เปิดปีด้วยเล่มกระแสสำนึกที่ภาษา,การบรรยายละเอียดละออจนสามารถทำให้ความรู้สึกของตัวละครที่ดูนามธรรมจัดๆชัดเจนและสื่อถึงตัวผู้อ่านอย่างเราได้อย่างแรงกล้า และสื่อสารประเด็น gender disphoria ผ่านตัวละครqueerอย่างลัลที่ต้องประสบพบเจอกับความรู้สึกสับสนและไม่ fit in กับอะไรซักอย่างแม้กระทั่งกับร่างกายของตัวเองอ่านจบแล้วชอบมากๆทิ้งความรู้สึกที่หลากหลาย เป็นเล่มที่ทรงคุณค่า+ขมปนสวยงามของจริงอีกเล่ม😭
Pride month read: I borrowed this book from someone at my office I don’t know how to rate this book because I’m not sure of the benchmarks I could use.. This book is entirely new to me. But let’s say, the language is great, the story is captivating and leaves me craving to know more
and as un relatable as this may sound, I somehow can relate in a sense that we had a glitch/ a surprise turn of feelings which leads to a transformative experience
Hmmmm ไนซ์ งานแนวกระแสสำนึกที่อ่านง่ายที่สุด (ง่ายที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาประมาณนั้นเลย) บอกเล่าเรื่อง “ความเป็นแม่ vs ความเป็นมนุษย์” ได้แบบสุดแสนจะซับซ้อนในจิตใจ ภายใต้กรอบความเป็นแม่นั้น ยังหลงเหลือความเป็นปัจเจกบุคคลอยู่หรือไม่ เป็นแม่คนทำงานบาร์โอเคไหม แม่แอบไปมีคนอื่นละทำได้หรือเปล่า หรือเลือกที่ไม่สละบางอย่าง และรักษาตัวตนความเป็นมนุษย์ของตนไว้แทนที่จะเป็นแม่ full time ทั้งกายและใจได้หรือเปล่านะ หยิบจับประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ยิ่งนำเรื่องความเป็นชาย มาครอบทับ layer ความเป็นแม่อีกที (ไม่ได้สปอยล์นะ มีเขียนไว้แล้วด้านหลัง) แม่งเรื่องราวยิ่งยุ่งเหยิงพันกันมันส์เหลือเกิน แถมยังเป็นตัวแทนของความสับสนที่บางทีก็อยู่ในร่องในรอย เช่น แต่งงานมีลูก ตาม classic gen Y ตอนต้น แต่ในบางทีก็อยากจะผจญกระเทาะตัวตนออกจากเปลือกหรือกรอบเดิมเช่นเดียวกัน
นอกจากการถ่ายทอดประเด็นต่างๆได้น่าสนใจ สิ่งที่พิเศษและทำงานกับใจได้ดีจริงๆ คือการเล่าเรื่องในหัว สื่อสารกับลูกโดยตรงไม่สน content อะ ซึ่งในบางบริบทที่แบบแม่ง come on man u are fucking kidding me เหมือนเป็นการสารภาพบาป แต่เป็นบาปที่ไม่ได้รู้สึกว่า guilty ขนาดนั้น มันคงช่วยไม่ได้หรอก ก็แม่เป็นแบบนี้ แม่ขอโทษด้วยนะลูก โคตรได้เลยว่ะ