Bannarot88 reviews5 followersFollowFollowApril 20, 20244 - บทบันทึกชีวิตก่อนที่จะมาเป็น ศรีดาวเรือง เป็นทั้งลูกของพ่อและแม่ หลานของยาย แม่ของลูก ย่ายายของหลาน และย่ายายทวดของเหลนหลายคนที่อาจไม่เคยได้พบเจอกันด้วยยซ้ำบทบันทึกชีวิตของเด็กหญิงแสนซื่อที่มะงุมมะงาหราไปตามแต่โชคชะตาและแรงขับของชีวิตในช่วงหนึ่งๆ แม้หลายครั้งในบันทึกนี้ที่วรรณาจะก่นด่าความโง่เง่าของตนเอง การตัดสินใจของตนเอง การกระทำที่ผ่านมาแล้วของตนเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวผมเห็นคือ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านทุกข์สุขมาหลายรูปแบบผู้หญิงคนหนึ่งที่ระหกระเหินพลัดถิ่นมาขายแรงในเมืองหลวงผู้หญิงคนหนึ่งที่โอบรับทุกประสบการณ์มาเขียนเป็นเรื่องเล่าเป็นบทบันทึกที่เต็มไปด้วยภาพอดีตของวิถีชีวิตที่ก่อร่างนักเขียนหญิงแห่งยุคคนหนึ่งขึ้นมา ขอยกกลอนส่วนหนึ่งที่คุณไอดานำมาเขียนไว้ในคำนำ และเป็นคำพรรณนาที่ครอบคลุมภาพขีวิตในหนังสือเล่มนี้ได้อย่างดี (และก็สะเทือนใจด้วย)ฉันต้องไปคนเดียว เดี่ยวเดินเพราะ เวลา ไม่เคยชม้อย คอยใครfeature
la shroomarie13 reviews1 followerFollowFollowMay 12, 2024Most of her books was written before I was born for many years, by the time someone recommended me to the book, that’s cost many years after as well.More than worth, to know and read her writing!I wish I read it earlier.hamham
Wannida125 reviews49 followersFollowFollowOctober 4, 2025นานๆ จะมีวันเสาร์ที่ว่าง อ่านเล่ม “วรรณาคดี” ค้างไว้หลายเดือนแล้ว อ่านแล้ววางๆ ต่อไม่ติดสักที หนนี้เลยตั้งใจว่าจะอ่านรวดเดียวจบ เริ่มอ่านตั้งแต่บ่ายเงยหน้ามาอีกทีสองทุ่ม เปิดกระดาษหน้าสุดท้าย จบแล้ว ย้อนกลับไปอ่านคำนำสำนักพิมพ์อีกหน น้ำตาก็หยดเผาะๆ“วรรณาคดี อัตชีวประวัติของ วรรณา ทรรปนานนท์” โดย ศรีดาวเรือง ตามชื่อหนังสือ เป็นอัตชีวประวัติของคุณวรรณา ที่เขียนโดยคุณศรีดาวเรือง เป็นวรรณา ที่ก่อนมาเป็นศรีดาวเรือง เป็นวรรณาคดี ที่คุณศรีดาวเรืองเป็นผู้เล่าด้วยตัวเอง เป็นเรื่องของเธอเอง โดยที่ไม่ต้องมีกรอบ สถานะ รูปแบบใดมากำกับ เป็นเสียงของวรรณา/ศรีดาวเรือง ที่เล่าชีวิตของเธอเอง ด้วยตัวเองคุณศรีดาวเรืองเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ง่ายๆ คำทุกคำกระชับไม่เยิ้นเย้อ ฉันชอบกลวิธีการเขียนที่เล่าตัดสลับไปมา ไม่ต้องตามลำดับเวลา แต่ก็เชื่อมโยงได้ และการใช้คำที่เล่าน้อยแต่กินความมาก