SEkung16 reviews1 followerFollowFollowFebruary 24, 2014เห็นเป็นหนังสือรางวัลในเวทีที่ออกจะเป็นเวทีเยาวชนจึงขออนุญาตลงละเอียดมากๆ สักหน่อย*นี่ไม่ใช่การรีวิว*แต่เป็นความเห็นของผู้อ่านคนหนึ่งเท่านั้น"แด่เด็กชายผู้เฝ้ารอฤดูใบไม้ผลิ" เขียนโดย "ฝุ่น" เป็นเรื่องราวของตัวเอกชื่อเซเบอร์ อายุเท่าเด็กมอปลาย (ไม่แปลกที่ปกจะไปในโทนนั้น อีกอย่างคือ "เด็กชาย" ในชื่อเรื่อง มิได้หมายถึงคนบนปกอย่างแน่นอน) เขาอาศัยกับอาที่ทำงานเป็นนักล่าหนังสือ (จับตัวละครที่หลุดออกมาผนึกกลับเข้าไปในหนังสือ) แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไป~เรื่องนี้ถือว่าเล่มบางด้วย และเป็นเล่มที่ผมอ่านจบไวที่สุดติดอันดับท็อปที่เคยอ่านมาในชีวิต ด้วยเหตุผลอันหลากหลาย ซึ่งจะอธิบายต่อไปคำเตือนแรกที่ผมอยากบอกคือ ห้ามเปิดไปยังหน้าสุดท้ายก่อนอ่านเด็ดขาด เพราะความปลื้มปิติในเรื่องราวจะหายวับไปราว 20-40% ทั้งนี้ขึ้นกับภูมิต้านทานของแต่ละคน------------------------------------------มาว่ากันด้วยสิ่งที่ผมพบหลังอ่านจบ1. เนื้อเรื่องบรรยายด้วยมุมมองบุรุษที่หนึ่ง (ใช้ "ผม" ในการเล่าเรื่อง) ทว่าก็หลุดมุมมองของบุรุษที่สามมามากมายก่ายกองตลอดเล่ม อารมณ์เหมือนคนเขียนหนังสือที่มิได้เล่าเรื่องราวของตน เป็นพระเจ้าที่เข้าใจความคิดของตัวละครทู้กกกกกกตัวในเรื่อง ซึ่งลักษณะเช่นนี้ (บรรยายด้วยมุม 1 ทางพฤตินัย และโดยเนื้อแท้แล้วมันคือการบรรยายมุม 3 ดีๆนี่เอง) พบได้บ่อยในงานมังงะ/อนิเมะสไตล์ญี่ปุ่น ที่เปิดตอนด้วยตัวเองผมอย่างงั้นผมอย่างงี้ แล้วจากนั้นเรื่องก็ดำเนินไปผ่านมุมมองของคนดู ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เรื่องจึงถูกถ่ายทอดด้วยบุคคลที่สาม ซึ่งก็ไปซอกแซกรู้ทุกสิ่งของตัวละครอื่นในเรื่องด้วย มิใช่แค่ตัวเอก2. ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรส่งไปทำมังงะเถิด ทีแรกผมเห็นเล่มบาง ก็มีลางสังหรณ์แล้วว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องที่เล่ายาวเรื่อยไป และเมื่ออ่านดู อ้อ...ที่แท้มันคือมังงะขนาดสั้นไม่กี่เล่มจบเวอร์ชั่นนิยายนี่เอง เพราะในเรื่องจะมีตอนใหญ่ๆราว 6-7 ตอน ทั้งที่เนื้อจริงสับแยกไว้ตั้ง 15 ตอนย่อย และแต่ละตอนก็ยังเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ลักษณะเรื่องราวไม่ใช่การดำเนินเรื่องด้วย "เรื่องเดียว" แล้วจบ นึกภาพไม่ออกโปรดนึกถึงการ์ตูนที่เป็นซีรีส์ อย่างโคนัน (ซึ่งมีข่าวว่าจะจบเร็วๆนี้แล้ว?) ทุกตอนจะจบในตัว แต่นับเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" เพราะแม้จบในตัวแต่ตัวเอกคือคนเดิม บางช่วงก็หยอดปมเกี่ยวกับชายชุดดำมารายทาง นั่นเองเรื่อง "แด่เด็กชายฯ" ก็เช่นเดียวกัน3. สำนวนเรื่องนี้ไปวัดไปวาได้ เว้นแต่ต้นเรื่องที่มีเสียงเอฟเฟ็คแบบที่ผมไม่ชอบเท่าไหร่อย่าง "เฮือก!" (เป็นเสียงการสูดลมเข้าปอด) หลังๆไม่มีของพวกนี้แล้ว เน้นด้านฟีลลิ่งซะมากกว่า4. เรื่องนี้เด่นตรงอารมณ์ของเรื่อง จะมาสไตล์อบอุ่นแกมเศร้า