What do you think?


ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง
วิพากษ์ประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคตั้งแต่ ๒๔๗๕ - ๒๕๑๙
218 pages, Paperback
First published January 1, 2001
About the author
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
2 books16 followersสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (เกิด 22 มิถุนายน พ.ศ. 2501) เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวไทยและอดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการเมืองไทยร่วมสมัย เขามีผลงานการศึกษาค้นคว้าและการตีความประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตั้งแต่การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, กรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8, เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยผลงานส่วนใหญ่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตในรูปของบทความทั้งขนาดสั้นและขนาดยาวในเว็บไซต์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, ฟ้าเดียวกัน, ประชาไท และในเฟซบุ๊กของตนเอง เขายังเสนอให้ปฏิรูปประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
May 27, 2021
Timeless มาก โดยเฉพาะบทท้ายที่ว่าด้วยเรื่องใครเป็นใครในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นั้นควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง สิ่งหนึ่งที่คิดว่าดีมากๆ ในงานเล่มนี้คือข้อเขียนทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักฐานข้อเท็จจริง ไม่มีคำกล่าวอ้างไหนเลยในเล่มที่พูดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่อ้างอิง และถูกนำเสนอโดยเปิดให้ได้รับฟังจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งด้วยข้อเท็จจริงเหล่านั้นเองจะทำให้เราประเมินได้ว่าส่วนใดในประวัติศาสตร์ที่สมเหตุสมผล ส่วนใดไม่เป็นเช่นนั้นและถูกจงใจบิดเบือนอย่างมีนัยยะสำคัญ นี่คือจิ๊กซอว์ของข้อเท็จจริงต่างๆ ระหว่างช่วง 14 ตุลาฯ 2516 ไปจนถึง 6 ตุลาฯ 2519 ที่คมชัดระดับ HD หากใช้เลนส์ของความเป็นเหตุเป็นผลในการอ่าน
June 15, 2019
The must!
January 23, 2022
ด้วยความอ่อนด้วยด้าน ปวศ ไทย เลยไม่ได้โฟกัสในส่วนเนื้อหาทางปวศ ที่ อ.พูดถึงในเล่มเท่าไหร่นัก ปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆที่พูดถึงภายในเล่มก็ไมได้ใหม่อะไรเท่าไหร่เเล้วครับ เคยมีการพูดถึงกันมาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาหลังจากเล่มนี้ตีพิมพ์
สิ่งที่ผมชอบจริงๆจากเล่มนี้คือวิธีการเขียน เเละสำเนียงรวมถึงสำนวนมากเล่าเรื่องของ อ.ที่ผมชอบมาก มันมีความเป็นวิชาการที่ไม่เเห้งจนเกินไป มีความ "เล่าเรื่อง" ค่อนข้างสูง มากกว่าจะเป็นเเค่การบรรยายเรื่องราวให้เห็นว่าใครทำอะไรที่ไหน จบด้วยการวิเคราะห์ ซึ่งเเบบนี้เท่าที่ผมอ่านผ่านตามาจะรู้สึกว่าเป็นงานที่เเห้ง เเต่เมื่อ อ.เป็นผู้เล่าเอง อ.ทำได้กลมกล่อมมาก มีการอ้างอิง ตีความหลักฐานต่างๆ ที่ไม่ใช่ด้วยน้ำเสียงของการสอน เเต่เป็นลักษณะที่ ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังมากกว่า
ผมเลยรู้สึกเสียดายที่ผลงานการเขียนของ อ.มีอยู่น้อยมากกกกกกก ส่วนใหญ่ผลงานของ อ.จะมาจากการพูดมากกว่า ซึ่งบางอันก็ไม่ได้มีการบันทึกหรือถอดเทปใดๆเก็บไว้ จึงเป็นอะไรที่น่าเสียดายความสามารถในเชิงการประพันธ์ของ อ. ที่มีความสนุกสนานเเถมยังเเหลมคมอย่างหนังสือ "ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง" เล่มนี้มากๆครับ
สิ่งที่ผมชอบจริงๆจากเล่มนี้คือวิธีการเขียน เเละสำเนียงรวมถึงสำนวนมากเล่าเรื่องของ อ.ที่ผมชอบมาก มันมีความเป็นวิชาการที่ไม่เเห้งจนเกินไป มีความ "เล่าเรื่อง" ค่อนข้างสูง มากกว่าจะเป็นเเค่การบรรยายเรื่องราวให้เห็นว่าใครทำอะไรที่ไหน จบด้วยการวิเคราะห์ ซึ่งเเบบนี้เท่าที่ผมอ่านผ่านตามาจะรู้สึกว่าเป็นงานที่เเห้ง เเต่เมื่อ อ.เป็นผู้เล่าเอง อ.ทำได้กลมกล่อมมาก มีการอ้างอิง ตีความหลักฐานต่างๆ ที่ไม่ใช่ด้วยน้ำเสียงของการสอน เเต่เป็นลักษณะที่ ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังมากกว่า