หลายเรื่องในชีวิตที่เธอประสบ และทุกข์มาก ทว่าเธอเขียนถึงเพียงสองประโยค ก็รู้เรื่อง กินใจความมหาศาล จนอดนึกถึงตัวเองไม่ได้ว่าถ้าเป็นฉัน ฉันคงฟูมฟายโวยวายไปหลายหน้ากระดาษ อดคิดไม่ได้ว่าหรือนี่คือคุณูปการของเวลา เช่นที่ในคำนำบอก “เวลา เป็นของศรีดาวเรือง” และที่คุณศรีดาวเรืองกล่าวไว้ “ชีวิตผ่านมากว่าแปดสิบปีแล้ว แม้หวนรำลึกถึงประวัติได้บ้าง แต่อย่างไรก็ได้ไม่หมด...” ส่วนฉันกลับมองว่า เวลาและอายุขัดเกลาเคี่ยวกรำ จนบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็รู้ความแล้ว เป็นคุณูปการของเวลา ที่คนยังรุ่นอย่างฉันเฝ้ารอคอยจะมีบ้าง เพราะยังติดฟูมฟายไม่หายเสียที นอกจากนี้ยังชอบบทกวีที่แกยกมาประกอบด้วย ส่วนตัวชอบบท “แม่คนดุ” ที่แกเขียนถึงแม่ตัวเองเป็นพิเศษ อ่านแล้วรู้สึกเชื่อมโยงฉันรู้จักและได้อ่านงานคุณศรีดาวเรืองครั้งแรกสมัยเรียนปีหนึ่ง ในวิชาปรัชญาและศาสนา อาจารย์ให้อ่านเรื่องสั้ น “มัทรี” กับข้อถกเถียงที่ว่ามัทรีเป็นพระโพธิสัตว์ด้วยหรือไม่ ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว เรื่องนี้ยังอยู่ในใจ ตอนนั้นประทับใจกับมุมมองที่เรื่องสั้นนำเสนอ เพราะตอนม.6 เรียนพระเวสสันดร ก็ตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าเอาเข้าจริงพระนางมัทรีลำบากกว่าพระเวสสันดรซะอีก ตอนนั้นยังไม่มีมุมมองเรื่องเพศอะไร แต่ก็ตามอ่านงานวิจารณ์เรื่องสั้นเรื่องนี้ทุกชิ้น จนรู้สึกว่าได้รู้จักนักเขียนคนนี้ไปโดยปริยาย พอได้อ่าน “วรรณาคดี” เล่มนี้ก็พอเข้าใจแล้วว่า คำถามของผู้หญิงที่สังคมไม่เคยถามที่ปรากฏในเรื่องสั้นเหล่านั้น ถูกถามโดยเธอได้อย่างไร ชีวิตของคุณวรรณาเปรียบได้กับเป็นตัวแทนของชีวิตผู้หญิงต่างจังหวัดส่วนใหญ่ในยุคนั้น ตอนเราอ่านเรื่องชีวิตในต่างจังหวัด ยังไม่มีน้ำไฟ เดินเท้าเปล่าไปโรงเรียน ต้องออกจากบ้านไปทำงานเมืองหลวง ส่งเงินให้แม่ให้น้อง เจอความเสี่ยงต่างๆ มากมาย และเห็นสภาพสังคมที่ไม่ปลอดภัยเลยสำหรับผู้หญิง เราเห็นเรื่องเล่าของแม่ตัวเองที่ซ้อนทับอยู่ในนี้ เป็นความลำบากในวัยเด็กที่คุณวรรณาและแม่ต่างก็ประสบ และเป็นเรื่องของผู้หญิงที่มักไม่ค่อยได้ถูกเล่า หรือถ้าเล่าแล้วก็มักถูกมองข้าม ทั้งโดยสังคมและคนรอบตัว (ลูกอย่างฉันคนนึง แต่แม่เล่าบ่อยเลยจำได้) ทำให้เห็นเลยว่าผู้หญิงต้องยืนหยัดอดทนขนาดไหนกัน ฉันประทับใจตอนที่คุณวรรณาบอกว่า “สุดจะทนแล้ว!” และเลือกทางให้ตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว ชอบน้ำเสียงของแก