เป็นเล่มที่อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความปลอบใจ เราคิดว่ามันเป็นหนังสือที่มาถูกช่วงจังหวะมากๆ เราที่เหนื่อยกับการใช้ชีวิต (ถึงจะเอาไปเทียบกับใครไม่ได้) แต่การมีหนังสือสักเล่มพยายามโน้มน้าวเพื่อสื่อถึงหนึ่งประโยคว่า “พยายามได้ดีแล้ว” มันเหมือนได้คลายความทุกข์ในใจไปเปราะหนึ่ง
ร้านหนังสือมินาโตะที่เรารักอาจจะไม่ใช่หนังสือที่กลมกล่อมนักในแง่วิธีการเล่า ออกจะขาดๆ เกินๆ ล้นๆ แหว่งๆ ไปหน่อย อย่างจุดคลี่คลายเรื่องของตัวละครเอกกับอาจารย์ด้วยกันนี่รู้สึกได้เลยว่าเป็นคำพูดที่เหมือนโดนยัดเข้ามามาก อึดอัดแทน คนเราจะพูดกันแบบนี้ในวันที่พ่อลูกศิษย์เพิ่งตายหรอ 5555555 แต่นั่นแหละ มันเข้าใจได้เพราะเล่มมันบาง วิธีการเล่าเลยรวบรัดเพื่อให้เป็นไปตามเส้นเรื่องที่วางไว้
พูดถึงเส้นเรื่องที่ตั้งใจจะวางไว้ เราก็ไม่ได้คิดนะว่ามันจะถูกคลี่คลายมาแนวนี้ เนื่องจาก 1) ตัวละครหลัก-พระเอก-โยชิโตะ-อายุ 52 ปี (ตัวละครที่แก่กว่านี้ดำเนินเรื่องที่เคยอ่านมีแค่บริทมารีแล้วอะ 5555) เป็นอาจารย์ที่จู่ๆ พ่อที่ตัดขาดจากชีวิตมาเกือบ 40 ปีตายไป 2) วิธีการเล่าเรื่องในตอนแรกที่ได้ใส่ความเหนื่อยยากของความเป็นอาจารย์เข้ามา เลยนึกว่าเรื่องมันจะขมๆ กว่านี้หน่อย (แกต้องการอะไร ชั้นรู้นะ อยากสะท้อนสังคมมากหรอ) แต่กลายเป็นว่า อ่อ นี่แนวฮีลใจ (ก็ฮีลได้จริง ไม่เถียง) มันเลยแบบปรับมู้ดไม่ทัน นึกเอาเองว่า อจ.จะกลับมาสืบคดีความตายของพ่อ 55555555 ป่าว ไม่ใช่ ไม่ได้มาสืบคดีอะไรทั้งนั้น มาก้าวผ่านปมชีวิตในวัย 52 มากกว่า
พอคิดยังงี้แล้วก็รู้สึกทึ่ง ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็มีเรื่องที่ต้องก้าวผ่านทั้งนั้น และยิ่งเป็นเรื่องของคนในครอบครัวแล้วด้วย มันอาจจะยิ่งยากกว่าเดิม แม้การคลี่คลายจะง่ายไปหน่อย แต่การใส่เรื่องเทศกาลเข้ามาพอดีก็เข้าใจได้ พูดถึงเรื่องเทศกาล อจ.แกจะเขียนรายละเอียดเทศกาลเยอะไปไหน 5555 เข้าใจแล้วว่าอยากสื่ออะไรจ้า
จริงๆ เราก็ไม่เคยคิดความหมายของคำว่าครอบครัวมาก่อน ยิ่งในยุคปัจจุบันที่แบบ ลูกโตไปแล้วแยกกับครอบครัวดั้งเดิม มันเลยยิ่งแบบ เออ ครอบครัวมันเป็นแบบที่ในเรื่องว่าจริงๆนะ มันคือการรบกวนกันและกัน
พูดถึงการรบกวน เราก็เป็นคนแบบโยชิตะประมาณนึง คือไม่อยากสร้างความรบกวนให้ใคร แต่กับเพื่อนสนิทมากๆ ก็จะโดนบอกว่าไม่ได้เป็นการรบกวนเลย มีอะไรก็บอกได้เสมอ บางทีการที่เราคิดว่ารบกวนจนไม่กล้าพูดอะไรมันก็เป็นการขีดเส้นความสัมพันธ์รูปแบบนึง ยิ่งกับครอบครัวถ้าคิดแบบนี้มันคงอึดอัดน่าดู บางทีการรบกวน (ที่มันพอดี-ซึ่งก็พูดยาก) ซึ่งกันและกันได้มันก็บ่งบอกความสัมพันธ์รูปแบบนึง
เขียนไปเขียนมาชักยาว เล่มนี้มีหลายประเด็นที่เราสนใจ หลักๆ ก็คือเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว และการใช้ชีวิตที่ทุกคนต่างแบกรับความเหนื่อยยากของตนเองเสมอ หากไม่มีใครชมก็ชมตัวเองก็ได้ว่าพยายามมาได้ดีมากเลยนะ
ดีใจที่ได้อ่านเล่มนี้ค่ะ (แม้กลางๆ เล่มช่วงคลี่คลายความรู้สึกโยชิตะจะแหม่งๆไปหน่อย)