Jump to ratings and reviews
Rate this book

ขุนนางชิงบัลลังก์ #3

ขุนนางชิงบัลลังก์ เล่ม 3

Rate this book
เหลียงเฟิงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อเขาตื่นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองเดินทางข้ามเวลาไปยังยุคโบราณและกลายเป็นเจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์จินตะวันตก เพื่อให้อยู่รอดในยุคโบราณ เขาจะต้องทำการสอบเก้าระดับเพื่อให้ได้เป็นขุนนาง ด้วยความสามารถและสติปัญญาทางด้านการสืบสวนที่เขามี ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตอยู่ในโลกอดีต และผู้คนต่างประทับใจในตัวเขา

456 pages, Paperback

Published July 1, 2023

Loading...
Loading...

About the author

Wu Lian Da Xiao

12 books2 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (43%)
4 stars
6 (37%)
3 stars
3 (18%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Jiji Jidapa.
408 reviews4 followers
October 19, 2023
รีวิว เล่ม 1-3

นิยายทะลุมิติอีกเรื่องที่ใส่เนื้อหาสาระการเอาตัวรอดแบบบัณฑิตชนชั้นกลางในสมัยโบราณช่วงสงครามกำลังปะทุมาแบบอัดแน่น ชนิดที่ว่าอ่านแล้วมีช่วงเหนื่อย ถึงจะน่าสนใจแต่บางครั้งก็รู้สึกเหมือนอ่านหนังสือตำราไปหน่อย

เหลียงเฟิงในมิตินี้เป็นนายท่านแห่งจวนสกุลเหลียง เป็นบัณฑิตหน้าตางดงามแต่อ่อนแอ เหลียงเฟิงเลยสร้างตัวสร้างอำนาจด้วยการรับคนเข้ามาใช้งานและถ่ายทอดความรู้สมัยปัจจุบันเอามาใช้เท่าที่ใช้ได้ อี้เหยียนก็เป็นอีกคนที่เหลียงเฟิงรับมาแล้วฝึกฝนให้กลายเป็นแม่ทัพของจวน

เนื้อหาการก่อร่างสร้างตัว การใช้คน การช่วงชิงอำนาจอ่านเพลินมากในช่วงแรกๆ แต่พออ่านมาถึงเล่มสาม เริ่มรู้สึกว่ามันซ้ำๆ บทก็เดิมๆ คือเหลียงเฟิงเจรจาสร้างความประทับใจ คนมีฝีมือยอมรับทำงานให้ รักเทิดทูน สร้างสิ่งประดิษฐ์สำเร็จ ความเก่งกาจเว่อร์วังของฝ่ายพระเอกพอจะมองข้ามๆ ไปได้ แต่พอมันเริ่มมากเข้าๆ มันเลยเริ่มไม่ลุ้นซะแล้ว

ความรักนั้นไม่มีเลยในเล่ม 1-3 มีแต่อี้เหยียนแอบรัก แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก ยิ่งพอมาเล่ม 3 เป็นช่วงขยับขยายฐานอำนาจ อี้เหยียนพยายามสงบใจจำกัดฐานะตัวเองแค่มือขวาคนสนิท ทั้งคู่เลยยิ่งไม่มีโมเมนท์ แม้แต่ความรำพึงรำพันของอี้เหยียนก็ยังแทบไม่มี เส้นเรื่องความรักจากที่ไม่มีอยู่แล้วเลยแห้งขอดมากขึ้นอีก ใครชอบอ่านเรื่องความรักเป็นหลักอาจจะข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่าค่ะ

อ่านไปได้สามเล่ม ถึงจะมีจุดบ่น แต่ก็คิดว่าโดยรวมยังสนุกอยู่ค่ะ ถึงตอนนี้เหลี่ยงเฟิงจะยังชนะมาใสๆ แต่เหตุการณ์ต่อๆ ไปก็น่าลุ้นอยู่เพราะสเกลของเรื่องเริ่มใหญ่ขึ้น กับเรื่องความรักที่เห็นแววว่าน่าจะปวดใจอยู่
Profile Image for nananatte.
460 reviews144 followers
May 11, 2026
ถ้าใครชอบ 'ปราชญ์กู้บัลลังก์' ก็ไม่ควรพลาด 'ขุนนางชิงบัลลังก์'
เป็นงานวายจีนโบราณ ประวัติศาสตร์ การเมือง การทหาร
แต่เส้นรักจะค่อนไปในทาง 'สวรรค์ประทานพร' มากกว่า