เวลาที่มีคนเสนอให้เล่าอะไรแล้วแกไม่ห็นด้วย แกจะเสียงแข็งโดดขึ้นมาจากน้ำเสียงเรียบเรื่อยเลยว่า ฉันไม่เขียน! ฉันไม่ต้องการ! การปฏิเสธอย่างชัดเจน และรู้ความต้องการตัวเองดีนั้น ในสังคมที่สอนให้ผู้หญิงนอบน้อม ดูแลคนอื่น สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งนั้นมันไม่ง่ายเลย จะต้องผ่านการเรียนรู้ ต่อสู้ ยืนหยัดมากมาย ฉันเห็นสิ่งนี้ผ่านน้ำเสียงแข็งและชัดเจนที่โดดออกมา และดีใจเหลือเกินที่ได้อ่าน เป็นประจักษ์พยานต่อการปฏิเสธนี้ตอนอ่านก็เหมือนได้รับการปลอบประโลมและกำลังใจ รวมถึงมุมมองต่อเรื่องเส้นทางชีวิตและงานเขียนเช่นกัน ให้บังเอิญว่าผู้อ่านอย่างฉันกำลังย่างสามสิบสาม เท่ากับอายุที่คุณศรีดาวเรืองกำลังก้าวสู้เส้นทางนักเขียนพอดี อดเอามาปลอบตัวเองไม่ได้ว่าอายุเท่านี้ก็เริ่มต้นอะไรได้อีกนี่นาว่าละก็อยากชวนชาวเฟมจัดบุ๊คคลับเล่มนี้จัง
Atisak Chuengpattanawadee26 reviews7 followersFollowFollowJune 30, 2024ผู้เขียน คือ คุณศรีดาวเรือง หรือวรรณา ทรรปานนท์ (สวัสดิ์ศรี) ได้รับคำชวนจากไอดา อรุณวงศ์ ให้เขียนอัตชีวประวัติเมื่อปี 2557 ตอนที่เธออายุ 73 ปี และหนังสือสำเร็จตีพิมพ์ในอีก 10 ปีหลังจากนั้นเคยมีการพูดกันว่า คุณศรีดาวเรืองเป็นนักเขียนหญิงไทยที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่ได้รับการยกย่องน้อยกว่าที่ควรจะเป็นไปมาก เธอมีเส้นทางชีวิตของการเป็นนักเขียนที่น่าทึ่ง จบการศึกษาระดับประถม 4 จากอำเภอบางกระทุ่ม พิษณุโลก เข้ามาขายแรงงานสารพัดในเมืองหลวง ก่อนจะมาใช้ชีวิตคู่กับคุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี ปัญญาชนคนสำคัญของวงการวรรณกรรมไทยชีวิตของเธอกับคุณสุชาติเป็นเชื้อจางๆ (มากๆ) ของหนังไทยเรื่องเยี่ยม ที่ขื่อ October sonata รักนี้ที่รอคอยนั่นเป็นเรื่องที่เคยรู้มาก่อนจากการพูดถึงทางส���่อต่างๆในขณะที่เรากำลังอ่านหนังสือรวมเรื่องสั้น 100 เรื่องของเธอ ที่ขื่อ ”บรรพสตรี“ อยู่ ก็ได้ “วรรณาคดี”แน่นอนว่าเอามาอ่านแทรกในเล่มนี้เธอขุดลึกกลับไปในอดีตของตัวเอง ด้วยภาษาที่กระชับ สั้น สะเทือนใจ ไม่ฟูมฟาย แบบว่ากำลังอ่านเพลินๆ อยู่บรรทัดหนึ่ง อีกบรรทัดต่อมาก็เหมือนเอามีดมาปักฉึก แล้วก็ดึงออก จากนั้นก็ไปต่อประมาณนั้นวิธีการเล่าเป็นระดับเทพแห่งความเรียบง่ายหนังสือไม่ยาวนัก แต่ด้วยสมาธิช่วงนี้กระจัดกระจาย เลยอ่านได้ไม่ปะติดปะต่อ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคุ้มค่าที่ได้อ่านเป็นผลงานบรรณาธิการของไอดา อรุณวงศ์ แห่งสำนักพิมพ์อ่าน รวมถึงบทนำของเธอ ยังคงดีงามเช่นเคย
