Pawarut Jongsirirag764 reviews161 followersFollowFollowMarch 7, 2024ถ้าหนังสือมีรสชาติ เล่มนี้ก็รสชาติกลมกล่อม อูมามิมากเลยครับเป็นอีกประสบการณ์การอ่านที่มาทั้งรูปรสกลิ่น แม้จะขาดเสียงไปบ้าง แต่ก็ถือว่ามีอรรถรสมากกว่าการอ่านนิยายเล่มอื่นๆมากทีเดียวเปิดเรื่องมาด้วยประวัติการคิดค้น ผงชูรส การเล่าที่นำเอาประวัติศาสตร์มาใส่เสื้อผ้าของนวนิยายอีกครั้ง หลังจากที่ อ.ต้น เคยทำมาแล้วในเล่มเปลี่ยนป่าก์ ที่เล่าถึงประวัติการเกิดขึ้นของหนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์ ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ นอกจากเส้นเรื่องของประวัติศาสตร์ช่วงนี้แล้ว ก็มีอีกเส้นเรื่องของทหารชาวญี่ปุ่นที่การเก็บเห็ด มัตสึตาเกะ และการชิมอาหารเลิศรสเป็นดังน้ำพุของชีวิตให้แก่เขาทั้งสองเส้นเรื่องนี้ ตอนกำลังอ่านไปก็สงสัยมากกว่ามันจะไปบรรจบกันยังไง เพราะมันคนลมูดโทนอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นประวัติศาสตร์คู่ขนานของอะไรซักอย่างหรือเปล่า หรือเป็นการเคลื่อนคล้อยของชีวิตที่จะมาบรรจบกันในภายหลัง เป็นสิ่งที่ชวนให้สงสัยว่า อ.ต้นจะพานักอ่านไปในทิศทางใดเมื่อถึงเวลาที่พอเหมาะ เรื่องราวก็หักโค้งไปสู่อีกทำนบหนึ่งที่แตกต่างไปจากต้นเรื่องโดยสิ้นเชิง และเป็นการแสดงพลังของเรื่องเล่าที่เป็นลายเซนของ อ.ต้นอีกครั้งว่านิยายเรื่องหนึ่งมันสามารถดำเนินเรื่องไปได้หลากหลายมากแค่ไหนสิ่งที่สำคัญที่สุดที่หนังสือเล่มนี้ต้องการนำเสนอ คือ ความแตกต่างระหว่าง รส (Taste) และ รสชาติ (Flavor) โดยนำเสนอความแตกต่างผ่านสองเส้นเรื่องที่ไม่ใช่แค่การอธิบายความหมายผ่านเรื่องราวเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นว่าทั้งสองคำนี้แตกต่างกันอย่างไรหาก รส หมายถึง คุณลักษณะที่ลิ้นของเราสัมผัสได้ เช่น หวาน เค็ม เปรี้ยว รสชาติก็คือการผนวกรวมทุกสิ่งอย่างที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาที่ได้เสพรส ในขณะนั้น มาผนึกไว้ในความทรงจำ รสชาติ จึงเป็นสิ่งติดตัวเราไปตลอด ต่างกับ รส ที่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วเวลานั้นในส่วนเส้นเรื่องของ รสชาติ นั้น เป็นพาทที่ดีมาก ทุกอย่างถูกนำมาใช้เพื่อแสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าอะไรบ้างคือสิ่งที่สร้างรสชาติ และอะไรคือส่วนสำคัญของอาหารที่เลิศรส ซึ่งการเกริ่นแง้มรสชาติมากไปกว่านี้อาจเป็นการทำลายอรรถรสที่ผู้อ่านควรจะได้รับ จึงขอหยุดไว้เพียงเท่านี้น่าจะดีที่สุดแล้ว คิดว่าหากหนังสือเล่มนี้กลับกลายเป็นอาหาร ก็น่าจะเป็นอาหารฟิวชั่น ที่นำวัตถุดิบพื้นบ้านมาผสมผสานด้วยวิธีการทำอาหารใหม่ๆ ที่ยังคงรักษารสชาติดั้งเดิมแต่เพิ่มเติมประสบการณ์การเสพรสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม ผ่านฝีมือเชฟที่บรรจงสร้างอุทยานรสที่ทำให้อาหารจานนี้มีสีสันแตกต่างไปจากอาหารจานอื่นๆthai