อ่านตอนแรกคือตกใจมากเพราะพล็อตเหมือน 'ปราชญ์กู้บัลลังก์' เลยนี่นา แต่แตกต่างกันตรงนิสัยตัวเอก และเรื่องนี้เป็นอิเซไก คนในยุคปัจจุบันกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างท่านโหวที่อ่อนแอ

เราชอบ 'ปราชญกู้บัลลังก์' แต่ก็มีจุดที่เรื่องนั้นไม่ได้ขยี้และขยาย ...กับสิ่งที่เรื่อง 'ปราชญ์กู้บัลลังก์' ไม่ได้ขยาย เรื่อง 'ขุนนางชิงบัลลังก์' อธิบายเพิ่มเติมให้แล้ว และอธิบายเยอะมากๆๆๆๆๆ ประหนึ่งตำราเรียนรัฐศาสตร์ฉบับประวัติศาสตร์จีน ^^;;;

ตัวเอกเป็นตำรวจมือดีในยุคปัจจุบัน เขาเติบโตมาในตระกูลกองทัพ จึงถูกท่านปู่และผู้คนในตระกูลเลี้ยงมาเป็นอย่างดีเพื่อให้วันข้างหน้าก็เป็นทหารต่อไป แต่เขาไม่ชอบการทำงานด้วยเส้นสายแบบนั้น อยากแสดงฝีมือเองมากกว่าจึงหนีไปเป็นตำรวจ ระหว่างล้อมปราบอาชญากรก็เสียชีวิต แล้วหลุดมาอยู่ในร่าง 'เหลียงเฟิง' ท่านโหวผู้อ่อนแอ รูปร่างหน้าตางดงาม เป็นยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนที่บ้านเมืองระส่ำระส่าย เกิดสงครามตลอดเวลา ถึงจะเป็นโหว แต่ก็ไม่ได้มีเงินและอำนาจมากนัก บ่าวไพร่ในมือก็ทุจริตกันเป็นปกติ

ในเมื่อวิญญาณข้างในเป็นคนยุคปัจจุบัน ย่อมหาทางแก้ไขสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ความเป็นอยู่ภายในจวนโหวให้กินอิ่มนอนอุ่น เจอคนตกยากก็เข้าช่วยเหลือด้วยเมตตา ถึงแม้ไม่มีเงิน แต่เหลียงเฟิงอ่านตำราออก เขาก็อ่านหนังสือการเกษตร แม้จะอ่อนแอถึงขั้นลุกขึ้นยืนเองก็โอนเอน ต้องมีคนคอยพยุงต่างไม้เท้า เค้าก็ใช้ปากสั่งการบ่าวไพร่ให้ทำตามคำสั่งได้

ร่างกายของเหลียงเฟิงนี้นอกจากจะเสพย์ยาเสพย์ติดเกินขนาด (เป็นความบันเทิงของชนชั้นสูงรูปแบบหนึ่ง) ร่างกายอ่อนแอมาแต่เดิม แล้วก็ยังจะถูกวางยาพิษจากคนในตระกูลหลักด้วย

นิสัยของเหลียงเฟิงน่ารักมากๆ เป็นคนใจดี มีเมตตา และเพราะมีการศึกษาจากโลกปัจจุบัน และถูกตระกูลทหารท่านปู่สอนสั่งอบรมมาดี (ค่อนข้างเว่อร์ที่เหลียงเฟิงรู้เยอะมาก 555 แต่ก็มองข้ามไปบ้างก็ได้)

เขาไม่ได้มองคนต่างเชื้อชาติเป็นศัตรูแบบที่คนจีนยุคนนั้นเป็น เมื่อเจอคนค้าทาสทำร้ายทั้งเด็กและคนแก่เหล่านั้น จึงซื้อทาสต่างชนชาติกลับมาทั้งหมด หนึ่งในนั้นคือ อี้เหยียน เด็กหนุ่มนัยน์ตาฟ้าเทา ที่เดี๋ยวก็จะเติบโตขึ้นมาเป็นพระเอกนี่เอง :-) (ก็บอกแล้วว่าพล็อตแทบไม่ต่างจาก 'ปราชญ์กู้บัลลังก์')

