Jump to ratings and reviews
Rate this book

สถาปัตย์-สถาปนา: การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม

Rate this book
รวมบทความจากคอลัมน์พื้นที่ระหว่างบรรทัดในมติชนสุดสัปดาห์ของ ชาตรี ประกิตนนทการ เน้นเรื่องพื้นที่ (Space) และความหมายนัยซ่อนเร้น แฝงฝังด้วยอุดมการณ์ในสถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

พื้นที่เมือง ว่าด้วยความนัยที่ยอกย้อนซ่อนเร้นของการออกแบบพื้นที่เมือง ตั้งแต่เมืองที่กำลังเปลี่ยนกลายไปสู่เมืองของชนชั้นสร้างสรรค์ ปัญหาการศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในพื้นที่เมือง ความท้าทายใหม่ของศาสตร์ว่าด้วย Neuroarchitecture ต่อการออกแบบและวางผังเมือง ตลอดจนประวัติศาสตร์การเมืองของพื้นที่สาธารณะในสังคมไทย

พื้นที่ความเชื่อ ถอดรหัสความหมายของปรากฎการณ์ทางศิลปะและสถาปัตยกรรมที่อยู่ในพื้นที่ความเชื่อทางศาสนา ที่บางอย่างก็กลายมาเป็นมายาคติร่วมกันของสังคม บางอย่างก็เป็นปมขัดแย้งทางความเชื่อระหว่างผู้คน และบางอย่างก็เป็นข้อถกเถียงทางวิชาการที่ต้องได้รับการทบทวนใหม่

พื้นที่อุดมการณ์วิเคราะห์นัยยะทางการเมืองที่แฝงอยู่ในงานออกแบบเมืองและงานสถาปัตยกรรมซึ่งสอดคล้องกับความขัดแย้งทางการเมืองร่วมสมัยของไทย หลายกรณีเป็นปรากฏการณ์ในงานออกแบบที่ดูเล็กน้อยเสมือนไม่มีนัยสำคัญ แต่แท้จริงแล้วได้ซ่อนแฝงอุดมการณ์ทางการเมืองเอาไว้อย่างลึกซึ้งและแนบเนียน

344 pages, Paperback

Published October 1, 2023

1 person is currently reading
10 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
6 (37%)
4 stars
9 (56%)
3 stars
1 (6%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for loonchies.
242 reviews28 followers
July 12, 2024
หนังสือพูดถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมกับสถานที่ที่อาจจะมีความตั้งใจและความหมายแฝงที่อาจจะเป็นสิ่งที่นึกไม่ถึง

การออกแบบพื้นที่มันส่งผลกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมได้ สิ่งใหม่ที่นำเสนอมากับสิ่งเก่าที่หายไป
แต่จริง ๆ การออกแบบพื้นที่มันมีแง่มุมอีกเยอะแยะเลย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิต หรือการแสดงอุดมการณ์และความเชื่อบางอย่าง
บางทีเราอาจจะโดยความหมายแฝงของสถานที่ต่าง ๆ ชักจูงความคิดและมีอิทธิพลต่อการกระทำของมนุษย์อย่างไม่รู้ตัวก็ได้
(ซึ่งตัวอย่างที่ยกมาหลาย ๆ จุด คิดตามแล้วก็ได้แต่อุทานในใจว่า “เออว่ะ”)

“We shape our buildings; thereafter they shape us.” - Winston Churchill, 1935

หนังสือแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ ๆ คือ
พื้นที่เมือง, พื้นที่ความเชื่อ และ พื้นที่อุดมการณ์

อ่านละบลึ้งบลั้งมาก
เข้าใจที่ผู้เขียนเขียนไว้ในคำนำเลยว่า อยากนำเสนอว่าสิ่งที่แสดงที่คิด บางทีมันมีสิ่งที่แฝงไว้อยู่ แล้วบางทีเราทองข้ามไป
ทุกบทพยายามเสนอให้ลองนึกถึงสิ่งที่มองข้ามไปนี่ละ ขอบมาก
👍🏻ยกนิ้วให้เลยเป็นหนังสือที่กระตุกความคิดได้ดี ชี้ให้เห็นจุดที่เราไม่เคยมองมาก่อน

