 20, 2024เนื้อหาเกี่ยวกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มหนึ่ง โดยแต่ละคนจะมีเรื่องราวในมุมที่คนอื่นอาจจะไม่เห็น อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ภายนอกที่ดูสวยงามที่เราเห็นบางทีเขาเหล่านั้นอาจจะมีอะไรที่หนักอึ้งอยู่ก็เป็นได้ และเมื่อใดที่เราเจอปัญหาเราเลือกที่จะหนีหรือออกไปเผชิญหน้าล่ะ4.5/5
Thammalux Chaopanon231 reviews3 followersFollowFollowOctober 25, 2023เนื้อหาให้กำลังใจ แต่เรื่องบังเอิญในเรื่องความสัมพันธืต่างๆมากเกินไป ไม่ทำให้เกิดความแปลกใจตามที่ผู้แต่งต้องการมั่ง แต่ก็ทำให้เห็นภาพในการจัดทำหนังสือ จะต้องมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
sora1 reviewFollowFollowJanuary 15, 2024เป็นเรื่องราวที่อบอุ่นหัวใจอ่านได้เรื่อยๆ ชอบ2บทท้ายที่สุด เพราะได้ข้อคิดหลายอย่างมากกกก
Wilaiwan Oshi5 reviewsFollowFollowSeptember 22, 2024อบอุ่นมากกกกก สมกับที่นักเขียนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "ผมไม่อยากบอกไปตรงๆว่าความสุขคืออะไร แต่อยากให้รับรู้ผ่านตัวหนังสือแทน" เรื่องนี้ดีมากจริงๆค่ะ
VEDAMANEE 24 reviewsFollowFollowFebruary 28, 2025เป็นหนังสือที่ชอบมากที่สุดในปีนี้เลยค่ะ เรื่องราวของตัวละครผูกกับได้อย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีข้อคิดสอนใจอะไรมาก เลยไม่ต้องหนักสมองและคิดตามเยอะ ประทับใจตรงที่ทุกตัวละครมีปัญหาและยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเริ่มลองทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ความกล้าเล็กๆก็เปลี่ยนชีวิตให้แตกต่างไปจากที่เคยเป็นได้มากโขเลยที่เดียว เนื้อเรื่องสื่อถึงแต่ละช่วงวัยและจังหวะชีวิตได้ดีเลยค่ะ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้พักสมองจริงๆ