Jump to ratings and reviews
Rate this book

ช่างมันเถอะ ! อีกไม่กี่ปีเราก็เป็นเถ้าธุลีกันหมดแล้ว

Rate this book
เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างไม่เปลืองแรง สำหรับทุกคนที่พยายามอย่างหนักในทุกวัน

แม้วันนี้จะมีเรื่องที่ทำให้ไม่ชอบใจ แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมาจนได้ ถึงจะบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่จริง ๆ แล้วในใจมัน "เป็นไร" มากเลยใช่ไหมล่ะ

"ฟุจิโนะ โทโมยะ" จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น จะพาคุณไปพบกับเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ สำหรับคนที่มักจะพยายามมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ หรือการดูแลคนในครอบครัว

ดังนั้นก่อนที่ร่างกายและจิตใจของคุณจะอ่อนล้าจนเกินรับไหว เลิกใส่ใจความรู้สึกคนอื่น แล้วหันมาให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับแรกดูสิ

222 pages, Paperback

Published February 1, 2024

9 people are currently reading
45 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
18 (24%)
4 stars
38 (50%)
3 stars
14 (18%)
2 stars
5 (6%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 12 of 12 reviews
Profile Image for Clairdenoon.
1,952 reviews392 followers
September 1, 2024
#ช่างมันเถอะ!อีกไม่กี่ปีเราก็เป็นเถ้าธุลีกันหมดแล้ว
#FUJINO TOMOYA:เขียน
#กมลวรรณ เพ็ญอร่าม:แปล
description
บันทึกการอ่าน:
ซื้อเพราะชื่อที่ตรงใจ ผู้แต่งเกิดปี1991เป็นจิตแพทย์ แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ และนักจิตวิทยาที่ได้รับใบอนุญาต ในวัยเด็กคุณหมอป่วยเป็นโรคคาวาซากิ และหลอดเลือดหัวใจโป่งพองต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง(ใช้ชีวิตร่วมกับอาการป่วยมาโดยตลอด) นอกจากนี้ยังสนใจในสาขานิติจิตเวชศาสตร์ ปัจจุบันทำงานในภาควิชาจิตเวชศาสตร์และเป็นแพทย์ในเรือนจำด้วย

คำแนะนำส่วนใหญ่ในเรื่อง เน้นให้รักตัวเองให้มาก มองเห็นคุณค่าของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองคู่ควรที่จะได้รับความรัก ตัวเราสำคัญอันดับ1 เลิกแคร์คนอื่น(ที่ไม่ได้สำคัญกับชีวิตเรา)จะมองยังไงจะวิจารณ์ยังไงเถอะ เพราะอีกไม่กี่ปีก็จะเป็นเถ้าธุลีกันหมด(แปลไทยแบบเถื่อน=อีกไม่นานก็จะตาEห่านกันหมดแล้ว) หลายประโยคปลอบโยนคนที่เหนื่อยล้า และกำลังพยายามอย่างหนัก คิดว่าน่าจะเหมาะกับสภาพสังคมของคนญี่ปุ่น หรือเหล่านางแบก นายแบก เคร่งครัด กดดันตัวเอง คำนึงถึงมารยาททางสังคม เก็บกดความรู้สึกเจ็บช้ำไว้ภายใน
บางเรื่องก็เห็นด้วย(ประมาณ80%ของทั้งเล่ม)บางเรื่องก็เห็นต่าง เช่น หนังสือบอกว่าจงให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เราไม่เห็นด้วยเพราะเราคนไทย ที่แปลว่าอิสระ เอะอะให้รางวัลตัวเองตลอด😆 จนต้องบอกตัวเองให้หยุดให้รางวัลตัวเองบ้าง ไม่ได้ทำอะไรเลยก็ให้จัง😅 โดยรวมคือดี อ่านแล้วมีกำลังใจ
description

❤ส่วนข้อที่เห็นด้วย จดไว้จำ และทำให้ได้คิด ก็เช่น...

