Froggie795 reviews40 followersFollowFollowApril 19, 2015ประทับใจเกือบทุกอย่างในเล่ม โดยเฉพาะภาษาที่บรรยายจนเคลิบเคลิ้มเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่อง จินตนาการในหัวพาให้เรารู้สึกถึงลมพัด หอมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าและไอแดด ถ้าให้เล่าก็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องของมิตรภาพและชีวิตในชนบทของเด็กชายสองคนที่ผูกพันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่สำหรับเราแล้ว เราคิดว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจของเด็กกับธรรมชาติ ผู้เขียนสื่อแง่มุมที่ใสบริสุทธิ์ของวัยเยาว์ออกมาได้น่ารักมาก ธรรมชาติก็มีแต่ความงดงามรื่นละมุนตื่นตาตื่นใจ แทบไม่เอ่ยถึงความโหดร้ายหรือยากเข็ญเลย เรียกได้ว่าเน้นความงดงามของโลกอุดมคติได้อย่างสมเป็นวรรณกรรมเยาวชน ทั้งหมดนี้จนกระทั่งบทสุดท้าย ที่รู้ทั้งรู้ว่าโลกแห่งความจริงต้องกระแทกเข้ามา แต่ก็ยังไม่อยากยอมรับมัน เป็นตอนจบที่แฝงอารมณ์เศร้าเหงาๆ อย่างเด็กที่ต้องเติบโตขึ้น และลืมตาจากจินตนาการถึงแม้ผู้เล่าเรื่องจะเป็น "ผม" แต่ตัวเด่นในเรื่องแน่นอนว่าคือ โทน ตอนแรกเราคิดว่าโทนเหมือน ฮัค ในทอม ซอว์เยอร์ แต่แนวเรื่องมันไม่ใช่แบบนั้น เราชอบจินตนาการของโทนเสียจนคิดว่าหมอนี่ควรจะมาเขียนวรรณกรรมแฟนตาซี ^^ ก้อนไฟกับเงาฉาย เมฆหายไปเป็นต้นไม้ ฤดูลม ฤดูไฟ ฯลฯ "ฤดูไฟน่ะหรือ อะไรๆก็จะติดไฟ ไฟจะลุกไปทั่ว มีไฟทุกสี สีเขียวตองอ่อน สีฟ้า สีดำ สีคราม สีม่วง สีลายๆ ไม่ใช่มีแต่ไฟสีส้มๆแดงๆอย่างเดี๋ยวนี้ แล้วก็ไม่ใช่มีแต่ไฟร้อนๆเท่านั้น ยังมีไฟเย็น ไฟหนาว ไฟอุ่น ก็แล้วแต่ว่าใครจะอยากใช้ไฟแบบไหน หน้าหนาวก็ใช้ไฟอุ่น หน้าร้อนก็ใช้ไฟเย้น เปลวของมันก็มีหลายแบบ ลุกเป็นฝอยๆ เป็นแผ่นบิดพันเหมือนเลื้อยช้าๆ ม้วนเป็นเกลียวไปมา บ้างก็ลุกปลายแหลม บ้างก็ลุกปลายบาน เดี๋ยวนี้เหลือแต่ไฟร้อนๆสีแดงๆสะบัดเปลวพรึ่บๆอยู่แบบเดียว ฉันไม่อยากจะเอ่ยถึง เมื่อก่อนมีไฟอยู่ทั่วไป ในดิน ในน้ำ ก้อนกรวด ก้อนหินติดไฟได้ทั้งนั้น... เมื่อก่อนฤดูไฟเคยช่วยให้ลูกไม้สุก อย่างมันเทศ ฟักทอง ข้าวโพด พอมันแก่แล้วก็สุกหอมคาต้น ที่เหนียวก็จะนิ่ม ที่แข็งก็จะนุ่ม มันเทศจะเนื้อร่วนซุย ฟักทองเจะเหลืองหวานอร่อย แล้วเดี๋ยวนี้เป็นไง เราต้องเสียเวลามาต้มไฟก่อนถึงจะกินได้"เสียดายที่ตอนจบทำให้ใจหายนิดๆ แต่พอคิดว่าโทนก็เหมือนกับ forest spirit ใน Princess Mononoke ก็โอเคนะของกินในเรื่องบรรยายได้ชวนหิวสมเป็นหนังสือเด็ก