Jump to ratings and reviews
Rate this book

ดุจอำพัน

Rate this book
รวมเรื่องสั้น แนวตลกร้าย โลกหม่นมืด และหักมุมจบ นำทีมโดยนักประพันธ์เอก


รวมเรื่องสั้นจากการประกวดบทแปลที่จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี คัดสรรมาเพียงผลงานที่ชนะเลิศรางวัลเงินทุนวรรณกรรม อำพรรณ โอตระกูล ซาลส์ ซึ่งดำเนินงานโดยคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รวมเรื่องสั้นแนวตลกร้าย โลกหม่นมืด และหักมุมจบ นำทีมโดยนักประพันธ์เอก กี เดอ โมปาสซ็อง ซึ่งมีผลงานในเล่มนี้ 7 เรื่อง นอกนั้นเป็นผลงานของ อัลฟงส์ โดเด เรื่อง 'มนุษย์สมองทองคำ', ผลงานของ ฌ็อง มาร์แซล เรื่อง 'อาหารแบบที่เรากิน' และผลงานของ กาเอต็อง บรูล็อต เรื่อง 'คนกวาดขยะ'

รายชื่อเรื่องและผู้แปลในเล่ม

1. มนุษย์สมองทองคำ แปลจาก L’Homme à la cervelle d’or (1860)
ของ Alphonse Daudet โดย แสงระวี ทองดี

2. คนพรมน้ำเสก แปลจาก Le Donneur d’eau bénite (1877)
ของ Guy de Maupassant โดย คณิตสรณ์ สัมฤทธิ์เดชขจร

3. เหนือสายน้ำ แปลจาก Sur l’eau (1881) ของ Guy de Maupassant
โดย ธนิดา ปาณิกวงษ์

4. เมียฉัน แปลจาก Ma Femme (1882) ของ Guy de Maupassant
โดย กอปรกานต์ ปัทมสิริวัฒน์

5. ลุงฌูลส์ แปลจาก Mon Oncle Jules (1883) ของ Guy de Maupassant
โดย วัลภา กิจเจา

6. แม่โซวาจ แปลจาก La mère Sauvage (1884) ของ Guy de Maupassant
โดย อรรวิภา ทรงพัฒนะโยธิน

7. หลุมศพ แปลจาก La Tombe (1884) ของ Guy de Maupassant
โดย กอปรกานต์ ปัทมสิริวัฒน์

8. นวลนางหน้าหลุม แปลจาก Les Tombales (1891) ของ Guy de Maupassant
โดย คณิตสรณ์ สัมฤทธิ์เดชขจร

9. อาหารแบบที่เรากิน แปลจาก Lettre V ou La cuisine telle qu’on la mange (2005)
ของ Jean Marcel โดย นวัต วรรณแสงทอง

10. คนกวาดขยะ แปลจาก Le Balayeur (2013) ของ Gaëtan Brulotte
โดย อภิรุจี สิตรังสี

168 pages, Paperback

Published July 1, 2024

3 people are currently reading
2 people want to read

About the author

Guy de Maupassant

7,639 books3,093 followers
Henri René Albert Guy de Maupassant was a popular 19th-century French writer. He is one of the fathers of the modern short story. A protege of Flaubert, Maupassant's short stories are characterized by their economy of style and their efficient effortless dénouement. He also wrote six short novels. A number of his stories often denote the futility of war and the innocent civilians who get crushed in it - many are set during the Franco-Prussian War of the 1870s.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
2 (16%)
4 stars
5 (41%)
3 stars
5 (41%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
737 reviews148 followers
September 7, 2024
เป็นรวมเรื่องสั้นที่อ่านง่าย กลมกล่อม ชัดเจน เข้าใจเลยว่าทำไมถึงนำมาใช้เป็นตัวบทในการประกวดบทแปล รางวัลเงินทุนวรรณกรรม อำพรรณ โอตระกูล ซาลส์ ซึ่งดำเนินงานโดยคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่องสั้นทั้ง 10 เรื่อง 3 นักเขียน มีลักาณะแตกต่างกันชัดเจนครับ

