Pawarut Jongsirirag709 reviews139 followersFollowFollowMay 7, 2024จากสองเล่มสายปรัชญาที่ผ่านมา ในความรักเราต่างเป็นทฤษฎี ศิลปะของความผิดหวัง ผมชอบเล่มนี้มากที่สุดเลยเล่มนี้มีความแตกต่างจากสองเล่มก่อน คือ มันไม่มีธีมครับ ความไม่มีธีมรี้แหละที่ทำให้เล่มนี้อ่านสนุกมาก พูดมาแบบนี้ใช่ว่าการมีธีมในหนังสือปรัชญามันไม่ดีนะครับ เพียงแต่หนังสือชุดนี้มันเป็นการรวมบทความ ไม่ใช่หนังสือปรัชญาแบบเพียวๆ ความหลากหลายของเนื้อหาและการนำเสนอเลยนับว่าเป็นส่วนสำคัญที่เป็นตัวตัดสินว่าหนังสือสไตล์นี้ เราจะชอบหรือไม่ชอบมันมากน้อยแค่ไหนหนังสือเป็นการรวมบทความว่าด้วยปรัชญาจากหลากแหล่งหน่อย ที่นำเสนอเนื้อหาแบบสัพเพเหระไปเลย ทั้งเนื้อหาที่นำเสนอและวิธีการนำเสนอก็แตกต่างกันออกไปหมดเลย มีทั้งการพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยศึกษาจากรากศัพท์บ้าง เรื่องเล่าตำนานก็มี เสียงเล่าลือนินทาในวงการก็ไม่พลาด เรียกได้ว่าทุกสิ่งสามารถหยิบจับเป็นความรู้หากใจอยากจะรู้เสียเหลือเกิน ส่วนเนื้อหานั้นก็ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ บางทีก็ไปพูดคุยกันถึงวรรณกรรม หนังสือบ้าง พูดถึงความเศร้า ความเหงา มองโลกในแง่ร้าย ความโง่ แฟชั่น ความเบื่อ พูดง่ายๆว่า พูดนู้นนี่ไปหมดเลย จับตรงนั้นเชื่อมตรงนี้ไปแบบตามใจกูจะเขียน 555 ซึ่งเป็นอะไรที่ผมชอบมาก เพราะมันอ่านสนุก ไม่น่าเบื่อ เราไม่ต้องอ่านอะไรวนๆๆๆๆๆไปจนจบเล่ม ยิ่งแต่ละบทนั้นเนื้อหาก็ไม่ได้เยอะครับ สาม สี่ ห้า หน้าบ้างพอเป็นกระสาย หรือเท่าที่เห็นมากสุดก็ยี่สิบหน้าแต่ก็แบ่งซอยบทย่อยให้เหลือทีละนิดเล่าไปหน่อยเช่นเดียวกัน แต่ละบทความเนื้อหาก็ไม่น้อยเกินไปจนไม่รู้อ่านไปทำไม หรือมากเกินไปจนอยากจะวางหนังสือ เป็นการเขียนที่พอจะได้น้ำได้เนื้อ กระตุ้นความสนใจของคนอ่านว่าหากชอบเรื่อราวในบทไหน ก็จงไปสรรหาหลักวิชาต่อไปให้ลึกซึ้งตามแต่ใจของท่านจะปรารถนา การเสาะหาความเข้าใจในปรัชญาเบื้องลึกต่อไป ต้องอาศัยความไม่รู้ที่ต้องการจะเติมเต็ม และความรักที่จะรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้จักมันมาก่อน สมดังชื่อหนังเล่มนี้เป๊ะๆเลยแหละครับin Philosophy , Love Exists ในความไม่รู้ ความรักดำรงอยู่ จริงๆครับnon-fiction
Chontiwat Udomsiripat223 reviews5 followersFollowFollowMay 14, 2024In Philosophy, Love exists ในความไม่รู้ ความรักดำรงอยู่ - ผมซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะชื่อหนังสือล้วน ๆ กอปรกับชื่อคนเขียนอย่างกิตติพล สรัคคานนท์ด้วย หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรก ๆ ที่ผมยอมลัดคิวในกองดองเลย คือผมอยากรู้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร ความรักและปรัชญาจะออกมาในรูปแบบไหน จะเข้าใจได้ยากหรือไม่ด้วยความที่หนังสือเล่มนี้เป็นรวมบทความ ทำให้เราสามารถอ่านบทความใดก่อน - หลังก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านตั้งแต่หน้าแรก พอมันเป็นรวมบทความ ก็ทำให้เวลาอ่านเราไม่ได้เบื่อกับมันนานนัก คือ การอ่านปรัชญาในเรื่องเดิม ๆ หลายหน้าก็จะทำให้เราเบื่อได้และไม่เข้าใจในท้ายที่สุด แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้เราเบื่อเลย บทความในเเต่ละเรื่องนั้นไม่ซ้ำกัน และจะมีจุดพักหรือจุดเชื่อมโยงซอยย่อยเพื่อให้ผู้อ่านได้พักสายตาด้วย ส่วนตัวผมชอบส่วนนี้มาก ๆ การพักสายตาในการอ่านหนังสือแนวปรัชญาเป็นเรื่องสำคัญ มันทำให้เราคิดตามได้อย่างช้า ๆ ได้ด้วยเเน่นอนว่าในหนังสือมีทั้งบทความที่อ่านง่ายไปจนถึงอ่านยาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน การศึกษาหรืออ่านปรัชญาในประเทศไทยถูกทำให้เป็นเรื่องไกลตัว ทั้ง ๆ ที่ปรัชญานั้นโครตจะใกล้ตัวเลย ฉะนั้น การอ่านหนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นการทดลอง เรียนรู้ ซักซ้อม ไปจนถึงทำความเข้าใจในเนื้อหาของปรัชญาต่าง ๆ ไปในตัว อาจมีเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง จึงถือว่าเป็นเรื่องปกติของการอ่านหนังสือแนวปรัชญา ด้วยเนื้อหาในเล่มนั้นมีการอธิบายปรัชญาหลายสาขาต่างออกไป ตั้งแต่นักปรัชญาไปจนถึงการเล่นคำต่าง ๆ ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อ่านสนุก (สำหรับผม) และจุดเชื่อมโยงที่ผมสังเกตเห็นคือ "ความรัก" ในทุก ๆ เรื่องนั้นขับเคลื่อนด้วยความรัก เพราะเรารักในความไม่รู้ เราจึงไปเรียนรู้เพื่อให้รู้ถึงความรัก อะไรทำนองนี้ และอีกประเด็นที่สำคัญคือ 'หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่คู่มือที่ทำให้ตนสมหวังในความรัก' เป็น warning นะ ก่อนที่คิดจะอ่านสุดท้ายนี้ ผมขอยกประโยคในหนังสือที่ผมชอบมาแปะไว้ เผื่อใครสนใจไปตามต่อ หรือว่าจะคิดตามเล่น ๆ ก็ได้"เราไม่ควรลืมว่า 'ความหวัง' จะต้องสามารถสร้าง 'ความผิดหวัง' ได้ เพราะมันมีความผิดหวัง ความหวังจึงเป็นความหวัง" -p. 3862024
Makmild808 reviews223 followersFollowFollowOctober 6, 2025ไอเลิป ใครยังไม่อ่านก็ไปซื้อมาอ่านซะ จบๆพยายามหน่อย ที่ชอบน่าจะเพราะหนังสือมันไปเรื่อย คือเราอาจจะคิดว่าปรัชญามันต้องเป็นเรื่องหนัก ๆ ชวนเคร่งเครียด แต่จริง ๆ ปรัชญามันดำรงอยู่ในทุกเรื่องถ้าเราจะพยายามหน่อย แต่ๆ ๆๆๆ ๆๆๆ เล่มนี้ไม่ได้พยายามในแง่นั้น คือด้วยความไปเรื่อย มันเลยไม่น่าเบื่อ แต่ละบทสั้นๆ พอให้เห็นภาพและสังเขปว่าปรัชญาในแต่ละเรื่องที่ยกมามันเกี่ยวข้องกันยังไง และถ้าอยากเข้าใจมากกว่านั้น (หรือแค่นั้นก็ได้) ก็ไปตามอ่านต่อก็ได้ จะบอกว่า 101 ก็ดูจะใช่แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันอ่านง่ายขนาดนั้น แต่อ่านแล้วไม่เบื่อเลย เปิดหูเปิดตา แบบ อ้าวหรอๆๆ (คือส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่รู้เลยตื่นเต้น) ทั้งเล่ม
Thursday,nightmare175 reviews8 followersFollowFollowJanuary 7, 2025เป็นหนังสือว่าด้วยปรัชญา 101 ที่ไม่ได้ 101 ขนาดนั้น ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปรัชญาตะวันตกประมาณหนึ่งถึงจะพอเข้าใจ และต้องรู้จักนักคิด นักเขียนและอ่านหนังสือมาประมาณหนึ่งถึงจะรู้สึกว่าพอเข้าใจด้วย แต่เป็นหนังสือที่กระตุ้นต่อม curiosity ของเราระดับสูง ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อตอนอ่าน และกระหายที่จะรู้ ทำให้เราไปหานั่นนี่อ่านเพิ่มเยอะมาก จะบอกว่าเป็นหนังสือที่ทำให้เรารู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลยอีกเล่มก็ว่าได้ เหมือนออเดิร์ฟกระตุ้นความอยากอาหารจานหลักในทุกๆ บท ถ้าถามว่าเราเข้าใจทุกบทไหม ก็คงตอบว่า“ไม่” แต่ละบทจะไม่ได้ให้ข้อสรุปในเรื่องใด แต่จะเป็นแนวคิดปลายเปิดให้เราคิดต่อ ความสนุกของเล่มนี้อีกอย่างคือทำให้เราได้ออกไปตามหาหนังสือที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ทำให้เราได้รู้จักบุคคลหรือสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาในมือโดยแท้