What do you think?


มาลินี ธารภิรมย์
1.
ความเงียบเป็นบรรยากาศชนิดเดียวที่ทำให้ความเจ็บปวดเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันงอกงามขึ้นอย่างมีคุณภาพและมากเสียจนสามารถครอบครองพื้นที่ภายในอกคนเราได้ บางครั้งมันเพิ่มปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะทานรับไหว มันรอเวลาที่เหมาะสมอยู่ภายในนั้น ซุกซ่อนอย่างดีราวกับจำศีลด้วยท่าทางสำรวมและสงบและเงียบเชียบจนกว่าจะถึงเวลาที่จะระเบิดออกมาเป็นความหรรษาอย่างน่าพรั่นพรึง
2.
พวกเขาทุกคนก็อยู่ในลักษณะซึ่งความวุ่นวายเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิต มากกว่าที่พวกเขาได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตของพวกเขาเองเสียอีก
3.
ความพรั่นพรึงเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความเสียหายภายในจิตใจของเธอ
4.
ฉันชอบที่จะติตัวเองเสมอเพื่อเป็นการเรียนรู้และพยายามสร้างพัฒนาการในด้านที่ถูกติให้ดีขึ้นในคราวต่อๆ ไป
5.
การนอนที่เพียงพอเป็นการให้เกียรติวันใหม่ที่งดงาม
6.
ฉันก็ควรจะให้อภัยหรือให้โอกาสเขาสักครั้งหนึ่งด้วยเห็นแก่ความเป็นมนุษย์ มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับสิ่งล้ำค่านี้สักครั้งหนึ่งหรือมากกว่านั้นหากเขาสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจได้ ไม่เช่นนั้น ฉันเองต่างหากที่จะรู้สึกหมองไหม้และก่อเกิดความเกลียดชังขึ้นภายในจิตใจ หากมนุษย์ไร้ซึ่งความเมตตาและอภัยต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว มนุษย์ผู้ไม่เมตตาและไม่ให้อภัยใครเลยต่างหากที่จะรวดร้าว แข็งกระด้าง และน่ากลัวราวกับภายในนั้นเป็นที่สิงสถิตของสัตว์ร้าย
ความเงียบเป็นบรรยากาศชนิดเดียวที่ทำให้ความเจ็บปวดเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันงอกงามขึ้นอย่างมีคุณภาพและมากเสียจนสามารถครอบครองพื้นที่ภายในอกคนเราได้ บางครั้งมันเพิ่มปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะทานรับไหว มันรอเวลาที่เหมาะสมอยู่ภายในนั้น ซุกซ่อนอย่างดีราวกับจำศีลด้วยท่าทางสำรวมและสงบและเงียบเชียบจนกว่าจะถึงเวลาที่จะระเบิดออกมาเป็นความหรรษาอย่างน่าพรั่นพรึง
2.
พวกเขาทุกคนก็อยู่ในลักษณะซึ่งความวุ่นวายเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิต มากกว่าที่พวกเขาได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตของพวกเขาเองเสียอีก
3.
ความพรั่นพรึงเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความเสียหายภายในจิตใจของเธอ
4.
ฉันชอบที่จะติตัวเองเสมอเพื่อเป็นการเรียนรู้และพยายามสร้างพัฒนาการในด้านที่ถูกติให้ดีขึ้นในคราวต่อๆ ไป
5.
การนอนที่เพียงพอเป็นการให้เกียรติวันใหม่ที่งดงาม
6.
ฉันก็ควรจะให้อภัยหรือให้โอกาสเขาสักครั้งหนึ่งด้วยเห็นแก่ความเป็นมนุษย์ มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับสิ่งล้ำค่านี้สักครั้งหนึ่งหรือมากกว่านั้นหากเขาสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจได้ ไม่เช่นนั้น ฉันเองต่างหากที่จะรู้สึกหมองไหม้และก่อเกิดความเกลียดชังขึ้นภายในจิตใจ หากมนุษย์ไร้ซึ่งความเมตตาและอภัยต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว มนุษย์ผู้ไม่เมตตาและไม่ให้อภัยใครเลยต่างหากที่จะรวดร้าว แข็งกระด้าง และน่ากลัวราวกับภายในนั้นเป็นที่สิงสถิตของสัตว์ร้าย
384 pages, Paperback
First published March 1, 2024
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Read
April 25, 2024ดีช่วงแรก พอพ้นร้อยหน้าออกทะเล แล้วก็ตกม้าตาย ตอนจบคนเขียนเลยต้องสรุปพล็อตเรื่องให้คนอ่านหน้าสุุดท้าย สำนวนชัดมากที่จะพยายามเป็นแดนอรัญฯ
นิยายเรื่องนี้เคยส่งรางวัลปีศาจ 2018 อ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงไม่เข้ารอบแรก
นิยายเรื่องนี้เคยส่งรางวัลปีศาจ 2018 อ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงไม่เข้ารอบแรก
October 9, 2025
มู้ดหนังสือคือเหมือนได้อ่านนิยายแนว ๆ I'm Thinking of Ending Things ทั้งกระแสสำนึก ปรัชญาบางอย่าง (ที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพลาดอะไรไป) ความเซอร์เรียล หรือสิ่งที่แพ้ทางมาโดยตลอดก็คือ ความ 'meta' ที่ถึงแม้จะไม่ได้เดายาก แต่มันก็น่าทึ่งอยู่ดี
ดีใจที่มีนักเขียนคนไทยกล้าลองเขียนอะไรเพี้ยน ๆ เท่ ๆ แบบนี้ดูบ้าง โคตรสีสันและอันเดอร์เรตจัด ๆ
ดีใจที่มีนักเขียนคนไทยกล้าลองเขียนอะไรเพี้ยน ๆ เท่ ๆ แบบนี้ดูบ้าง โคตรสีสันและอันเดอร์เรตจัด ๆ
This entire review has been hidden because of spoilers.
May 4, 2025
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วต้องพักหายใจ แล้วก็โดนความสงสัยเรียกให้กลับมาเร่งอ่านจนจบ ใช้คำว่าเร่ง เพราะมันโคตรอยากรู้บทสรุป แต่มันไม่มีวี่แววของการเฉลยใดๆ เลยจนกระทั่งอ่านมาถึงหน้าท้ายๆ
ทั้งชอบและไม่ชอบพอๆ กัน
ชอบ...สำนวนการเขียน ชอบการอุปมาแสนอลังการ ที่ประกอบขึ้นจากจากคำง่ายๆ ติดกันเป็นพืด ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยและทำให้เห็นภาพชัดเจน เห็นแม้กระทั่งกลิ่น ถ้ามีผลงานเล่มอื่นก็อยากตามอ่านอีก สะใจดี
ไม่ชอบ...ที่โดนสูบพลังไปมากมายมหาศาลจากการอ่าน บางช่วงก็บรรยายยืดยาวจนคนอ่านหลุดไปจากเหตุการณ์หลัก และสับสนว่ามาลินีคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่กันแน่
แต่ไม่แน่ใจว่าความสับสนนั้น มันเกิดจากความตั้งใจของนักเขียนด้วยรึเปล่า เพราะถ้าใช่ก็เก่งมาก
ทั้งชอบและไม่ชอบพอๆ กัน
ชอบ...สำนวนการเขียน ชอบการอุปมาแสนอลังการ ที่ประกอบขึ้นจากจากคำง่ายๆ ติดกันเป็นพืด ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยและทำให้เห็นภาพชัดเจน เห็นแม้กระทั่งกลิ่น ถ้ามีผลงานเล่มอื่นก็อยากตามอ่านอีก สะใจดี
ไม่ชอบ...ที่โดนสูบพลังไปมากมายมหาศาลจากการอ่าน บางช่วงก็บรรยายยืดยาวจนคนอ่านหลุดไปจากเหตุการณ์หลัก และสับสนว่ามาลินีคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่กันแน่
แต่ไม่แน่ใจว่าความสับสนนั้น มันเกิดจากความตั้งใจของนักเขียนด้วยรึเปล่า เพราะถ้าใช่ก็เก่งมาก
This entire review has been hidden because of spoilers.
October 16, 2025
ทั้งชอบและไม่ชอบพอ ๆ กัน เห็นรีวิวมีชอบสำนวน แต่เราไม่ชอบ รู้สึกว่ามันตะโกนออกมาว่านี่คือโลกสร้าง ผลักเราออกจากเรื่องไปหลายช่วง การผสมผสานภาษาใหม่เก่าดูแปร่ง ๆ เกิน ๆ ส่วนที่ชอบคงเป็นความกล้าหาญที่จะเขียนแบบที่อยากเขียน ยื้อยุดกับความสนใจของคนอ่านไปเรื่อย ๆ ใช้มุมมองพระเจ้า มุมมองมาลินี ฉัน / มาลินี / ผู้หญิงคนนี้ สลับจนเกิดความน่าสนใจ ส่วนการ break the fourth wall ของนักเขียน รู้สึกว่าไม่ชอบ มันขัดจังหวะและดูพยายามอธิบายจนขัดกับบรรยากาศความคลุมเครือที่สร้างในตัวเรื่องส่วนอื่น ๆ
April 19, 2024
เรื่องราวเกี่ยวกับ : บันทึกของหญิงสาวคนหนึ่ง(ที่ไปไกลกว่านั้นมาก มีการซ้อนกันของเรื่องเล่า)
อ่านจบไปรอบ และคิดว่าต้องอ่านอีกรอบเพื่อตามเก็บรายละเอียด
เป็นเรื่องที่รูปแบบการเล่ามันไม่สามารถพูดถึงอะไรได้มาก มันจะทำให้เสียอรรถรส ความตะลึงพรึงเพริด ถูกวางไว้หมด คืออย่างชอบที่ทุกจุดเขียนสอดรับกัน และไปจบที่ท้ายเล่มจริงๆ คือแทบจะหน้าสุดท้ายที่เฉลยปริศนาต้นเรื่องว่าเป็นมายังไง และโคตรเจ็บปวด!
วิธีการเล่าก็โห ต้องเขียนกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ บางช่วงเพลินมาก บางช่วงดูดพลังงานโคตร ถ้าต้องการให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายคือทำสำเร็จ
ชอบๆ พอผ่านทุกอย่างมาถึงหน้าสุดท้าย ก็คือ...โอโห
Edit :
1. น่าจะจัดเข้าประเภท Magical Realism หรือ Surrealism? ผสม Stream of Consciousness *ความน่ากังขาคือ หลายครั้งความมหัศจรรย์เกิดขึ้นโดยผู้เขียนใช้การอุปมา ทำให้สับสนว่าความเหนือจริงที่เกิดขึ้นตามมานั้น เกิดขึ้นอย่างจะแจ้งตามที่เป็นหรือไม่(ประเด็นที่ชวนคิดต่อ)
2. ประเด็นการเมือง-ประชาธิปไตยภายใต้ความกลัว? / Gaslighting / ความเชื่อ-งมงาย / มนุษย์เมื่อไม่มีกฏหมาย? / พระเจ้าผู้ที่รู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง? / เรื่องจริง-แต่ง? / หรือแม้กระทั่งการลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ (ประเด็นที่ชวนคิดต่อ)
3. นวนิยายซ้อนนิยายจากต้นฉบับที่ถูกค้นพบ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่การวางตำแหน่งชวนสับสนว่าต่อเนื่องกัน
ปาดเหงื่อ
อ่านจบไปรอบ และคิดว่าต้องอ่านอีกรอบเพื่อตามเก็บรายละเอียด
เป็นเรื่องที่รูปแบบการเล่ามันไม่สามารถพูดถึงอะไรได้มาก มันจะทำให้เสียอรรถรส ความตะลึงพรึงเพริด ถูกวางไว้หมด คืออย่างชอบที่ทุกจุดเขียนสอดรับกัน และไปจบที่ท้ายเล่มจริงๆ คือแทบจะหน้าสุดท้ายที่เฉลยปริศนาต้นเรื่องว่าเป็นมายังไง และโคตรเจ็บปวด!
วิธีการเล่าก็โห ต้องเขียนกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ บางช่วงเพลินมาก บางช่วงดูดพลังงานโคตร ถ้าต้องการให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายคือทำสำเร็จ
ชอบๆ พอผ่านทุกอย่างมาถึงหน้าสุดท้าย ก็คือ...โอโห
Edit :
1. น่าจะจัดเข้าประเภท Magical Realism หรือ Surrealism? ผสม Stream of Consciousness *ความน่ากังขาคือ หลายครั้งความมหัศจรรย์เกิดขึ้นโดยผู้เขียนใช้การอุปมา ทำให้สับสนว่าความเหนือจริงที่เกิดขึ้นตามมานั้น เกิดขึ้นอย่างจะแจ้งตามที่เป็นหรือไม่(ประเด็นที่ชวนคิดต่อ)
2. ประเด็นการเมือง-ประชาธิปไตยภายใต้ความกลัว? / Gaslighting / ความเชื่อ-งมงาย / มนุษย์เมื่อไม่มีกฏหมาย? / พระเจ้าผู้ที่รู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง? / เรื่องจริง-แต่ง? / หรือแม้กระทั่งการลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ (ประเด็นที่ชวนคิดต่อ)
3. นวนิยายซ้อนนิยายจากต้นฉบับที่ถูกค้นพบ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่การวางตำแหน่งชวนสับสนว่าต่อเนื่องกัน
ปาดเหงื่อ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 5 of 5 reviews





