Jump to ratings and reviews
Rate this book

เรือนเวลา

Rate this book
หนังสือเจ็ดเล่ม…เสมือน ‘หน้าต่างกาลเวลา’ เจ็ดบาน ยามเปิดพวกมันพร้อมกัน…ใต้อำนาจดวงดาวสำคัญ จะกอปรสร้าง ‘เรือนเวลา’ ยอดสิ่งมหัศจรรย์…เกินกว่าใครคาดคำนวณ…

ใครคนหนึ่งที่ล่วงรู้ความลับนี้ส่งคนออกไล่ล่าหาหนังสือทั้งเจ็ดเล่ม ไม่สนใจวิธีการ ไม่แยแสว่าต้องเข่นฆ่าผู้ใดบ้าง ขอเพียงได้ครอบครอง ใช้มันอ่านอนาคตของทุกสรรพสิ่ง แสวงหาผลประโยชน์มหาศาล สร้างฐานอำนาจกล้าแกร่ง

แต่มนุษย์...จะเอาชนะกาลเวลาได้จริงๆ หรือ ?

“เรือนเวลา เป็นนิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่ ชลนิล เขียนขึ้นมาด้วยเชิงวรรณศิลป์อันช่ำชอง เดินเรื่องเร็ว สนุก ตื่นเต้น แยบยล” -- คำนิยมจากหนังสือ ๑๐๐ เล่มหนังสือดีวิทยาศาสตร์ โดย รศ. ดร. ชัยวัฒน์ คุประตกุล และคณะ

* ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 100 เล่มหนังสือดีวิทยาศาสตร์ (พ.ศ. 2537-2548)
* ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2548 โดยสำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก และหลังจากผ่านไปราวแปดปีก็ได้กลายเป็นหนังสือหายากที่นักอ่านและแฟนคลับ “ชลนิล” เรียกร้องให้นำกลับมาพิมพ์ซ้ำ

339 pages, Paperback

First published September 1, 2005

3 people are currently reading
49 people want to read

About the author

ชลนิล

24 books38 followers
Associated Names:
* ชลนิล
* ฉิกกง

ที่มา....ของนามปากกา "ชลนิล"

ที่มาของชื่อ "ชลนิล" จริง ๆฟังแล้วดูปัญญาอ่อนมากนะ ตอนม.2 ผมเขียนนิยายเรื่องแรกชื่อ "ใต้เงามันดาเร"
(เห็นมั้ย ชอบเขียนแนวลึกลับตั้งแต่เด็ก) เรื่องนั้นพระเอกชื่อ ภุชงค์ นางเอกชื่อ อินทนิล (ดอกตะแบก - อินทนิล สีม่วง เป็นดอกไม้ที่ผมชอบมากตอนเด็ก)

พอเขียนจบก็นึกเล่น ๆ ว่าถ้าเขียนภาคสอง ลูกของ ภุชงค์ กับ อินทนิล จะมีชื่อว่าอะไร
ตอนนั้นก็คิดชื่อ ชลนิล - อินทชล ออกมาได้ (เปลี่ยนคำว่าชงค์ เป็น ชล)
พอคิดสองชื่อนี้ได้ก็เกิดอาการชอบมาก อย่าใช้เป็นชื่อตัวละครเลย
เอามาเป็นนามปากกาของเราดีกว่า ! (ตอนเขียน ใต้เงามันดาเร ใช้นามปากกา ตรี อินทนิล)

นามปากกาหลังจากนั้นจึงเป็น "ชลนิล อินทชล" (ลิเกมั้ย)
ใช้เขียนเรื่องสั้นส่งตามนิตยสารต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
โชคดีอย่างยิ่ง ที่ไม่มีนิตยสารเล่มไหนรับเรื่องสั้นผมไปพิมพ์
(เด็กอายุ 14-15 เขียนเรื่องสั้นแบบไหน ใครๆก็น่าเดาออกว่า มันคงไม่ได้เรื่อง)

