What do you think?


ผ่านพบไม่ผูกพัน
"ความเรียงสั้นชุดนี้เป็นทัศนะล่าสุดของผมที่มีต่อโลกต่อชีวิต ทัศะที่ได้มาจากการเฝ้าพินิจประสบการณ์ของตัวเองมากว่าห้าสิบปี และการเรียนรูความจริงโดยผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น"
(ผู้เขียน)
(ผู้เขียน)
- GenresNonfiction
174 pages
First published January 1, 2007
About the author
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
47 books61 followersเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 นักเขียนรางวัลศรีบูรพา เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยมีชื่อจัดตั้งว่า "สหายไท" ในช่วง พ.ศ. 2518 - 2523 เสกสรรค์มีความเห็นขัดแย้งหลายประการกับกรรมการกลางของพรรคฯ และต่อมาได้แยกตัวออกจากพรรค ฯ และได้รับนิรโทษกรรมในเวลาต่อมาจากคำสั่งที่ 66/2523 ในขณะที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 14 of 14 reviews
October 19, 2019
ชอบบางบทมาก แบบมากๆ
แต่กับบางบทก็เฉยๆ ไปเลย เข้าไม่ถึง
คงขึ้นกับประสบการณ์ในแต่ละส่วนของชีวิตด้วย
แต่กับบางบทก็เฉยๆ ไปเลย เข้าไม่ถึง
คงขึ้นกับประสบการณ์ในแต่ละส่วนของชีวิตด้วย
May 28, 2019
เรื่องเล่าการเดินทางของคุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล แต่เป็นการเดินทางภายในจิตใจของคนที่ตกตะกอนความคิดมาระดับนึง
การมองสายน้ำ ท้องฟ้า ภูเขา ทะเลไม่ได้มองเพียงความงามภายนอกอีกต่อไป แต่ลงลึกไปถึงธรรมชาติ การก่อกำเนิด การเปลี่ยนแปลง จนย้อนมามองถึงจิตใจตนเอง
อ่านแล้วรู้สึกสงบ อยากออกไปมองธรรมชาติโดยไม่ครุ่นคิดอะไรใดๆ
การมองสายน้ำ ท้องฟ้า ภูเขา ทะเลไม่ได้มองเพียงความงามภายนอกอีกต่อไป แต่ลงลึกไปถึงธรรมชาติ การก่อกำเนิด การเปลี่ยนแปลง จนย้อนมามองถึงจิตใจตนเอง
อ่านแล้วรู้สึกสงบ อยากออกไปมองธรรมชาติโดยไม่ครุ่นคิดอะไรใดๆ
July 22, 2023
เป็นหนังสือที่อุปมาอุปไมยระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ ท้องฟ้า ทะเล ภูเขา แม่น้ำ ทุกสรรพสิ่งบนโลกต่างก็ผ่านมาพบ เพียงเพื่อรอวันพลัดพรากจากกันไป เฉกเช่นนั้น
November 6, 2018
หนังสือเล่มนี้หยิบติดใส่ไว้ในเป้เดินทาง ประกอบการเดินทางไปไต้หวัน
การเดินทางที่คงไม่ลืมไปตลอดชีวิต เพราะเป็นการเดินทางที่ไม่ถึงเป้าหมาย
ในความโชคร้าย การหยิบหนังสือเล่มนี้มา อาจถือเป็นความโชคดี
หนังสือเล่มนี้ ประหนึ่ง หนังสือธรรมมะระหว่างการเดินทาง ธรรมะในการเดินทาง และมุมมองของการเดินทางของชีวิต
บางการเดินทาง เราเลือกเส้นทางได้ แต่เป้าหมายอาจไม่ใช่อย่างเราตั้งใจ
