Pawarut Jongsirirag705 reviews138 followersFollowFollowSeptember 27, 2023งานของคุณกิตติศักดิ์นี่ ทำให้ผมนึกถึงงานเขียนในยุคสมัยช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่นักเขียนต้องเขียนเรื่องลงเป็นตอนๆตามหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ลักษณะของงานจะที่เน้นความฉับไว พล็อตเด่น เขียนอย่างกระชับ จบในตอน ทุกอย่างแบบที่ผมเกริ่นมา คือ นิยามของรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เลยครับไม่มีลูกเต๋าอยู่ในดาวหลุมดำ เป็นรวมเรื่องสั้น Sci-fi ที่มีใจความอยู่ที่การตั้งคำถามต่อความจริงที่เรารับรู้ ความจริงเหล่านั้นมันเป็นความจริงโดยเเท้จากตัวของมันเอง หรือมันถูกตั้งค่าให้เป็นความจริงเเล้วด้วยกลวิธีบางอย่าง มันถูกยัดเข้ามาสมองของเรา จนเราไม่อาจนึกถึงความจริงอื่นได้อีกเลยด้วยคอนเซปของการพลิกความลวง เผยความจริง คุณกิตติศักดิ์ไม่ได้ใช้เเค่ในเรื่องสั้นครับ เขาเอามาใช้ในการจัดทำรูปเล่มด้วย หนังสือเล่มนี้บรรจุเรื่องสั้นทั้งหมด 8+2 เรื่อง (ทำไมบวก 2 ลองไปค้นหาความจริงกันดูนะครับ) โดยเเบ่งเนื้อหาครึ่งเล่ม คือ 4 +1 ตอน เเล้วทำการสลับพลิกหน้าจากหัวไปท้ายอีกครึ่งเล่มที่บรรจุอีก 4+1 ตอน ทำให้เมื่ออ่านไปได้ครึ่งเล่มแล้ว ต้องพลิกเล่มเเล้วอ่านใหม่จากปกหลังเข้ามาสู่กลางเล่มอีกที ซึ่งความสนุกเล็กๆของมันคือ เราจะอ่านจากหัวหรือท้ายก็ได้ เพราะจริงๆแล้วมันไม่มีหัวหรือท้าย ไม่ว่าจะอ่านทางไหนมันจะมาบรรจบกันที่กลางเล่ม เพื่อเริ่มต้นใหม่จากอีกฝากฝั่งเเล้วมาบรรจบที่กลางเล่มอีกครั้ง เป็นกิมมิกเล็กๆเคล้าไปกับธีมของเรื่องและทำให้คนอ่านสนุกไปอีกแบบดีครับในส่วนของเรื่องสั้น มีที่ผมชอบอยู่ประมาณ 3 เรื่องครับอัตถิภาวการ์ของวิญญาณไร้รูปรอย (พิมพ์ชื่อยังเหนื่อย) - ผมชอบคอนเซปการนำวิทยาศาสตร์มาจับกับวิญญาณที่ทำให้เกิดรสชาติของ Horror-Sci fi ในฉากป่าเขาลำเนาไพรที่ชวนลึกลับดีผืนป่าสุดท้ายของอลายเชอู - เรื่องนี้ตรงคอนเซปของผมที่เรียนกฎหมายสิ่งแวดล้อม เป็นการเล่าตลกร้ายองการพัฒนาที่ประเทศพัฒนาแล้ว มองไปยังประเทศโลกกำลังพัฒนา เป็นเรื่องสั้นที่จริงจนไม่รู้จะจริงยังไงอีกแล้วฮีโร่อย่างพวกนายน่ะขาดเราไปไม่ได้หรอก - มันคือตลกร้ายที่ผสมการเมืองครับ เข้าเส้นผมพอดีงานทุกเรื่องเป็นงานที่เน้นไปที่พล็อต แล้วค่อยขยายโครงเรื่องด้วยบทสนทนาและการบรรยายเพิ่มเติมเข้ามา ทำให้อ่านค่อนข้างง่าย รายละเอียดไม่เยอะรุงรัง และไม่ใช่งานที่เปิดไปแล้วเจอข้อความอัดแน่นเป็นพรืดแน่นอน เเต่ในข้อดีนี้มันก็กอดข้อเสียไปพร้อมกันครับ คือ มันทำให้งานขาดรายละเอียดบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักความสมจริงให้กับตัวเรื่อง ยิ่งเป็น Sci-fi ด้วยแล้ว จุดนี้อาจเป็นแผลใหญ่มากแผลหนึ่งเลย เพราะ Sci-fi มันจำเป็นต้องมีความจริงบางอย่างกำกับตัวเรื่องเอาไว้อยู่ อาจจะเป็นทฤษฎี หรือการอธิบายความเป็นมาเป็นไปที่สมเหตุสมผล เพื่อเป็นการตั้งเซทติ้งโลกให้สมจริง หากไม่มีรายละเอียดความจริงพวกนี้แล้ว หรือมีไม่มากพอ เรื่องราวบางส่วนจะดูขาดน้ำหนักเกินไป จนออกจะรวบรัดตัดตอนให้จบไปเหมือนมังงะที่ บก. สั่งตัดจบอะไรแบบนั้น หรืออาจกลายเป็นเรื่องแฟนตาซีแทน Sci-fi ไปเลยก็ได้แต่ถ้าผ่านรายละเอียดเหล่านั้นไป อ่านเอารสเพลิดเพลินกับพล็อต ผมชอบพล็อตของหลายๆเรื่องในเล่มนะครับ มันดูชัดเจนเข้าใจง่าย แม้จะไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากนัก แต่มันถูกนำเสนอออกมาได้ชัดเจนมากต่อคนอ่าน เรารู้เลยว่าเรื่องนี้กำลังพุดถึงอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมขอปรบมือให้เลย จนคิดเล่นๆว่า เรื่องสั้นหลายเรื่องมีองค์ประกอบมากพอ ที่จะขยับขยายกลายเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว หรือ เป็นนิยายได้เลย หวังว่าในอนาคตจะได้เห็นนิยาย Sci-fi ของไทยเล่มโตๆ ออกมาเขย่าวงการบ้าง ผมว่าคุณกิตติศักดิ์ทำได้ครับthai
นวกานต์ ราชานาค13 reviewsFollowFollowJune 16, 2025ชื่อเรื่องของหนังสือรวมเรื่องสั้นของ กิตติศักดิ์ คงคา เล่มนี้ทำให้นึกไปถึงคำพูดอันโด่งดังของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ ที่กล่าวถึงทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมว่าด้วย “ความน่าจะเป็น” ซึ่งขัดแย้งกับความคิดของไอน์สไตน์ที่คิดว่า พระเจ้า (หรือธรรมชาติ) ไม่ทอดลูกเต๋า (การทอดลูกเต๋าคือสัญลักษณของความน่าจะเป็น เพราะผลลัพธ์ว่าจะออกเลขอะไรนั้นไม่แน่นอนคาดเดาไม่ได้)ไอน์ไสตน์เชื่อมั่นว่าธรรมชาติมีเหตุผลและหลักการในการกระทำ ไม่มีความบังเอิญหรือความน่าจะเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นเช่นเดียวกับ ‘เออร์วิน ชโรดิงเจอร์’ ผู้เชื่อเช่นเดียวกับไอน์สไตน์ ชโรดิงเจอร์สร้างการทดลองในจินตนาการเพื่อแสดงให้เห็นสิ่งที่ขัดกับสามัญสำนึกของทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัม การทดลองนี้ถูกเรียกว่า ‘แมวของชโรดิงเจอร์’ในทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมบอกว่าถ้าไม่ถูกรบกวนโดยผู้สังเกต อนุภาคจะซ้อนทับอยู่ในหลายตำแหน่งตามความน่าจะเป็นที่มันจะอยู่ แต่เมื่อมันถูกสังเกตการณ์มันจะแสดงตำแหน่งที่แน่นอนแมวของชโรดิงเจอร์ถูกขังอยู่ในกล่องกับยาพิษในคนโทที่สามารถถูกทำลายได้ด้วยการปล่อยรังสีตามทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัม หากไม่มีการเปิดกล่องแมวจะอยู่ในสองสถานะที่เป็นไปได้ตามหลักความน่าจะเป็น นั่นคือ 'ความตาย' และ 'การมีชีวิต' ซ้อนทับในห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกับสามัญสำนึก แต่เมื่อกล่องถูกเปิดโดยผู้สังเกต