-อยากทำสิ่งไหนให้คนสำคัญ ให้ทำสิ่งนั้นกับตัวเองบ้าง
-ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดีแค่ไหน ยังไงก็จะมีคนไม่ชอบคุณอยู่ดี(เป็นปกติ)
-ไม่ควรเสียเวลามีค่า ไปกับคนที่ไม่ชอบหน้า
-เว้นระยะห่างจากคนที่ไม่ชอบหน้า หรือเข้ากับเราไม่ได้
-อยากเป็นใคร บทบาทไหน ลองสวมบทบาทคนที่อยากเป็นดู
-มองคนที่เราไม่ชอบหน้าเป็นแค่ตัวประกอบในชีวิตตัวละครหลักคือเรา(❌อย่าไปสนใจใยดี ไปโฟกัส ไปให้แสงมัน)
-คนอิจฉาคือคนไม่มีอะไรทำ😆จงเปลี่ยนความอิจฉา ให้เป็นแรงผลักดัน (เลิกอิจฉาแล้วหาอะไรทำนั่นเอง🤣)
-การแก้แค้นที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ทำร้ายคุณคือการที่คุณมีความสุข
-ไม่จำเป็นต้องนำครส.ของคุณมาเปรียบเทียบกับคนอื่น มันเป็นครส.ของคุณคนเดียว ทุกคนอยู่ในสถานะไม่เหมือนกัน
-จงฝึกไม่พูด ในสิ่งที่ไม่จำเป็น
-เราคือคนที่ต้องรับผิดชอบกับชีวิตของตนเอง ดังนั้นอย่าไปกังวลกับคำวิจารณ์หรือคำพูดไปเรื่อยของคนอื่นที่ไม่ได้มารับผิดชอบอะไรในชีวิตเรา(อย่าใส่ใจคนสะเหล่อ)
-ตีตัวออกหาก คนที่อยู่ด้วยแล้วอึดอัด รู้สึกผิด รู้สึกคุณค่าในตัวถูกลดทอน
(ตีตัวออกหาก--คือไม่กลับมาแล้ว ไปแล้วไปลับ
ตีตัวออกห่าง--คือแค่ห่างกันสักพัก มีเปอร์เซ็นจะกลับมา)
-วิธีที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตให้สงบสุขก็คือไม่คาดหวังกับใครเลยตั้งแต่แรก
-ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องคาดหวังแต่เป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้น
-เวลารู้สึกพังๆ บ้งๆ หรือมีครส.ในแง่ลบ ให้ เขียนสาเหตุของความรู้สึกในแง่ลบออกมาแล้วคิดวิธีรับมือเป็นรูปธรรมแต่ละเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดมีอะไรบ้าง? คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดที่รู้สึก?
-ลองเขียนปัญหาที่อาจเกิดขึ้นไว้ก่อน(worst case)พร้อมคาดคะเนวิธีการรับมือไว้คร่าวๆ
-อารมณ์โกรธกับการแสดงความโกรธนั้นไม่เหมือนกันเป็นคนละอย่างกัน อารมณ์โกรธมีได้ แต่ต้องรู้จักควบคุมการแสดงความโกรธได้เช่นกัน(ไม่งั้นจะบันดาลโทสะทำอะไรวู่วามลงไป).... เวลาโกรธ ควรอยู่นิ่งๆสักพักเพื่อจัดการความรู้สึกตัวเอง
-เวลามีปัญหาให้ลองมองด้วย"กรอบเวลาระยะยาว"สิ่งที่ตอนนี้เห็นเป็นเรื่องใหญ่มาก พอนานไปอาจไม่ได้ใหญ่ถึงขนาดนั้น ซึ่งจะช่วยให้ลดความกังวลลงบ้าง เช่นสมัยเรียนการสอบเข้ามหาลัยคือเรื่องใหญ่มากกในชีวิต แต่ตอนนี้ก็นะ...มีเรื่องใหญ่กว่านั้นเยอะ
-เรา ควรใช้ชีวิตในแบบของตัวเองทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่ปล่อยให้เรื่องไร้สาระหรือคนที่ไม่ชอบหน้ามาคอยบงการชีวิตเรา ดังนั้นจงย้ำกับตัวเองซ้ำๆหลายๆครั้งว่าอย่าให้ใครมาบงการชีวิตและอย่าให้ใครมาเอาเปรียบคุณเพราะคุณใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้
-ใช้คำว่า"ช่างมันเถอะ" กับเรื่องส่วนใหญ่ในชีวิตบ้างก็ได้ เดี๋ยวพอผ่านไป 100 ปีเราก็กลายเป็นเท่าธุลีกันหมดแล้ว
description
Profile Image for Duangkamol L..
54 reviews
June 30, 2024
ช่างมันเถอะ! อีกไม่กี่ปีเราก็เป็นเถ้าธุลีกันหมดแล้ว
- ฟุจิโนะ โทโมยะ เขียน
- กมลวรรณ เพ็ญอร่าม แปล

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อคนที่มักจะพยายามมากเกินไปไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว รวมถึงคนที่มักเป็นฝ่ายยอมปรับตัวให้เข้ากับค่านิยมหรือกฎเกณฑ์ที่ "คนอื่น" กำหนด -- ฟุจิโนะ โทโมยะ