เนื่องจากในจวนไม่มีเงิน ตนเองไม่มีอำนาจ เหลียงเฟิงเลยต้องคิดวิธีหาเงิน... ใครมันจะไปคิดว่าเค้าจะเลือกสร้างตัวด้วยวิธีพุทธพาณิชย์! 555 อ่านไปก็จำขำไป เหลียงเฟิงถูกท่านปูของตัวเองสอนให้ท่องจำวัชรสูตรมาตั้งแต่เด็ก และก็ถูกสอนให้คัดพู่กันจีนมาตั้งแต่เด็ก ยุคที่ตัวเองหลุดเข้ามานี้ ยังไม่มีวัชรสูตรเผยแพร่ เค้าก็เลยสร้างโรงกระดาษ (ยุคนั้นกระดาษยังมีราคาแพง) แล้วก็คัดวัชรสูตรมาเผยแพร่ (ขาย) ในกระดาษเนื้อสวย ลายมืองดงาม ทั้งยังใช้วิธีซื้อ 1 แถม 1 คือซื้อวัชรสูตร แถมตำราป้องกันโรคระบาด (เหลียงเฟิงให้ค่ากับการป้องกันโรคมาก ทั้งที่ทั่วแคว้นติดโรคระบาดหมด มีแค่ดินแดนในความดูแลของจวนโหวที่แม้มีผู้ติดโรค แต่โรคก็ไม่แพร่เชื้อ)

ด้วยความที่เนื้อหาในวัชรสูตรมันล้ำค่าสูงส่ง ใครอ่านก็พลันตื่นกระจ่าง แถมท่านโหวผู้อ่อนแอผู้นี้มีกิริยามารยาทงดงาม เมตตาธรรมเป็นเลิศ แถมยังทำให้โรคร้ายที่ควรคร่าชีวิตผู้คนมากมาย... กลับไม่มีคนตายในดินแดนที่ตนเองปกครองอยู่ ผู้คนจึงแซ่ซ้องเหลียงเฟิงว่าเขาคือ 'อรหันต์' (เพราะเหลียงเฟิงบอกว่า พระพุทธเจ้ามาเข้าฝันบอกพระสูตรนี้ และบอกวิธีป้องกันโรคระบาด) ผู้คนจึงแซ่ซ้องไปทั่ว เขาก็เลยกลายเป็นอรหันต์เหลียงมา ณ แต่นั้น

ก็ต้องเล่าอีกว่า จีนในยุคนั้นลัทธิเต๋าและข่งจื๊อเป็นเสาหลัก ผู้นับถือพุทธมีน้อยนัก เมื่อทางวัดพุทธเห็นว่ามีคนผู้หนึ่งกล้าแอบอ้างพระพุทธเจ้าขึ้นมาแบบนี้ แทนที่จะตำหนิต่อว่า กลับเห็นดีเห็นงามว่าเป็นการโปรโมทพุทธศาสนา เรียกเหลียงเฟิงเข้ามา ขออนุญาตวัชรสูตรกันให้ขจรขจายมากไปกว่าเดิม! (ผลประโยชน์ลงตัวทุกภาคส่วนมากๆ ค่ะ ท่านเจ้าอาวาส อ่านไปก็ขำไป)

ฝั่งอี้เหยียน ที่เหลียงเฟิงซื้อตัวมาในฐานะทาส เขาก็ชุบเลี้ยงขึ้นมาจนกลายเป็นแม่ทัพประจำจวนโหว เหลียงเฟิงเคยฝึกตำรวจมาอย่างไรก็สอนเขาหมด เคยเรียนตำราพิชัยสงครามอะไรจากท่านปู่ก็สอนเขาหมด เพราะอี้เหยียนเป็นคนต่างเชื้อชาติ ไม่รู้อยู่แล้วว่าคนจีนต้องฝีกต้องรู้อะไรมา สอนอะไรเขาก็รับหมดไม่รู้สึกแปลก และอี้เหยียนก็เป็นคนมีพรสวรรค์ ฝีมือดาบ ธนู ขี่ม้าล้วนเป็นเลิศ พวกหมากกระดาน เกมวางแผนแม้จ���ทำไม่เป็น แต่ก็ฝึกได้ อี้เหยียนชอบใช้เวลากับนายท่าน(สรรพนาที่เรียกเหลียงเฟิง) และเราก็จะเห็นว่าอี้เหยียนจะแอบแข่งกับเหลียงหรง(ลูกของเหลียงเฟิง) อยู่บ่อยๆ และก็ทำให้เหลียงหรงไม่ค่อยชอบขี้หน้า เพราะคนผู้นี้ชอบมาแย่งเวลาของท่านพ่อเขา (เหลียนหรงเป็นลูกชายที่น่ารักสุดๆ ไปเลย!)

