Kanjana Duangdet3 reviewsFollowFollowJuly 19, 2025ภาพและโทนสีทั้งเล่มน่ารักมากค่ะ ทำให้อ่านเพลิน ไม่ต้องจินตนาการภาพ บางประโยคทำให้เราหยุดคิดกับมันเป็นหนังสือที่ชอบมาก
Atisak Chuengpattanawadee26 reviews7 followersFollowFollowJuly 20, 2024ขอเล่าถึงหนังสือเล่มนี้ในมุมของคนที่เป็นติ่งเจ้าชายน้อยเล่มนี้เป็นการเอาเจ้าชายน้อยมาเล่าใหม่ผ่านวัฒนธรรมการเล่าเรื่องแบบการ์ตูนญี่ปุ่นหรือมังงะตอนแรกที่เห็นคนแชร์เล่มนี้กันใน social ก็ออกจะเบื่อๆ เพราะในช่วง 2-3 ปีหลังหนังสือเล่มนี้ถูกเอามาพิมพ์ใหม่เป็นภาษาไทยในเวอร์ชั่นต่างๆ เยอะแยะจนเกลื่อน และส่วนตัวไม่ได้ตามซื้อมาสักพักแล้ว (และแอบรู้สึกด้วยว่าบางเล่มที่คนพูดถึงเยอะว่าสวย กลับรู้สึกว่ามันบ่ได้เลย 555)แต่รู้สึกสนใจเล่มนี้เลยลองสั่งซื้อมา อ่านไปรอบแรกเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ความรู้สึกตั้งแต่เริ่มอ่านไปได้สัก 10 หน้าแรกคือ โอ้โห!ตอนนั้นอ่านจบไปรอบนึง และมาอ่านอีกรอบเพิ่งจบไปเมื่อคืนได้คุยกับมิตรคนนึงเขาบอกว่าเขาไม่ชอบเล่มนี้เพราะมันมีความเป็นมังงะมากเกินไป ตอบเขาไปว่าเราชอบเล่มนี้เพราะมันมีความเป็นมังงะนี่แหละ รู้สึกว่าทั้งคนเขียนเรื่องและคนวาดรูปรักหนังสือเล่มนี้มาก และทั้งกล้าและทั้งมีฝีมือที่จะดัดแปลงหนังสือที่ยิ่งใหญ่มากๆ เล่มนี้ให้ออกมามีแนวทางที่แตกต่างและยังเก็บแก่นของหนังสือเอาไว้ได้หมด (คนแปลก็ดีมากเช่นกัน คิดว่านะ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นมังงะดี)หนังสือเล่มนี้เล่าตามต้นฉบับแทบจะเป๊ะ ๆ มีสลับฉากนิดหน่อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก แต่อ่านแล้วให้ความรู้สึกที่แตกต่างชัดเจนฉากเปิดแทนที่จะเปิดด้วยรูปวาดงูกินเหยื่อ แต่เล่มนี้เปิดด้วยฉากการร่อนลงจอดของเครื่องบินกลางทะเลทรายซึ่งเร้าใจใช้ได้เลยที่เปลี่ยนมาก ๆ คือ ความเป็นมังงะ ที่ทำให้อารมณ์ของเรื่องมันชัดขึ้น หน้าตาแบ๊วๆ ของเจ้าชายน้อยบนปกอ่ะแค่จิ๊บๆ ข้างในนี่คือ อู้หูวววววจากเรื่องเล่าเรียบ ๆ ของต้นฉบับ เล่มนี้สีสันจัดจ้านขึ้นมาก ทั้งจากการเล่าเรื่อง บทสนทนา และภาพวาด เจ้าชายน้อย กุหลาบ ปรากฏเป็นตัวเป็นตนมีชีวิตขึ้นต่างจากต้นฉบับมากต่างในที่นี้ไม่ได้แปลว่าดีกว่า