บางการเดินทาง เราไม่ได้รับอนุญาตให้เลือกเส้นทาง แต่ก็อาจถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ หรือ เป้าหมายใหม่ที่ไม่ได้คาดหวัง
เป้าหมาย นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ระหว่างการเดินทาง เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ความจริง ความลวง เพื่อนร่วมทาง เพื่อนข้างทาง โชคดี โชคร้าย และสารพัดความไม่แน่นอน และความแน่นอนในเรื่องความไม่จีรังยั่งยืน - ผ่านพบแต่ไม่ผูกพัน -
หากหัวใจเรายึดมั่นอยู่เพียงแต่เป้าหมาย เรื่องราวต่างๆของไม่ได้เรียนรู้
ความสุขและทุกข์ของเราคงยึดโยงอยู่เฉพาะตอนจบเท่านั้น
จะสุขจะทุกข์ ให้ได้เรียนรู้ไปในขณะก้าวบนการเดินทาง บนเส้นทางของชีวิตเรา
การเดินทางที่คงไม่ลืมไปตลอดชีวิต เพราะเป็นการเดินทางที่ไม่ถึงเป้าหมาย
ในความโชคร้าย การหยิบหนังสือเล่มนี้มา อาจถือเป็นความโชคดี
หนังสือเล่มนี้ ประหนึ่ง หนังสือธรรมมะระหว่างการเดินทาง ธรรมะในการเดินทาง และมุมมองของการเดินทางของชีวิต
บางการเดินทาง เราเลือกเส้นทางได้ แต่เป้าหมายอาจไม่ใช่อย่างเราตั้งใจ
บางการเดินทาง เราไม่ได้รับอนุญาตให้เลือกเส้นทาง แต่ก็อาจถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ หรือ เป้าหมายใหม่ที่ไม่ได้คาดหวัง
เป้าหมาย นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ระหว่างการเดินทาง เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ความจริง ความลวง เพื่อนร่วมทาง เพื่อนข้างทาง โชคดี โชคร้าย และสารพัดความไม่แน่นอน และความแน่นอนในเรื่องความไม่จีรังยั่งยืน - ผ่านพบแต่ไม่ผูกพัน -
หากหัวใจเรายึดมั่นอยู่เพียงแต่เป้าหมาย เรื่องราวต่างๆของไม่ได้เรียนรู้
ความสุขและทุกข์ของเราคงยึดโยงอยู่เฉพาะตอนจบเท่านั้น
จะสุขจะทุกข์ ให้ได้เรียนรู้ไปในขณะก้าวบนการเดินทาง บนเส้นทางของชีวิตเรา
September 6, 2022
ชอบครับ หลายๆบท เขียนกระชับดี
แต่บางบทก็เข้าไม่ถึง ไม่ค่อยเข้าใจ อาจเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ ฮ่าๆๆ
แต่บางบทก็เข้าไม่ถึง ไม่ค่อยเข้าใจ อาจเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ ฮ่าๆๆ
May 28, 2020
บางบทก็ชอบ บางบทก็ไม่
ไม่สิ เพราะในบทเดียวกันมีทั้งส่วนที่ชอบมากและไม่ชอบเลยก็มี
เอาเป็นว่า บางประโยคก็ชอบมาก บางประโยคอ่านผ่านไปโดยไม่ได้รู้สึกอะไร บางประโยคก็ไม่ชอบและไม่เห็นด้วยเลย บางย่อหน้ารู้สึกเหมือนเป็นเพียงแค่พรรณาโวหารเปล่าๆ เสียด้วยซ้ำไป
