What do you think?


นิติรัฐนิติธรรม: ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาเปรียบเทียบ
สารบัญ
คำนำ: นิติธรรมไทย: เฟื่องฟู และล้มเหลว
โดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
บทที่ 1 พัฒนาการของหลักนิติธรรมในอังกฤษ
โดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
บทที่ 2 แนวคิดเรื่อง État de droit ในระบบกฎหมายฝรั่งเศส
โดย วริษา องสุพันธ์กุล
บทที่ 3 หลักนิติรัฐในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
โดย ศศิภา พฤกษฎาจันทร์
บทที่ 4 นิติธรรมในสหรัฐอเมริกา
โดย อภินพ อติพิบูลย์สิน
บทที่ 5 ศาลรัฐธรรมนูญกับการแปลความหมาย สร้าง และบังคับใช้ “หลักนิติธรรมไทย”
โดย กล้า สมุทวณิช
______________________
บทความในหนังสือเล่มนี้ได้รับความกรุณาจากนักวิชาการรุ่นใหม่ผู้ศึกษาในระบบกฎหมายที่ตนรับผิดชอบในหนังสือเล่มนี้ ทั้งระบบจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบกฎหมายหลักที่นักนิติศาสตร์ใช้อ้างอิงในฐานะตัวแบบอยู่เสมอ โดยผู้เขียนแต่ละคนได้สำรวจที่มาและความหมายของหลักนิติธรรมหรือหลักการชื่ออื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ก่อนจะยกกรณีศึกษาจากคดีสำคัญในแต่ละเขตอำนาจมาเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจหลักการและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับหลักนิติธรรมของนานาอารยประเทศ
ปิดท้ายด้วยการสำรวจหลักนิติธรรมในไทยผ่านศาลรัฐธรรมนูญ
อาจกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้นำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับหลักนิติธรรมอย่างรอบด้านและทันสมัยที่สุดในตลาดวิชาการนิติศาสตร์ไทย
คำนำ: นิติธรรมไทย: เฟื่องฟู และล้มเหลว
โดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
บทที่ 1 พัฒนาการของหลักนิติธรรมในอังกฤษ
โดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
บทที่ 2 แนวคิดเรื่อง État de droit ในระบบกฎหมายฝรั่งเศส
โดย วริษา องสุพันธ์กุล
บทที่ 3 หลักนิติรัฐในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
โดย ศศิภา พฤกษฎาจันทร์
บทที่ 4 นิติธรรมในสหรัฐอเมริกา
โดย อภินพ อติพิบูลย์สิน
บทที่ 5 ศาลรัฐธรรมนูญกับการแปลความหมาย สร้าง และบังคับใช้ “หลักนิติธรรมไทย”
โดย กล้า สมุทวณิช
______________________
บทความในหนังสือเล่มนี้ได้รับความกรุณาจากนักวิชาการรุ่นใหม่ผู้ศึกษาในระบบกฎหมายที่ตนรับผิดชอบในหนังสือเล่มนี้ ทั้งระบบจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบกฎหมายหลักที่นักนิติศาสตร์ใช้อ้างอิงในฐานะตัวแบบอยู่เสมอ โดยผู้เขียนแต่ละคนได้สำรวจที่มาและความหมายของหลักนิติธรรมหรือหลักการชื่ออื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ก่อนจะยกกรณีศึกษาจากคดีสำคัญในแต่ละเขตอำนาจมาเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจหลักการและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับหลักนิติธรรมของนานาอารยประเทศ
ปิดท้ายด้วยการสำรวจหลักนิติธรรมในไทยผ่านศาลรัฐธรรมนูญ
อาจกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้นำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับหลักนิติธรรมอย่างรอบด้านและทันสมัยที่สุดในตลาดวิชาการนิติศาสตร์ไทย
- GenresLaw
296 pages, Paperback
Published December 1, 2023
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
February 15, 2024
นิติรัฐนิติธรรม
กับความจำเป็นของนักเรียนกฎหมายในการทบทวนหลักการนี้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่นักเรียนกฎหมายที่ต้องอ่าน แต่ผมมองว่านักกฎหมายก็ต้องอ่าน แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำงานด้านสาขากฎหมายมหาชน (กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายการคลัง) ก็ตาม
ในปัจจุบัน หลักนิติรัฐของไทยลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้อง/แสดงออกทางการเมืองใด ๆ รัฐบาลใช้กฎหมายคอยกดขี่ประชาชนทุกชนชั้น และรัฐก็อ้างว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมาย” โดยไม่คำนึงถึงฐานคิดเลยว่ากฎหมายนั้นถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
โดยหนังสือจะเปรียบเทียบการใช้หลักนิติรัฐนิติธรรมของต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบกันว่า คุณค่าพื้นฐานของหลักการคืออะไร เป้าหมายที่แท้จริงของหลักนิติรัฐนั้นอยู่ตรงไหน แล้วจะทำอย่างไรให้หลักนิติรัฐนั้นมั่นคงแข็งแรงและควบคู่กับหลักนิติธรรมได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกันคำว่าหลักนิติธรรมก็ถูกใช้จนเกล่อ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้คำนี้อย่างพร่ำเพรื่อแต่ไม่ได้ช่วยพัฒนาประชาธิปไตยอะไรเลย สะท้อนจากหลายคดี (มีในเล่ม)
น่าเสียดายที่ไม่มีการเขียนถึงหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศแถบเอเชียอย่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนี่น่าสนใจมาก ๆ แต่ก็เข้าใจได้ มันเขียนยาก
ปล.แล้วถ้าไม่ได้เรียนกฎหมายล่ะ อ่านได้ไหม คำตอบคืออ่านได้ครับ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่กฎหมายเทคนิค แต่เป็น ”ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญากฎหมาย“ และมีบทนำ introduction ปูพื้นฐานไว้ครับ
กับความจำเป็นของนักเรียนกฎหมายในการทบทวนหลักการนี้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่นักเรียนกฎหมายที่ต้องอ่าน แต่ผมมองว่านักกฎหมายก็ต้องอ่าน แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำงานด้านสาขากฎหมายมหาชน (กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายการคลัง) ก็ตาม
ในปัจจุบัน หลักนิติรัฐของไทยลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้อง/แสดงออกทางการเมืองใด ๆ รัฐบาลใช้กฎหมายคอยกดขี่ประชาชนทุกชนชั้น และรัฐก็อ้างว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมาย” โดยไม่คำนึงถึงฐานคิดเลยว่ากฎหมายนั้นถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