แต่ดีในทิศทางของเล่มนี้เอง สะเทือนใจมากขึ้น ดราม่ามากขึ้น แต่ก็ไม่มากจนเกินเลยและที่ต่างที่สุดและชอบที่สุด คือ เรื่องของนักบิน ในต้นฉบับเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนักบิน และนักบินก็คือนักบินคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อ แต่คนอ่านก็รู้กันดีว่าก็คือคนเขียนนั่นแหละ เล่มนี้ก็เล่าผ่านมุมมองของนักบินเหมือนกัน แต่ตัวตนของนักบินในเล่มนี้ปรากฏชัดขึ้น คือ เล่มนี้ ให้ชื่อนักบินว่า“อังตวน” ซึ่งก็คือชื่อคนเขียนเจ้าชายน้อย ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าการมีชื่อของนักบินเป็นความว้าวที่ส่งผลต่อความแตกต่างของอารมณ์ในการอ่านมาก ๆย้ำอีกทีว่าต่างในที่นี้ไม่ได้แปลว่าดีกว่า แต่ดีในทิศทางของเล่มนี้เอง แถมมีเติมรายละเอียดเล็กๆ เกี่ยวกับครอบครัวของอังตวนเข้ามาตอนช่วงที่ทั้ง 2 กำลังเดินทางออกไปหาบ่อน้ำ พออ่านถึงตรงนี้ถึงกับต้องไปเปิดต้นฉบับดูเลยว่ามันมีเรื่องตรงนี้หรือเปล่านะ ซึ่งพอไปเปิดดูก็พบว่าไม่มี คนเขียนเล่มนี้แอบหยอดเข้ามาเองคาดว่าในบรรดาคนที่ชอบเจ้าชายน้อยที่เป็นฉบับดั้งเดิม ถ้าได้อ่านเล่มนี้น่าจะเสียงแตกแล้วก็ไม่รู้ว่าสำหรับคนไม่ชอบเจ้าชายน้อยการอ่านเล่มนี้จะทำให้ชอบขึ้นมาไหม หรือคนที่ไม่เคยอ่านเจ้าชายน้อยมาก่อนแล้วมาเริ่มที่เล่มนี้จะคิดอย่างไรใครมีอยู่ในกองดองลองหยิบขึ้นมาอ่านดูส่วนตัวคือชอบมากๆ เต็มห้าให้ห้า เต็มสิบให้สิบ
I-Chen Tsai54 reviews84 followersFollowFollowAugust 18, 2022即使本來是很有意義的工作,當我們反覆做,越做越有效率時,都會產生意義危機。這是 小王子 vs 點燈人 這一幕想要說的。因為小王子的著作權在 2015 年全面進入公共領域,任何人都可以使用並再創作。這本是日本人重寫過並重畫成大量圖像的版本,很不錯。好的原因在於,他忠於原作,但小幅度加了很多原作沒有的連接情節,更容易讓亞洲人讀懂。圖像的部分,整個分鏡與節奏也跟原作略有不同,法國人很容易懂的留白,對亞洲人來說不見得容易。多幾格,或者多一些停頓,會有決定性的差異。這個版本我覺得很棒,也讓我更理解每一幕、每個環節,究竟作者想說什麼、靈感來自於哪裡。事實上,小王子一開始很喜歡點燈人的工作,也認為很有意義,畢竟他是一個可以連看 44 次夕陽的孩子。(冷知識:其實原作是 43 次,因為作者 43 歲寫成此書。但因為作者 44 歲時失蹤過世,之後的版本幾乎都改 44 次,致敬之。)但是,就像手工做一台車很有意義,但如果變成生產線,而且每個人只做自己的部分,一天做幾百次。其實是很辛苦的。今天絕大多數的工作,都有這樣的特質。(周一的父親付清節講這個真是太應景了 😅)效率不增加,我們沒辦法創造更好的經濟、更好的貿易額、更多的收入。但效率增加到極致,意義感會消失,只剩下疲倦。所以,我們都要有自己的玫瑰、自己的小天地、自己的冒險、自己的故事。像小王子一樣。