เล่มนี้จะมีอยู่ 5 บทหลัก และมีบทย่อยลงไปอีกด้วยเนื้อหาความยาวที่ 2-3 หน้า
1. เริ่มจาก "พักผ่อน" ก่อนก็ได้ (มี 10 บทย่อย)
2. มาใส่ใจ "เรื่องของตัวเอง" ให้มากขึ้นกันเถอะ (มี 12 บทย่อย)
3. เรื่องที่ "เสียงของร่างกาย" กำลังบอกเรา (มี 8 บทย่อย)
4. คำใบ้เรื่อง "ความสัมพันธ์" ที่เราไม่ต้องฝืนพยายามมากเกินไป (มี 10 บทย่อย)
5. เราจะมีความสุขด้วยตัวเองก็ได้นี่นา (มี 8 บทย่อย)

🧐 ความรู้สึก/ความคิดเห็นส่วนตัว 🧐
เล่มนี้ค่อนข้างอ่านง่ายมาก ๆ เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกไม่ไหวแล้ว เหนื่อย เพลีย เบื่อ อย่างจะช่างแม่*จริง ๆ แต่ไม่กล้าทำ เพราะว่าการอ่านเล่มนี้ไม่ต้องใช้ความพยายามไปมากกว่าหาซื้อ และเปิดอ่าน

มีอยู่หลายจุดเลยที่เรารู้สึกว่า "ก็จริงนะ" ซึ่งบางทีเราอาจจะต้องการใครสักคนมาคอยเตือนสติ สะกิดเราสักหน่อย ซึ่งเล่มนี้ก็สามารถเป็นเพื่อนคนนั้นได้

🔐 Key Takeaways 9 ข้อ 🔐
(1) การพักผ่อนคือความก้าวหน้า.. การตะบี้ตะบันฝืนทำงานไป อาจจะทำให้เราทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ (หรืองานก็อาจจะออกมาไม่ได้คุณภาพที่ดีพอ?) หรือสุดท้ายอาจจะทำให้เราป่วยจนต้องลาอยู่ดี เพราะฉะนั้นการพักผ่อนก่อนที่ร่างกายจะดับกลางอากาศไปก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

(2) ปล่อยผ่านกับคำพูดของนักวิจารณ์มั่วชั่ว (เช่นคุณป้าข้างบ้าน หรือนักเลงคีย์บอร์ด) แต่ใช้เพื่อตรวจดูแนวทางการใช้ชีวิตของเราดีกว่า

(3) มาฝึกตัวเองให้ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุข แล้วเก็บความซีเรียสไว้ใช้ในยามฉุกเฉินดีกว่า เพราะถึงเวลาฉุกเฉินจริง ๆ เราอาจจะไม่เหลือพลัง หรือสติเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้เท่าที่ควรจากการเหนื่อยล่าทางสมองมากเกินไป

(4) โลกใบนี้มันใหญ่มากกกก พาตัวเองออกมาจากมุมที่แคบและอึดอัดกันดีกว่า.. ไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องออกไปเที่ยวรอบโลก หรือไม่ใช่ทุกคนที่จะเริ่มออกเที่ยวได้ทันที แต่แค่ละสายตาจากคอม จากมือถือ.. ที่ทำงาน.. มามองวิวข้างทางบ้าง แวะนั่งเฉย ๆ ตามสวนสาธารณะบ้าง หรือทำอะไรใหม่ ๆ แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ยังดี

(5) ตัวแปรสำคัญที่ทำลายความรู้สึกคือการสนใจสายตาของคนอื่นมากเกินไป เช่น
-- สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้คือการพัฒนาตัวเอง vs. การทรมานตัวเอง
-- สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เพื่อความสุขตามนิยามของเรา vs. ตามนิยามที่คนอื่นตั้งให้เรา
-- สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้เราอยากจะทำ vs. ค่านิยมทางสังคมบอกว่าต้องทำ

(6) เปลี่ยนจากคนที่มักจะพยายามมากจนเกินไปมาเป็นคนที่พึ่งพาคนอื่นบ้างเมื่อจำเป็น อยากให้รู้ว่าในโลกนี้มีแต่เรื่องที่เราทำเองคนเดียวไม่ได้เต็มไปหมด เราจัดการทุกอย่างเพียงลำพังไม่ได้.. เช่นเวลาเรานำขยะไปทิ้งตอนเช้าก็มีคนมาช่วยเก็บให้ หรือมีคนช่วยคำนวณเวลาการทำงานเราแล้วไปเบิกโอนเงินเดือนมาให้ 💰💰 (เพลง Money ของ Lisa มา!)