—————-

จุดที่เราตกผลึก/ชอบ อาจจะสปอลย์นิดหน่อย

พื้นที่เมือง
~ ชี้ให้เห็นว่า Gentrification มันน่ากลัวยังไง มันทำให้เมืองเปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองคนเพียงกลุ่มเดียว คือกลุ่มที่มีเงิน แล้วผลักคนอื่น ๆ ออกไป
มันทำให้ความหลากหลายและความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมหายไป ยิ่งบางทีสิ่งนี้กลับเกิดขึ้นโดยรัฐเป็นคนทำหรือสนับสนุนโดยมาในรูปแบบของคำว่า ฟื้นฟูและอนุรักษ์ ซึ่งบางทีต้องตระหนักให้มากว่าพูดอย่างแต่ผลมันเป็นอีกอย่างในระยะยาว มุ่งรักษาเมืองเก่าแค่เพียงกายภาพแต่ทอดทิ้งจิตวิญญานไป
พัฒนาแบบพิกลพิการ บนฐานของการเอาเปรียบขูดรีดและไร้หัวใจ ด้วยอิทธิพลของชนชั้นสร้างสรรค์ ที่เหมือนจะตั้งใจดีแต่ไม่ได้มองให้รอบและละเอียดพอ เป็นผักชีโรยหน้า สวยสดใสข้างในต้ะติ้งโหน่ง รสนิยมของคนกลุ่มที่เขาไปพัฒนาอาจจะเป็นคนละอย่างกับสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการและควรมีก็ได้ การตะบี้ตะบันสร้างสวนสาธารณะ ทางเดินริมแม่น้ำ/ทางจักรยาน อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกพื้นที่
แล้วตัวอย่างที่ยกมาพูดถึงในหนังสือคือเป็นย่านที่เราเติบโตมาทั้งนั้นเลย เราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเองเลย
~ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่ทำให้สิ่งชายขอบหลุดกระแส เข้ามาเป็นกระแสหลัก แต่ขณะเดียวกันก็เสียความท้าทายไป แล้วพื้นถิ่นนี่มันไม่ใช่เฉพาะชนบท/ชายแดน แต่มันรวมถึงสิ่งที่อยู่ในเมือง ในชุมชน การสร้างบางสิ่งเพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่าง เรื่องที่ยกตัวอย่างน่าสนใจ คือเรื่อง ชีวิตของคนคุ้ยขยะ เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ให้มันมีสิ่งที่ไม่ใช่ศึกษาเพื่อแค่หาแรงบันดาลใจ อาจจะไม่ได้นำไปสู่สิ่งใหม่หรือสร้างคุณค่า แต่อย่างน้อยก็เข้าใจวิถีชีวิตที่แตกต่างมากขึ้น
~ Neuroarchitecture เมื่อสถาปัตยกรรมส่งผลต่อสมอง เนี่ยเลยว่าอย่าเชื่อใจ perception ตัวเองมากนัก เพราะมันโดน manipulate ได้ ~ ความเจ็บป่วยทั้งกายและใจเป็นเพราะเราอาศัยอยู่ในที่ ไปเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่ทำร้ายสมองและจิตใจรึเปล่า? ~ แบบแผน คงามอยู่รอด ความรู้สึกพึงพอใจและความสุขจึงเป็นเรื่องเดียวกัน

