Kamonporn Chongpiyachot15 reviews3 followersFollowFollowOctober 27, 2025เฉยๆแต่ชอบ2บทเรื่องชีวิต70คะแนนก็พอแล้วใช้ชีวิตแบบเพิ่มคะแนน ไม่ใช่ลด
YuzuChu296 reviews19 followersFollowFollowJanuary 1, 2025ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องชอบ ขอแค่ไม่จงใจกลั่นแกล้งเขา ก็ถือว่าใจดีมากพอแล้วค่ะ แต่บนโลกนี้มีผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าคุณจะพยายามเรื่องอะไรมากขนาดไหนก็ตาม จะต้องมีคน ‘ตำหนิ’ แน่นอนค่ะ!สำหรับคนที่เป็นสายอ่านหนังสือ How To เป็นนิจอยู่แล้ว เล่มนี้อาจมาเวย์ดาษดื่นไปบ้างแหละเนอะ ก็มีแต่ข้อคิดและคำปลอบใจแบบที่เห็นได้ทั่ว ๆ ไปในแอคคำคมดอกไม้ ท้องฟ้า สายรุ้ง แต่สำหรับใครบางคนที่เพิ่งลองกระโดดเข้ามาหาหนังสือแนวนี้ เราว่าเล่มนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่อ่อนโยนเอามาก ๆ เลยค่ะ 😊เหมาะสำหรับคนสาย people pleaser เหล่าคนคิดมาก คนที่ใจดีกับคนอื่นแต่ดันใจร้ายกับตัวเอง คนที่ใส่ใจคนอื่นมากกว่าตัวเองอย่างเหลือแสน และคนที่ยังไม่กล้าจะพูดคำว่าช่างแม่งออกมาเพื่อปกป้องตัวเองรู้สึกว่าเล่มนี้ใจดีกับคนคิดมากพอสมควรเลย มีการสอนให้ยอมรับตัวเองในเวอร์ชันที่อาจจะขี้เกียจนิด ๆ หมดไฟหน่อย ๆ กลุ้มใจอยู่บ้างว่าไม่เป็นไรนะแก โอ๋ ๆ บูสต์ ๆ เติมพลังกินอิ่มนอนอุ่นให้เต็มที่ ด้วยคำพูดในเล่มที่มีความคะขาแสนน่ารัก นุ่มฟูว ภาพประกอบอบอุ่นหัวใจ อ่านแล้วได้ฟีลเหมือนมีคนมาห่มผ้าให้ ลูบหัวปุ ๆ อ่านนิทานให้ฟังแล้วบอกใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ น้า พอไฟมา แรงมี ก็ค่อยลองทำสิ่งที่อยากทำดี มันก็แค่นั้นเองและสุดท้ายทุกอย่างจะถูกเชื่อมโยงไปยังจุดเริ่มต้นในการพัฒนาตัวเอง หรือปลอบโยนตัวเองได้ดีที่สุด นั่นก็คือการเลือกที่จะยอมรับตัวเองและรักตัวเองให้ได้นั่นเองค่ะด้วยความที่เป็นนิยายแปลจากฝั่งญี่ปุ่น แน่นอนว่าความกังวลใจบางอย่างในเรื่องก็ชวนขมวดคิ้วเหมือนกัน ได้ฟีลแบบ มันมีคนกังวลใจขนาดนั้นด้วยเหรอวะ กะอีแค่เรื่องขี้ปะติ๋วนิดเดียวเนี่ยนะ? แต่พอเห็นว่าแปลจากญป.ก็คืออ๋าาา เก็ตละ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ สมเหตุสมผลขึ้นมากพอได้เห็นชื่อประเทศ 🤣ขอ HNY 2025 จ้า เล่มแรกในปีนี้ของฉันเอง 🎉 รีวิวยาวเฟื้อยมาก แต่ความจริงเล่มนี้เป็นเล่มบาง ๆ เบา ๆ ตามประสาหนังสือ How to มีอยู่ 200 หน้า ชนิดที่ว่า 3-4 หน้าสุดท้ายเป็นโน้ตไว้จดข้อคิด เห้ย ลักไก่เพิ่มจำนวนหน้าป้ะเนี่ย ของซื้อของขายนะ ร้ายว่ะ555เล่มนี้จะอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ ไม่ดีพอ เกลียดชาวบ้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอรู้เหตุผล รู้ว่าทำไปเพราะอะไร เล่มนี้จะช่วยคัด ๆ ความคิดเห็นมาให้ และแนะนำให้ลองเปลี่ยนมุมมองอย่างค่อยเป็นค่อยไปค่ะ แถมภาพประกอบยังน่ารักมุ้งมิ้ง อ่านแล้วนุ่มฟูหัวใจดี ได้ลองอ่านก็ไม่เลวเลย อย่างน้อยถึงจะมีวันที่ไม่ได้เป็นคนดีมาก แต่การได้อ่านเล่มนี้ก็ช่วยปลอบโยนหัวใจที่เอาแต่คิดกังวลของตัวเองได้ดีเหลือเกินส่วนข้างล่างที่เหลือคือรีวิวแบบเป็นกันเองมาก ๆ เกริ่นก่อนว่าตัวเราที่เพิ่งเคยจับหนังสือแนวนี้นั้น เป็นคนขวางโลกและนิสัยเสียพอสมควร555 รีวิวนี้ออกแนวอ่านบันทึกของคนขวางโลกที่เพิ่งลองแตะหนังสือฮาวทูน่ารัก ๆ ปลอบโยนหัวใจเป็นครั้งแรก เราเองก็มีด้านที่แพ้อะไรน่ารัก ๆ หวาน ๆ นุ่มฟูเยียวยาหัวใจ เวลาเจอคนแบบนี้หรือหนังสือแบบนี้ก็มักจะใจร้ายกับเขาไม่ลง และหนังสือเล่มนี้คือจุดอ่อนของฉันแหละเขาใช้ภาษาน่ารักถึงขั้นที่ว่า ภาษาปากเวลาเห็นคนประสบความสำเร็จตามเน็ตก็จะบอกมีแต่คนมีเงินไปเที่ยว มีแต่คนสวย ๆ มีแต่คนถูกหวย มีแต่คนเป็นนายตัวเอง แต่เล่มนี้เลือกจะใช้คำว่า ‘เห็นผู้คนที่ดูเปล่งประกายเยอะเป็นพิเศษจนเผลอตำหนิตัวเอง’ โฮ่ ๆ น่ารักซะไม่มีเหมือนกับว่าการเรียนรู้ที่จะ ‘ช่างแม่ง’ อาจเป็นการกระทำที่สุดโต่งเกินไปหน่อยสำหรับคนบางคน ดังนั้นกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ การได้ค่อย ๆ อ่านเหตุผลว่าทำไมถึงคิดมากล่ะ ทำไมถึงได้กังวลใจกับความสัมพันธ์ขนาดนั้นนะ อ๋อ เพราะมันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเหมือนข้อสอบไงล่ะ ก็ทำให้ตกผลึกและได้คิดอะไรกับตัวเองมากขึ้นค่ะในเรื่องจึงจะมีคำพูดน่ารัก ๆ เอาไว้ใช้ปลอบประโลมจิตใจของตัวเอง เช่น เธอคิดมากเพราะอดีตอาจเคยทำให้ใครเสียใจหรือเสียความรู้สึกไง พอเป็นแบบนั้นก็เลยพยายามคิดเยอะๆ เพื่อเซฟใจคนอื่น, การทบทวนข้อผิดพลาดวน ๆ ซ้ำ ๆ นั่นคือหลักฐานว่าเรากำลังพยายามไงล่ะ!เหลือจะเชื่อว่ามีเหตุผลน่ารักนุ่มฟูมากมายมาซัพพอร์ตความคิด และความในใจที่เข้าขั้นประสาทกินของคนบางคนได้อย่างมีเหตุผล อย่างน้อยก็ให้คำตอบกับใจฉันได้ละหนึ่งคน น่าชื่นชมชะมัด555มีตอนนึงที่เขาบอกว่า ‘แค่คุณกลุ้มใจก็ถือว่าคุณพยายามแล้วนะคะ’ ในโลกที่ติ๊กต่อกต่างพร่ำบอกฉันว่าถ้าไม่ทำตอนนี้มันก็ไม่สำเร็จนะ! ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้เลย! เอาแต่ดูอะไรไร้สาระ ในขณะที่คุณนอน คนอื่นเขาอ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว เรื่องนี้กล้าที่จะสอนฉันว่าแค่กลุ้มใจก็พอแล้วงั้นเหรอ! เป็นวิธีคิดที่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลย น่าสนใจมากนั่นแหละ หนังสือเล่มนี้ทำมาเพื่อคนชอบคิดมากและห่วงความคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่อตัวเองมากเป็นพิเศษ ซึ่งเขาก็ได้อธิบายการคิดมาก คิดซ้ำ มองย้อนไปแล้วก็โทษตัวเองว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไปนะว่า‘ถ้าเป็นเรื่องที่มีคำตอบอย่างชัดเจนโจทย์วิชาคณิตศาสตร์หรือภาษาก็ยังดี แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง อย่างเช่นเรื่องความสัมพันธ์กับผู้อื่นก็จะวุ่นวายกว่าค่ะ เพราะถึงแม้จะไม่มีคำตอบ แต่ก็ยังคิดต่อไปไม่หยุดเพื่อหาทางขจัดความกังวลใจ’เป็นเล่มที่ดูปลอบใจคนสาย people pleaser ได้ดีเลยนะ ช่วงนึงจะมีการยกสถานการณ์เวลาป่วยและอยากลางานขึ้นมาว่า คนอื่นเขาพยายามขนาดนั้น เราป่วยนิดป่วยหน่อยก็พักแล้วรู้สึกแย่จัง ซึ่งเขาก็ปลอบว่าไม่เลย มันคือความฉลาดที่รู้จักขีดจำกัดของตัวเองนะ ถึงขั้นที่ว่าจะลางานก็กลัวคนอื่นเดือดร้อนจัง ก็ลองปรับความคิดดูว่ารีบลาแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า ถ้าฝืนละก็ในวันที่ป่วยหนักกว่านี้ขึ้นมาบรรลัยกว่านี้แน่นอน (ซึ่งในเล่มไม่ได้พูดคำว่าบรรลัยหรอก ฉันพูดเอง555)คนที่รู้ตัวว่าไม่ไหวดีที่สุดก็คือตัวเรา ถ้าต้องมารอคนสังเกต มาคอยถามว่าเหนื่อยมั้ย พักบ้างป่าว ก็ตายโหงกันพอดี เราที่รู้ตัวเองดีที่สุดก็พักก่อนใครได้เลย ไม่มีใครมีสิทธิ์มาโมโหทั้งนั้นแหละ เออ เริ่ด เวลาเจอคนประสาทแดกเยอะ ๆ ก็ไม่ต้องไปฝืนมาทำให้เขาชอบเราหรอก ยิ่งเขามาชอบยิ่งลำบากกว่าถูกเกลียดอีก การเลือกทางหนีอย่างชาญฉลาดเพื่อปกป้องตัวเองก็เป็นหนทางที่ไม่เลวมีการพูดถึงเรื่องเซนส์ด้วย ในบทที่ว่าวิธีคบหากับผู้อื่นโดยให้ความสำคัญกับตัวเอง ก็ไอ้ความรู้สึกแรกพบที่ว่าอยู่/คุยกับคนนี้แล้วอึดอัดจัง ไม่น่าซี้กันได้ ไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบ ซึ่งเขายืนยันว่าถูก ให้เชื่อความรู้สึกนี้ไว้ เพราะมันจะเริ่มจากความเอ๊ะน้อย ๆ เป็นความเอ๊ะที่ใหญ่ขึ้นจนระเบิดออกมาแล้วทนไม่ไหวในเล่มไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่าเซนส์ แต่เราก็เชื่อในใจสัญชาตญาณนี้ของตัวเองมาตลอดเหมือนกัน เพราะมันถูกต้องแบบแทบจะ 99% เลยอะ ถ้าเผลอเอ๊ะเผลอไม่ชอบใคร หลังจากนั้นไม่นานต้องมีข่าวตลอดว่าคนนี้ไปทำเรื่องไม่ดี มันรวมไปถึงการพบเจอเน็ตไอดอลกับดาราด้วยนะ หลังจากนั้นคือทุกคนที่เราเอ๊ะ ๆ มีข่าวฉาวหมด ทั้งโกงเงิน เล่นแชร์ หนีคดี555 กับนักเขียนดังบางคนที่อ่านผลงานแล้วไม่ชอบ แต่ก็แค่เลิกตาม หลายปีผ่านมาได้เห็นว่าเขาแอบด่านักอ่านลับหลัง หรือก่อดราม่าใหญ่โตอันนี้ก็มีเหมือนกัน เราเลยเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจกับเซนส์นี้สุด ๆแต่เล่มนี้อธิบายดีนะ เขาเลือกที่จะบอกว่ามันอาจเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเราเองนี่แหละ แค่พบเจอคนที่ไม่ชอบก็เท่านั้นเอง และการหลีกเลี่ยงความอึดอัดนี้ด้วยตัวเองจะเป็นการดีกว่า เพราะคนมันเปลี่ยนไม่ได้อะ คนที่เราอึดอัดใจด้วยเขาจะยิ่งทำตัวน่าอึดอัดให้เรารู้สึกแย่ขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแหละ ดังนั้นไปฝืนทำตัวให้เขาชอบเรา เราชอบเขาก็ไม่ช่วยอะไร ทำเพื่อ แค่มีมารยาทต่อกันก็พอละ ไม่ชอบก็ถอยออกมา ไม่ต้องไปสนิทไปฝืนคิดว่าเขาคนดี แค่นั้นแหละโดยเขาให้คำนิยามว่า ‘ความรู้สึกแปลกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รู้สึกต่อใครบางคน หมายถึงสิ่งที่จะปกป้องจิตใจของคุณค่ะ ขอให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเองให้มากกว่าเดิมเยอะ ๆ เลยนะคะ’มีจุดหนึ่งที่เราชอบคือการพูดถึงเรื่องความกลุ้มใจในอดีต บอกตามตรงว่าลุ้นมากตอนเห็นหัวข้อนี้ เพราะอยากรู้ว่าเขาจะบอกวิธีแก้ปัญหายังไง และก็น่าประทับใจพอสมควร เพราะแทนที่จะบอกให้อย่ามองไปข้างหน้า อดีตมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ในเล่มนี้กลับเลือกที่จะยอมรับจากใจจริงว่าการกลุ้มใจกับอดีตเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะแก้ไม่ได้ถึงยิ่งเสียดายกว่าเดิมไง แม่งเอ๊ย! ปล่อยตัวเองให้กลุ้มเถอะ เคยเจอเรื่องที่เจ็บปวดขนาดถึงวันนี้ยังเก็บมานึกถึงสินะ เพิ่งให้เวลาตัวเองได้โมโหและเสียดายล่ะสิ เก่งมาก อย่าฝืนใจให้อภัยเพื่อให้มีความสุขเลยนะและสุดท้ายเล่มนี้ก็สอนให้รักตัวเองแหละ เขาบอกอย่าคิดว่า ‘เรื่องแค่นี้ทำได้ก็ไม่เห็นแปลก’ ขอให้เพิ่มคะแนนทุกครั้งที่ทำอะไรได้เรื่องหนึ่นะคะ แล้วคุณจะเลิกตำหนิตัวเองเวลาทำอะไรไม่ได้ และจะเริ่มมองเห็นว่า ‘ความจริงแล้ว’ ทำอะไรได้ค่ะ เวลาทำอะไรไม่ได้อย่าหักคะแนนตัวเอง และเวลาทำอะไรสำเร็จ ขอให้เพิ่มคะแนนตัวเองนะคะ’ ซึ่งตรงกับชื่อของหนังสือเล่มนี้ ชีวิต 70 คะแนนก็โอเคแล้วแต่สำหรับฉันมันก็ยากอยู่ดีนั่นแหละนะ 70 คะแนนมันมากไป ฉันขอแค่ตื่นมาแล้วใช้ชีวิตได้สัก 30 คะแนนหน่อย ๆ ก็พอใจแล้วล่ะ555ส่งท้าย ที่จริงเราไม่ใช่คนคิดมากหรือเป็นคนประเภทใส่ใจคนอื่นมากกว่าตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะฉันรักตัวเองที่สุด! และไม่เคยปล่อยให้รักคนอื่นมากกว่าตัวเองเลยสักคน แต่คนรอบตัวเรานี่แหละที่คิดมาก เป็นคนประเภทใส่ใจคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ชอบเก็บเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคิด เป็นคนน่ารักที่ไม่รู้จักวิธีใจดีกับตัวเอง แต่ดันใจดีกับคนอื่นได้สุด ๆ ทั้งที่โดนทำตัวใจร้ายใส่แบบไม่น่าให้อภัย แล้วก็ชอบมานั่งกลุ้มใจ นั่งหงอย นั่งซึมขอคำปรึกษาจากเราเสมอ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงได้สร้างประโยชน์ให้เรามากมายมหาศาล ในแง่ที่ว่าทำให้เราได้คำพูดดี ๆ มากมายไปปลอบใจคนรอบตัวได้ค่ะ ขอบคุณนะ :)
Kaweewan Kanokpattanakit3 reviewsFollowFollowReadDecember 11, 2025Good for self-reminding. bring back my calm and selfness.