งานของโมปาสซ็องทั้ง 7 เรื่อง นำเสนอในรูปแบบของ Romanticism หรือ จินตนิยม (ถ้าผมคาดเดาไม่ผิดนะ) ที่เน้นการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของมนุษยื เพื่อทำให้เห็นว่ามนุษยืเรานั้นเปราะบาง อ่อนแอ ในเวลาที่เราพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ของเรา เราจะกลายเป็นความชั่วช้าที่มีชีวิต แต่ถ้าเราเอาชนะและควบคุมมันได้ เราจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

ภายใต้ความเอาแน่เอานอนไม่ได้นี้เอง สิ่งเดียวที่ดูจะเป็นสิ่งจริงแท้ สวยงามไร้กาลเวลา คือ ธรรมชาติ แมกไม้ฟ้าฝนและบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้อันพลิ้วไหว ที่ถูกพรรรณาดังความสวยงามที่ไม่อาจถูกรบกวน เป็นความจริงแท้ที่มนุษย์เราควรบูชา และนอบน้อมลงไป ตระหนักรู้ว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจ้อยที่อาศัยอยู่ใต้ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

งานของโมปาสซ็อง จึงนำเสนอความซับซ้อนของมนุษย์ไปพร้อมกับยิ่งใหญของธรรมชาติ ไม่แปลกใจที่งานของเขาจึงยังคงอ่านได้เป็นอย่างดีแม้มันจะเขียนขึ้นมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แล้ว

ส่วนอีกสามเรื่อง 3 นักเขียน อย่าง มนุษย์สมองทองคำ ของ อัลฟงส์ โดเด อาหารแบบที่เรากิน ของ ฌ็อง มาร์แซล และ คนกวาดขยะ ของ กาเอต็อง บรูล็อต ก็ให้รสชาติที่แตกต่างกันไป

มนุษย์สมองทองคำ เขียนขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับงานของ โมปาสซ็อง เพียงแต่ตลกร้ายและจิกกัดความเลวร้ายของมนุษย์มากกว่า ลองคิดดูว่าหากวันนึงสมองของคุณเป็นทองคำจริงๆ สามารถกระเทาะมันออกมาใช้ได้ ชีวิตจะเป็นยังไงกัน

สำหรับอีก 2 เรื่อง อาหารแบบที่เรากิน และคนกวาดขยะ เป็นงานร่วมสมัยของฝรั่งเศส โดยเรื่อง อาหารนั้น เล่าถึงกรุงเทพ เมืองแห่งอาหารอันน่ามหัศจรรย์ ผ่านสายตาของคนฝรั่งเศส ซึ่งอ่านได้สนุกดีนะครับ แม้บางส่วนจะดูแปลกประหลาดไปนิด (เข้าใจว่าคงเป็นเพราะมุมมองของคนต่างชาติมองมานั่นเอง) แต่อ่านไปแล้วก็แอบหิวไปด้วยเสียอย่างงั้น พูดแล้วต้องขออกไปเดินจับจ่าย Street Food ของบ้านเราซักหน่อย

ส่วนเรื่อง คนกวาดขยะ เรื่องนี้แดกดันสังคมของคนเมืองในยุคปัจจุบัน ที่ทุกคนต่างใช้ชีวิตแบบตัวกูของกู แยกขาดกันโดยแท้ ไม่มีอีกแล้วชีวิตแบบรวมหมู่เป็นสังคม หากไม่ใช่เรื่องของเราก็อย่าไปเสือกแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย ซึ่งไม่รู้ว่าชีวิตแบบนี้กับขยะที่กำลังถูกกวาดไปนี่อะไรมันดูแย่มากกว่ากัน

การรวบรวมเรื่องสั้นที่ถูกเขียนขึ้นต่างยุคต่างสมัย ทำให้เห็นแนวทางการเขียนและสิ่งที่ถูกนำเสนอได้ชัดเจนดีว่าในช่วงเวลาแตกต่างกัน อะไรคือความน่าสนใจถึงขนาดที่นักเขียนต้องการนำเสนอมันออกมาเป็นเรื่องสั้น มุมมองของนักเขียนมองเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร ถึงนำสนอมันออกมาในรูปแบบนี้ เป็นความน่าสนใจไม่แพ้งานแปลที่ทำได้ออกมาสละสลวยสมรางวัลอำพรรณ โอตระกูล ซาลส์ เลยทีเดียวครับ
Displaying 1 of 1 review