พื้นที่อุดมการณ์
~ การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หลังการปฏิวัติ 2475 ความพยายามเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้เป็นของสาธารณะมากขึ้น นำมาสู่การพัฒนาในด้านต่าง ๆ
~ อนุสรณ์สถานความน่าละอายของชาติ ~ บางทีเราควรจะพัฒนาความรู้สึกละอายแทนต่อชาติ (เมื่อชาติทำผิด) จะได้ไม่ลืมหูลืมตารักชาติแบบเสียสติ หลงชาติ แล้วก็ไปดูถูกผู้อื่น จนละเลยความเป็นมนุษย์ไปได้ จะได้มีการตรวจสอบและตักเตือนไม่ให้ชาติหลงทาง ประวัติศาสตร์บาดแผลควรถูกเอามาพูดถึงให้คนตระหนักมากขึ้น เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด บางทีการสร้างสิ่งที่ทำให้ระลึกถึงด้านลบก็ช่วยเตือนใจคนในชาติไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้
~ การสร้างสรรค์วัฒนธรรม/นวัตกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่/เมืองที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในมิติต่าง ๆ การพยายามจัดนิทรรศการ/เวทีเสวนาเหมือนเป๋นความพยายามจอมปลอม ตราบใดที่เสรีภาพที่แท้จริงยังถูกปิดกั้น การจัดแสดงงานยังคงตอจะบสนองต่แอุดมการณ์แบบใดแบบหนึ่งเพียงแบบเดียว การเซ็นเซอร์ที่ไร้มาตรฐาน ต่อให้ทุ่มงบประมาณไปเท่าไรก็คงเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ความหวาดกลัวจะทำให้เจริญงอกงามได้อย่างไร
~ สถาปัตยกรรมคณะราษฎร ที่มีลักษณะลูกผสมชชวนคิดถึงการพัฒนาและนโยบายการเมืองสมัยจอมพล ป. ที่ถูกตีความเปลี่ยนไปตาม space & time การกระทำบางอย่างทำตามหลักการประชาธิปไตยหรือเพราะเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองเท่านั้น “มนุษย์ทุกคน นักการเมืองทุกฝ่าย และชนชั้นนำทุกระดับก็เป็นเช่นนี้ เราไม่มีทางรู้ว่าเขาทำไปเพราะเชื่อในสิ่งที่ทำหรือเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว” เราควรใช้กรอบวิธีมอง สงสัยแบบนี้กับทุก ๆ คน ไม่เพียงเฉพาะคนที่เราไม่ชอบ แต่รวมถึงคนที่เราสนับสนุนด้วย จะได้ไม่หน้ามืดตามัว ~~ หนังสือพูดต่อมาถึงความพยายามปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมสมัยคณะราษฎรตามสถานที่ต่าง ๆ แบบงง ๆ ~ อ่านแล้วก็อดนึกไม่ได้ว่า เอ้ะ นี่คือความพยายาม empire strikes back หรือเปล่า การรื้ออนุสาวรีย์ รื้อหมุดคณะราษฎร เปลี่ยนชื่อสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับคณะราษฎร ดูเป็นความพยายามลบความทรงจำคณะราษฎรให้หายไปแบบเงียบ ๆ ~~ การทำลายมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ตรงข้ามกับความคิดของเราที่ดำเนินอยู่โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและหลักการพื้นฐานใด ๆ มันคือสิ่งที่น่าเป็นห่วงนะ

พื้นที่ความเชื่อ
~ จิตรกรรมฝาผนังที่เพิ่งมาบูมช่วง 80 ปีสุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา ที่ไว้ใช้แสดงสถานะทางสังคม รวมถึงช่วยกระตุ้นศีลธรรมของผู้คนในยามไร้ระเบียบ
~ ราโชมอนบนยอดเขาพระสุเมรุ ~ เรื่องเล่าการต่อสู่ระหว่างความดีและความชั่วผ่านตัวละครเทวดาและอสูร ที่ถูกส่งต่อมาใน media ชนิดต่าง ๆ บางทีมันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น ความดีอาจไม่ได้ดีแท้ เหมือนจะรักษาศีลธรรม แต่จริง ๆ คืออ้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเองต่างหาก กลับกันความหยาบช้าที่ถูกกล่าวหาอาจจะเป็นการเรียกร้องความยุติธรรมก็เป็นได้ วิจารณ์เรื่องการกวนเกษียรสมุทรได้ถูกใจมาก มันเป็นความอิหยังวะที่สร้างความชอบธรรมให้เหตุการณ์บางอย่างหรือเปล่า การแปะป้ายว่านี่คือกลุ่มคนดี ต้องกำจัดพวกคนชั่วไม่ว่าจะใช้วิธีการใดแม้จะต้องใช้วิธีการชั่ว ๆ ก็ไม่ถือว่าชั่วเพราะได้กำจัดสิ่งไม่ดีออกไป (ไม่ดี ชั่ว นี่คือแค่ไม่ถูกใจคุณ ไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการรึเปล่า? แปะป้ายคนชั่วใส่เสียเลย) ปลูกฝังคุณธรรมความดีแบบกลับหัวกลับหาง มอง ตีความแบบตื้นเขิน ไม่มองถึงต้นตอปัญหาที่แท้จริง

Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
716 reviews139 followers
February 16, 2024
เม��่อพูดถึงสถาปัตยกรรม เรามักนึกถึงการออกแบบ พิมพ์เขียว รูปทรงลายเส้นต่างๆที่สุดท้ายกลายเป็นสิ่งก่อสร้างสวยงามให้เราได้ใช้กัน แต่จริงๆแล้ว สถาปัตยกรรมมันเป็นแค่เรื่องความสวยงาม จินตการของการออกแบบเท่านั้นหรือเปล่า