Chiratikan Sanguancheep174 reviews12 followersFollowFollowSeptember 23, 2024เราเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือและสนใจเกี่ยวกับอาหารมากแม้ว่าจะทำอาหารไม่เก่งก็ตาม คุณอนุสรณ์นำเหตุการณ์อิงประวัติศาสตร์และแฟนตาซีมารวมกันได้อย่างลงตัว ทำให้เห็นว่าอาหารเกี่ยวพันกับมนุษย์ในแทบทุกมิติของความเป็นอยู่ที่ดี อาหารไม่ได้แค่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือสร้างความสุขให้เราเท่านั้น แต่ยังพาเรารำลึกถึงอดีต ระหว่างที่อ่านก็นึกถึงเมนูอาหารหลายๆ อย่างของคุณตาคุณยายที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเราจะไม่มีทางได้ลิ้มรสอาหารพวกนั้นอีก ต่อให้เมนูเดียวกันนี้จะมีอยู่ในร้านอาหารหรือจะลองหัดทำเอง ก็คงไม่ได้รสชาติเดียวกับที่เราเคยกินตอนเด็กๆ เพราะแม้ในการทำอาหาร ก็ยังมีนิสัยของคนๆ นั้นซ่อนอยู่ด้วย
Chartree Jew32 reviewsFollowFollowJanuary 27, 2025อ่านแล้วคิดถึงอาหารที่ม๊าทำตั้งแต่หมูปลาเค็มในถาดแบน ไข่ตุ๋นไข่นึ่งในชามสแตนเลส หมูผัดกระเทียม น้ำแกงไข่น้ำในชามสแตนเลส ผัดไช้โป๊วพูนๆกินเหลือทำข้าวผัด ผัดฟักทองพูนล้นชาม ผัดผักเปรี้ยวหมูสับพูนๆเหลือทำข้าวผัดอุทยานรส เขียนโดยอนุสรณ์ ติปยานนท์ ไม่มีพระเอก นางเอก ไม่มีจุดหมายของพลอทแต่มีธีม เรื่องดำเนินเรื่อยๆ ค่อยๆเค้น ค่อยๆคั้น บีบ จนในที่สุดได้……(ขอไม่สปอยล์ครับ)
peppY133 reviewsFollowFollowJuly 20, 2026หนังสือเล่มเล็ก พกง่าย อ่านสบายๆ บอกเล่าเรื่องราวthemeหลักของ รส และรสชาติเล่าผ่านเรื่องกึ่งจริงกึ่งฝัน ใช้เรื่องราวจริงของกำเนิดอูมามิ อายิโนะโมโต๊ะ แม๊กกี้ คอมบุ เห็ดมัตสึตาเกะ วางลงบนยุคสมัยที่ญี่ปุ่น ยึดครองเกาหลีเป็นbackground เอามาblendเบลอ กับเรื่องแต่งของนายทหารผู้หลงใหลรสที่ห้า ลวงให้คนอ่าน มึนๆเบลอๆ ฟุ้งๆ หิวๆ ลอยๆ เข้าไปลบเส้นจางๆ ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเหนือจริงในเล่มนี้รส ก็คือ รส ส่วนรสชาติ นั้นผูกผสมไปทั้งบรรยากาศ เรื่องราวรอบจาน ความรักที่ส่งผ่าน ที่ทำให้เราจดจำอาหารมื้อนั้นๆได้ ส่วนตัวแล้ว มื้ออาหารที่อร่อยจำ ในที่สุดแล้ว เราแทบจำรสอาหารไม่ได้ จำได้แต่mood & tone ยกเว้น แกงเขียวหวานกับหมูสับทอดที่โรงอาหารแถวตึกศิลป์ตอน ม.5 ต้องไปเช้ามากๆไม่งั้นจะหมดต้มข่าเนื้อเค็ม กินกับไวน์แดง ที่โป่งแยงแอ่งดอยสะตอผัดกะปิที่สะตออ่อนมากๆและซอยหอมแดงกับเคยลงไปด้วยหิวอะ ไม่น่าเขียนเวลานี้ เหมือนที่ไม่ควรอ่านเล่มนี้ก่อนนอน#pepreads