2 เล่มแรกสนุกมากๆ! เดินเรื่องเร็ว เป็นช่วงก่อร่างสร้างตัว เคลียร์ตัวปัญหาเก่าๆ ที่ติดตัวเหลียงเฟิงคนเดิมติดมา วางแผนเกษตรกรรม สร้างโรงเครื่องเคลือบ โรงกระดาษ สร้างบุคลากรมาประดับจวนโหว

แต่แล้วเราก็จะค่อยๆ เห็นว่าเรื่องจะเดินไปทางไหน เพราะคนเขียนจะเล่าเรื่องจาก 3 มุมตลอด คือ มุมที่เหลียนเฟิงอยู่ มุมจากแคว้นศัตรู และมุมของฮ่องเต้ในราชสำนัก ตอนแรกๆ ที่อ่านก็จะ map อะไรในหัวไม่ค่อยได้ แต่เรื่องมันจะเล่าสลับจากมุมนี้บ่อยๆ ทำให้คนอ่านรู้เลยว่าบ้านเมืองระส่ำระส่าย ขุนนางเชื่อถือไม่ได้ แคว้นศัตรูพร้อมบุกมาโจมตีตลอด

แล้วเราก็จะค่อยๆ เห็นการแผ่อิทธิพลของ 'อรหันต์เหลียง' ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งมากขึ้น จากท่านโหวที่ปกครองดินแดนเล็กๆ ก็ค่อยๆ ขยับมาเป็นเจ้าแคว้น แล้วก็ขึ้นมาเป็นเจ้ามณฑล แล้วก็ขึ้นมาครองสามมณฑล ...ยิ่งอ่านก็ยิ่งเหงื่อตก ^^;;; เพราะเหลียงเฟิงจริงๆ ก็เพียงแต่ต้องการดูแลราษฎรในปกครองของตนเองเท่านั้นเอง

จุดนี้นักเขียนเก่งมากๆ ชัดเจนว่าเหลียงเฟิงใช้ชีวิตตามหลักการของเมิ่งจื่อ คือราษฎรอยู่สูงสุด ดูแลผู้คนในสงบสุข กินอิ่ม อยู่สบาย สร้างขุมกำลังของตัวเองเพื่อดูแลอาณาเขตของตนเอง เมื่อคนอยู่เย็นเป็นสุข ใครจะไม่อยากปกป้องบ้านเมืองของตัวเองให้เป็นสุขเช่นนี้ต่อไป หนึ่งคือปราชาราฎร์ร่มเย็น สองคือทหารเข้มแข็ง

เป็นเรื่องไม่ปกติที่ขุนนางจะมีกำลังทหารเป็นของตัวเอง แต่เพราะเหลียงเฟิงมาจากอนาคต เขารู้ว่าจะช้าจะเร็วราชวงศ์จะถูกโค่น แคว้นนั้นนี้จะยกทัพแย่งชิงดินแดนกันไปมา ที่ตั้งของจวนโหวอยู่ไกลจากเมืองหลวง มิสู้สร้างกองกำลังของตัวเองไว้ใช้สอยปกป้องตัวเอง หากวันหน้าที่เมืองแตกแล้ว จะอย่างไรคนของตนก็ยังจะอยู่รอดปลอดภัย

คนอ่านก็จะเห็นว่าเหลียงเฟิงมี mindset แค่เท่านี้เลยจริงๆ แต่เพราะเขาเป็นคนใจดี คนจึงเข้ามาขอพึ่งพามากเข้าๆๆๆ และบัณฑิตขุนนางทั้งหลายที่มองว่าเขาเป็น 'ฝ่ายพุทธ' เมือเห็นการกระทำก็แบบ... 'นี่มันข่งจื๊อชัดๆ!' คนมีความสามารถจากทั่วหล้าจึงเป็นฝ่ายวิ่งมาขอสมัครงาน(สวามิภักดิ์) ช่วงเล่ม 3-5 ก็เลยจะมีตัวละครเจ๋งๆ โผล่เข้ามาทีละ 1-2 คน ตั้งแต่คนทำอาวุธ คนทำแผนที่ นักกลยุทธ์(มีทั้งระดับต้นและซีเนียร์)

ชอบประโยคนึงในเล่มมาก ...คือเราก็จะได้อ่าน POV หลากหลายมาก อาจารย์ของสำนักหนึ่งในเล่มบอกว่า ไม่เจอกับเหลียนเฟิงแค่ปีเดียว รัศมีของเขาเปลี่ยนจากท่านโหวคนหนึ่ง กลายเป็นรัศมีแบบเชื้อพระวงศ์ ซ้ำยังเป็นคนที่ 'จิตใจมีใต้หล้า' เป็นคนแบบที่หาได้ยากยิ่ง ท่านอาจารย์ชราผู้นี้ก็เลยยินยอมทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ก็คือมาเปิดโรงเรียนสอนราษฎรในจวนเจ้าเมืองตามที่เหลียนเฟิงกล่าวเชิญ