(7) เราไม่จำเป็นที่จะต้องปั้นหน้า ฝืนยิ้ม ฝืนทนเวลามีคนทำเรื่องน่ารังเกียจกับเราหรอก เราควรใช้พลังงานไปกับสิ่งที่สำคัญกับเรา กับคนที่เค้าเคารพ และหวังดีกับเรามากกว่า

(8) การพยายามจะใช้ชีวิตเป็นคนดีกับทุกคน ก็จะต้องยอมเสียสละอะไรออกไป (เวลาพักผ่อนส่วนตัว, งานอดิเรก, เวลาเดินเล่นกับน้องหมา) เพราะฉะนั้นควรเลือกว่าเราไม่อยากเสียอะไรไป (ครอบครัว, สุขภาพ, หน้าที่การงาน) แล้วก็พิจารณาว่าจะใช้ชีวิตยังไงดีกว่า.. ถ้าเราพยายามใช้ชีวิตเป็นคนดีในสายตาทุกคน เราก็อาจจะเผลอทำสิ่งสำคัญในชีวิตหล่นหายไปได้

(9) และข้อสุดท้ายสั้น ๆ .. สิ่งไหนที่ปล่อยมือได้ก็ให้ปล่อยไป ขอให้คุณใจดีกับตัวเองบ้าง

"มันคงน่าเสียดายที่เราจะจากโลกนี้ไปโดยไม่ทำอะไรเพื่อตัวเองเลย" - คำนำสำนักพิมพ์
Profile Image for Sura Siri.
347 reviews6 followers
April 28, 2024
เขียนเพื่อคนที่เสียสละทำงานแบกรับภาระเพื่อครอบครัว,เพื่อเพื่อนที่ทำงานและเพื่อองค์กรมากจนหมดแรงสูญเสียพลังและกำลังใจ เพื่อให้รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง
7 reviews
April 9, 2024
อ่านง่าย อ่านสบายๆ healใจดี สอนวิธีคิดแบบง่ายๆให้ลองไปประยุกต์ใช้
Profile Image for Onarisa.
15 reviews
November 4, 2024
เป็นหนังสือที่ดูจากปกแล้วคิดว่า ถ้าเพื่อนไม่ซื้อให้ก็คงไม่มีวันได้ซื้อเอง เพราะปกติก็จะมองหนังสือตระกูล self-help ประมาณนี้ว่า แหม ข้อมูลพวกนี้เราก็รู้อยู่แล้ว ทำไมต้องไปซื้อมาอ่านด้วย
.
แต่ในวันที่ชีวิตมีเรื่องให้รับมือและกลับมาทบทวนตั้งคำถามถึงความหมายในการมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้กลับทำให้เราเข้าใจบทบาทของหนังสือ self-help ได้เสียที และรู้สึกขอบคุณการมีอยู่ของมันไม่น้อย
.
แน่ล่ะว่าทุกบทในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่อะไรใหม่ ไม่ใช่ rocket science ที่ใครอ่านก็ต้องร้องว้าว เป็นคอนเสปท์ง่าย ๆ ที่เราก็คิดเองได้ เคยคิด เคยมีคนบอก และแน่นอนว่าใครเคยปรึกษานักจิตวิทยาสาย CBT น่าจะคุ้นกับวิธีการตั้งคำถามและการปรับเปลี่ยนมุมมองในหนังสือเล่มนี้ไม่มากก็น้อย เราคิดว่าจริง ๆ ผู้เขียนก็น่าจะมาจากแนวทางสาย CBT เลยแหละ
.
แต่ถึงเราจะคุ้นเคยแค่ไหนกับกระบวนการคิดที่ถูกนำเสนอในหนังสือเล่มนี้ แต่พอได้หยิบมาอ่านจริง ๆ กับการเรียบเรียงที่แสนเรียบง่าย การใช้ประโยคสั้น ๆ แต่กินใจและกินความมากแบบหนังสือแปลญี่ปุ่น มันเหมือนมีคุณลุงชาวญี่ปุ่นมาตบบ่าแล้วบอกว่า “เอาน่า ชีวิตก็เท่านี้“ และตอกย้ำว่าเราทำได้ดีมากแล้วนะ อย่ากดดันตัวเอง อย่าใช้ชีวิตของเราเพื่อใคร ชีวิตเป็นของเราก็ใช้แบบที่เราต้องการเสียเถอะ แค่เป็นตัวของตัวเองก็มีคุณค่าที่สุดแล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งพิเศษที่มีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ และทำได้อย่างสวยงามที่สุด ซึ่งการมีคุณลุงมาตบบ่าและย้ำเตือนสิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมกำลังทำให้เราหนักแน่นกับสิ่งที่เราเลือก นั่นคือการกลับมารักตัวเอง ดูแลตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง ชัดเจนและให้ความสำคัญกับคุณค่าที่เรายึดถือและผู้คนที่เรารัก
.
ทั้งนี้ ก็ยังมีแนวคิดบางอย่างในหนังสือที่เรายังไม่นึกคล้อยตามในตอนนี้แฮะ เช่นเรื่องความรู้สึกโกรธและการแสดงอารมณ์โกรธ ผู้เขียนหนังสือดูจะไม่อยากให้เราแสดงอารมณ์โกรธเท่าไร คือรู้สึกได้ แต่ไม่แสดงออกมาเลย แต่นี่คิดว่าบางทีแสดงออกมาบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่พอใจก็ให้คนอื่นรู้ได้ว่าเราไม่พอใจ เพราะมันก็ปกติของมนุษย์ ใครจะไปนิ่งเฉยและมีเหตุมีผลได้ตลอด และบางครั้งการแสดงความโกรธมันก็อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ถ้าสิ่งที่ทำให้เราโกรธมันแย่จริง ๆ ผู้คนก็อาจจะปรับเปลี่ยนไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก หรืออย่างน้อยมีการตั้งคำถามกับมันบ้าง
.
แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นหนังสือที่พบกันได้ถูกที่ ถูกเวลา ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ซื้อให้จ้า
Profile Image for Sarah.
131 reviews
December 25, 2025
I really liked the author’s gentle, supportive tone. The message feels like a quiet “you don’t have to try so hard,” which was comforting to read. The writing seems to be aimed more toward female readers, but the core ideas are easy to relate to no matter who you are.