โดยหนังสือจะเปรียบเทียบการใช้หลักนิติรัฐนิติธรรมของต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบกันว่า คุณค่าพื้นฐานของหลักการคืออะไร เป้าหมายที่แท้จริงของหลักนิติรัฐนั้นอยู่ตรงไหน แล้วจะทำอย่างไรให้หลักนิติรัฐนั้นมั่นคงแข็งแรงและควบคู่กับหลักนิติธรรมได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกันคำว่าหลักนิติธรรมก็ถูกใช้จนเกล่อ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้คำนี้อย่างพร่ำเพรื่อแต่ไม่ได้ช่วยพัฒนาประชาธิปไตยอะไรเลย สะท้อนจากหลายคดี (มีในเล่ม)
น่าเสียดายที่ไม่มีการเขียนถึงหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศแถบเอเชียอย่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนี่น่าสนใจมาก ๆ แต่ก็เข้าใจได้ มันเขียนยาก
ปล.แล้วถ้าไม่ได้เรียนกฎหมายล่ะ อ่านได้ไหม คำตอบคืออ่านได้ครับ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่กฎหมายเทคนิค แต่เป็น ”ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญากฎหมาย“ และมีบทนำ introduction ปูพื้นฐานไว้ครับ
September 2, 2024
หนังสือดีงามมากจริงๆ แต่ละบทของหนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจลักษณะของความเป็นหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมในประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของหลักนิติรัฐหรือหลักนิติธรรมที่ได้รับการยอมรับกันในสากล ก่อนจะพามามองดูถึงหลักนิติธรรมแบบไทยๆที่กลายพันธุ์ จากหลักนิติรัฐ/นิติธรรมที่ควรจะเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคในทางกฎหมายและระบบยุติธรรมให้แก่ประชาชน กลายเป็นหลักการประหลาดของผู้ที่ใช้อำนาจ ตัดสินให้ดีให้ร้ายผู้อื่นเพื่อรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์บางอย่างที่พวกเขาเชื่อว่ามันดีมันถูกต้อง
October 13, 2026
เกี่ยวกับปรัชญากฎหมายเรื่องนิติรัฐและนิติธรรม ว่า 2 แนวคิดนี้มีที่มายังไง ก่อร่างพัฒนา มาเป็นระบบกฎหมายอะไรบ้าง ซึ่งบอกตามตรงว่าอ่านไม่เข้าหัวเลยคนับ มันน่าเบื่อมาก เนื้อหา ภาษา ศัพท์แสง อะไรต่าง ๆ มันวกไปวนมาตามประสากฎหมาย ซึ่งไม่ใช่แนวเราเลยคนับ ไกลตัวมาก จะเล่าเท่าที่ได้ละกันคนับ ไม่รู้มั่วป่าวนะ 😂😂😂
นิติธรรม (Rule of Law) มีที่มาจากอังกฤษแล้วขยายไปที่สหรัฐอเมริกา คือการมีหลักการ คุณค่า อะไรบางอย่างจากธรรมชาติ จารีต วัฒนธรรม สังคมมนุษย์ ที่มันอยู่เหนือกฎหมายลายลักษณ์อักษร กฎหมายต้องสอดคล้องไปกับคุณค่านี้ โดยมากเป็นแบบ common law (กฎหมายจารีต) ที่อิงจากคุณค่าทางสังคม อย่างอังกฤษที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรแค่ฉบับเดียว รัฐสภาคือรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจออกกฎหมายเหนือรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าอำนาจนี้มาจากประชาชน คือนิติธรรม
ในสหรัฐ ที่รับเอาแนวคิดนิติธรรมมาจากอังกฤษ ก็ใช้ common law เช่นกัน แต่จะมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งเขียนมาจากหลักนิติธรรม ว่าด้วย สิทธิ เสรีภาพ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน ซึ่งจะมีศาลมาพิทักษ์นิติธรรมในรัฐธรรมนูญนี้ มี due process of law ที่ว่าไปตามหลักนิติธรรม โดยยึดคำตัดสินจากคำพิพากษาก่อน ๆ เป็นฐาน ประมาณนี้คนับ