'ขุนนางชิงบัลลังก์' สนุกมากๆ แม้จะอ่านยากทีเดียว 555 เพราะตัวละคร+แคว้นเยอะแยะยุบยิบมาก love line น้อยสุดๆ แต่ละมุนีมากค่ะ! แบบว่าอ่านไปก็ต้องลุ้นไปว่าคู่นี้เค้าจะรักกันได้ยังไงเนียะ เพราะอี้เหยียนก็ภักดีกับนายท่านสุดๆ และเหลียงเฟิงก็มองอี้เหยียนเป็นแค่เด็กตัวเองที่เลี้ยงมา เรียกได้ว่าเป็นลูกศิษย์/ลูกน้องที่ปั้นมากับมือ แบบว่าภาคภูมิในตัวอี้เหยียนสุดๆ

และที่สำคัญ... ทั้งคู่แมนมากๆ เลยน่ะค่ะ เหลียงเฟิงชัดเจนว่าชอบผู้หญิง เพียงแต่ผู้หญิงในยุคนี้ อายุ 14 ก็ต้องแต่งงานแล้ว ตัวเขาเองไม่ได้สนใจเด็กหญิงอายุ 14-16 ที่อยู่รายล้อมตัวเองเท่าไร ใครพยายามจะยัดเยียดบุตรสาวให้ เขาก็ทำใจไม่ได้จริงๆ ที่จะแต่งงานกับเด็กขนาดนี้ ก็มีแต่ปฏิเสธไปว่าตัวเองมีดวงทำให้ภรรยาถึงฆาต (เพราะแม่ของเหลียงหรงก็เสียชีวิต และคู่หมั้นตัวเองก็เสียชีวิต)

ราวๆ เล่ม 5-6 ที่ Tension ด้านการเมืองเข้มพออยู่แล้ว Tension เส้นรักก็พีคสุดๆ ไม่แพ้กัน เพราะอี้เหยียนน่ะรู้ตัวก่อนนายท่านอยู่แล้ว แต่ได้แต่สะกดกลั้นมันเอาไว้เพราะรู้ว่านายท่านไม่ได้ชอบผู้ชาย อ่านแล้วลุ้นมากจริงๆ ว่าคู่นี้เค้าจะรักกันได้ยังไงคะ สงสารอี้เหยียนมาก คือฮีน่ารักสุดๆ อ่ะ! (ณ จุดนี้บอกได้ว่า คู่ความสัมพันธ์จะคล้ายๆ เซี่ยเหลียนกับฮวาเฉิงจาก 'สวรรค์ประทานพร' เพราะตัวละครมีความเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะสูงกันทั้งคู่เลย)

ช็อตที่ชอบมากๆ คือ ใช้ 1 บรรทัดในรายงานทหารเขียนจดหมายรักส่งข้อความถึงเหลียงเฟิง โอยยยย อ่านแล้วได้แต่กรีดร้อง ต้องให้กำลังใจอี้เหยียนมากถึงมากที่สุด! จะทำให้นายท่านรับรักได้ยังไง!

ดังนั้น ใครเพิ่งอ่านเล่มแรกๆ ก็ลุ้นไปค่ะ น้องต้องเสียสละใหญ่หลวงมากจริงๆ แต่ในที่สุดพอเห็นคู่นี้เค้ารักกันเราก็ดีใจ

แต่ขณะเดียวกันก็จะเห็นพัฒนาการตัวละครทั้งคู่แบบจัดเต็มอัดแน่นมากนะ คือฝั่งอี้เหยียนน่ะเห็นอยู่แล้ว เพราะเขาจะขึ้นมาเป็นแม่ทัพ แล้วฝีมือกับกลศึกจะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ฝั่งเหลียงเฟิงนี่สิ... คนเขียนเก่งเป็นบ้า ทำไมถึงทำให้คนๆ หนึ่ง level up up up ได้ไม่มีที่สิ้นสุดขนาดนี้! นี่มันเรื่องการปกครองบ้านเมือง กลยุทธ์สู้ศึก การป้องกันเมือง ฯลฯ ไปจนถึงสุดท้าย ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำก็ทำได้แล้ว เพราะในฐานะเจ้าผู้ครองนคร การสังหารคนผู้หนึ่งเพื่อทำให้ใต้หล้าสงบร่มเย็น ถ้ามันต้องทำก็ทำเถอะ

อ่านแล้วก็แบบ... กราบใจคนเขียน
เสียดายเขาไม่มีผลงานเรื่องอื่นๆ ถ้าเขียนอีกก็จะไปหามาอ่าน
Displaying 1 - 3 of 3 reviews