มีคำว่า "และใช่หรือไม่ว่า..." เยอะมาก เยอะจนรู้สึกเหมือนเอ.. นี่เรากำลังอ่านหนังสือของอ.เสกสรรค์ หรือของสนธิ ลิ้มทองกุลอยู่กันแน่หว่า
แต่หนังสือที่ดีมันก็ต้องเป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ มีทั้งถ้อยคำที่ประทับใจมากเสียจนต้องจดบันทึกเก็บเอาไว้ และมีทั้งประโยคที่ทำให้เราสงสัย ไม่เห็นด้วย และตั้งคำถามกับถ้อยคำเหล่านั้น
และแน่นอน คำตอบมันย่อมต่างกันไปในแต่ละคน
ไม่สิ เพราะในบทเดียวกันมีทั้งส่วนที่ชอบมากและไม่ชอบเลยก็มี
เอาเป็นว่า บางประโยคก็ชอบมาก บางประโยคอ่านผ่านไปโดยไม่ได้รู้สึกอะไร บางประโยคก็ไม่ชอบและไม่เห็นด้วยเลย บางย่อหน้ารู้สึกเหมือนเป็นเพียงแค่พรรณาโวหารเปล่าๆ เสียด้วยซ้ำไป
มีคำว่า "และใช่หรือไม่ว่า..." เยอะมาก เยอะจนรู้สึกเหมือนเอ.. นี่เรากำลังอ่านหนังสือของอ.เสกสรรค์ หรือของสนธิ ลิ้มทองกุลอยู่กันแน่หว่า
แต่หนังสือที่ดีมันก็ต้องเป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ มีทั้งถ้อยคำที่ประทับใจมากเสียจนต้องจดบันทึกเก็บเอาไว้ และมีทั้งประโยคที่ทำให้เราสงสัย ไม่เห็นด้วย และตั้งคำถามกับถ้อยคำเหล่านั้น
และแน่นอน คำตอบมันย่อมต่างกันไปในแต่ละคน
April 28, 2021
ให้ความรู้สึกคลายการอ่าน"ปรัชญาชีวิต" ของยิบราน คาลิล แม้ไม่ใช้บทกวีจ๋า แต่ก็ไม่ต่าง เต็มไปด้วยอุปมาอุปไมยของชีวิตและธรรมชาติ ส่วนที่เข้าใจได้ จะให้ความรู้สึกซาบซึ้ง ละมุนละไม แต่ก็เป็นธรรมดาที่มีบางส่วนที่เรายังไม่เข้าใจในตอนที่อ่าน ทำให้มีความสับสนในความหมายที่ต้องการจะสื่อ และมึนงงไปบ้าง
July 5, 2022
“Powerful” “Moving” “Aesthetic” อ่านวันเดียวจบ เป็นงานเขียนที่ดีอีกเรื่องหนึ่งและเสมอมา อ่านไปทำให้คิดไป เนื้อเรื่องสวยงามอย่างที่มันควรจะเป็น มีพลวัตตั้งแต่บทแรกยันบทสุดท้าย ไม่น่าเบื่อ เปรียบเปรยและบรรยายได้ดีเยี่ยมอย่างกวี ใครที่อยากอ่านตอนแรกแต่กำลังลังเล แนะนำเรื่องนี้ค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน🌊🌳🌻☁️
November 5, 2012
คัมภีร์ชีวิตที่เด็กหญิงผู้หลงทางคนหนึ่งได้มาเยียวยาหัวใจในวันที่คาดคั้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเองวันนั้น
July 29, 2026
"แม้ว่าในการดำรงอยู่ภายนอกของเราจะมีกิจกรรมมากมาย แต่ถ้าหากมันไม่ได้นำไปสู่การเติบโตภายใน กิจกรรมเหล่านั้นก็หาความหมายได้ยาก การยึดติดอยู่กับเปลือกป้ายมีแต่จะฉุดรั้งให้เราหมุนวนอยู่กับความแคระแกร็นทางจิตวิญญาณ ขาดแคลนไม่รู้จบ ขาดสันติภาพกับตัวเอง และผู้อื่น"