นิติรัฐ (Rechtsstaat) มีที่มาจากเยอรมัน เกิดมาจากรัฐ ที่ตรากฎหมายขึ้นมาปกครองประชาชน แต่ก็จำกัดอำนาจของรัฐด้วยกฎหมายของรัฐเองด้วย เพื่อรับรองว่ารัฐจะไม่ลุแก่อำนาจละเมิดสิทธิของประชาชน โดยจะเป็น civil law (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ที่มีตัวบทกฎหมายชัดเจน รัฐจะทำการใดที่กฎหมายไม่อนุญาตไม่ได้ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด และมีกฎหมายลูกตามลำดับชั้นลงไปโดยไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
วิธีการคือใช้นิติรัฐเชิงโครงสร้าง ที่แบ่งแยกอำนาจเป็นหลายฝ่าย มีนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อะไรพวกนี้ ที่ check & balance กันเอง คอยถ่วงดุลกันและกัน แล้วก็เชิงเนื้อหา ระบุไปในรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิของปัจเจก เสรีภาพ การจำกัดอำนาจรัฐ อะไรแบบนี้ด้วย คือมีการระบุคุณค่าที่รัฐต้องยึดถือพิทักษ์ไว้ชัดเจน โดยนิติรัฐใช้กันในพวกยุโรป เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส เป็นต้นคนับ
แล้วในไทย เราใช้แบบปน ๆ กัน นิติรัฐ/นิติธรรม ไม่ได้แยกนิยามออกมาชัดเจน คือระบบกฎหมายเราเป็นแบบนิติรัฐ มีรัฐธรรมนูญ แบ่งแยกอำนาจ มีโครงสร้างอะไรชัดเจน แต่ก็เอานิติธรรมมาใช้พิพากษาด้วย เช่น คดี 112 การวิจารณ์กษัตริย์ ว่าผิดหลักนิติธรรมของไทย ซึ่งกษัตริย์เป็นประมุขจะก้าวล่วงไม่ได้ อะไรแบบนี้คนับ เรียกว่าเป็นนิติธรรมแบบไทย ๆ ละกันคนับ 🤣🤣🤣
อันนี้เราสรุปเองนะคนับ นิติธรรม มีความ abstract ประมาณนึง อยู่ที่รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นได้ทั้งประชาชน เผด็จการ แล้วแต่สถานการณ์ ว่าจะยึดถือคุณค่าของอะไร ไม่ว่าจะ สิทธิของปัจเจก เสรีภาพ สถาบันกษัตริย์ ก็นำมาเป็น narrative ทางกฎหมายได้ทั้งนั้น ส่วนนิติรัฐ จะดู pragmatic ในแง่กระบวนการกว่า มันชัดเจนกว่า แต่อาจจะ rigid ไปกลายเป็นแค่ rule by law ได้ถ้ากระบวนการและเชิงเนื้อหาไม่รัดกุมพอคนับ
ก็เอาเท่านี้ละกันคนับ เนื้อหาจริงเยอะกว่านี้มาก เล่าที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์ หลักการ กระบวนการ อะไรต่าง ๆ ละเอียดยิบเลย แต่เราจะมาได้แค่นี้ล่ะ อ่านข้าม ๆ ไปเบอะอยู่เหมือนกันคนับ ไม่ไหว ไม่ใช่แนวจริง พวกกฎหมายอะไรนี่ อ่านแล้วจะหลับ 😴😴😴
นิติธรรม (Rule of Law) มีที่มาจากอังกฤษแล้วขยายไปที่สหรัฐอเมริกา คือการมีหลักการ คุณค่า อะไรบางอย่างจากธรรมชาติ จารีต วัฒนธรรม สังคมมนุษย์ ที่มันอยู่เหนือกฎหมายลายลักษณ์อักษร กฎหมายต้องสอดคล้องไปกับคุณค่านี้ โดยมากเป็นแบบ common law (กฎหมายจารีต) ที่อิงจากคุณค่าทางสังคม อย่างอังกฤษที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรแค่ฉบับเดียว รัฐสภาคือรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจออกกฎหมายเหนือรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าอำนาจนี้มาจากประชาชน คือนิติธรรม