ผมเลยรู้สึกเสียดายที่ผลงานการเขียนของ อ.มีอยู่น้อยมากกกกกกก ส่วนใหญ่ผลงานของ อ.จะมาจากการพูดมากกว่า ซึ่งบางอันก็ไม่ได้มีการบันทึกหรือถอดเทปใดๆเก็บไว้ จึงเป็นอะไรที่น่าเสียดายความสามารถในเชิงการประพันธ์ของ อ. ที่มีความสนุกสนานเเถมยังเเหลมคมอย่างหนังสือ "ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง" เล่มนี้มากๆครับ
June 30, 2020
เปิดมุมมอง “หลายมิติ” ในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ ที่ไม่ได้มีแต่ขาวกับดำ แพ้กับชนะ คนดีกับผู้ร้าย แต่เห็นถึงเหตุจูงใจของการกระทำต่างๆ reaction ของผู้คนไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ
นี่เป็นหนังสือรวบรวมบทความที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยต่างๆ ที่วิเคราะห์เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ในแง่มุมที่มักถูกมองข้ามของ
1. การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปีพ.ศ. 2475
2. 14 ตุลา พ.ศ. 2516
3. การสังหารหมู่ธรรมศาสตร์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519
ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของฝ่ายที่เรียกร้อประชาธิปไตยที่มักไม่ถูกนำเสนอในบทความฝ่ายซ้ายที่อื่น ไปจนถึงคำโกหกและแรงจูงใจของฝ่ายนิยมเจ้า และแง่มุมซับซ้อนอื่นๆในแต่ละเหตุการณ์
ถือเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานประกอบแน่น สิ่งที่ผู้เขียนทำ เพียงแต่นำข้อมูลเหล่ล่านี้ที่มีอยู่แล้วและมีอยู่จริง แต่ไม่ได้รับความสนใจ มาตีแผ่ นำเสนอ และวิเคราะห์เหตุผลและการกระทำชองฝ่ายต่างๆ
ผู้เขียนแทบไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึกชองตนลงไปเพื่อชี้นำผู้อ่าน (หากทำ จะมีการบอกอย่างตรงไปตรงมา )แต่ใช้วิธีโน้มน้าวด้วยหลักฐานพร้อมเหตุผลประกอบ
นี่เป็นหนังสือรวบรวมบทความที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยต่างๆ ที่วิเคราะห์เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ในแง่มุมที่มักถูกมองข้ามของ
1. การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปีพ.ศ. 2475
2. 14 ตุลา พ.ศ. 2516
3. การสังหารหมู่ธรรมศาสตร์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519
ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของฝ่ายที่เรียกร้อประชาธิปไตยที่มักไม่ถูกนำเสนอในบทความฝ่ายซ้ายที่อื่น ไปจนถึงคำโกหกและแรงจูงใจของฝ่ายนิยมเจ้า และแง่มุมซับซ้อนอื่นๆในแต่ละเหตุการณ์
ถือเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานประกอบแน่น สิ่งที่ผู้เขียนทำ เพียงแต่นำข้อมูลเหล่ล่านี้ที่มีอยู่แล้วและมีอยู่จริง แต่ไม่ได้รับความสนใจ มาตีแผ่ นำเสนอ และวิเคราะห์เหตุผลและการกระทำชองฝ่ายต่างๆ
ผู้เขียนแทบไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึกชองตนลงไปเพื่อชี้นำผู้อ่าน (หากทำ จะมีการบอกอย่างตรงไปตรงมา )แต่ใช้วิธีโน้มน้าวด้วยหลักฐานพร้อมเหตุผลประกอบ
March 13, 2015
ท่วงทำนองของ 14 ตุลา และ 6 ตุลาที่เชื่อมภาพกับการเมืองไทยปัจจุบันในมุมที่คนไม่อ่านประวัติศาสตร์อาจมองไม่เห็น
ตัวละครซ้ำๆ กลยุทธ์เดิมๆ ยังคงวนเวียนไม่เปลี่ยนผ่านจริงๆ
ตัวละครซ้ำๆ กลยุทธ์เดิมๆ ยังคงวนเวียนไม่เปลี่ยนผ่านจริงๆ
September 2, 2023
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งรู้
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จะพาเรารับบทนักสืบสวนสอบสวนทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าเรื่องแต่ละเรื่องมีที่มาที่ไปอย่างไร ไล่ตั้งแต่หลังการอภิวัฒน์สยาม 1932 - 14 ตุลา - 6 ตุลา ว่าความจริงแท้นั้นคืออะไร อาจไม่ได้ลึกเจาะประเด็นสถาบันกษัตริย์มากนัก แต่ก็ช่วยคลีปมการเมืองไทยได้ดีเลย