ตอนม.ปลาย ผมบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น ช่วงปิดเทอมเคยไปช่วยทำงานที่สำนักพิมพ์การ์ตูนแห่งหนึ่ง รู้จักพวกบรรณาธิการ ทีมงานการ์ตูนหลายคน เขาถามผมว่าชื่อ "ชลนิล" แปลว่าอะไร? ตอนนั้นผมก็พยายามเล่าที่มา ที่ไป พร้อมคิดคำแปลอย่างสวยงาม
(ตามประสาเด็กนั่นแหละ)

เขาฟังแล้วบอกคำเดียวเลยว่า... "ชลนิล" = "น้ำเน่า" ชล=น้ำ / นิล = สีดำ
น้ำสีดำ มันก็คือน้ำเน่านั่นแหละ ผมได้ยินอย่างนั้นแล้วชอบทันที...เออ...แปลว่า น้ำเน่าก็เข้าท่าดี ไหน ๆ เราก็ชอบเขียนนิยายอยู่แล้ว สมัยนั้น พอเพื่อน ๆ รู้ว่าเราเขียนนิยาย ก็ชอบถามเหมือนกัน "เขียนนิยายน้ำเน่าเหรอ?" เราตั้งนามปากกาแปลว่า น้ำเน่า ไปเลยดีกว่า แทนคำตอบพวกมันไปเลย แถมยังเท่ดี ไม่เหมือนใครด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดสมัยผมเรียนอยู่มัธยม อายุแค่ 15-16 เองมั้ง

พอเรียนจบ มาทำงานอยู่ที่อุดรฯ
มีอยู่วันหนึ่ง เข้าเวร นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากเขียนเรื่องสั้นเล่น ๆ
อาศัยความรู้ที่ได้อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้น
ในห้องสมุดของวิทยาลัยครูอุดร มาเป็นแนวทาง
ลองเขียนตามที่หนังสือเขาสอน-แนะนำ

ผลก็คือ...ได้เรื่องสั้นมาเรื่องหนึ่ง เรื่องสั้นเรื่องนั้นชื่อ "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
เขียนจบ ผมฝากเพื่อนให้เอาเรื่องสั้นนี้ไปให้อาจารย์ภาษาไทย(ในวิทยาลัยครู)
ช่วยวิจารณ์ - แนะนำ พออาจารย์ท่านนั้นอ่านจบ ก็ฝากเพื่อนผมมาบอกว่า...
"ให้เขาส่งเรื่องนี้ไปที่ นิตยสาร สตรีสาร"

นิตยสาร "สตรีสาร" สมัยนั้น ถือเป็นสนามนักเขียนที่มีมาตรฐานสูง
จนผมไม่เคยกล้าส่งงานตัวเองไปให้เขาพิจารณาเลย
พออาจารย์ภาษาไทยท่านนั้นแนะนำอย่างนี้
ผมเลยทำใจกล้า ส่งเรื่องสั้นไปที่ สตรีสาร โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" เฉย ๆ
ตัดคำว่า "อินทชล" ออก เพราะรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อ ลิเกพิกล
(ตอนนั้นโตพอจะรู้แล้วว่า ความคิดสมัยเด็กของตัวเองมันเพี้ยนๆ)

ผลคือได้ลงในนิตยสารสตรีสาร ภายในเวลาเดือนสองเดือน
ความดีใจครั้งนั้น ยิ่งกว่าคนเอ็นทร้านซ์ติดเสียอีก
เพราะนี่เป็นนิตยสารมาตรฐานฉบับแรก ที่ผมได้ลงเรื่องสั้น
แถมเป็นนิตยสารมีชื่อ ที่นักเขียนดัง ๆ หลายคนแจ้งเกิดที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น "โบตั๋น" "ประภัสสร เสวิกุล" ฯลฯ