ในสหรัฐ ที่รับเอาแนวคิดนิติธรรมมาจากอังกฤษ ก็ใช้ common law เช่นกัน แต่จะมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งเขียนมาจากหลักนิติธรรม ว่าด้วย สิทธิ เสรีภาพ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน ซึ่งจะมีศาลมาพิทักษ์นิติธรรมในรัฐธรรมนูญนี้ มี due process of law ที่ว่าไปตามหลักนิติธรรม โดยยึดคำตัดสินจากคำพิพากษาก่อน ๆ เป็นฐาน ประมาณนี้คนับ
นิติรัฐ (Rechtsstaat) มีที่มาจากเยอรมัน เกิดมาจากรัฐ ที่ตรากฎหมายขึ้นมาปกครองประชาชน แต่ก็จำกัดอำนาจของรัฐด้วยกฎหมายของรัฐเองด้วย เพื่อรับรองว่ารัฐจะไม่ลุแก่อำนาจละเมิดสิทธิของประชาชน โดยจะเป็น civil law (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ที่มีตัวบทกฎหมายชัดเจน รัฐจะทำการใดที่กฎหมายไม่อนุญาตไม่ได้ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด และมีกฎหมายลูกตามลำดับชั้นลงไปโดยไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
วิธีการคือใช้นิติรัฐเชิงโครงสร้าง ที่แบ่งแยกอำนาจเป็นหลายฝ่าย มีนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อะไรพวกนี้ ที่ check & balance กันเอง คอยถ่วงดุลกันและกัน แล้วก็เชิงเนื้อหา ระบุไปในรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิของปัจเจก เสรีภาพ การจำกัดอำนาจรัฐ อะไรแบบนี้ด้วย คือมีการระบุคุณค่าที่รัฐต้องยึดถือพิทักษ์ไว้ชัดเจน โดยนิติรัฐใช้กันในพวกยุโรป เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส เป็นต้นคนับ
แล้วในไทย เราใช้แบบปน ๆ กัน นิติรัฐ/นิติธรรม ไม่ได้แยกนิยามออกมาชัดเจน คือระบบกฎหมายเราเป็นแบบนิติรัฐ มีรัฐธรรมนูญ แบ่งแยกอำนาจ มีโครงสร้างอะไรชัดเจน แต่ก็เอานิติธรรมมาใช้พิพากษาด้วย เช่น คดี 112 การวิจารณ์กษัตริย์ ว่าผิดหลักนิติธรรมของไทย ซึ่งกษัตริย์เป็นประมุขจะก้าวล่วงไม่ได้ อะไรแบบนี้คนับ เรียกว่าเป็นนิติธรรมแบบไทย ๆ ละกันคนับ 🤣🤣🤣
อันนี้เราสรุปเองนะคนับ นิติธรรม มีความ abstract ประมาณนึง อยู่ที่รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นได้ทั้งประชาชน เผด็จการ แล้วแต่สถานการณ์ ว่าจะยึดถือคุณค่าของอะไร ไม่ว่าจะ สิทธิของปัจเจก เสรีภาพ สถาบันกษัตริย์ ก็นำมาเป็น narrative ทางกฎหมายได้ทั้งนั้น ส่วนนิติรัฐ จะดู pragmatic ในแง่กระบวนการกว่า มันชัดเจนกว่า แต่อาจจะ rigid ไปกลายเป็นแค่ rule by law ได้ถ้ากระบวนการและเชิงเนื้อหาไม่รัดกุมพอคนับ
ก็เอาเท่านี้ละกันคนับ เนื้อหาจริงเยอะกว่านี้มาก เล่าที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์ หลักการ กระบวนการ อะไรต่าง ๆ ละเอียดยิบเลย แต่เราจะมาได้แค่นี้ล่ะ อ่านข้าม ๆ ไปเบอะอยู่เหมือนกันคนับ ไม่ไหว ไม่ใช่แนวจริง พวกกฎหมายอะไรนี่ อ่านแล้วจะหลับ 😴😴😴
January 27, 2024
เนื้อหาค่อนข้างอ่านง่าย เป็นรูปธรรม ได้เห็นพัฒนาการความเป็นมาของหลักนิติธรรม หนักนิติรัฐ ของรัฐประชาธิปไตย รวมทั้งก่อให้เกิดคำถามต่อความเชื่อคุณงามความดี /พุทธแบบไทย ว่าทำไมในหลายๆโอกาส ไม่สอดรับหลักการนิติธรรม/นิติรัฐ ที่มุ่งเน้นการคุ้มครอง เสริมสร้างความยุติธรรมในสังคมการเมือง
October 14, 2024
โดยส่วนตัว หนังสือนี้เปิดพรมแดนความรับรู้เกี่ยวกับคำว่า "นิติรัฐ / นิติธรรม" ที่มีต้นกำเนิดและพัฒนาการจากอัสดงคตประเทศ อันได้แก่ อังกฤษ (Rule of Law) ฝรั่งเศส (État de droit) และเยอรมนี (Rechtsstaat) รวมถึงคำว่า "(ศุภ)นิติกระบวน" (Due Process of Law) จาก อเมริกา;
