What do you think?


ขอให้ความรักอยู่กับแมว: เรื่องเล่าเก้าชีวิต
เมื่อสูญเสียแมวอันเป็นที่รักไป แมวอื่นๆ ที่เคยผ่านพบก็หวนกลับมามีชีวิตในตัวอักษรอีกครั้ง
‘ขอให้ความรักอยู่กับแมว: เรื่องเล่าเก้าชีวิต’ คือบันทึกความทรงจำว่าด้วยแมวในชีวิตของ โตมร ศุขปรีชา ตั้งแต่แมวตัวแรกในชีวิตที่เขาเป็นผู้ตั้งชื่อให้ แมวที่่แสนร่าเริง แสนหยิ่ง แมวแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ แมวกล้าหาญ แมวแสนสวย - และกระทั่งแมวแห่งอนาคต, ที่สักวันหนึ่งจะเดินทางมาถึง
แมวในชีวิตไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง แต่แมวคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่แสดงให้เห็นอำนาจของกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อนพ้องที่ข้องเกี่ยวกับแมวเหล่านั้น แส้แห่งบาดแผลในอดีตที่โบยตีตัวตน รวมถึงสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา บันทึกถึงสัมพันธภาพของคนกับแมวจึงคือบันทึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ผสมผสานไปด้วยพร้อมกัน อ่อนหวานเมื่อรำลึกถึงอดีต และเศร้างามเมื่อนึกถึงอนาคต
หนังสือแต่ละเล่มมาพร้อมกับโมเดลแมว 1 ชิ้น จากโมเดลแมวทั้งหมด 6 แบบ คุณจะรู้ว่าได้ครอบครองแมวแบบไหน ก็เมื่อแกะซองเปิดหนังสือออกดูแล้ว นี่คือภาพแทนปริศนาแห่งแมว เพราะเราไม่รู้เลยจริงๆ ว่า – แมวแบบไหนจะปรากฏกายขึ้นในช่วงใดของชีวิตบ้าง
‘ขอให้ความรักอยู่กับแมว: เรื่องเล่าเก้าชีวิต’ คือบันทึกความทรงจำว่าด้วยแมวในชีวิตของ โตมร ศุขปรีชา ตั้งแต่แมวตัวแรกในชีวิตที่เขาเป็นผู้ตั้งชื่อให้ แมวที่่แสนร่าเริง แสนหยิ่ง แมวแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ แมวกล้าหาญ แมวแสนสวย - และกระทั่งแมวแห่งอนาคต, ที่สักวันหนึ่งจะเดินทางมาถึง
แมวในชีวิตไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง แต่แมวคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่แสดงให้เห็นอำนาจของกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน ความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อนพ้องที่ข้องเกี่ยวกับแมวเหล่านั้น แส้แห่งบาดแผลในอดีตที่โบยตีตัวตน รวมถึงสภาพสังคมที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา บันทึกถึงสัมพันธภาพของคนกับแมวจึงคือบันทึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ผสมผสานไปด้วยพร้อมกัน อ่อนหวานเมื่อรำลึกถึงอดีต และเศร้างามเมื่อนึกถึงอนาคต
หนังสือแต่ละเล่มมาพร้อมกับโมเดลแมว 1 ชิ้น จากโมเดลแมวทั้งหมด 6 แบบ คุณจะรู้ว่าได้ครอบครองแมวแบบไหน ก็เมื่อแกะซองเปิดหนังสือออกดูแล้ว นี่คือภาพแทนปริศนาแห่งแมว เพราะเราไม่รู้เลยจริงๆ ว่า – แมวแบบไหนจะปรากฏกายขึ้นในช่วงใดของชีวิตบ้าง
168 pages, Paperback
First published March 1, 2024
About the author
โตมร ศุขปรีชา
79 books412 followers12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา
1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย
2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี
3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’
4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย
5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน
6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย
7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น
8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล
9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม
10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...
11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง
12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ
1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย
2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี
3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’
4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย
5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน
6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย
7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น
8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล
9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม
10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...