"ชีวิตโดยเนื้อแท้เป็นสัมพัทธภาพซึ่งประกอบด้วยความสัมพันธ์ใหญ่สามประการ อันได้แก่ความสัมพันธ์กับตัวเอง ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และความสัมพันธ์กับโลกธรรมชาติหรือจักรวาล"
ขึ้นแท่นหนังสือเล่มโปรดอีกเล่มเรียบร้อย เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกเบาตัว สงบ สบายใจ แอบให้ความรู้สึกเดียวกับตอนอ่านปรัชญาชีวิตของยิบรานเลย ประทับใจทุกบท เป็นหนังสือที่เราเขียนรูปหัวใจไว้เยอะสุดละ ชอบที่อาจารย์นำสภาพแวดล้อมหรือสิ่งที่พบเจอได้จากการการเดินทางทางโลกมาอุปมาเปรียบเปรยเข้ากับสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางภายในจิตใจ การเล่าเรื่องของอาจารย์ให้ความรู้สึกว่าเป็นเป็นมุมมองของผู้ที่แสวงหาความหมายของชีวิตด้วยการเดินทางทั้งทางโลกและทางจิตวิญญาณ(น้ำหนักจะไปอยู่ที่อย่างหลังกว่ามากๆ)จนตกตะกอนออกมาเป็นงานเขียนที่เปี่ยมไปด้วยสัจธรรมของชีวิต
อันที่จริงอ่านไปได้บทนึงแล้วรู้สึกว่าเราควรเก็บไปนั่งอ่านบนรถไฟในทริปสิ้นปี แต่ด้วยสำนวนการเขียนของอาจารย์ที่ชวนให้เราอยากรู้อยากเห็น เราก็อดไม่ได้ที่จะพลิกหน้าต่อไปจนอ่านจบรวดเดียวเลย5555 หวังว่าจะได้หยิบเล่มนี้ติดตัวไปตอนเดินทางไปที่ไหนสักที่เพื่ออ่านอีกรอบ น่าจะเพิ่มสุนทรียะขณะการเดินทางได้ดีเลย :)
อ่านแล้วก็คิดถึงตัวเองในช่วงที่สมองตื้อคิดงานเขียนงานไม่ออก เราก็ใช้การเดินทางเพื่อปลุกภายในให้ตื่นเหมือนกัน เราชอบนั่งรถเมล์จากมหาลัยออกไปข้างนอกทุกครั้งที่เขียนงานต่อไม่ได้ นั่งไปแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง มองข้างทางเล่นแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยบางครั้งก็มีไอเดียผุดขึ้นมา อยากลงป้ายไหนก็ลง ลงเสร็จถ้าไม่คุยกับคนที่ป้ายก็หาซื้อของแล้วคุยกับพ่อค้าแม่ค้าหรือคนแถวนั้นไปเรื่อย แม้เรื่องที่คุยจะไม่เกี่ยวอะไรกับงานก็ตาม แต่เวลากลับมามันมีแรง มีอะไรผุดขึ้นมาในสมองให้เขียนเยอะตลอดจริงๆ ก็คงดังที่อาจารย์เสกสรรค์เขียนไว้นั่นแหละ—"คนข้างทางในชีวิตเราไม่ได้ปรากฏตัวอย่างไร้เหตุผลเสมอไป ผู้แปลกหน้าเหล่านี้อาจจะมาพร้อมกับข่าวสารบางอย่างที่ช่วยเติมเต็มความรับรู้หรือกระตุ้นสำนึกดีๆที่หายไปให้กลับคืน หากเรารู้จักอ่านความหมายของการพบกัน"
เรายังมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงบทสนทนาและรอยยิ้มของคุณยายขายข้าวตังหน้าบีทีเอสจตุจักร ความใจดีที่มาพร้อมน้ำเสียงติดตลกของพี่พนักงานกทม.ผู้บอกทางเราไปเมเจอร์รัชโยธินยังคงแว่วอยู่ในหู การวิจารณ์บ้านเมืองอย่างออกรสของคุณน้าที่ป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยฯยังคงสะท้อนอยู่ในห้วงความคิด ท่าทางอันอ่อนโยนของคุณยายขายลูกอมหน้าสวนจตุจักรยังคงประทับอยู่ในใจ ฯลฯ ทุกคนล้วนมีส่วนในการกระตุ้นความรู้สึกและเติมเต็มตัวเรา(ที่สมองว่างเปล่า)ในตอนนั้นแม้ว่าจะผ่านพบกันเพียงแค่ครั้งเดียว และยังคงอยู่ในความทรงจำที่ค่อยๆหล่อหลอมตัวเราให้เป็นเราในทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคน ทุกเหตุการณ์ หรือทุกสิ่งผ่านเข้ามาในชีวิตเราล้วนมีความหมายแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่เราไม่ได้แสวงหาความหมายเลยก็ตาม :)
เอ้อ จะว่าไปการอ่านเล่มนี่ก็ทำให้เราแอบนึกถึงนิยายแฟนตาซีเดินทางแสวงหาตัวตนอย่าง a wizard of earthsea รวมถึงหนังสือบันทึกการเดินทางอย่างเดินสู่อิสรภาพด้วยเหมือนกันนะ
"ชีวิตโดยเนื้อแท้เป็นสัมพัทธภาพซึ่งประกอบด้วยความสัมพันธ์ใหญ่สามประการ อันได้แก่ความสัมพันธ์กับตัวเอง ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และความสัมพันธ์กับโลกธรรมชาติหรือจักรวาล"
ขึ้นแท่นหนังสือเล่มโปรดอีกเล่มเรียบร้อย เป็นหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกเบาตัว สงบ สบายใจ แอบให้ความรู้สึกเดียวกับตอนอ่านปรัชญาชีวิตของยิบรานเลย ประทับใจทุกบท เป็นหนังสือที่เราเขียนรูปหัวใจไว้เยอะสุดละ ชอบที่อาจารย์นำสภาพแวดล้อมหรือสิ่งที่พบเจอได้จากการการเดินทางทางโลกมาอุปมาเปรียบเปรยเข้ากับสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางภายในจิตใจ การเล่าเรื่องของอาจารย์ให้ความรู้สึกว่าเป็นเป็นมุมมองของผู้ที่แสวงหาความหมายของชีวิตด้วยการเดินทางทั้งทางโลกและทางจิตวิญญาณ(น้ำหนักจะไปอยู่ที่อย่างหลังกว่ามากๆ)จนตกตะกอนออกมาเป็นงานเขียนที่เปี่ยมไปด้วยสัจธรรมของชีวิต
อันที่จริงอ่านไปได้บทนึงแล้วรู้สึกว่าเราควรเก็บไปนั่งอ่านบนรถไฟในทริปสิ้นปี แต่ด้วยสำนวนการเขียนของอาจารย์ที่ชวนให้เราอยากรู้อยากเห็น เราก็อดไม่ได้ที่จะพลิกหน้าต่อไปจนอ่านจบรวดเดียวเลย5555 หวังว่าจะได้หยิบเล่มนี้ติดตัวไปตอนเดินทางไปที่ไหนสักที่เพื่ออ่านอีกรอบ น่าจะเพิ่มสุนทรียะขณะการเดินทางได้ดีเลย :)
อ่านแล้วก็คิดถึงตัวเองในช่วงที่สมองตื้อคิดงานเขียนงานไม่ออก เราก็ใช้การเดินทางเพื่อปลุกภายในให้ตื่นเหมือนกัน เราชอบนั่งรถเมล์จากมหาลัยออกไปข้างนอกทุกครั้งที่เขียนงานต่อไม่ได้ นั่งไปแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง มองข้างทางเล่นแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยบางครั้งก็มีไอเดียผุดขึ้นมา อยากลงป้ายไหนก็ลง