เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ทำให้เรารู้จักผลงานของคุณนักเขียน สั่งมาเพราะความสะดุดตาของหน้าปกและคอนเซ็ปต์ที่ดูเหงา ๆ ชวนล่องลอย แต่หลังจากอ่านจบความคิดที่เคยคิดว่ามันคงเป็นเพียงเรื่องราวที่แสนธรรมดา จบลงด้วยข้อคิดและทิ้งเราไว้กับความรู้สึกอะไรบางอย่าง มันไม่เป็นอย่างนั้น— เล่มนี้มีกลิ่นอายของ coming-of-age ที่ถูกตีแผ่มาด้วยประเด็นของการเมือง, สังคมของต่างจังหวัด, การเลี้ยงดูของพ่อแม่, การลิ้มลองอะไรที่แตกต่างจากสังคม และ การก้าวผ่านอดีตที่อยากจะลืมเลือนในปัจจุบัน
ภาษาของคุณนักเขียนสละสลวย เข้าใจง่าย บรรยายและชี้แนะความรู้สึกของตัวละครออกมาได้เป็นอย่างดี ในความคิดเห็นของเรา เราแอบปันใจให้เรื่องนี้เยอะมาก ๆ เพราะเป็นโทรปและคาร์แรคเตอร์ของตัวละครที่เราชอบอยู่แล้ว หนุุ่มน้อยผู้เงียบเหงาเปรียบดั่งพระจันทร์ในยามค่ำคืน กับเด็กหนุ่มที่แสนอบอุ่น ผู้แผ่รังสีความใจดีออกมาอย่างล้นเหลือเป็นดั่งดวงตะวันที่คอยให้แสงแก่ทุก ๆ คน (ส่วนตัวมีความ related กับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยรู้สึกถูกปลอบปะโลมจากหนังสือเล่มนี้ไปพร้อมกับเจ้าเด็กฟองอากาศนี่ด้วย 🤍) และมันยังคงกลมกล่อมด้วยตัวละครร่วมผู้เป็นดั่งตัวสนับสนุนให้เด็ก ๆ ทั้งสองคนได้เติบโตไปพร้อม ๆ กันอย่างสีรุ้งด้วย นับว่าเป็นตัวละครที่เป็นดั่งเฉดสีในเรื่องเลยก็ว่าได้
เราชอบที่มันจบเรื่องโอเค และไม่มีปมอะไรให้เราคิดเยอะมากเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้นคุณนักเขียนก็ยังมีลูกเล่นเป็น plot twist ให้เราตกใจเล่น ๆ ไปพร้อมกับเจ้าเด็กในเรื่องด้วยเช่นกัน ในเรื่องอาจจะไม่ได้ทิ้งปมหรือสร้างอะไรไว้เยอะมาก แต่สำหรับเราเล่มนี้ให้ความรู้สึกกำลังดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งเหงา ทั้งกลัว และที่สำคัญคือการได้เห็นตัวละครเติบโตและก้าวข้ามความกลัวที่เป็นดั่งฝันร้ายได้ การได้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง การได้เจอสังคมที่เข้าใจ และการได้ตระหนักถึงความรู้สึก ‘บ้าน‘ ด้วยหัวใจที่กลั่นมาจากคำว่า “รัก” จริง ๆ
ดีใจที่ได้ค้นพบผลงานดี ๆ ค่ะ เร���่องนี้เราใช้เวลานานเกือบเดือนเลยกว่าจะอ่านจบ เป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกที่หลากหลายมาก ๆ ชื่นชมจริง ๆ ค่ะ ขอให้ 5 ดาวไปเลย :⭐️)