อ.ชาตรีบอกว่าไม่ใช่ครับ

หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมคัดสรรบทความของ อ.ชาตรีที่เขียนให้มติชนสุดสัปดาห์ในช่วงปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา โดยพูดถึงการเมือง มนุษยวิทยา หรือแม้กระทั่งจิตวิทยา เบื้องหลังการออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆที่ทำให้เราเห็นว่าสิ่งสำคัญของการออกแบบอาจไม่ใช่เพียงดูว่าเขาออกแบบอะไร แต่ต้องดูไปถึงว่า ทำไม เขาถึงออกแบบอย่างที่เราได้เห็นกัน

เล่มนี้เป็นการเขียนงานวิชาการแบบลำลอง เน้นให้นทั่วไปอ่านมากกว่าวิชาการเจาะลึกในเชิงสถาปัตยกรรม ไม่ำเป็นต้องมีคามรู้ด้านสถาปัตยกรรมใดๆเลยก็อ่านได้เข้าใจแน่นอนครับ

หากขมวดสาระสำคัญของเล่มนี้ออกมาเป็น 1 หัวข้อ ผมคิดว่ามันคือการชี้ให้เห็นว่า การที่นักออกแบบจะออกแบบอะไรซักอย่างหนึ่ง มันมีปัจจัยเบื้องหลังมากมายนอกไปจากเรื่องความสวยงามหรือความชื่นชอบด้านศิลปะ

เพราะหากเรามองสถาปัตยกรรมซักชิ้นหนึ่งให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ เราจะพบว่า อิฐหินดินปูนทุกชิ้นที่ก่อร้างสร้างขึ้น มันรับใช้ค่านิยมหรืออำนาจอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ดังเช่น ศิลปะของคณะราษฎร ที่หากศึกษาอย่างลงลึกจะพบว่าถูกคิดขึ้นมาเพื่อตบอสนองต่อนโยบายสาธารณะเป็นหลัก หรือ การปรับเปลี่ยนทิวทัศน์ของเมือง ก็ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างความสวยงาม แต่มันยังมีวิถีชีวิต ชุมชน วัฒนธรรมที่แนบติดอยู่กับสถานที่ที่อาจจะถูกเลาะทิ้งไปด้วยหากมีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์โดยไม่คิดคำนึงถึงเรื่องนี้มาก่อน และหากพูดไปให้ไกลกว่านั้น ยังพบอีกว่าสถาปัตยกรรมยังผูกโยงถึงความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ อำนาจเหนือธรรมชาติได้อีกด้วย โดย อ.ชาตรีได้ยกตัวอย่างให้เห็นในบทความเรื่องจิตรกรรมฝาผนังลุ่มแม่น้ำเจ้่าพระยา (ซึ่งเป็นบทที่ผมชอบที่สุดในเล่ม) ที่เราอาจนึกว่าถูกวาดไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่จริงๆแล้วภาพจิตรกรรมนี้ คือ หลวิธีหนึ่งในการเป็นเครื่องมือสอนสั่งผู้คนในช่วงปลายอยุธยาตอนปลาย ที่สังคมเริ่มเหลวแหลก เป็นดังกับกุศโลบายของวัดที่ใช้สอนศีลธรรมให้กับญาติโยมที่เข้ามาไหว้พระขอพรให้รำลึกถึงบาปบุญคุณโทษ จนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้ดียิ่งขึ้น

สถาปัตยกรรมอันโด่งดังกลายชิ้นในประเทศไทย อ.ชาตรีทำให้เห็นว่ามีเรื่องราวเบื้องหลังอีกมากที่เราควรศึกษาว่า เพราะอะไร ทำไมถึงสร้างและออกแบบมาดังเช่นที่เราเห็นทุกวันนี้ สถานที่สร้าง วัตถุดิบที่ใช้ ช่วงเวลาที่ถูกผลิตขึ้นมีแง่มุมให้เราคิดพิจารณาได้ทั้งหมดเลย อยู่เราอยากจะมองเรื่องเหล่านี้หรือไม่

เรื่องราวข้างหลังพิมพ์เขียว และอิฐหินดินทราย มีความนัยซ่อนเร้นอยู่เสมอครับ
Displaying 1 - 3 of 3 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.