อ่านแล้วคิดถึงบ้านเล็กในป่าใหญ่มากๆ น้ำลายสอท้องร้องด้วย อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีก อินไปกับตัวละครแทบทุกอย่าง ฉากที่เห็นบึงหญ้าครั้งแรกก็ตื่นเต้นเหมือนขึ้นไปยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ด้วยกัน ฉากปู่เรือเป็นลมเราก็กลัวด้วย (เป็นเอามาก) ตอนจบบทแข่งกีฬา หัวใจเราบีบจี๊ดๆ ชอบภาษาคุณคนเขียนจริงๆแอบเห็นแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการที่แฝงอยู่ในเรื่อง (ปลื้ม) น่าเสียดายที่เราไม่มีธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างในเรื่องให้เด็กๆสัมผัสอย่างนั้นอีกแล้ว4.5 ดาว top-others year-2015
Pawit Mahattanasing88 reviews33 followersFollowFollowOctober 4, 2019เคยอ่านตอนไปอยู่กับลุง บ้านลุงอยู่แถวปากอ่าวบางตะบูน ผมเรียนอยู่ชั้นม.ต้น สมัยก่อนยังไม่เจริญ ต้องซื้อน้ำใช้จากเรือส่งน้ำ ไปโรงเรียนต้องนั่งเรือข้ามฟากแล้วเดินคลุกฝุ่นถนนลูกรังเป็นกิโลฯ ตอนนี้มีสะพานข้ามปากอ่าวละ แต่โตแล้วไม่เคยกลับไปสักครั้ง แม่เล่าให้ฟัง แล้วผมมาเล่าเรื่องตัวเองทำไมวะเนี่ย ปัดโถ๊! เขาให้รีวิวหนังสือ คือจะบอกว่าตอนนั้นอ่านจบไปโดยที่ซึมซับอารมณ์เหงาๆ หงอยๆ เข้าไว้เต็มเปี่ยม อินจัดถึงขนาดที่ว่า ครูให้เขียนเรียงความ ผมก็ใช้หนังสือเล่มนี้แหละเป็นแนวทาง ครูอ่านแล้วเรียกไปถามว่าลอกที่ไหนมาหรือเปล่า ผมบอกไม่ได้ลอก พอตอบแล้วก็คิดในใจว่าคำศัพท์บางคำเราก็ลอกมานี่หว่า อย่างคำว่า 'เอนอิง' อะไรแบบนั้น คิดว่ามันเท่แบบเหงาๆ ดีเลยเอาไปใส่เรียงความด้วย แล้วก็มีตอนนึงที่เขียนว่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง แล้วจู่ๆ มันก็เงียบไป คงมีใครจับมันได้ 555+ หว่องๆ เวิ่นๆ แต่สมัยนั้นยังไม่มีหว่อง ครูอ่านแล้วก็คงจะชอบอยู่บ้างแหละ เพราะสรุปว่าชนะเลิศในห้องอะ อิอิ ได้รางวัลผ้าขนหนูอะไรไม่รู้ คู่กับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งผมไปเจอหนังสือมือสองขายออนไลน์น่ะนะ เลยซื้อมา พอได้มาปุ๊บ เปิดหารูปฝักมะขามเทศ เพราะจำได้ว่าตอนนั้นหัดวาดรูปฝักมะขามเทศที่ฝักมันม้วนๆ เป็นเกลียวอะ หัดวาดตามในหนังสือ แต่ฉบับพิมพ์นี้ไม่มีรูปมะขามเทศ เปิดหาตั้งนานก็ไม่เจอ ทำไมไม่มีอะ เสียใจ รูปลูกยางที่มีหูยาวๆ ก็ไม่มี หลายๆ รูปเลยที่จำได้ หายไปหมด ลองกูเกิ้ลดูจึงรู้ว่าเล่มที่เคยอ่านตอนเด็กเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 /2529 (สำนักพิมพ์กอไผ่) โหย ฉบับพิมพ์ใหม่รูปหายไปเยอะเลย พอบอกแบบนี้เดี๋ยวคนแย่งกันหาซื้อไอฉบับพิมพ์นั้นก็จะหายากอีก ใครมีแหล่งกระซิบมาบอกหน่อยนะ ถ้าราคาไม่แพงมากเกินไป 555+ จบละ สรุปไม่มีรีวิวอะ ถ้ายังไม่ได้อ่านก็ไปอ่านเองละกัน หนังสือดี