หลังจากนั้นผมก็มีไฟ เขียนเรื่องสั้นส่งสตรีสารอีกหลายเรื่อง
โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" มาตลอด
แต่ก็ไม่มีเรื่องสั้นได้ลงอีกนาน จนผมนำเรื่องสั้นที่เขียนส่ง "สตรีสาร" (แล้วไม่ได้ลง)
มารวมทั้งเรื่องสั้น "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
แล้วส่งไปให้สำนักพิมพ์สนุกอ่านพิจารณา
...โดยไม่คิดว่า...
นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของรวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต "ละครภูต"
และเป็นการใช้นามปากกา "ชลนิล" บนแผงหนังสือครั้งแรกเช่นกัน

ชลนิล
20 ธ.ค. 56


ผลงาน

1. ต่างเวลา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
2. ม่านมนตรา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
3. พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
4. รอยสาป (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
5. กรงอำพราง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
6. เพลิงนาคา (พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์วันดี)
7. เรือนเวลา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
8. กรงไฟ (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
9. เถ้าน้ำค้าง (สำนักพิมพ์วันดี)
10. อาคม (สำนักพิมพ์คำต่อคำ)

รวมเรื่องสั้น
1. ละครภูต (สำนักพิมพ์สนุกอ่่าน)
2. ผู้ถูกล่า (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน) (พิมพ์ครั้งที่1 ใช้ชื่อว่า "ในเงาสนธยา")
3. ลางมายา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก) (รวมจากสองเล่มเล็ก"ลางสังหารกับสีสันสยอง")

ผลงานเขียนอื่นๆ
1. ลมหายใจของสายลม (สนพ.สนานคิด) ประเภทบทกวี
2. ที่สุดปลายกระบี่ (สนพ.สนานคิด) รวบรวมถ้อยคำปรัชญาอันแหลมคมจากนวนิยายหลายเล่มของโก้วเล้ง
3. นิทานโทสะ (สนพ.วันดี) รวมบทความที่เขี

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
11 (26%)
4 stars
19 (46%)
3 stars
9 (21%)
2 stars
1 (2%)
1 star
1 (2%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Monaliz Juang.
640 reviews
March 7, 2014
ผลงานของคุณ ชลนิล มีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่ว่าจะในเรื่องภาษา
หรือการดำเนินเรื่องเร็ว เรื่องนี้เป็นแนวมิติข้ามเวลา ไม่เชิงแนว
ข้ามเวลาไปอยู่ในอดีตแบบนิยายทั่วไปเสียทีเดียว เรื่องราวเกิดจาก
หนังสือ 7 เล่ม ที่เมื่อเอามารวมกันแล้วจะเปิดเป็นหน้าต่างมิติเวลา
ราวกลับได้พรพิเศษขออะไรก็ได้สิ่งที่หวัง รวมทั้งแต่ละเล่มสามารถ
ทำนายอนาคตได้ โดยผู้มีดวงชะตาต้องจะสามารถอ่านอนาคตจากในหนังสือได้

แนวทางของคุณชลนิล ไม่ได้เน้นเรื่องราวโรแมนติกมากนัก เล่มนี้ก็เหมือนกัน
มีให้เห็นความรักที่ผูกพันและลึกซึ้ง แต่ไม่มีฉากหวานอย่างนิยายทั่วไป
แต่ก็ถือว่าหวานในระดับคุณชลนิล โดยมีสองคู่ในเรื่อง โดยส่วนตัวชอบ
บุคคลิกของเมฆา ดำมืด และอีกด้าน สว่างไสว รู้สึกตัวละครแบบนี้มีอะไรให้เล่นเยอะ
เพราะเขาเป็นสีเทา สว่างได้ มืดได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาเลือก

ส่วนพระเอกอีกคนคือ ทัด นิสัยเก็บงำซ่อนอารมณ์คล้ายเมฆา แต่ไม่ดำมืดเท่า
ทว่านิสัยคล้ายๆกัน ส่วนนางเอกมีสองคน คือพุดและชาลี แต่ในเรื่องตัวละครส่วน
ใหญ่จะได้รับการกระจายบทโดยไม่มีใครเด่นเกินไป ประเด็นหลักในเรื่องนี้
คงจะเป็นความโลภของมนุษย์ ที่ต้องการใช้หนังสือทั้ง 7 เล่มให้ได้มาถึงสิ่งที่ต้องการ
และแน่นอน ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีการได้มาโดยไม่มีการเสียสละหรือการแลกกับสิ่งใด
เรียกว่า "ได้บางสิ่งมา คุณย่อมเสียบางสิ่งไป" สนุกแต่ถ้าเทียบกับเพลิงนาคา
เพลิงนาคายังคงเป็นหนังสืออันดับหนึ่งในใจเสมอค่ะ

ติดตามกับปกพิมพ์ใหม่ของ สนพ.คำต่อคำ
Profile Image for Supertanut.
18 reviews
April 17, 2015
สนุกอ่านเพลินดี จุดด้อยอาจจะมีอยู่นิดหน่อยตรงภาษาห้วนๆ ไปหน่อย ชวนให้คิดถึงเรื่องแปลแบบกระด้างหรือพวกนักเขียนชายประเภทไม่สนใจความชดช้อยของภาษา แต่เราให้คะแนน4เต็ม5 เพราะคิดว่าหนังสือเมืองไทยควรจะมีงานแบบนี้เยอะๆ ขายพลอตหลากหลายไม่ใช่พวกประเภทตบจูบเน้นฟินอย่างเดียว
Profile Image for Lily 百合花.
1,461 reviews103 followers
October 30, 2015
ชาลี
ทัตสุระ (ทัต)
พุด
เมฆา (หมอก)

เห็นหลายคนอ่านผลงานชลนิลกันมากมายหลายเล่มแล้ว พอเห็นเล่มนี้มีให้ยืม ก็เลยรีบยืมมาอ่านทันที เห็นหน้าปกครั้งแรกก็ชอบมากแล้ว งามมากจริงๆ ภาพนาฬิกาเลือนๆ มันดูสวยงามจริงๆ แฮะ แค่ปกก็ทำให้เราหลงรักแล้ว ฮ่าๆ

เปิดเรื่องได้ฉับไวรวดเร็วมากมาย จนคนอ่านแบบละเมียดละไมอย่างเราตั้งตัวไม่ติดในตอนแรกๆ แต่ก็ชอบนะ เพราะได้อารมณ์เร้าใจไปอีกแบบ ทำให้อยากรู้ว่า ทัตสุระ ชาลี หมอก พุด ทวด นายธานี มีอะไรที่จะต้องมาเจอกันใช่ไหมนะ

ตัวละครที่ชอบมากที่สุดสำหรับลี่คือ “คัท” หรือ “อคิระ” น้องชายของทัตสุระ เป็นเด็กสิบขวบที่ฉลาดรอบรู้จริงๆ อ่านไปก็รู้สึกเอ็นดู หลายคำถามที่คัทถามด้วยความใสซื่อของความเป็นเด็ก ก็ทำให้ผู้ใหญ่ผู้มากประสบการณ์นึกได้ และทึ่งว่าทำไมฉันนั่งคิดตั้งนานคิดไม่ได้ฟระ ชอบความเฉลียวฉลาด รอบรู้ บอกไม่ถูกอ่ะ รู้สึกชอบตัวละครตัวนี้จริงๆ นะ

ส่วนฉากที่ทำให้น้ำตาซึม คือฉากที่หมอกกับทัตสุระไปหาเด็กชายปั้นที่โรงพยาบาล คือเราอ่านมาก็วางหนังสือแทบไม่ลงมาตลอด พอเจอฉากนี้น้ำตาซึมเลยอ่ะ แบบว่าซึ้งใจมากมาย ก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้เด็กชายปั้นจะเป็นยังไงนะ