11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง
12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
October 31, 2024
เรื่องราวของการพบเจอและลาจาก พร้อมกับการเติบโตของผู้เขียน เป็นบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ชวนให้เราอมยิ้ม จูงมือให้เราเจ็บปวดไปด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าความรักนั้นแสนจะงดงาม
May 24, 2024
หนังสือของคนรักแมว ที่เขียนขึ้นเพื่อระลึกถึงแมว
เรื่องเล่าทีอาจทำให้เราหวนระลึกถึงเพื่อนตัวน้อยที่จากเราไป หรือบางทีอาจทำให้ใครซักคนอยากลองสัมผัสถึงการมีเพื่อนตัวน้อยซักตัวมาวิ่งเล่นเป็นเจ้านายซักครั้งก็เป็นไปได้
เป็นเรื่องราวที่ชวนหวนระลึกถึงความรักที่ยังคงอยู่ รวมถึงความรักที่อาจกำลังเดินทางมา
แถมท้ายด้วยเรื่องสั้นที่มีกลิ่นอายของการโหยหาลาจาก ที่นักอ่านอาจจะอ่านเหมือนเป็นเรื่องสั้นเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเหล่าเพื่อนตัวน้อย หรือจะอ่านมันให้เป็นเนื้อเรื่องอีกตอนหนึ่งของเรื่องราวของแมวเหมียวก็ได้ครับ ให้อรรถรสไปคนละแบบ
เป็นหนังสือแด่คนรักแมวจริงๆครับ
เรื่องเล่าทีอาจทำให้เราหวนระลึกถึงเพื่อนตัวน้อยที่จากเราไป หรือบางทีอาจทำให้ใครซักคนอยากลองสัมผัสถึงการมีเพื่อนตัวน้อยซักตัวมาวิ่งเล่นเป็นเจ้านายซักครั้งก็เป็นไปได้
เป็นเรื่องราวที่ชวนหวนระลึกถึงความรักที่ยังคงอยู่ รวมถึงความรักที่อาจกำลังเดินทางมา
แถมท้ายด้วยเรื่องสั้นที่มีกลิ่นอายของการโหยหาลาจาก ที่นักอ่านอาจจะอ่านเหมือนเป็นเรื่องสั้นเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเหล่าเพื่อนตัวน้อย หรือจะอ่านมันให้เป็นเนื้อเรื่องอีกตอนหนึ่งของเรื่องราวของแมวเหมียวก็ได้ครับ ให้อรรถรสไปคนละแบบ
เป็นหนังสือแด่คนรักแมวจริงๆครับ
March 19, 2024
บางบทถึงกับทำเอาน้ำตาซึม ทำให้คิดถึงแมวของเราที่จากไปแล้ว
December 6, 2025
เรื่องราวของน้องแมวที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิตของโตมร ศุขปรีชา
แต่ละตัวฝากความทรงจำ รอยเล็บ รอยกัด เสียงครืดๆ และชีวิตไว้ในห้วงชีวิตคนเลี้ยงแมว
ไม่จำเป็นต้องแมวก็ได้ แต่ถ้าเรามีความทรงจำดีๆ กับสัตว์น่าจะ relate ไม่ยาก น้ำตาไหลหลายบทอยู่
แต่ละตัวฝากความทรงจำ รอยเล็บ รอยกัด เสียงครืดๆ และชีวิตไว้ในห้วงชีวิตคนเลี้ยงแมว
ไม่จำเป็นต้องแมวก็ได้ แต่ถ้าเรามีความทรงจำดีๆ กับสัตว์น่าจะ relate ไม่ยาก น้ำตาไหลหลายบทอยู่
January 29, 2026
รักหนังสือเล่มนี้มาก จากใจคนเคยเลี้ยงแมว อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความอบอุ่นผ่านการเติบโตควาททรงจำเยาว์วัยของตัวนักเขียนเอง ดำเนินเรื่องผ่านน้องแมวที่เข้ามาในชีวิตในแต่ละช่วงชีวิต แต่แฝงไปด้วยรายละเอียดที่ในบางเรื่องราวมีน้ำตาเคล้าไประหว่างการอ่าน ไม่มากไม่น้อยแต่กินใจเสมอ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Read
March 11, 2024กินใจ อยากแนะนำให้ทุกคนที่รักแมวได้อ่านหนังสือเล่มนี้
Displaying 1 - 6 of 6 reviews