หลักการดังกล่าว (เหล่านั้น) ได้แพร่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก - ซึ่งข้าฯ เชื่อว่าคงมีทั้งที่เป็นการสมาทานเพื่อนำไปบังคับใช้อย่างแท้จริง และเป็นเพียงข้ออ้างในการจะบังคับใช้เพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฏฐาธิปัตย์;
เรื่องสุดท้ายของหนังสือที่กล่าวถึงหลักนิติรัฐ / นิติธรรมในแบบของประเทศในบุรพทิศ คือ ประเทศไทยนั้น - ฟังได้ว่าสามาทานเอาแนวคิดดังกล่าวมาใช้เช่นกัน และดูเหมือนว่าจะบัญญัติเป็นหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมากระทั่งปัจจุบัน โดยองค์กรที่ทำหน้าที่ในการธำรงหลักการดังกล่าวให้บังเกิดผลคือศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้อธิบายหลักการนิติรัฐ / นิติธรรมไว้ในหลายคำวินิจฉัย ซึ่ง (อาจเรียกได้ว่า) กลายมาเป็นหลักนิติรัฐ / นิติธรรมแบบไทยในที่สุด;
อนึ่ง หนังสือเล่มนี้ ชี้ให้ผู้อ่านได้หวนกลับไปพิจารณาถึงที่ไปที่มาของคำว่า "นิติธรรม" ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญด้วย นั่นคือ รายงานการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 และครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 2 วันที่ 6 เมษายน 2550 อีกด้วย;
ป.ล. ย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือ ได้กล่าวถึงบางสิ่งบางอย่างที่อาจเป็นประดุจ "ปีศาจ" (ที่ "สาย สีมา" กล่าวถึง) ที่ปรากฏในเรื่องเล่าของเสนีย์ เสาวพงศ์ไว้ด้วย./
หลักการดังกล่าว (เหล่านั้น) ได้แพร่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก - ซึ่งข้าฯ เชื่อว่าคงมีทั้งที่เป็นการสมาทานเพื่อนำไปบังคับใช้อย่างแท้จริง และเป็นเพียงข้ออ้างในการจะบังคับใช้เพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฏฐาธิปัตย์;
เรื่องสุดท้ายของหนังสือที่กล่าวถึงหลักนิติรัฐ / นิติธรรมในแบบของประเทศในบุรพทิศ คือ ประเทศไทยนั้น - ฟังได้ว่าสามาทานเอาแนวคิดดังกล่าวมาใช้เช่นกัน และดูเหมือนว่าจะบัญญัติเป็นหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมากระทั่งปัจจุบัน โดยองค์กรที่ทำหน้าที่ในการธำรงหลักการดังกล่าวให้บังเกิดผลคือศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้อธิบายหลักการนิติรัฐ / นิติธรรมไว้ในหลายคำวินิจฉัย ซึ่ง (อาจเรียกได้ว่า) กลายมาเป็นหลักนิติรัฐ / นิติธรรมแบบไทยในที่สุด;
อนึ่ง หนังสือเล่มนี้ ชี้ให้ผู้อ่านได้หวนกลับไปพิจารณาถึงที่ไปที่มาของคำว่า "นิติธรรม" ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญด้วย นั่นคือ รายงานการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 และครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 2 วันที่ 6 เมษายน 2550 อีกด้วย;
ป.ล. ย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือ ได้กล่าวถึงบางสิ่งบางอย่างที่อาจเป็นประดุจ "ปีศาจ" (ที่ "สาย สีมา" กล่าวถึง) ที่ปรากฏในเรื่องเล่าของเสนีย์ เสาวพงศ์ไว้ด้วย./
Displaying 1 - 5 of 5 reviews






