What do you think?


รัก/หลง/เมือง
การกลับคืนบ้านเกิด นำเขาไปสู่เหตุการณ์ประหลาด การปรากฎกายของหญิงสาวแปลกหน้า ห้องพักหมายเลข 19 ที่ไม่มีอยู่จริง ในเมืองที่อดีตเลอะเลือนสับสน เขาได้พบเจอความรัก
160 pages, Paperback
Published June 1, 2024
About the author
อนุสรณ์ ติปยานนท์
47 books121 followersอนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554)
อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).
เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น
อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).
เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
July 21, 2024
เล่มนี้ อ.ต้นกลับมาคืนฟอร์มนิยายสายเหงาอีกครั้ง ในครั้งนี้เป็นความเหงาท่ามกลางเมืองใหญ่โต ที่ตอกย้ำความหมายของความหงาอีกครั้งว่า ความเหงาหาใช่การที่ชีวิตมีคนรายล้อบรอบตัวเป็นจำนวนน้อย แต่คือความรู้สึกของความไม่เชื่อมโยงกับผู้คนรอบตัว ไม่ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางหมู่มวลผู้คนที่มากมายเพียงใด แต่หากตัวเราเองไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยง คุณค่าที่มีต่อกันแล้ว ความเหงาก็เกิดขึ้นในหัวใจของเราได้อยู่ตลอด
หากเราจะจับว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่มีกลิ่นอายของมูราคามิแบบที่คนให้ฉายา อ.ต้น ว่ามูราคามิเมืองไทย ผมว่าเอาเข้าจริงความเหงาในแบบของ อ.ต้น ต่างจากมูราคามิอยู่นะครับ ความเหงาของ อ.ต้นจะชัดเจนว่าเชื่อมโยงกับความรักและความสัมพันธ์ เมือเทียบกับมูราคามิที่ไม่ได้เน้นเรื่องความรักมากขนาดนั้น แต่เชื่อมโยงกับสำนึกคุณค่าในตัวเองของตัวละครที่ใช้บรรยากาศความเหงาเป็นฉากหลังมากกว่า ผมเลยคิดว่างาน อ.ต้นกับ ลุงมูแตกต่างกันมากอยู่ครับ
โอเคกลับเข้าเรื่อง
พล็อตเรื่องในเล่มนี้ ขอเกริ่นแค่เล็กน้อยว่าเป็นการเล่าถึง ชายคนหนึ่งที่กำลังหนีไปเยียวยาตนเองจากความรักที่ไม่สมหวัง มวลอารมณ์ของเรื่องนั้นเต็มไปด้วยความเปล่าเปลี่ยว ความคาดหวังที่จะรักและถูกรัก ภายใต้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่ผู้คนมากหน้าหลายตาแต่ไม่มีความหมายใดๆต่อตัวเอกของเราเลย
อ.ต้นพาเราไปสัมผัสความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ที่เราอาจเคยสัมผัสความรู้สึกนี้
แต่ที่ผมพูดมาคือ 2/3 ของเล่มเท่านั้นครับ เพราะพอเข้าช่วงสุดท้าย คือ ...
เอ๊ะ !!!
ยังไงเนี่ย !
เอ้า ไหงไปงั้น !!
.... และผมก็ขอตัดจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้เลยครับ (โค้งคำนับ)
หากเราจะจับว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่มีกลิ่นอายของมูราคามิแบบที่คนให้ฉายา อ.ต้น ว่ามูราคามิเมืองไทย ผมว่าเอาเข้าจริงความเหงาในแบบของ อ.ต้น ต่างจากมูราคามิอยู่นะครับ ความเหงาของ อ.ต้นจะชัดเจนว่าเชื่อมโยงกับความรักและความสัมพันธ์ เมือเทียบกับมูราคามิที่ไม่ได้เน้นเรื่องความรักมากขนาดนั้น แต่เชื่อมโยงกับสำนึกคุณค่าในตัวเองของตัวละครที่ใช้บรรยากาศความเหงาเป็นฉากหลังมากกว่า ผมเลยคิดว่างาน อ.ต้นกับ ลุงมูแตกต่างกันมากอยู่ครับ
โอเคกลับเข้าเรื่อง
พล็อตเรื่องในเล่มนี้ ขอเกริ่นแค่เล็กน้อยว่าเป็นการเล่าถึง ชายคนหนึ่งที่กำลังหนีไปเยียวยาตนเองจากความรักที่ไม่สมหวัง มวลอารมณ์ของเรื่องนั้นเต็มไปด้วยความเปล่าเปลี่ยว ความคาดหวังที่จะรักและถูกรัก ภายใต้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่ผู้คนมากหน้าหลายตาแต่ไม่มีความหมายใดๆต่อตัวเอกของเราเลย
อ.ต้นพาเราไปสัมผัสความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ที่เราอาจเคยสัมผัสความรู้สึกนี้
แต่ที่ผมพูดมาคือ 2/3 ของเล่มเท่านั้นครับ เพราะพอเข้าช่วงสุดท้าย คือ ...
เอ๊ะ !!!
ยังไงเนี่ย !
เอ้า ไหงไปงั้น !!
.... และผมก็ขอตัดจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้เลยครับ (โค้งคำนับ)
October 21, 2025
"ปริศนามีไว้ให้ไขในยามที่เราไม่พอใจคำตอบ แต่เมื่อเราพึงใจคำตอบเสียแล้ว ก็ทอดทิ้งมันไปได้"
ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือที่รู้ดีว่าชวนงงงวยและสัญญะหลายอย่างที่ต้องอาศัยการตีความ เรามักจะรู้สึกกลัว แต่หนังสือของคุณอนุสรณ์ไม่เคยทำให้เรารู้สึกแบบนั้น แม้เราจะไม่สามารถตีความอะไรจากสิ่งที่อ่านได้เลย ความมหัศจรรย์ในผลงานของคุณอนุสรณ์ก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมอยู่เสมอ สิ่งที่ตกค้างหลังอ่านจบไม่ใช่การขบคิดเพื่อหาคำตอบอะไรบางอย่าง แต่เป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวและทรวงอก จะในเมืองใหญ่หรือโลกกว้างใบนี้ เราจะเป็นใครหรือไม่เป็นใครเลยก็ได้
ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือที่รู้ดีว่าชวนงงงวยและสัญญะหลายอย่างที่ต้องอาศัยการตีความ เรามักจะรู้สึกกลัว แต่หนังสือของคุณอนุสรณ์ไม่เคยทำให้เรารู้สึกแบบนั้น แม้เราจะไม่สามารถตีความอะไรจากสิ่งที่อ่านได้เลย ความมหัศจรรย์ในผลงานของคุณอนุสรณ์ก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมอยู่เสมอ สิ่งที่ตกค้างหลังอ่านจบไม่ใช่การขบคิดเพื่อหาคำตอบอะไรบางอย่าง แต่เป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวและทรวงอก จะในเมืองใหญ่หรือโลกกว้างใบนี้ เราจะเป็นใครหรือไม่เป็นใครเลยก็ได้
February 23, 2025
กล่าวถึงความรักให้ผู้อ่านคิดตาม ตัวละครในเรื่องนี้ไม่มีชื่อ เพราะไม่สำคัญ ใจความสำคัญอยู่ที่ความรัก อ่านจบอยากหันไปบอกรักกับคนรักอีกครั้ง
Displaying 1 - 3 of 3 reviews