Juttawa1 reviewFollowFollowMarch 23, 2019สองบทสุดท้ายบีบหัวใจมากครับ ผมเข้าใจและสงสารคนอย่างโทนมากๆและเข้าใจตัวเอกของเรื่องด้วย ฉากที่ตัวพระเอกจะต้องขึ้นรถไปกรุงเทพฯแล้วโทนมาส่งนี่เป็นอะไรที่สะเทือนใจผมมาก ผมนึกถึงแววตาสีหน้าท่าทางของโทนออกเลย “คนนอกเสมอมาและเสมอไป”
Suphap Duangsan141 reviews13 followersFollowFollowJuly 11, 2019"ผมเพิ่งรู้ว่าสายตาคนเราสามารถเห็นได้กว้างไกล รู้สึกยิ่งกว่าแหงนมองท้องฟ้า ไม่ใช่ถนนแคบ ๆ ต้นไม้บีบ ๒ ข้างอย่างทางไปหาดเสี้ยว ไม่เหมือนลำแควที่มีหลายอย่างให้ตื่นตาที่เราเคยล่องเรือ หรือเขาสูงเสียดฟ้าจนเราต้องหงายหน้ามอง แต่เป็นเวิ้งน้ำแห่งชีวิตที่พวกนกจะมาบินวนกันจนฟ้าพราว และน้ำก็เต็มไปด้วยเต่าปลา สัตว์นานาชนิดเริงร่าเข้าอาศัย มาดำผุดดำว่าย มาวางไข่เงียบ ๆ แล้วเลี้ยงลูกของพวกมันให้โต เพื่อจะสอนบินสอนว่ายให้รู้จักดำน้ำและเลื้อยคลาน เปลี่ยนบึงหญ้าใหญ่ให้เป็นโรงเรียน"________________________บึงหญ้าป���าใหญ่เทพศิริ สุขโสภา เขียนสำนักพิมพ์มติชน________________________ความสุขเมื่อครั้งเยาว์วัย...ย่อมอบอวลในความทรงจำอยู่เสมอทุกครั้งที่เราหวนคิดถึงมันหากพวกเราได้พบกันอีกครั้ง สายตาบริสุทธิ์ที่เรามองโลกในครั้งนั้น มันจะค���เดิมหรือเปลี่ยนแปลงไปไกลแค่ไหน..หรือเพราะความเป็นผู้ใหญ่ทำให้หัวใจเรากระด้างขึ้นถ้าเราไม่เห็นจินตนาการครั้งนั้นหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วคิดถึงครูจันดี ครูเทพ โดยเฉพาะครูเรวดีที่จับมือน้อยของผมเขียน ก.เอ๋ย ก ไก่ เป็นครั้งแรกในชีวิตคิดถึงเพื่อนร่วมห้องที่ในสายตาใครหลายคนพวกเขาอาจจะเกเรมากกว่าเด็กคนอื่น แต่ผมก็ยังยินยอมให้พวกเขาลอกข้อสอบแล้วเสี่ยงโดนตี เพราะกลัวพวกเขาบางคนต้องสอบตก เนื่องจากพวกเขาบางคนเคยช่วยผมไว้ตอนถูกเด็กเกเรชั้นโตกว่ารังแกเพื่อนที่พากันไปโดดท้องร่องเก็บชมพู่มะเหมี่ยวที่ครั้งสมัย 35 ปีก่อน โรงเรียนวัดด่าน ถนนพระราม ๓ เขตยานนาวา ใจกลางกรุงเทพมหานคร ยังคงมีสวนหมาก มะพร้าว ชมพู่ มะม่วงให้พวกผมสอยกินยามเล่นสนุก มีท้องร่องให้เราวิดปลาช่อน แล้วกลับบ้านทั้งชุดนักเรียนเปื้อนโคลนจนโดนพ่อแม่ตีด้วยเข็มขัดคิดถึงกลุ่มเพื่อนกบ ธนชัย,แบ็งค์ อนุชา ,ปุ๊ย ประสิทธิ์,ป้อ ประพันธ์,มานพ,เต๋า ชัยณรงค์,บุญเลิศ ที่เคยโดดน้ำท่าน้ำวัดด่าน แต่ที่หนักสุดโดดเรียนนั่งเรือหางยาวไปลงท่าน้ำวัดคลองเตยนอก แล้วนั่งรถเมล์กลับโรงเรียนจนโดนครูจันดีตีก้นจนเนื้อแตกบางคนยังได้พบ...บางคนก็หายไปจากชีวิตบนเส้นทางที่เราต่างก็เลือกเอง