สไตล์งานคล้ายมังงะ/อนิเมะแนวอบอุ่นญี่ปุ่น กล่าวคืออบอุ่นปนมาม่า ผมไม่อยากใช้คำว่า "หม่น" เพราะมันดูมากไป เรื่องนี้ยังไม่แตะขั้นนั้น5. โดย คหสต. ผมว่าคนอ่านน่าจะเดาตอนจบได้ตั้งแต่อ่านไปได้ครึ่งเล่มแล้ว (แม้ไม่ได้เปิดอ่านหน้าสุดท้ายก่อนก็ตาม)6. ไหนๆก็งานเอนเทอร์ ถามหาความวาย ยืนยันได้ว่าพบได้ เป็นไอระเหยกลิ่นกรุ่น แต่บางทีก็ดูจะพยายามเขียนดึงฟีลลิ่งให้ตัวละครออกทางวาย (พยายามสร้างโมเม้นท์วายๆ) มากไปรึเปล่า บางช่วงจึงดูเหมือนตัวละครหลุดคาแรคเตอร์อย่างหนักหน่วงเกินไป จนผมเริ่มมีอาการมึนเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ความวายในเรื่องทำอะไรผมไม่ได้ ๕๕๕๕๕๕7. เรื่องราวสรุปจบได้ใน 2.25 ตอนย่อย (อย่าลืมนะ ว่าทั้งเล่มมี 15 ตอนย่อย) เริ่มด้วยตอนที่มีชื่อทำนองว่า "ฉันจะบอกความจริงแล้วนะจ๊ะคนอ่านที่รัก" คุณพระคุณเจ้า...ผมในตอนนั้นอารมณ์แบบว่า "เอางี้เลยเรอะ" ซึ่งเมื่ออ่านไปก็พบว่า คนเขียนเริ่มต้นด้วยการเกลี่ยอุปสรรคขวางหนามของ "การบอกความจริง" ออกไป แล้วก็ลากคนบอกความลับ กับคนที่มีความจำเป็นต้องรับรู้ความลับ (เพื่อนำไปสู่เฉลยของเรื่อง) ออกมาคุยกัน แล้วก็เกิดเหตุการณ์มาม่ากันนิดหน่อย แล้วความจริงก็ปรากฏ วู้ววู~8. ชื่นชมคนเขียนว่าปูเรื่องมาดี หยอดมาเรื่อยๆ ทุกตอนในเรื่องสัมพันธ์กันก็เพราะไอ้เฉลยตรงท้ายนี่ล่ะ (ถ้าไม่มีตอนท้ายบอกความเชื่อมโยงกันไว้นี่ คือ... ผมคงจะ @#$%&%$#@ กับหนังสือเล่มนี้ทันทีที่อ่านจบ) ทว่าหากเทียบการขมวดจบกับการปูเรื่องมาตอนต้นมันดูไม่สมดุลกันชอบกล ตอนจบดูจงใจและอัดอารมณ์มากไป คือผมพอเข้าใจว่าตัวเอกค่อนข้างจะดาร์คหลบใน ข้างนอกสุกใสข้างในใจโหวงเหวง แต่อย่างไรก็ตามไม่น่ามาระเบิดแจกดราม่าตู้มเดียวท้ายเรื่องเลย มันดูหนักไปเกินหน้าเกินตาบริบท ไม่ contour เนื้อหา แบบค่อยๆเกลี่ยมาค่อยตู้ม (หากจะบอกว่าการที่ตัวเอกฟีลดาวน์กลางเล่มนั้นคือการค่อยๆเกลี่ยแล้วไง ผมก็อยากจะชี้แจงกลับไปว่า ทว่าหลังจากนั้นฟีลลิ่งมันก็กลับมาพุ่งพรวดเหมือนเดิมนะ เพราะมันถูกคั่นด้วยตอนใหม่ที่ทำเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติ ซึ่งมันไม่ใช่วิธีการเลี้ยงเนื้อหาไปแล้วพาไปสู่บทสรุปที่สมกับบริบทเพียงพอ)------------------------------------------ปิดท้ายด้วยความเห็นส่วนตัวเล่มนี้ออกจะมาสไตล์มังงะอนิเมะไปสักหน่อย โทนเรื่องอบอุ่นเศร้าๆ ดี แต่อย่างไรก็ตามบางทีผมก็อยากอ่านข้ามส่วนที่เป็น daily life ของทุกๆ ต้นตอนเสียเหลือเกิน จากการสังเกต มันเป็นตัวคั่นให้อารมณ์ทอดออกไป เรื่องจึงดูเศร้าด้วย ก็ส่วนหนึ่งที่เป็นข้อดี ทว่าพอเห็นแบบนี้ทุกต้นตอนแล้วมันเกิดอาการ "อยากข้ามไป" ทันใดเลยเชียว ซึ่งในฐานะที่ผมอ่านหนังสือทุกตัวอักษร รู้สึกมันเป็นการสิ้นเปลืองพอๆ กับการตัดตอนบ่อยๆ แล้วเว้นหน้าว่างให้เปลืองกระดาษเล่นอย่างไรก็ตาม เล่มนี้ทอดอารมณ์ดี จึงพอให้อภัย วิธีการคิดไม่เกร่อ นับว่าเป็นข้อดีอีกเรื่อง จึงให้ผ่าน ใครใคร่อ่านก็เชิญอ่านเถิด - -)/