You don’t have to keep growing, and you don’t have to become someone special. If you’re low on energy, it’s okay to go out without makeup. The book encourages you not to be so hard on yourself, and that message felt genuinely soothing.

Also, the illustrations of the dog are simple, loose, and very cute—they add to the book’s relaxed, kind atmosphere.
Profile Image for Karn Moonsri.
84 reviews
March 23, 2024
พออ่านหนังสือแนวพระพัฒนาของญี่ปุ่นบ่อยๆ สิ่งที่ทำให้เห็นภาพก็คือวัฒนธรรมการทำงานของคนที่นั่นรวมไปถึงปัญหาต่างๆที่ผู้เขียนนำมาเสนอเพื่อลดความเครียดความคาดหวังต่างๆ ของสังคมทำงานลักษณะนั้น ซึ่งบางเรื่องก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ และบางเรื่องกับพบว่าวัฒนธรรมการทำงานของเราอาจมีวิธีรับมือที่ดีกว่า ดังนั้นความพอดียังเป็นแนวคิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำงาน ไม่ตึงไปและไม่หย่อนไป
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Taweepong Santipattanakul.
115 reviews3 followers
February 1, 2025
หากรู้สึกว่าชีวิตในแต่ละวันมันยมซะเหลือเกิน ก็เหมาะแล้วครับที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน นี่คือพาวเวอร์แบงค์ ที่มีโหมด ซุปเปอร์ชาร์จในการเติมพลังไฟให้กับชีวิต ขณะเดียวกันก็เหมือนอากาศบริสุทธิ์ที่สูดเข้าไปแล้วรู้สึกโล่งโปร่งสบาย ด้วยภาษาที่อ่านง่าย เข้าอกเข้าใจ เหมาะที่จะ หยิบมาอ่านได้ทุกโอกาส เยี่ยมจริงๆครับ
Profile Image for Nopadol Rompho.
Author 4 books388 followers
March 9, 2024
ชอบหนังสือแนวพัฒนาตนเองของนักเขียนชาวญี่ปุ่นครับ อ่านง่าย สั้น ๆ แต่ได้ข้อคิดดี ๆ นำไปใช้ต่อได้เลย เล่มนี้ก็เช่นกัน แถมชื่อก็ตั้งไว้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ
Profile Image for Gib.
13 reviews
October 1, 2024
เล่มนี้อ่อนใส คนเขียนใจดี เล่มที่ปกเป็นแมว ไม่มีชีวิตยืนยาวเพื่อจะอยู่อย่างอดทน ให้กำลังใจแบบหงุดหงิดแล้วนะ! ซึ่งแบบแมวโดนจริตมากกว่า
Profile Image for Nut Aroonruangaram.
2 reviews
September 30, 2025
หลายเรื่องที่เล่าในเล่มนี้จะถูกย่อยให้กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมกับ heal ให้กำลังใจผู้อ่านอย่างเต็มกำลังที่สุด
Displaying 1 - 12 of 12 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.