Atisak Chuengpattanawadee26 reviews8 followersFollowFollowJanuary 17, 2016วรรณกรรมเยาวชนไทยที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ผู้เขียนมีน้ำเสียงเฉพาะตัวในการเล่าเรื่องที่อ่านแล้วเหมือนแกมายืนเล่าให้ฟังอยู่ตรงหน้า
Whale Read414 reviews33 followersFollowFollowAugust 4, 2019ยอดเยี่ยมมากทั้งเนื้อเรื่องและอารมณ์รู้สึกเหมือน เจ้าชายน้อยแห่ง ประเทศไทยรู้สึกสะเทือนใจในตอนจบมาก . . . คิดถึงใครสักคนที่ยังคงอยุ่ที่เดิม แม้เวลาจะผ่านไปไม่น่าจบแบบนี้ ทำฝันของเด็กๆสลายทุกอย่างดูใหม่เอี่ยมสมบูรณ์ ราวกับฤดูฝนครั้นแล้วบรรดาเด็กเล็กเด็กใหญ่ที่หัวใจร่ำหากันตลอกปิดภาคฤดูร้อนอันยาวนานก้เปลี่ยนลานเศร้ารอบศาลา ให้ร่าเริงด้วยการเล่นนับไม่ถ้วนแม่ทุกคนพยายามดันหลังลูกของตัวให้ออกไปวิ่ง ราวกับว่าเป็นความปรารถนาของแม่เองต่อความรู้สึกลับๆเลือนๆ ที่พวกผู้ใหญ่มักจะพากันลืมต้นไม้ตายมา กลายเป็นเรือ อยุ่กับปู่ก้ดูมีชีวิตชีวา "ห้าเชือกเป็นไง" ปู่เจ้าบ้านเรียกใบละร้อยตามรูปช้างข้างในธนบัตร เลี่ยงไม่พูดเงินร้อยเพราะถือเป็นของบาดใจผมก้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไรผิด. . .ก้ในเมื่อเราแข่งขัน ยืนกันเป็นคู่ๆ จะให้ผมวิ่งไปก่อนได้ยังไง ไม่มีใครสักคนอธิบายให้ผมฟังว่านั่นเป็นการวิ่งผลัด รับไม้แล้ววิ่งได้เลย ไม่ต้องรอกัน. . . . โรงเรียนผมแพ้แบบฝนชะช่อมะม่วงนั่นไง ไม่ใช่ฤดูฝนสักหน่อย แต่ฝนมันก้จะตก ให้ดอกมะม่วงมันติดน้ำนี่แหละที่ทำให้ต้นไม้แข็งใช่ น้ำแข็งเวลามันละลายนะ มันจะไหลลงไปข้างล่าง แต่ก้อนไฟ เวลามันละลาย มันจะลุกกลายเป็นไฟ ขึ้นข้างบน"โอ้โห ตรงข้ามกันนะซี" ในโลกนี้แม้สักคนเดียวก้แทบไม่มีที่จะรักษาการมองเห็นอย่างวัยเด็กไว้ได้ ดวงตาฉันกระด้าง เพราะว่าฉันเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทุกที . . .children-literature
ดินสอ สีไม้1,074 reviews179 followersFollowFollowJanuary 17, 2016เรื่องเล่าของมิตรภาพระหว่างสีขาวกับสีดำความสัมพันธ์ที่มีความเฉพาะตัวระหว่างเด็กดื้อกับเด็กดีเรื่องราวอันเป็นความทรงจำผนวกกับจินตนาการ .. สวยปนเศร้าทั้งๆ ที่เป็นหนังสือสำหรับเด็กแต่กลับเป็นหนังสือที่เราอ่านจบแล้ว ความรู้สึกข้างในยังไม่ยอมจบบึงหญ้าป่าใหญ่ .. ยังคงอึนๆ มึนๆ อยู่ในหัวใจ2016 thai