เรื่องนี้สอนใจได้ดีนะคะ ว่าความโลภ ความอยากได้อยากมีอยากรู้ในสิ่งที่ไม่ควรจะรู้จะได้เนี่ย มันมีผลกรรมของมันอยู่ เวลาไม่เคยสามารถรั้งใครไว้ได้ คนเราทุกคนยังไงก็ต้องไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่สามารถใช้เวลาคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้ตัวเองได้หรอก

ตอนอ่านถึงฉากบู๊เนี่ย ลุ้นจนแทบจะเข้าห้องน้ำเลย ฮ่าๆ คือเล่าเรื่องได้มันอ่ะ เราก็ลุ้นและตื่นเต้นตามว่าตัวละครเหล่านี้จะรอดออกมาไหมเนี่ย สำนวนภาษาอ่านเข้าใจง่าย กระชับได้ใจความ และรู้สึกว่าจะใช้คำว่า "กำซาบ” ในเรื่องบ่อยจัง คำนี้ไม่ค่อยอ่านเจอในนิยายเท่าไรอ่ะค่ะ แต่ก็พอรู้ว่าคืออะไร

เท่าที่อ่านรีวิวหลายๆ คนมา บอกว่าคุณชลนิลไม่ค่อยถนัดแนวรัก ก็อาจจะจริงค่ะ ถ้าลี่ได้อ่านเรื่องนี้ตอนเด็กๆ คงจะไม่ชอบแน่ๆ เลย (เพราะตอนเด็กๆ ชอบอ่านนิยายแนวรักหวานแหวว กุ๊กกิ๊กให้ชุ่มชื่นหัวใจ แต่ไม่ใช่ 18+ นะ เรื่องไหนไม่มีพระนางจะรับไม่ได้ ละครก็ดูแต่ละครไทย แต่โตขึ้นมาทนดูละครไทยไม่ค่อยได้แล้ว และชอบดูละครญี่ปุ่นมากๆ ส่วนนิยายก็อ่านหลากแนวมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีพระนาง ก็อ่านได้อย่างสนุกสนานได้) แต่พอลี่ได้อ่านตอนนี้ ชอบอ่ะค่ะ เรื่องรักอาจจะน้อยไปนิด แต่เราอ่านไปก็สัมผัสได้แหละ ว่าตัวละครไหนชอบตัวละครไหน เลยคิดว่าถึงน้อยไปนิด แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรค่ะ เพราะเรื่องอาจจะเน้นเรื่องเกี่ยวกับการสร้าง “เรือนเวลา” เลยไม่ได้จับประเด็นในเรื่อง “ความรัก” สักเท่าไรด้วย

ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ก็แนะนำให้อ่านดูนะคะ แนะนำให้หาอ่านดูนะคะ สนุกถูกใจเลยค่ะ
Profile Image for Tharachaya.
114 reviews10 followers
September 20, 2014
ชอบงานของ "ชลนิล" ก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้ค่ะ ออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยๆ โดยรวมๆ ก็ชอบ แต่ไม่ถึงกับประทับใจสุดๆ แบบ "อาคม" เอาเป็นว่า ถ้าใครชอบงานผู้เขียนเป็นทุนเดิม ก็ต้องหยิบมาอ่านอยู่ดี แต่ถ้าใครไม่เคยอ่านผลงานผู้เขียนมาก่อน ก็ข้ามไปอ่าน "อาคม" ก่อนเถอะค่ะ เรื่องนั้นแนะนำแบบสุดติ่งเลย ^^
Profile Image for Kamons.
1,298 reviews69 followers
December 2, 2014
โดยรวมๆ แล้วก็ค่อนข้างชอบ การดำเนินเรื่องทำได้รวดเร็วไม่ยืดเยื้อ อ่านแล้วทำให้อยากติดตามต่อไปได้ไม่ยากแต่ที่รู้สึกสะดุดคือการใช้ภาษาที่บางทีรู้สึกติดขัด ห้วน อ่านแล้วไม่ค่อยต่อเนื่อง
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.