สิ่งที่ชอบคือ การวิพากษ์วิจารณ์ปรีดี พนมยงค์ ในเรื่องของเค้าโครงการเศรษฐกิจว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ฟังขึ้นจริง ๆ และหนังสือเล่มนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่อีกด้วย ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
ปล. ให้ 4/5 เพราะไม่มีเชิงอรรถ แง
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จะพาเรารับบทนักสืบสวนสอบสวนทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าเรื่องแต่ละเรื่องมีที่มาที่ไปอย่างไร ไล่ตั้งแต่หลังการอภิวัฒน์สยาม 1932 - 14 ตุลา - 6 ตุลา ว่าความจริงแท้นั้นคืออะไร อาจไม่ได้ลึกเจาะประเด็นสถาบันกษัตริย์มากนัก แต่ก็ช่วยคลีปมการเมืองไทยได้ดีเลย
สิ่งที่ชอบคือ การวิพากษ์วิจารณ์ปรีดี พนมยงค์ ในเรื่องของเค้าโครงการเศรษฐกิจว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ฟังขึ้นจริง ๆ และหนังสือเล่มนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่อีกด้วย ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
ปล. ให้ 4/5 เพราะไม่มีเชิงอรรถ แง
November 25, 2021
ใครเป็น ใคร ใครทำอะไร
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ หรือรู้มา
มีเบื้องหลังยังไง ทำไมเราถึงไม่รู้
เล่มนี้ตอบได้ และ หลักฐานแน่นอยู่ครับ
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ หรือรู้มา
มีเบื้องหลังยังไง ทำไมเราถึงไม่รู้
เล่มนี้ตอบได้ และ หลักฐานแน่นอยู่ครับ
September 23, 2020
“เพิ่งสร้าง” ในที่นี้มี 2 ความหมายสำหรับผม ความหมายแรก หนังสือเล่มนี้นำเสนอบทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ของสยามในห้วงเวลาที่พึ่งก้าวพ้นมาไม่นานนัก(หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา) ความหมายถัดมา ผู้เขียน นำเสนอว่าบางองค์ประกอบของประวัติศาสตร์ที่เราเข้าใจกันนั้น ความหมายของมันที่เรารับรู้อาจเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมามากกว่าสิ่งที่มันเคยเป็นในยุคสมัยของมันจริงๆ
ประการแรกหนังสือเล่มนี้พาเราย้อนไปศึกษาประวัติศาสตร์ของสยามยุคหลัง พ.ศ.2475 ผ่านความแตกแยกของ”คณะราษฎร์” อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ไม่มีฉันทามติร่วมกันที่ชัดเจนในรูปแบบการปกครองหลังยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ชัดเจนของเหล่าผู้นำการปฏิวัติ การขึ้นสู่อำนาจของเผด็จการทหาร การต่อสู้ของประชาชนเพื่อเรียกร้อประชาธิปไตย และการกลับมาสู่สํญกลางของอำนาจอีกครั้งของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้พึ่งผ่านพ้นมาไม่นาน คนรุ่น พ่อ-แม่ของตัวผม (หรืออาจเป็นรุ่น ปู่-ย่า ของเพื่อนๆบางคน) มีส่วนร่วมในช่วงท้ายๆของเหตุการณ์ และบุคลในหน้าประวัติศาสตร์หลายคนยังคงมีบทบาทสำคัญในสังคมในยุคปัจจุบัน
อีกประการหนึ่ง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยที่เรารับรู้และ(คิดว่า)เข้าใจในปัจจุบัน อาจเพิ่งถูกสร้างขึ้นจากบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์ในไม่นานมานี้ โดยที่สิ่งที่เรารับรู้นั้นอาจไม่ตรงกับความรับรู้ของผู้ที่อยู่ในห้วงประวัติศาสตร์ ณ เวลานั้นเลยก้อเป็นได้ ไม่ว่าเป็นเรื่อง”ชิงสุกก่อนห่าม”ของรัฐธรรมนูญ 2475 อันเป็นผลมาจากพระราชดำรัสในบางช่วงบางตอนของจดหมายสละราชสมบัติ, ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายว้ายของไทยในสมัยนั้นกับเผด็จการทหารอย่าง สฤษดิ์, เบื้องลึกความขัดแย้งของขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมถึงผู้ที่ผน่า)จะได้ผลประโยชน์สูงสุดจากความรุนแรงครั้งนั้นด้วย, ความไม่ลงตัวของประจักษ์พยานและหลักฐานในการหาคำตอบเบื้องหลังเหตุสลด ตอน 6 ตุลาคม 2519 ด้วย
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง ผลงานของ สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล เป็นอีกหนึ่งงานวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่พยายามใส่ความรุ้สึกส่วนตัวลงไปน้อยที่สุด พยายามนำเสนอประจักษ์พยานแวดล้อมให้ครอบคลุมรอบด้าน นำเสนออย่างกล้าหาญ(หลายประเด็นสร้างความไม่พอใจในวงกว้างได้แน่ๆ) แต่ผู้เขียนก้อยึดมั่นในความจริงและเขียนนำเสนอออกมาอย่างมีจุดยืนที่สุด
หนังสือเล่มนี้เป็นบทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของสยามไม่ควรพลาดแม้ว่าจุดยืนทางการเมืองของเขาหรือเธอจะเป็นแบบไหนก้อตาม
สุดท้ายแล้วรู้สึกเสียดายที่เราสังคมไม่ได้มีความพยายามมากพอที่จะวิเคราะห์เหตุสลดในหน้าประวัติศาสตร์ขิงชาติให้ครอบคลุมมากพอ ทั้งตอนปี 35 , 49,และ 53 ไม่งั้นวงจรของความรุนแรงและไม่เป็นประชาธิปไตยคงไม่ลากประเทศมาถึงจุดนี้(ยิ่งควรตั้งข้อสงสัยด้วยว่าเหตุใดมางภาค”รัฐ”ถึงไม่เคยมีความพยายามในการวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างครอบคลุม ไม่ตั้งธงผลลัพธ์นำ เลยสักที)
ประการแรกหนังสือเล่มนี้พาเราย้อนไปศึกษาประวัติศาสตร์ของสยามยุคหลัง พ.ศ.2475 ผ่านความแตกแยกของ”คณะราษฎร์” อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ไม่มีฉันทามติร่วมกันที่ชัดเจนในรูปแบบการปกครองหลังยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ชัดเจนของเหล่าผู้นำการปฏิวัติ การขึ้นสู่อำนาจของเผด็จการทหาร การต่อสู้ของประชาชนเพื่อเรียกร้อประชาธิปไตย และการกลับมาสู่สํญกลางของอำนาจอีกครั้งของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้พึ่งผ่านพ้นมาไม่นาน คนรุ่น พ่อ-แม่ของตัวผม (หรืออาจเป็นรุ่น ปู่-ย่า ของเพื่อนๆบางคน) มีส่วนร่วมในช่วงท้ายๆของเหตุการณ์ และบุคลในหน้าประวัติศาสตร์หลายคนยังคงมีบทบาทสำคัญในสังคมในยุคปัจจุบัน
อีกประการหนึ่ง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยที่เรารับรู้และ(คิดว่า)เข้าใจในปัจจุบัน อาจเพิ่งถูกสร้างขึ้นจากบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์ในไม่นานมานี้ โดยที่สิ่งที่เรารับรู้นั้นอาจไม่ตรงกับความรับรู้ของผู้ที่อยู่ในห้วงประวัติศาสตร์ ณ เวลานั้นเลยก้อเป็นได้ ไม่ว่าเป็นเรื่อง”ชิงสุกก่อนห่าม”ของรัฐธรรมนูญ 2475 อันเป็นผลมาจากพระราชดำรัสในบางช่วงบางตอนของจดหมายสละราชสมบัติ, ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายว้ายของไทยในสมัยนั้นกับเผด็จการทหารอย่าง สฤษดิ์, เบื้องลึกความขัดแย้งของขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมถึงผู้ที่ผน่า)จะได้ผลประโยชน์สูงสุดจากความรุนแรงครั้งนั้นด้วย, ความไม่ลงตัวของประจักษ์พยานและหลักฐานในการหาคำตอบเบื้องหลังเหตุสลด ตอน 6 ตุลาคม 2519 ด้วย
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง ผลงานของ สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล เป็นอีกหนึ่งงานวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่พยายามใส่ความรุ้สึกส่วนตัวลงไปน้อยที่สุด พยายามนำเสนอประจักษ์พยานแวดล้อมให้ครอบคลุมรอบด้าน นำเสนออย่างกล้าหาญ(หลายประเด็นสร้างความไม่พอใจในวงกว้างได้แน่ๆ) แต่ผู้เขียนก้อยึดมั่นในความจริงและเขียนนำเสนอออกมาอย่างมีจุดยืนที่สุด
หนังสือเล่มนี้เป็นบทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของสยามไม่ควรพลาดแม้ว่าจุดยืนทางการเมืองของเขาหรือเธอจะเป็นแบบไหนก้อตาม
สุดท้ายแล้วรู้สึกเสียดายที่เราสังคมไม่ได้มีความพยายามมากพอที่จะวิเคราะห์เหตุสลดในหน้าประวัติศาสตร์ขิงชาติให้ครอบคลุมมากพอ ทั้งตอนปี 35 , 49,และ 53 ไม่งั้นวงจรของความรุนแรงและไม่เป็นประชาธิปไตยคงไม่ลากประเทศมาถึงจุดนี้(ยิ่งควรตั้งข้อสงสัยด้วยว่าเหตุใดมางภาค”รัฐ”ถึงไม่เคยมีความพยายามในการวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างครอบคลุม ไม่ตั้งธงผลลัพธ์นำ เลยสักที)
November 19, 2017
※ เอกสาร ร.7 สละราชย์
※ กรณีสวรรคต
※ เพลงพระราชนิพนธ์กับการเมือง
โดดเด่นด้านชื่อหนังสือสื่อตีพิมพ์ที่ปรากฏตลอดบทความให้ตามอ่านหากสนใจประเด็นนั้นๆ โดยเฉพาะในช่วง2518-19 ที่ถูกเรียกว่ายุคทองพ็อกเก็ตบุ๊ค
ในบทความเราส ู้: เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี2518-2519 ข้าพเจ้าได้รวบรวมเป็นเพลงประกอบหนังสือไว้ฟังกันนะครับ เพลงพระราชนิพนธ์การเมือง..2518-19(ปวศเพิ่งสร้าง): http://www.youtube.com/playlist?list=...
โดยส่วนตัวสนใจเหตุการณ์ 24 มิถุนา ซึ่งมีอีกบทความของสศจ. ที่ไม่มีในเล่มคือ "24 มิถุนา : การตีความ 4 แบบ" ซึ่งข้าพเจ้าสนใจการตีความแบบโจมตีทั้งเจ้า ทั้งคณะราษฎร (est.๒๔๙๓) ต้นแบบคือ หนังสือ ไทยกึ่งเมืองขึ้น ของอุดม สีสุวรรณ
ซึ่งพอนึกหนังสือออกจำนวนหนึ่งมาในหัวอย่างไวไวคือ ;
※การมองคณะราษฎรว่าเป็นกลุ่มทหาร x ข้าราชการพลเรือน จากหนังสือ Thailand A Short History by David K Wyatt ไปจนถึง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ของอ.คริส+อ.ผาสุก
※semicolonial ก็ต้องธีสิสของ อ.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด x อ.ไชยันต์ รัชกูล ในธีม อาณานิคมสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ทั้งนั้นทั้งนี้ หากมีหนังสือแนะนำสำหรับประเด็นต่อเนื่องของ อุดมการและ กลไกทางอุดมการของรัฐไทยในห้วงตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ จนสิ้นสุดหยุดที่ ๒๔๙๐ และจะยอดเยี่ยมมากหากเป็นงานเขียนที่ผ่านสายตาของคนนอก ที่มองเข้าไปในสยามไม่ว่าจะเป็นเชิง+หรือ- ก็จะขอขอบคุณครับ.
※ กรณีสวรรคต
※ เพลงพระราชนิพนธ์กับการเมือง
โดดเด่นด้านชื่อหนังสือสื่อตีพิมพ์ที่ปรากฏตลอดบทความให้ตามอ่านหากสนใจประเด็นนั้นๆ โดยเฉพาะในช่วง2518-19 ที่ถูกเรียกว่ายุคทองพ็อกเก็ตบุ๊ค
ในบทความเราส ู้: เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี2518-2519 ข้าพเจ้าได้รวบรวมเป็นเพลงประกอบหนังสือไว้ฟังกันนะครับ เพลงพระราชนิพนธ์การเมือง..2518-19(ปวศเพิ่งสร้าง): http://www.youtube.com/playlist?list=...
โดยส่วนตัวสนใจเหตุการณ์ 24 มิถุนา ซึ่งมีอีกบทความของสศจ. ที่ไม่มีในเล่มคือ "24 มิถุนา : การตีความ 4 แบบ" ซึ่งข้าพเจ้าสนใจการตีความแบบโจมตีทั้งเจ้า ทั้งคณะราษฎร (est.๒๔๙๓) ต้นแบบคือ หนังสือ ไทยกึ่งเมืองขึ้น ของอุดม สีสุวรรณ
ซึ่งพอนึกหนังสือออกจำนวนหนึ่งมาในหัวอย่างไวไวคือ ;
※การมองคณะราษฎรว่าเป็นกลุ่มทหาร x ข้าราชการพลเรือน จากหนังสือ Thailand A Short History by David K Wyatt ไปจนถึง ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ของอ.คริส+อ.ผาสุก
※semicolonial ก็ต้องธีสิสของ อ.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด x อ.ไชยันต์ รัชกูล ในธีม อาณานิคมสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ทั้งนั้นทั้งนี้ หากมีหนังสือแนะนำสำหรับประเด็นต่อเนื่องของ อุดมการและ กลไกทางอุดมการของรัฐไทยในห้วงตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ จนสิ้นสุดหยุดที่ ๒๔๙๐ และจะยอดเยี่ยมมากหากเป็นงานเขียนที่ผ่านสายตาของคนนอก ที่มองเข้าไปในสยามไม่ว่าจะเป็นเชิง+หรือ- ก็จะขอขอบคุณครับ.