ลงเสร็จถ้าไม่คุยกับคนที่ป้ายก็หาซื้อของแล้วคุยกับพ่อค้าแม่ค้าหรือคนแถวนั้นไปเรื่อย แม้เรื่องที่คุยจะไม่เกี่ยวอะไรกับงานก็ตาม แต่เวลากลับมามันมีแรง มีอะไรผุดขึ้นมาในสมองให้เขียนเยอะตลอดจริงๆ ก็คงดังที่อาจารย์เสกสรรค์เขียนไว้นั่นแหละ—"คนข้างทางในชีวิตเราไม่ได้ปรากฏตัวอย่างไร้เหตุผลเสมอไป ผู้แปลกหน้าเหล่านี้อาจจะมาพร้อมกับข่าวสารบางอย่างที่ช่วยเติมเต็มความรับรู้หรือกระตุ้นสำนึกดีๆที่หายไปให้กลับคืน หากเรารู้จักอ่านความหมายของการพบกัน"
เรายังมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงบทสนทนาและรอยยิ้มของคุณยายขายข้าวตังหน้าบีทีเอสจตุจักร ความใจดีที่มาพร้อมน้ำเสียงติดตลกของพี่พนักงานกทม.ผู้บอกทางเราไปเมเจอร์รัชโยธินยังคงแว่วอยู่ในหู การวิจารณ์บ้านเมืองอย่างออกรสของคุณน้าที่ป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยฯยังคงสะท้อนอยู่ในห้วงความคิด ท่าทางอันอ่อนโยนของคุณยายขายลูกอมหน้าสวนจตุจักรยังคงประทับอยู่ในใจ ฯลฯ ทุกคนล้วนมีส่วนในการกระตุ้นความรู้สึกและเติมเต็มตัวเรา(ที่สมองว่างเปล่า)ในตอนนั้นแม้ว่าจะผ่านพบกันเพียงแค่ครั้งเดียว และยังคงอยู่ในความทรงจำที่ค่อยๆหล่อหลอมตัวเราให้เป็นเราในทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคน ทุกเหตุการณ์ หรือทุกสิ่งผ่านเข้ามาในชีวิตเราล้วนมีความหมายแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่เราไม่ได้แสวงหาความหมายเลยก็ตาม :)
เอ้อ จะว่าไปการอ่านเล่มนี่ก็ทำให้เราแอบนึกถึงนิยายแฟนตาซีเดินทางแสวงหาตัวตนอย่าง a wizard of earthsea รวมถึงหนังสือบันทึกการเดินทางอย่างเดินสู่อิสรภาพด้วยเหมือนกันนะ
May 30, 2026
เราท่านล้วนปะทะโลกด้วยผิวนอก มากกว่าซึมซับด้วยเนื้อใน
ดังนั้นจึงเป็นเช่นเดียวกับหินผา ที่วันนึงพบว่า แม้ผิวนอกของตนเองก็เต็มไปด้วยร่องรอยกัดเซาะของกาลเวลา
.
คนเราเกิดมาในโลก แท้จริงแล้วจะมีเพื่อนร่วมทางสักกี่คน
ส่วนใหญ่ที่สุด ก็เป็นเพียงคนข้างทางของกันและกัน
ดังนั้นจึงเป็นเช่นเดียวกับหินผา ที่วันนึงพบว่า แม้ผิวนอกของตนเองก็เต็มไปด้วยร่องรอยกัดเซาะของกาลเวลา
.
คนเราเกิดมาในโลก แท้จริงแล้วจะมีเพื่อนร่วมทางสักกี่คน
ส่วนใหญ่ที่สุด ก็เป็นเพียงคนข้างทางของกันและกัน
April 24, 2026
บทผ่านพบไม่ผูกพัน ยิ่งกว่าความงดงามทางภาษา คือความหมายล้ำค่าที่ผู้เขียนส่งสาส์นให้เราอย่างละเมียด ให้อิทธิพลรุนแรงต่อทัศนะอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
June 23, 2012
สงบนิ่ง...
Displaying 1 - 14 of 14 reviews