MT642 reviews84 followersFollowFollowSeptember 7, 2024- ตอนรีวิวเล่มthe cost of living ของdeborah levyเมื่อปี สองปีก่อน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าไม่หยั่งเห็นงานอัตชีวะของนักเขียนหญิงชาวไทยเลย ทั้งที่แวดวงวรรณกรรมเราออกจะมีบิ๊ก เนมหลายท่าน โดยเฉพาะงานเขียนแนวสัจนิยม(หรือเพื่อชีวิต) ซึ่งในรีวิวนั้นข้าพเจ้าได้พาดพิงหลายชื่อ และศรีดาวเรืองก็เป็นหนึ่งในนั้น ราวกับฟ้า(หรือคุณไอดา)ได้รับฟังก็มิทราบ งานอัตชีวะของศรีดาวเรืองได้ออกสู่ท้องตลาดแล้วปีนี้ และแน่นอนว่านี้เป็นนสที่เราตั้งตาคอยอาจจะที่สุดของปี - วรรณาคดี ถือเป็นงานอัตชีวะที่เป็นกันเองมาก มากในระดับที่ตอนอ่านก็เหมือนไม่ได้อ่าน เหมือนกำลังฟังผู้อาวุโสท่านนึงเล่าเรื่องนั้น เรื่องนี้ไปเรื่อยให้ลูกให้เล่าที่มาเยี่ยมตจวฟังก่อนที่เจ้าตัวจะกลับไปเมืองกรุง การเล่าเป็นมุขปาฐะเช่นนี้จึงเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากงานอัตชีวะหลายๆเล่มที่เคยอ่านมา ไม่มีการประดิษฐะประดอยคำ ไม่มีอะไรกลั่นกรอง ไม่มีการยกย่อ สิ่งที่ควรหรือไม่ควรได้ยินจะหลุดออกมาจากปากคุณวรรณาเมื่อใดก็ได้ ไม่มีใครรู้แม้แต่กองบก.หรือแม้แต่คนอ่าน - ในยุคที่หนังสือต้องทำให้สมบรูณ์แบบไปเสียทุกอย่างทั้งในเชิงไวยากรณ์และเนื้อหา การได้อ่านนสที่ไม่ต้องสมบรูณ์แบบไปเสียทั้งหมด ก็นับว่าเป็นประสบการณ์การอ่านที่รื่นรมย์และให้แรงบันดาลใจอะไรได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นเดอะ เบสอีกเล่มของปีนี้ แนะนำมากๆ ถ้าใครไม่เคยอ่านงานแต่งเลย เราว่าเล่มนี้จับสารัตถะของงานเขียนได้ครบจบแล้วในเล่มนี้- จริงๆ งานอัตชีวะนักเขียนหญิงไทยก็พอมีอย่างน้ำพุของอย่างสุวรรณี สุคนธา หรืองานของอาจารย์อารยา แต่งานจะดูกระจัดกระจายประมาณนึง ไม่ได้มีออกมาเป็นงานอัตชีวะอย่างงานชิ้นนีของตุณวรรณา หวังว่าจะมีนักเขียนไทยออกมาเขียนอะไรแบบนี้อีกเยอะๆ- อ่านเล่มนี้ก็ทำให้มั่นใจกับตัวเองจริงๆว่าศรีดาวเรืองคือนักเขียนไทยคนสุดท้ายของประเทศกาละแห่งนี้แล้วจริงๆที่มีqualityพอที่จะได้รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม (ตอนคุณวรรณาเล่าปสกตอนไปสวีเดน สมาคมนักเขียนที่นั้นก็มีพิจารณาอยู่ แต่นั้นก็ยี่สิบกว่าปีมาแล้วนะ) แอลิซ มอนโรได้ คุณวรรณาก็ต้องได้สิ ! จริงๆมีอีกคนที่คิดว่าควรได้คือคุณวัฒน์ วรรลยางกูร แต่คุณวัฒน์ได้จากพวกเราไปแล้ว น่าเศร้าจริงๆ