December 22, 2020
หากถามว่าหนังสือประวัติศาสตร์ไทยเล่มไหนที่หาแบบรูปเล่มอ่านยากก็น่าจะมีประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ติดมาด้วยอย่างแน่นอน เมื่อเร็วๆนี้แอบเห็นแบบฉบับที่มีคนจัดทำขึ้นเองมาขาย(ไม่ใช่ของสำนักพิมพ์)ราคายังสูงกว่า 2-3 เท่าของราคาปกติเลยทีเดียว
.
แต่เหตุใดหนังสือเล่มนี้ถึงเป็นเล่มที่หายากนั้นก็คงต้องบอกว่ามีปัจจัย 2 อย่างประกอบกัน หนึ่งคือชื่อคนเขียนซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลัก และสองคือเนื้อหาภายในที่พวกขวาจัดหรือนิยมเจ้าอาจจะมองว่ามีการชี้นำบางอย่างแต่ในสมัยนี้(ครึ่งปีหลังของ 2020) เรื่องพวกนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันได้โดยปกติแล้วเรียบร้อย
.
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างเป็นหนังสือรวบรวมบทความของสมศักดิ์ที่เคยตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์หลายๆที่มารวมเข้าไว้ด้วยกันเรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่หลังปฎิวัติ 2475 ไปจนถึงช่วง 6 ตุลาคม 2519 หรือเหตุการณ์สังหารหมู่ธรรมศาสตร์นั่นเอง ดังนั้นแล้วแต่ละบทความก็จะมีเนื้อหาจบในตัวเอง คาบเกี่ยวกับบทความอื่นบ้างหรือไม่เกี่ยวกันเลยก็มี
.
หลังจากอ่าน The ▇▇ Never Smiles จบสิ่งที่ผมได้คือการเปิดมุมมองใหม่ๆและเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดหลังจากการปฏิวัติ 2475 ผมจึงถือว่าหนังสือเล่มนั้นสำคัญมาก เนื่องจากในภาคการศึกษาปกติประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ได้ถูกละเลยปกปิด และเน้นไปที่เรื่องราวการรบและกษัตริย์ไทยอย่างมากทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่เทียบกับเรื่องที่เกิดขึ้นหลัง 2475
.
ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยหลังจาก 2475 เช่นกันทั้งๆที่มันส่งผลต่อชีวิตของประชาชนไทยโดยตรง การจะอ่านประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างจึงขอแนะนำให้ผู้อ่านเข้าใจลำดับการเกิดเหตุการณ์ต่างๆหลังจาก 2475 - 2519 โดยคร่าวๆก่อนเช่นข้อกล่าวหาของฝ่ายนิยมเจ้าต่อปรีดีย์ กบฏบวรเดชและการสละราชฯก็จะช่วยได้มาก
.
ในส่วนของเนื้อหาของหนังสืออาจจะแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆได้แก่ 2475 ถึง 14 ตุลา, 14 ตุลาและ 6 ตุลา ในช่วงแรกคือ 2475 ถึง 14 ตุลาสำหรับผมเป็นช่วงที่อ่านง่ายและอ่านสนุกมากที่สุดด้วยการเรียบเรียงที่ดีตัวละครก็ไม่เยอะจนเกินไปทำให้เราสนุกกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประวัติศาสตร์ได้ง่าย ข้อเสียเล็กน้อยคือด้วยความที่มันเป็นบทความมาก่อน เนื้อหารายละเอียดที่ควรจะใส่มาเพิ่มดันถูกตัดทอนออกเพราะข้อจำกัดทางพื้นที่ทำให้เราเสียอรรถรสไปบ้าง
.
ในส่วนของ14 ตุลา และ 6 ตุลาเนื้อหาของหนังสือจะเน้นไปที่แง่มุมต่างๆในเหตุการณ์นั้นๆว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่บ้างด้วยเหตุนี้ทำให้มีตัวละครเกี่ยวข้องเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก บางช่วงบางตอนก็มีวิธีเขียนเป็นแบบแผนไปหน่อยทำให้รู้สึกน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ยังทำให้เราได้รู้เรื่องราวเพิ่มมากขึ้น ในสมัยนี้อาจจะไม่ใช่ความรู้ที่อ่านแล้วว้าวขนาดนั้นแต่ในสมัยนั้นก็ถือว่าผู้เขียนมีความกล้าทีเดียว
.
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างสำหรับผมแล้วทำได้น่าประทับใจในช่วงแรก (2475 ถึง 14 ตุลา) ในสองส่วนหลังถึงแม้จะดรอปลงไปแต่ก็ไม่แย่สามารถเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้พิจารณาได้ ด้วยข้อจำกัดของความเป็นบทความในนิตยสารทำให้ผู้เขียนไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ ผมก็หวังว่าจะมีโอกาสอ่านงานของสมศักดิ์ในแบบหนังสือเต็มรูปแบบต่อไป
.