ความจริงเพียงหนึ่งเดียวก็ปรากฏเช่นกันในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ (หลุมดำ/กล่อง) มีเรื่องราว (แมว) มากมายถูกรวมรวมอยู่ ทันทีที่ผู้อ่าน (ผู้สังเกตการณ์) เปิดอ่าน (เปิดกล่อง) ความจริงหนึ่งเดียวก็ปรากฏ ไม่มีความน่าจะเป็นอีกต่อไป (ไม่มีลูกเต๋า)นั่นหมายความว่าเรื่องแต่แนววิทยาศาสตร์ที่ดูเป็นจินตนาการที่มี ‘ความน่าจะเป็น’ ว่าจะเกิดขึ้นได้อนาคตในเล่มนี้ ต่างก็เป็น ‘เหตุการณ์จริง’ ที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในปัจจุบัน เพียงแต่มันถูกฉีกทึ้งโดยหลุมดำแล้วประกอบสร้างเป็นเรื่องใหม่ที่ยังมีความจริงซ่อนอยู่เหมือนที่เรื่องสั้นชื่อว่า ‘อนิยัตินิยมว่าด้วยความทรงจำของชโรดิงเจอร์’ ได้ให้คำจำกัดความโดยรวมของหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เอาไว้ผมไม่แน่ใจว่าผู้เขียนจงใจตั้งชื่อเล่มด้วยเหตุผลนี้หรือไม่ แต่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ผมขออธิบายปรากฏการณ์ไว้แบบนี้หากผู้อ่านรับได้กับเงื่อนไขทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกหยิยยกมาอ้างอิงแบบไม่เป็นเป็นเหตุเป็นผลเพียงพอและถูกละเลยรายละเอียดได้แล้วล่ะก็ รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ถือว่าอ่านได้สนุกเพลิดเพลินแต่ถ้าคุณปฎิเสธตรรกะและเงื่อนไขที่ถูกสร้างขึ้นแบบหลวม ๆ ในเรื่องสั้นเหล่านี้ งานนี้ไม่เหมาะกับคุณความเป็นวิทยาศาสตร์ในเรื่องถูกเอามาใช้เพื่อขับเคลื่อนเรื่องราวและสนับสนุนประเด็นที่ต้องการเล่ามากกว่าจะถูกใช้เป็นแก่นของเรื่อง บางเรื่อง (เช่น ผืนป่าสุดท้ายของอลา���เชอู) อาจไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขของความเป็นเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ เรื่องสั้นเหล่านั้นก็ถูกเล่าออกมาได้สมบูรณ์อยู่แล้ว���ย่างไรก็ตามแม้ความเป็นวิทยาศาสตร์จะเบาบาง แต่เรื่องราวทั้งหลายต่างก็สะท้อนภาวะปัญหาที่มนุษย์ต้องเผชิญในปัจจุบันได้อย่างดีไอเดียการออกแบบรูปเล่มถือว่าทำได้น่าสนใจทั้งการที่หนังสือถูกออกแบบให้อ่านจากด้านหน้าหรือด้านหลังก่อนก็ได้สิ่งที่ชอบคือการเสียดสีจิกกัดกับเรื่องสั้นที่ชื่อว่า ‘ผลการค้นหาเรื่องการกวาดล้างผู้เห็นต่างในหอความทรงจำแห่งชาติ’ ที่ไม่มีตัวอักษรใด ๆ นอกจากความว่างเปล่าราวกับจะบอกว่า ‘การกวาดล้างผู้เห็นต่าง’ นั้นถูกทำให้สูญหายไปโดยผู้มีอำนาจจนค้นหาไม่เจอเรื่องสั้นที่มีวิธีการนำเสนอที่ดีที่สุดคือเรื่อง ‘กลางกระแสกาลเวลาแห่งสาธารณ์’ ที่ใช้ความ เข้ม-จาง ของตัวอักษรเพื่อแสดงถึงภาวะการยึดติดในตัวตนของตัวละครอารมณ์ของเรื่องโดยรวมดูจะแห้งแล้งไปสักนิด แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่มีอารมณ์ขันและความเป็นมนุษย์ให้สัมผัสได้จากนี้ไปเป็นการสรุปและตีความสั้น ๆ ซึ่งเปิดเผยจุดสำคัญ ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อ่าน1. อัตถิภาวการณ์ของวิญญานไร้รูปรอยหากต้องการสร้างศาสนาและความเชื่อ วิทยาศาสตร์ไม่ใช่คำตอบเพราะศาสนาเกิดจากความกลัว ซึ่งความกลัวเกิดจาก ‘ความไม่รู้’ และ ‘ความไม่เข้าใจ’แต่วิทยาศาสตร์คือการแสวงหา ‘ความรู้’ และ ‘ความเข้าใจ’2. กลางกระแสกาลเวลาแห่งสาธารณ์ยิ่งความเป็นปัจเจกของตัวตนน้อยลง ก็ยิ่งยึดติดน้อยลงยิ่งยึดติดน้อยลง ก็รู้จักความพอเพียงแต่ความพอเพียงอาจเป็นแค่ยากล่อมประสาทให้ประชาชนเชื่องซึ่งมันทำให้ผู้มีอำนาจปกครองง่ายน่าสนใจตรงการใช้คำคล้ายกันอย่าง 'ละเลิง' (หลงลืมตัวเพราะความลำพอง) ในตอนต้น และใช้คำว่า 'ระเริง' (ร่าเริงเบิกบานใจ) ในตอนก่อนจบ เพื่ออธิบายความคิดของตัวเอกมองเผิน ๆ มันอาจดูคล้ายกันแต่ความหมายต่างกันลิบลับๆ3. ผืนป่าสุดท้ายของอลายเชอูเสียดสีได้เจ็บแสบกับการผลักภาระในการรักษ์โลกไว้กับประเทศโลกที่สาม ทั้งที่เขาอยู่อย่างยากลำบาก มีโรคติดต่อคนก็ตายมากมาย แถมยังโรแมนติไซส์ขายการท่องเที่ยว ด้วยการขายความสวยงามจากงานศพไว้ทุกข์ของคนอื่นได้หน้าตาเฉยถ้า CO2 + H2O >>> ต้นไม้ >>> กลูโคส (อาหาร) + O2 (อากาศ)กลายเป็น CO2 + H2O >>> Alyzeyu >>> กลูโคส (อาหาร) + O2 (อากาศ)ดังนั้นAlyzeyu = ต้นไม้แต่เป็นต้นไม้ที่ประเทศเจริญแล้วไม่ยอมปลูก หากก็ต้องการใช้ประโยชน์จากมัน4. จงเป็นมนุษย์/จงเป็นมนุษย์ถ้าปัญญาประดิษฐ์ฉลาดล้ำ แต่ไม่ตั้งคำถามต่อความไม่ยุติธรรม ไม่ตั้งคำถามต่อความเป็นไปของโลก ก็ไร้ประโยชน์5. ร้านแลกเปลี่ยนซื้อขายความฝันครบวงจรชายผู้มีความฝันถึงอิสระเสรีในกรงขังแห่งสังคมวรรณะแม่ = อดีตโรคที่ต้องกักตัวเฉพาะในบริเวณ = ระบบวรรณะ การแบ่งชนชั้นแม่เป็นโรค = อดีตที่มีระบบวรรณะตัวเอกติดอยู่กับแม่ = ตัวเอกติดอยู่กับระบบวรรณะการจะอยู่กับแม่ต้องขายฝัน = การจะอยู่กับระบบวรรณะ ต้องละทิ้งอิสระ6. ดำฤษณาของผู้มาหลังเที่ยงคืนจักรกลที่โกหกไม่เป็นไม่รู้จักสุดยอดในวิวัฒนาการณ์ของมนุษย์นั่นก็คือการโกหก7. ฮีโร่อย่างพวกนายน่ะขาดเราไม่ได้หรอกยิ่งมีคน(อยากเป็นคน)ดี ยิ่งมีความฉิบหาย8. อนิยัตินิยมว่าด้วยความทรงจำของชโรดิงเจอร์หลุมดำที่ดูดกลืนโลกนี้เข้าไปแล้ว แต่เศษซากความทรงจำกระจัดกระจาย ก่อตัวรวมเป็นเรื่องเล่าใหม่ ๆ ที่ยังพบเห็นเศษซากของความจริงเดิมว่าแต่มันเป็นแค่ความน่าจะเป็นหรือความจริงแล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่ายังไม่มีใครเปิดกล่องแล้วหยิบแมวของชโรดิงเจอร์ออกมาถือเป็นรวมเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง ในช่วงที่วรรณกรรมไทยขาดแคลนเรื่องแนววิทยาศาสตร์แม้ความเป็นวิทยาศาสตร์จะยังไม่เข้มข้นสะใจและอาจไม่ได้เป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่ก็ตาม
🎵36 reviewsFollowFollowJuly 6, 2024ดำฤษณาของผู้มาหลังเที่ยงคืน & ฮีโร่อย่างพวกนายน่ะขาดเราไปไม่ได้หรอก <3