แต่เหตุใดหนังสือเล่มนี้ถึงเป็นเล่มที่หายากนั้นก็คงต้องบอกว่ามีปัจจัย 2 อย่างประกอบกัน หนึ่งคือชื่อคนเขียนซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลัก และสองคือเนื้อหาภายในที่พวกขวาจัดหรือนิยมเจ้าอาจจะมองว่ามีการชี้นำบางอย่างแต่ในสมัยนี้(ครึ่งปีหลังของ 2020) เรื่องพวกนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันได้โดยปกติแล้วเรียบร้อย
.
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างเป็นหนังสือรวบรวมบทความของสมศักดิ์ที่เคยตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์หลายๆที่มารวมเข้าไว้ด้วยกันเรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่หลังปฎิวัติ 2475 ไปจนถึงช่วง 6 ตุลาคม 2519 หรือเหตุการณ์สังหารหมู่ธรรมศาสตร์นั่นเอง ดังนั้นแล้วแต่ละบทความก็จะมีเนื้อหาจบในตัวเอง คาบเกี่ยวกับบทความอื่นบ้างหรือไม่เกี่ยวกันเลยก็มี
.
หลังจากอ่าน The ▇▇ Never Smiles จบสิ่งที่ผมได้คือการเปิดมุมมองใหม่ๆและเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดหลังจากการปฏิวัติ 2475 ผมจึงถือว่าหนังสือเล่มนั้นสำคัญมาก เนื่องจากในภาคการศึกษาปกติประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ได้ถูกละเลยปกปิด และเน้นไปที่เรื่องราวการรบและกษัตริย์ไทยอย่างมากทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่เทียบกับเรื่องที่เกิดขึ้นหลัง 2475
.
ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยหลังจาก 2475 เช่นกันทั้งๆที่มันส่งผลต่อชีวิตของประชาชนไทยโดยตรง การจะอ่านประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างจึงขอแนะนำให้ผู้อ่านเข้าใจลำดับการเกิดเหตุการณ์ต่างๆหลังจาก 2475 - 2519 โดยคร่าวๆก่อนเช่นข้อกล่าวหาของฝ่ายนิยมเจ้าต่อปรีดีย์ กบฏบวรเดชและการสละราชฯก็จะช่วยได้มาก
.
ในส่วนของเนื้อหาของหนังสืออาจจะแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆได้แก่ 2475 ถึง 14 ตุลา, 14 ตุลาและ 6 ตุลา ในช่วงแรกคือ 2475 ถึง 14 ตุลาสำหรับผมเป็นช่วงที่อ่านง่ายและอ่านสนุกมากที่สุดด้วยการเรียบเรียงที่ดีตัวละครก็ไม่เยอะจนเกินไปทำให้เราสนุกกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประวัติศาสตร์ได้ง่าย ข้อเสียเล็กน้อยคือด้วยความที่มันเป็นบทความมาก่อน เนื้อหารายละเอียดที่ควรจะใส่มาเพิ่มดันถูกตัดทอนออกเพราะข้อจำกัดทางพื้นที่ทำให้เราเสียอรรถรสไปบ้าง
.
ในส่วนของ14 ตุลา และ 6 ตุลาเนื้อหาของหนังสือจะเน้นไปที่แง่มุมต่างๆในเหตุการณ์นั้นๆว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่บ้างด้วยเหตุนี้ทำให้มีตัวละครเกี่ยวข้องเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก บางช่วงบางตอนก็มีวิธีเขียนเป็นแบบแผนไปหน่อยทำให้รู้สึกน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ยังทำให้เราได้รู้เรื่องราวเพิ่มมากขึ้น ในสมัยนี้อาจจะไม่ใช่ความรู้ที่อ่านแล้วว้าวขนาดนั้นแต่ในสมัยนั้นก็ถือว่าผู้เขียนมีความกล้าทีเดียว
.
ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างสำหรับผมแล้วทำได้น่าประทับใจในช่วงแรก (2475 ถึง 14 ตุลา) ในสองส่วนหลังถึงแม้จะดรอปลงไปแต่ก็ไม่แย่สามารถเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้พิจารณาได้ ด้วยข้อจำกัดของความเป็นบทความในนิตยสารทำให้ผู้เขียนไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ ผมก็หวังว่าจะมีโอกาสอ่านงานของสมศักดิ์ในแบบหนังสือเต็มรูปแบบต่อไป
August 27, 2020
ปกติแล้วอ่านบทความของอาจารย์ในเฟสบุค และถ้าเป็นสมัยก่อนก็เป็นฟ้าเดียวกัน
ติดตามอ่านมาโดยตลอด โดยเฉพาะ "ข้อมูล" ของแกแน่นมากๆ และเล่มนี้ก็ไม่ต่างกัน
มีการอ้างอิงแน่นมาก จนกลายเป็นงานวิชาการมากกว่าด้วยซ้ำไป ซึ่งผมว่าแกคงไม่ได้ตั้งใจเขียนให้อ่านแบบสนุก
อาจารย์ไม่ได้พยายามเขียนให้มีอารมณ์ แต่เขียนในเชิงบอกข้อมูลความจริงมากกว่า (fact)
อย่างไรก็ตามเป็นหนังสืออีกเล่มที่ค่อนข้างอ่านค่อนข้างยาก และอึดอัดไม่น้อยกับเรื่องราวการเมืองสมัยสงครามเย็น
เพราะว่าภาษาของอาจารย์ไม่ได้สวยหรู แต่เน้นความตรงไปตรงมา
บทที่ชอบที่สุดคือการอธิบายเรื่องเพลงปลุกใจ "เราสู้"
แน่นอนว่าเล่มนี้ไม่มีขายในไทยเช่นเคย ต้องหา pdf ตามเว็บต่างๆเอาเองนะ
ติดตามอ่านมาโดยตลอด โดยเฉพาะ "ข้อมูล" ของแกแน่นมากๆ และเล่มนี้ก็ไม่ต่างกัน
มีการอ้างอิงแน่นมาก จนกลายเป็นงานวิชาการมากกว่าด้วยซ้ำไป ซึ่งผมว่าแกคงไม่ได้ตั้งใจเขียนให้อ่านแบบสนุก
อาจารย์ไม่ได้พยายามเขียนให้มีอารมณ์ แต่เขียนในเชิงบอกข้อมูลความจริงมากกว่า (fact)
อย่างไรก็ตามเป็นหนังสืออีกเล่มที่ค่อนข้างอ่านค่อนข้างยาก และอึดอัดไม่น้อยกับเรื่องราวการเมืองสมัยสงครามเย็น
เพราะว่าภาษาของอาจารย์ไม่ได้สวยหรู แต่เน้นความตรงไปตรงมา
บทที่ชอบที่สุดคือการอธิบายเรื่องเพลงปลุกใจ "เราสู้"
แน่นอนว่าเล่มนี้ไม่มีขายในไทยเช่นเคย ต้องหา pdf ตามเว็บต่างๆเอาเองนะ
January 15, 2021
เพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจไปกับการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ไทยในยุคสมัยหนึ่งจากหลักฐานต่างๆ เท่าที่มีและรวบรวมได้ การใช้ตรรกะและการเชื่อมโยงเพื่อศึกษาที่มาที่ไปของเหตุการณ์สำคัญในอดีต ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ และกระตุ้นให้อยากรู้อยากเห็นมากไปกว่านี้
January 5, 2021
ยอดเยี่ยม!!!
May 7, 2021
ติดตามอ.สมศักดิ์
This entire review has been hidden because of spoilers.
March 25, 2022
- จากที่เคยเป็นแฟนคลับนิยาย วสิษฐ์ เดชกุญชร ฉายภาพตำรวจน้ำดี พอมาอ่านเล่มนี้ ต้องระวังความเป็นไปได้ของเหรียญอีกด้าน เช่น ข้อกล่าวหาที่ว่า ทำเป็นหูทวนลมภายใต้สถานการณ์ตึงเครียด 14ตุลา ปล่อยให้คนในเครื่องแบบทำร้ายนศ. ยืนอยู่ฝั่งนายอย่างชัดเจน
- ถึงแม้ เราไม่อาจรู้ได้ว่าคำพูดใครจริงเท็จแค่ไหน (เชื่อในหลักฐานเอกสารเบื้องต้น แต่conversation ณ ขณะนั้น ระหว่างบุคคลมันพิสูจน์ได้ยาก) ดังนั้น จากการได้ทราบข้อมูลที่ไม่ตรงกันของทั้งสองฝั่ง ทำให้เราระวังในการมองภาพวีรบุรุษ (political figure) ในทางที่ดีหรือด่วนปักใจเชื่อเร็วเกินไป
- ที่จริงแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนโดยผู้ชนะเสมอไป ประวัติศาสตร์เขียนจากมุมมองของคนผู้นั้นต่างหาก
- ถึงแม้ เราไม่อาจรู้ได้ว่าคำพูดใครจริงเท็จแค่ไหน (เชื่อในหลักฐานเอกสารเบื้องต้น แต่conversation ณ ขณะนั้น ระหว่างบุคคลมันพิสูจน์ได้ยาก) ดังนั้น จากการได้ทราบข้อมูลที่ไม่ตรงกันของทั้งสองฝั่ง ทำให้เราระวังในการมองภาพวีรบุรุษ (political figure) ในทางที่ดีหรือด่วนปักใจเชื่อเร็วเกินไป
- ที่จริงแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนโดยผู้ชนะเสมอไป ประวัติศาสตร์เขียนจากมุมมองของคนผู้นั้นต่างหาก
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 15 of 15 reviews















